นัดตัดสินวันนี้คดี ‘อดีตผกก.โจ้’ คลุมถุงดำฆ่าทารุณผู้ต้องหา เผยอัยการสูงสุดสั่งฟ้องทุกข้อหาอัตราโทษประหารชีวิตสถานเดียว ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางกำหนดชี้ชะตาผู้ต้องหารวม 7 คน ทนายคาดศาลอ่าน คำพิพากษาในระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ให้ผู้ต้องหาที่ไม่ได้การประกันตัวเลยแม้แต่คนเดียวได้ฟัง
วันที่ 7 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ เขตตลิ่งชัน กทม. นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 09.30 น. คดีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ หรือโจ้ อุทธนผล กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายและร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157, 288, 289 (5), 309 วรรค 2 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4,172
สืบเนื่องจากนายจิระพงษ์หรือมาวิน ธนะพัฒน์ ผู้เสียชีวิต ซึ่งถูกจับและควบคุมไว้ในคดียาเสพติดและถูกฆ่าถึงแก่ความตาย ขณะอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน เมื่อช่วงระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม พ.ศ.2564 ที่สภ.เมืองนครสวรรค์
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 พ.ย.64 นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่าคดีนี้อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นผู้มีอำนาจสั่งคดีตามที่กฎหมายระบุไว้ว่าคดีวิสามัญฆาตกรรม หรือการตายระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ให้เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด พิจารณาสั่งคดีเพียงคนเดียว ซึ่ง อสส.ได้พิจารณาสำนวนคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จึงมีคำสั่งฟ้อง ครบทุกข้อหา โดยเฉพาะข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยทรมาน ทารุณโหดร้าย ตาม ป.อาญา มาตรา 289(5) โทษประหารชีวิตสถานเดียว
ด้านนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ก็เปิดเผยว่า วันที่ 8 มิ.ย. นี้ เวลา 09.30 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวหมายเลขดำ อท.180/2564 ที่อัยการฝ่ายคดีอาญาทุจริต 3 เป็นโจทก์ฟ้องคดี โดยขณะนี้ จำเลยทั้ง 7 คนไม่มีคนใดได้รับการปล่อยชั่วคราว ยังคงถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งในวันดังกล่าวศาลน่าจะอ่านคำพิพากษาผ่านระบบจอภาพทางไกลหรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
ส่วนครอบครัวของอดีต ผกก.โจ้ ครอบครัว จำเลยอื่นๆ และครอบครัวผู้ตายจะเดินทางมาคำพิพากษาด้วยหรือไม่นั้น นายโชคชัยกล่าวว่าตนยังไม่ทราบ ที่ผ่านมาตนทำหน้าที่ทนายความให้อดีตผู้กำกับโจ้ถึงที่สุดแล้ว ผลคำพิพากษา จะเป็นเช่นไร ตนไม่อาจคาดได้ คดีนี้เบื้องต้น อดีตผู้กำกับโจ้ ยอมรับว่า ใช้ถุงดำคลุมศีรษะผู้ตายจริง เพื่อหาข้อมูลการค้ายาเสพติด และจะขยายผลจับกุม มิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาเป็นดุลพินิจของศาลที่ไม่อาจก้าวล่วงได้ เมื่อรับทราบผลคำพิพากษา ก็ต้องมาปรึกษากับครอบครัวของอดีตผู้กำกับโจ้ อีกครั้งว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป