ลุยค้น5จุด-ทั่วปราจีนบุรี ระทึก-วันสุดท้ายอายุความ เผยเหลือรุกป่าอีกหนึ่งคดี ก้าวไกลจี้‘ตู่’ต้องปลด2รมช.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกค้น 5 จุดทั่วปราจีนบุรี ล่าตัวพ่อรมต. ก่อนคดีหมดอายุความวันนี้ เผยยังมีคดีรุกป่าอีก 1 คดี ถ้าจะหนีต้องหนียาวร่วม 20 ปี มั่นใจทั้ง‘สุนทร-กนกวรรณ’ ไม่พ้นผิด ป.ป.ช.เล็งถอดถอนพ้นเก้าอี้ นายก อบจ.ด้วย ก้าวไกลจี้ปลด 2 รมต.ถูกชี้มูลความผิด ลั่นซักฟอกหนนี้ รัฐบาลสาหัสแน่ เชื่อ‘บิ๊กตู่’ชิงยุบก่อนถกเอเปก เพื่อไทยดอง 7 ส.ส.งูเห่า ยื้อหาพรรคใหม่สังกัดไม่ทัน ‘ชลน่าน’ ยันไม่มีใครมาดีลศึกซักฟอกไม่ห่วงถูกล้วง ข้อมูลพปชร.เย้ยกลับฝ่ายค้าน แค่โหมโรง มั่นใจล้มรัฐบาลยาก ม็อบกลุ่มราษฎรรวมตัวอีกที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง‘เค ร้อยล้าน’ โผล่ป่วนด้วย หวิดทำวุ่น ตร.ต้องนำตัวออกไป
‘ป้อม’ลุยแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีภารกิจลงพื้นที่ปฏิบัติราชการที่จ.แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ วันที่ 13 มิ.ย. เพื่อติดตามความก้าวหน้าการแก้ปัญหาความยากจน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเป็นประธานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือที่อยู่อาศัย ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) และติดตามการแก้ปัญหาแหล่งน้ำ ไฟป่าและการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5
แง้มดึงเกมขับ7ส.ส.โหวตสวนมติ
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับ 7 ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค กรณี โหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ว่า พรรคมอบให้คณะกรรมการวินัยจริยธรรม เชิญส.ส.ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคมาชี้แจงครั้งแรก วันที่ 13 มิ.ย. เพื่อสอบถามสาเหตุ แต่พรรคจะไม่เร่งกระบวนการสอบสวน และส่งให้กรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) และสมาชิกพรรค ลงมติขับออกจากพรรคในเร็ววัน และจะไม่นำเรื่องการไม่โหวตตามมติพรรค มาเป็นหนึ่งในข้อกล่าวหา เนื่องจากรัฐธรรมนูญให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ลงมติ
การขับออกจะไม่ทำให้เสร็จโดยเร็วเพราะจะเข้าทางกลุ่ม ส.ส.ที่ต้องการจะย้ายออกจากพรรค หากโดนขับออก สามารถหาพรรคกใหม่สังกัดได้ใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะใช้วิธีพิจารณา สอบสวน ทยอยเรียกมาชี้แจงให้ยาวนานที่สุด เพื่อที่จะไม่ให้กลุ่มส.ส.ดังกล่าว หาพรรคสังกัดใหม่ได้ทันเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
หวั่น‘งูเห่า’เพิ่มจำนวนช่วงซักฟอก
รายงานข่าวแจ้งว่า หากมีการยุบสภา ส.ส.จะต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน แต่ถ้ารัฐบาลอยู่ครบวาระ ส.ส.ต้องหาพรรคสังกัดภายใน 90 วัน ขณะเดียวกันพรรคไม่สามารถใช้ข้ออ้างการไม่โหวตตามมติพรรค มาเป็นสาเหตุขับออกไปได้ เพราะรัฐธรรมนูญให้เอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส. แต่ถึงแม้พรรคจะไม่เร่งรัดกระบวนการสอบสวน ลงมติเพื่อขับออกในเร็ววันนั้น แต่เชื่อว่าในทางการเมือง ส.ส.เหล่านั้นอาจจะแก้เกม เลือกใช้วิธีว่าหากพ้นเดือนก.ย.ไปแล้ว พรรคยังไม่ขับออก จะขอลาออกจากส.ส. เพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกกับพรรคใหม่ เพื่อให้มีคุณสมบัติครบถ้วน มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้า นอกจากนี้ตามกฎหมายระบุว่า ก่อนรัฐบาลครบวาระ 6 เดือน ถ้ามี ส.ส.เขตลาออก ไม่ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สิ่งที่พรรค หวั่นใจการลงมติช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ในเดือนก.ค. อาจจะมีส.ส.ที่ยังไม่เคยแสดงตัว แต่มีสัญญาใจกับพรรคอื่น จะฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมติพรรคเพิ่มจำนวนมากขึ้น เนื่องจากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายในรัฐบาล หลังจากนั้นไม่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกแนวทางยุบสภา หรืออยู่ครบวาระตามรัฐธรรมนูญ จะเหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือนจะมีการเลือกตั้งใหม่ จึงทำให้ ส.ส.ที่คิดจะย้ายพรรค กล้าแสดงตัว เปิดเผยเจตจำนงทางการเมืองมากขึ้น
ชลน่านยันไม่มีใครมาดีลซักฟอก
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อตน เพื่อขอให้ถอดรายชื่อรัฐมนตรี หรือขอข้อมูลการซักฟอก ส่วนคนอื่นตนไม่ทราบ แต่เราทำงานกันเป็นทีม ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งตัดสิน ตอนนี้รายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่วางใจ มีแต่คนจะให้เพิ่มชื่อเข้ามา แต่เราดูแล้วหลักฐานข้อมูลไม่ได้แน่นขนาดนั้น ส่วนข้อมูลอยู่ที่ตัว ผู้อภิปราย ซึ่งในญัตติจะกล่าวหาแบบ รวมๆ เช่น ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริต กระทำฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม แต่รายละเอียดในประเด็นที่กล่าวหาอยู่ที่ตัวผู้อภิปราย ฉะนั้น เราไม่ได้ห่วงเรื่องการล้วงข้อมูล ถ้าตัวผู้อภิปรายไม่ปล่อยเอง ก็ไม่มีใครปล่อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคจะเน้นอภิปรายเรื่องอะไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า เน้นทุกกรอบที่เรากำหนดไว้ แต่ละคนจะเจาะลึกในแต่ละประเด็น ตนจะเป็นคนเปิดญัตติ พูดภาพกว้าง ชี้ให้เห็นว่าเรากล่าวหาด้วยเรื่องอะไร อาจอภิปรายประกอบเจาะลึกหรือในบางเรื่องบางประเด็นที่จำเป็นต้องอภิปราย ก็จะอภิปรายไปเลย
เล็งถลกผู้บังคับบัญชาที่ดูแล 2 รมต.
เมื่อถามว่าจะเพิ่มรายชื่อ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กรณีออกโฉนดที่ดินในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณีไม่อนุมัติเบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้แก่บริษัทเอกชน สมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า หลักระหว่างอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ ถ้าอะไรอยู่ในหน้าที่ของแต่ละฝ่ายแล้ว เราจะไม่ก้าวล่วงกันและกัน เช่น ถ้าเป็นคดีอยู่ในศาลหรือกระบวนการยุติธรรมแล้ว เราจะไม่ก้าวล่วง อย่างป.ป.ช. ถือเป็นกึ่งยุติธรรม ถ้าเราตีความว่า อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้วเราก็ไม่ควรก้าวล่วง ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไป นี่เป็นหลักที่เรายึด
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถ้าถามว่ารัฐมนตรีที่ถูกป.ป.ช.ชี้ขึ้นศาลไปแล้วจะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ โดยหลักแล้วไม่ แต่สามารถนำข้อมูลไปอภิปรายตัวคนที่กำกับดูแลเขาได้ ฐานปล่อยปละละเลยและไม่ดำเนินการอะไร ปล่อยให้มีลักษณะที่เกิดขึ้น อันนี้ได้ เราจะไม่อภิปรายผู้นั้นโดยตรง เช่น อภิปรายนายกฯได้ แต่ตัวรัฐมนตรีที่ถูกชี้แล้วไม่ได้
ก.ก.เชื่อ‘ตู่’ชิงยุบสภาก่อนเอเปก
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีคนอื่นๆ รวม 10 คนว่า จะอภิปรายผู้ที่เป็นนั่งร้านค้ำยันให้กับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ โดยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการของรัฐ การเอื้อประโยชน์เรื่องตำแหน่งทางการเมือง ถ้ารื้อนั่งร้านของพรรคร่วมรัฐบาลได้ พล.อ.ประยุทธ์คงอยู่ไม่ถึงการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปกในช่วงปลายปีนี้แน่นอน อาจชิงยุบสภาก่อนด้วยซ้ำ
นายณัฐชากล่าวว่า รอบนี้มีรายชื่ออภิปรายรัฐมนตรีมากกว่ารอบก่อนๆ เพราะรู้ว่า แม้กลุ่ม 3 ป.จะโดนกระแสสังคมกดดันมากเพียงใด แต่กลุ่ม 3 ป.คงไม่สนใจ ฉะนั้น พรรคฝ่ายค้านจึงเลือกที่จะถอดสลักนั่งร้านที่ค้ำยัน กลุ่ม 3 ป. คือพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนตัวคิดว่าหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าแจกกล้วยจนสามารถผ่านไม่ไว้วางใจไปได้ แต่ก็อยู่ไม่ได้จนถึงสิ้นปีอย่างแน่นอน อาจจะต้องชิงยุบสภาก่อน

พบปะผู้นำ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล เข้าร่วมประชุม IISS Shangri-La Dialogue พบปะผู้นำด้านความมั่นคงและการต่างประเทศจากทั่วโลก หารือความมั่นคงสันติภาพในเอเชีย ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.
ลั่น‘3ป.-รมต.’เจ็บสาหัสแน่
เมื่อถามว่ามีประเด็นอะไรเป็นพิเศษ นายณัฐชากล่าวว่า อยากให้รัฐมนตรีที่มีชื่อเตรียมตัวไว้ เพราะขนาดรัฐมนตรี 2 คนที่โดนชี้มูลเรื่องของที่ดิน อันนี้แค่โหมโรง ไม่ต้องรอถึงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนรัฐมนตรีที่เหลืออยู่รับรองว่าเรื่องหนักกว่าแน่นอน อาจต้องส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดต่อ ในฐานการทำความผิดที่ต้องรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ ตลอด 3 ปีที่เป็นอยู่ ดูได้จากความหวาดกลัวของพล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่กล้าปรับ ครม. ขนาดว่างอยู่ 2 ตำแหน่งยังไม่กล้าปรับ เพราะรู้ว่าไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองมากพอ พล.อ.ประยุทธ์รู้ว่าถ้าเกิดปรับครม. นั่งร้านอาจพังลงมาได้ จึงไม่แตะต้องในส่วนนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมุ่งเป้า 10 คนที่เป็นแกนหลักค้ำยันพล.อ.ประยุทธ์ รับรองว่าครั้งนี้บาดเจ็บสาหัสแน่นอน
เมื่อถามว่าจะเน้นที่กลุ่ม 3 ป.เลยหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า การอภิปรายความล้มเหลวของกลุ่ม 3 ป.มีแน่นอน ทั้งความผิด รวมถึงความรู้สึกของประชาชนเห็นเป็นที่ประจักษ์ รอบนี้จะตีกว้าง คือองค์ประกอบของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคแกนนำรัฐบาล อภิปรายครั้งนี้จึงสำคัญที่สุด เพราะมีผลต่อการเลือกตั้งของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาล
เชื่อศท.-พรรคเล็กอาจพลิกเกม
เมื่อถามว่าการอภิปรายจะเป็นบาดแผลต่อพรรคร่วม จนส่งผลต่อการเลือกตั้ง ครั้งหน้าหรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า ใช่ บาดแผลที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ต้องเปิดบาดแผลกว้างและรักษาไม่ทันช่วงหาเสียงอย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงกลุ่ม 16 และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) จะเป็นกลุ่มที่พลิกเกมหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า คิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เข้าใกล้การเลือกตั้งมากที่สุด ไม่ว่าพรรค ศท. กลุ่ม 16 กลุ่มพรรคเล็ก การมีอยู่ของพวกเขาขึ้นอยู่กับมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ซึ่งการลงมติที่ใกล้การเลือกตั้งมากเท่าใด จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของส.ส.แต่ละคนว่าจะสะท้อนให้ประชาชนเห็นว่าทำงานอย่างไรในสภา
เมื่อถามว่ามีฝ่ายรัฐบาลมาสอบถามประเด็นการอภิปราย หรือต่อรองให้ถอนรายชื่อผู้ถูกอภิปรายบ้างหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า ทุกครั้งก็มีตลอด ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ มาจนถึงก้าวไกล จะไม่เปิดเผยว่าจะอภิปรายใครบ้าง และหัวข้อเป็นเรื่องอะไร เป็นมาตรฐานของพรรค ทุกครั้ง ที่ตนจะอภิปรายใคร ก็มีคนโทร.มาถามตลอด แต่ไม่ได้บอก การทำงานของพรรค ยืนยันว่าไม่มีการบอกข้อสอบก่อนแน่นอน

ฟังปัญหา – น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล ร่วมกับอบต.เชิงทะเล รับฟังปัญหาเรื่องการประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยว ที่หาดบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.
จี้เขี่ยทิ้ง 2 รมต.พรรคร่วม
นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้ รัฐบาลปรับครม. หลังมีรัฐมนตรี 2 คนถูกชี้มูลความผิดว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีรัฐมนตรีจากพรรคร่วม 2 คนถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นั่นคือกรณีนางกนกวรรณ และกรณีนายนิพนธ์ แม้ทั้งสองกรณีจะยังไม่มีคำสั่งศาลให้พ้นจากหน้าที่ แต่นายกฯ ควรตระหนักว่าได้ให้สัญญาจะปราบปรามการทุจริต การยอมให้มีรัฐมนตรีที่มีความบกพร่องอยู่ในตำแหน่งสำคัญ ให้คุณให้โทษได้ ย่อมไม่เป็นผลดี ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและหลักธรรมาภิบาล จึงหวังว่า นายกฯ จะธำรงไว้ซึ่งธรรมาภิบาลและความถูกต้อง โดยไม่อุ้มชูบุคลากรที่มีปัญหา เพียงเพราะเกรงว่าจะกระทบต่อขาเก้าอี้ของตนเองหรือเสถียรภาพของรัฐบาล
พปชร.เย้ยฝ่ายค้านแค่โหมโรง
นายรงค์ บุญสวยขวัญส.ส. นครศรีธรรมราช ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงฝ่ายค้านเตรียมยุทธการเด็ดหัว สอยนั่งร้าน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า ยุทธการดังกล่าวเป็นวาทกรรมโหมโรง ใช้ภาษาเรียกน้ำย่อยแม่ยก หรือโหวตเตอร์ของฝ่ายค้าน เปรียบไปเหมือนตัดได้แค่กิ่งต้นไม้ ตัดทิ้งทั้งต้นไม่ได้ ตนเชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้ไม่ถึงขั้นล้มรัฐบาลได้ เพราะไม่เห็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการทุจริต หรือการบริหารนโยบายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมารัฐบาลบริหารท่ามกลางวิกฤตหลายเรื่องจนผ่านพ้นไปได้ และเตรียมจะฟื้นตัวให้ประเทศเดินไป ข้างหน้า
ผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำบางพรรคสื่อสารในทำนองว่ารัฐมนตรีของพปชร.น่าห่วงทุกคน ยกเว้นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคคนเดียว นายรงค์กล่าวว่า เชื่อว่าหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลและผู้นำพรรคมีวุฒิภาวะที่จะแยกแยะ พิจารณาในประเด็นต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา คงไม่ตอกลิ่มความแตกแยก เนื่องจากช่วงเวลานี้ถือเป็นการฟื้นฟูประเทศ ต้องร่วมมือกันก่อนถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่านายกฯ และรัฐมนตรีจะได้รับการสนับสนุนให้ผ่านไปได้หรือไม่ นายรงค์กล่าวว่า ระบบสภาต้องรับฟังเหตุผลกัน ย้ำว่าเวลานี้ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ที่จะไม่ไว้วางใจ ส่วนเนื้อหาที่ฝ่ายค้านจะพูดคงเป็นเรื่องทางการเมืองมากกว่า ตนมั่นใจว่านายกฯ ก็เชื่อมั่นในทีมรัฐมนตรีที่ทำงานมาด้วยกัน และคงไม่ตัดสินใจบางอย่างตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตหรือ คาดเดาว่าจะเกิดขึ้นในช่วงอภิปราย
วิปยันไม่ตั้งองครักษ์พิทักษ์‘ตู่’
ด้านนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส. นครสวรรค์ พรรคพปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ที่ผ่านมาเห็นแต่ฝ่ายค้านพูดคำว่า ส่อทุจริต แต่ไม่มีอะไรเลย ควรระบุให้ชัดไปเลยว่าทุจริตอะไร เพราะรัฐบาลพร้อมตอบทุกประเด็นอยู่แล้ว ส่วนที่ฝ่ายค้านขู่ยื่นป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญหลังอภิปรายเสร็จสิ้น เอาที่ฝ่ายค้านสบายใจ ไม่ได้กังวล เพราะที่ผ่านมาฝ่ายค้านก็ทำแบบนี้มาตลอด ย้ำว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์มั่นใจในความสุจริต บริหารเพื่อประชาชนและเพื่อประเทศ ไม่ได้บริหารเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และนายกฯ ระมัดระวังเรื่องทุจริตมาก รวมทั้งรัฐมนตรีคนอื่นด้วย ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก แต่รัฐบาลก่อนเมื่อหัวส่าย หางก็กระดิกกัน
ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ดังนั้น วิปรัฐบาลไม่จำเป็นต้องตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์พล.อ.ประยุทธ์ในเวทีซักฟอก แต่ฝ่ายรัฐบาลจะดูแลในภาพรวมว่าฝ่ายค้านอภิปรายอยู่ในเนื้อหาสาระหรืออยู่ในญัตติหรือไม่ ถ้าไม่ได้นอกญัตติ กล่าวหารุนแรง หรือใช้วาจาหยาบคาย คงไม่ดำเนินการอะไร เพื่อให้สภาเดินหน้าไปได้
ย้ำป้อมนำทัพ-ชูตู่แคนดิเดต
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐษนะหัวหน้าพรรค มอบหมายแกนนำพรรค รับผิดชอบดูแลแต่ละภาคว่า พรรคได้แบ่งให้แกนนำ ไปดูแลเตรียมความพร้อมเลือกตั้งในแต่ละภาค คาดว่าอีกไม่นานทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ จุดแข็งของพรรคคือ พล.อ.ประวิตร ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับส.ส. รวมทั้งผู้สมัครและบุคคลที่จะเข้ามาช่วยงานพรรค ซึ่งผู้นำต้องมีบารมีพอที่จะควบคุมให้พรรคเดินหน้าได้ เรียกว่าพล.อ.ประวิตร เป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุด เป็นผู้นำทัพสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าและมั่นใจว่าเลือกตั้งครั้งหน้าพปชร.ยังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯที่พรรคจะเสนอชื่ออีกครั้งอย่างแน่นอน ยืนยันพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร เป็นหนึ่งเดียว ทำให้พปชร.มีเอกภาพและมั่นคงแน่นอน

บัณฑิตใหม่ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ถ่ายภาพบัณฑิตหมาดๆ ‘น้องแสนดี’ นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ ลูกชาย ในพิธีรับปริญญาบัตร ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.
ศท.ขอรอดูข้อมูลก่อนโหวต
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการโหวตอภิปราย ไม่ไว้วางใจว่า เหมือนเดิม ที่ขอฟังข้อมูลของฝ่ายค้านก่อน ทั้งนี้ ฝ่ายค้านไม่ได้มีการมาพูดคุยหรือติดต่อพรรคมา ส่วนที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าพรรคศท.ถือเป็น สะวิงโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นายไผ่กล่าวว่า เรายืนยันชัดเจนว่าต้องฟังการอภิปรายและดูข้อมูลก่อนว่าฝ่ายค้านเด็ดจริงหรือไม่ แล้วเราค่อยมาตัดสินใจ เพราะตรงนี้เป็นเอกสิทธิ์ส.ส.ในการอภิปรายอยู่แล้ว หากจะมาพูดตอนนี้ว่า เราจะทำอะไรก่อนที่เราจะรู้ ก็จะมีเป้าหมายเกินไป มันไม่ถูกต้อง มันใช้อารมณ์ในการตัดสินเกินไป ทั้งนี้ รอความชัดเจนของฝ่ายค้านที่จะยื่นญัตติก่อน พอเสร็จเรียบร้อยค่อยว่ากัน หากรัฐมนตรีคนใดที่เราคิดว่าไม่ถูกต้องหรือผิดก็อาจจะต้องคุยกัน เราก็เอาตามความถูกผิด เอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก
นายไผ่กล่าวถึงพรรคส่งนายวัฒนา สิทธิวัง อดีตส.ส.ที่โดนใบเหลืองลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 4 ลำปาง ว่า พวกเราจะลงพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อให้ส.ส.ของเรากลับมาให้ได้ และนี่เป็นการลงในนามพรรคศท.ในครั้งแรก เราจริงจังที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นจะเหมือนดูถูกประชาชนในพื้นที่
‘ทวี’ตั้งปช.ได้ส.ส.เพิ่ม 20-25 ที่นั่ง
ที่โรงแรมญันนะตีย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติในพื้นที่จ.สงขลา-สตูล โดยมีการพบปะกับสมาชิกพรรค รวมทั้ง ผู้สนับสนุนพรรคจำนวนมาก เช่น นาย ขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้และคณะ
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า อยากให้คนที่มาเป็นสมาชิกพรรค เป็นตัวแทนประชาชนที่พัฒนาสงขลา-สตูล และร่วมกันสร้างอนาคตให้ประชาชนในพื้นที่ได้ ตนคาดหวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า จะต้องมี ส.ส.เพิ่มอีกอย่างน้อย 20-25 คน
‘ตู่’ฮึ่มม็อบไม่ใช่เวลาป่วนเมือง
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงเหตุการณ์ผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุแก๊ซ ก่อความไม่สงบบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อคืนวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ห่วงใยผู้ชุมนุม ซึ่งอาจมีเยาวชนเข้าร่วมและทำผิดกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าผิดจริงและถูกดำเนินคดี เยาวชนเหล่านี้จะเสียประวัติ ทำลายอนาคตตัวเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงอยากเตือนสติ ขอให้คิดถึงวันข้างหน้า คิดถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่เกี่ยวข้องด้วย เวลานี้ทุกคนควรหันหน้ามาร่วมมือกันฟื้นฟูประเทศ หลังโรคโควิดเริ่มคลี่คลายและแก้ไขปัญหาปากท้องที่มาจากวิกฤตโลก ไม่ใช่เวลาสร้างความวุ่นวายซ้ำเติมโดยไม่จำเป็น
“รัฐบาลได้รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า ไม่อยากให้เกิดภาพแบบนี้ขึ้นมาอีก ดังนั้น ผู้ที่คิดจะชุมนุม ควรตระหนักถึงผลที่ตามมาให้มาก ทั้งปัญหาจราจรและการปะทะกัน แม้จะอ้างชุมนุมด้วยความสงบและได้ประกาศยุติแล้ว แต่สุดท้ายก็มีผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางไปสามเหลี่ยมดินแดง และก่อความวุ่นวาย ทำลายรถของทางราชการ ใช้พลุ ประทัดยักษ์ ลูกแก้ว ขวดแก้วปาใส่เจ้าหน้าที่รักษาความสงบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบและยังใช้อาวุธทำร้าย เจ้าหน้าที่ ก่อความวุ่นวาย สร้างความปั่นป่วน เหมือนไม่ยอมรับกฎกติกา หรือกระบวนการที่ถูกต้องตามที่ตนเองเรียกร้องมาตลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมได้หลายคน” นายธนกรกล่าว
พท.ห่วงจนท.รุนแรงผู้ชุมนุม
ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค เพื่อไทย กล่าวถึงการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดงว่า เรากังวลใจซึ่งปรากฏภาพ เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธรุนแรง ปราบปรามประชาชน จึงเกิดคำถามว่าได้ดำเนินการตามหลักสากลหรือไม่ เราขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อประชาชนอย่างดีที่สุด เพราะพวกเขาเพียงต้องการแสดงออกทางการเมืองที่ไม่สามารถยอมรับการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ได้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงถึงเครื่องมือที่ใช้กับประชาชนว่ารุนแรงระดับใด เพราะสร้างความไม่สบายใจให้พรรคเและประชาชน
หวิดวุ่น‘เคร้อยล้าน’โผล่ด่าม็อบ
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร ได้นัดรวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อเดินไปยังบ้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ หลังจากเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ทางกลุ่มได้นัดรวมตัวกันและเดินไปที่บ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ. สกัดกันจนเกิดเหตุปะทะกัน กระทั่งเวลา 21.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้แยกย้ายและกลับมานัดรวมตัวกันอีกครั้งในวันนี้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมายังจุดนัดหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.ได้จัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว เป็นรถยนต์ 3 คัน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 นาย ขับรถลาดตระเวน และจอดอยู่ในบริเวณที่สามารถเคลื่อนกำลังออกมาสนับสนุนได้อย่างรวดเร็ว
เวลา 17.00 น. เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อนายคเณศพิศณุเทพ จักรภพมหาเดชา หรือ เค ร้อยล้าน ได้เดินเข้ามายืนต่อว่ากลุ่ม ผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจขอร้องให้เจ้าหน้าที่คุมตัวออกนอกพื้นที่ ก่อนเจ้าหน้าที่จะคุมตัวนายเค ขึ้นรถสายตรวจไปสงบสติอารมณ์ โดยระหว่างที่คุมตัวไปนั้น ป้าเป้า ทราบข่าวว่านายเค เข้ามาในพื้นที่ ได้วิ่งกรูเข้าไปผลักนายเค ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตั้งแนวเพื่อนำตัวนายเคออกนอกพื้นที่ทันที โดยไม่มีเหตุการณ์บานปลาย

ประจันหน้า – กลุ่มทะลุแก๊สที่นัดชุมนุม เพื่อเดินขบวนไปประท้วงที่บ้านพักพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในค่ายทหาร ร.1 รอ. เผชิญหน้าแถวเจ้าหน้าที่คฝ. ที่ตั้งแนวขวางไว้บริเวณแยกดินแดง ถนนวิภาวดี กทม. เมื่อค่ำ วันที่ 12 มิ.ย.
ผู้ชุมนุมรัวประทัด-ตร.ตั้งแถวสกัด
จากนั้นสถานการณ์ยังคงเป็นไปอย่างสงบ กระทั่งเวลา 19.40 น.ตัวแทนกลุ่ม ผู้ชุมนุมประกาศผ่านโทรโข่งขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าให้มีเหตุรุนแรงอย่างวานนี้ วอนผู้บังคับบัญชาดูแลลูกน้องด้วย ต่อมาเวลา 20.13 น. มีการจุดประทัด 1 นัดจากฝั่งผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมส่งเสียงเฮขึ้น ก่อนตามมาด้วยนัดที่ 2-3-4-5 ขณะที่ฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งตรึงกำลังเข้ม แต่มีการใช้วิทยุสื่อสารสั่งการว่า “นิ่งไว้ก่อนๆ เดี๋ยวจะเข้าทางม็อบ”
เวลา 20.15 น. ผู้ชุมนุมจุดประทัดถี่ขึ้นเรื่อยๆ จึงมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยิบปืนที่บรรจุกระสุนยางแล้วตั้งแถวโล่ตรึงกำลัง พร้อมประกาศผ่านเครื่องเสียงว่า ขณะนี้มีกลุ่มสร้างสถานการณ์ ขอให้ประชาชนที่อยู่ 2 ข้างทางระมัดระวังตัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องออกมาดูแลประชาชน
ต่อมาเวลา 20.39 น. ตร.ประกาศให้นักข่าวอยู่ห่างจากแนวผู้ชุมนุม 10 เมตร โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติการ เพราะมีคนบางกลุ่มกระทำผิดกฎหมาย ก่อนจะเดินหน้าเพื่อจับกุม ขณะที่ผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิงพากันมานั่งประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่
ตั้งด่านเจอวัยรุ่นพกระเบิด
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วยพ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ดินแดง เจ้าหน้าหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เจ้าหน้าที่สุนัขตำรวจ (K-9) และเจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 นำกำลังตรวจสอบพื้นที่การชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง พบลูกบอลประทัด 17 ลูก บริเวณใต้ถุนอาคารเพชราวุธ และเดอะแคปปิตอล คอนโด จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
ขณะที่จุดตรวจบริเวณหน้ารพ.พระมงกุฎฯ เขตพญาไท พ.ต.ท.โชติพิสิฐ ณรงค์ศักดิ สวป.สน.พญาไท พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรรณศักดิ์ จิตรจักร สวป.สน.ดินแดง นำกำลังตั้งจุดตรวจสกัดกลุ่มที่จะเข้าร่วมชุมนุม โดยเฉพาะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่อาจลักลอบนำอาวุธเข้าไปยังสถานที่ชุมนุม กระทั่งพบชายวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์เป็นที่น่าสงสัย จึงเข้าตรวจค้นภายในกระเป๋าพบวัตถุระเบิด 1 ลูก จึงยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รัฐหนุนสร้างสันติชายแดนใต้
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชน และขับเคลื่อนงานด้านการมีส่วนร่วมภาคประชาชน และการส่งเสริมบทบาทสตรีในจังหวัดชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ร่วมกับพล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เป็นประธานเปิดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาต้านภัยยาเสพติด ครั้งที่ 21 อบต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-10 ก.ค. 65 มีผู้นำท้องถิ่น นักกีฬา และประชาชนเข้าร่วม กิจกรรมจำนวนมาก ในงานมีการเดินพาเหรดของแต่ละหมู่บ้าน การแสดงทางวัฒนธรรมของชาวไทยพุทธและมุสลิม รวมถึงการแสดงปันจักสีลัตโดยนักกีฬาทีมชาติไทยชาวนราธิวาสที่คว้าเหรียญทองและทองแดงจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์เป็นผู้ชักธงขึ้นสู่ยอดเสา โดยทุกคนร่วมร้องเพลงชาติไทยด้วยกัน
น.ส.รัชดากล่าวว่า รัฐบาลได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนกิจกรรมที่ดี สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างยั่งยืน รวมถึงเสริมสร้างบทบาทผู้หญิงให้เป็นพลังสร้างสันติสุขควบคู่ไปกับการพัฒนา รวมทั้งการแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยกองทัพภาคที่ 4 ได้ขับเคลื่อนโครงการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง ขณะนี้มีตำบลเข้าร่วมโครงการและดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมรวม 38 ตำบลนำร่อง ซึ่งในปีหน้าจะขยายผลให้ครบ 290 ตำบลในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา

ล่า‘โกทร’ – ตำรวจบก.ปปป. บุกค้นรวม 5 จุดล่าตัวนายสุนทร วิลาวัลย์ (รูปเล็ก) นายก อบจ.ปราจีนบุรี และบิดานางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ผู้ต้องหารุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ก่อนคดีหมดอายุความ แต่ไม่พบตัว
เร่งล่า‘พ่อรมต.’ลุยค้น5จุด
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กองปราบฯ และตำรวจบก.ทล. กระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุด ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อจับกุมนายสุนทร วิลาวัลย์ นายกอบจ.ปราจีนบุรี บิดาของนาง กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติ มิชอบ ภาค 2 ที่ จ.33/2565 ลงวันที่ 9 มิ.ย. 65 ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ รักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล กรณีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขตจ.ปราจีนบุรี พื้นที่กว่า 150 ไร่ ซึ่งนายสุนทร อยู่ระหว่างการหลบหนี
รายงานข่าวแจ้งว่า เป้าหมายสำคัญในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ อยู่ที่บ้านเลขที่ 21/1 ถ.วัดโรมันอุทิศ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี บ้านพักของนางกนกวรรณ และบ้านเลขที่ 43 สำนักงานของนายสุนทร โรงแรมบางปะกง เลขที่ 41 บ้านพักนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง และตรวจค้นบ้านพักนายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ ชื่อเดิมคือนาย เต็มพงษ์ ฤทธิ์เดช หรือ ส.จ.โต้ง อายุ 46 ปี ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และสนิทกับนายสุนทร เบื้องต้นการตรวจค้นยังไม่พบตัวนายสุนทร คาดว่าไหวตัวทัน ชิงหลบหนีออกจากพื้นที่ไปได้ไม่นาน
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า คดีนี้มีอายุความ 20 ปี นับจากวันที่กระทำผิดในปี 2545 โดยนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการป.ป.ช. ระบุว่า ป.ป.ช.เพิ่งได้รับสำนวนคดีจากตำรวจมาเมื่อปี 63 จากนั้นเร่งพิจารณาจนสรุปสำนวนชี้มูลความผิดได้ ขณะนี้พยายามประสานกับตำรวจเพื่อนำตัวนายสุนทร มารายงานตัวต่ออัยการให้ทันในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ก่อนคดีหมดอายุความ รวมทั้งถอดถอนนายสุนทร ออกจาก นายก อบจ.ปราจีนบุรีด้วย
พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์การประสานการปฏิบัติที่ 4 (ศปป.) กอ.รมน. ในฐานะชุดจับกุมดำเนินคดีนายสุนทร และนางกนกวรรณ กับพวกกรณีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในเขต จ.ปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนายสุนทรและนางกนกวรรณ และพวกรวม 10 คน ร่วมออกเอกสารสิทธิ ซึ่งถือว่ามีความผิดทั้งหมด คดีนี้จะหมดอายุความในวันที่ 13 มิ.ย. 2565 เฉพาะคดีของนายสุนทร แต่ของนางกนกวรรณ จะหมดอายุความในเดือน ก.ค.2565 เพราะเป็นเอกสารสิทธิคนละฉบับ ถ้านำตัวนายสุนทรมาส่งฟ้องไม่ได้ คดีจะขาดอายุความ แต่นายสุนทร ยังมีคดีบุกรุกป่าอีก 1 คดี ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมในปี 2560 และ 2563 ถ้านายสุนทรจะหนีก็ต้องหนีอีกเกือบ 20 ปี
เช่นเดียวกับนางกนกวรรณ ก็โดนคดีบุกรุกป่าเหมือนกัน “ดังนั้น ต้องแยกเป็น 2 คดี นายสุนทรและนางกนกวรรณไม่พ้นผิดในคดีการบุกรุกป่าและออกโฉนดโดยมิชอบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวแม้คดีนายสุนทรจะหมด อายุความในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ก็ยังมีคดีบุกรุกป่าอีก 1 คดีรออยู่ ซึ่งจะครบอายุความในปี 2583 ถ้านายสุนทรจะหนีต้องหนีให้รอด” พ.อ.พงษ์เพชร กล่าว