เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวัน ว่า ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้รายงาน 2,474 ราย ติดเชื้อสะสม 4,484,863 ราย หายป่วย 4,236 ราย สะสม 4,432,199 ราย เสียชีวิต 20 ราย สะสม 30,334 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 22,330 ราย อยู่ ร.พ.สนาม HI CI 10,200 ราย และอยู่ใน ร.พ. 12,130 ราย ป่วยหนัก 659 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 317 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 10% มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 10 ราย แต่ไม่มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ผู้เสียชีวิต 20 ราย มาจาก 12 จังหวัด ได้แก่ กทม. ร้อยเอ็ด จังหวัดละ 3 ราย อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ สุโขทัย ระยอง จังหวัดละ 2 ราย สมุทรปราการ นครราชสีมา เลย นครศรีธรรมราช ปราจีนบุรี และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย ภาพรวมผู้เสียชีวิตเป็นชาย 14 ราย หญิง 6 ราย อายุ 41-95 ปี อายุเฉลี่ย 75 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 95% ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 65 จำนวน 139,020 โดส สะสม 138,661,299 โดส เข็มแรก 56,855,301 ราย คิดเป็น 81.7% เข็มสอง 52,915,316 ราย คิดเป็น 76.1% และเข็ม 3 ขึ้นไป 28,890,153 ราย คิดเป็น 41.5% ภาพรวมผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดเข็ม 3 แล้ว 45.4% ส่วนเด็กอายุ 5-11 ขวบ ฉีดเข็มแรกแล้ว 3.09 ล้านคน คิดเป็น 60.1% และเข็มสอง 1.87 ล้านคน คิดเป็น 36.5%

คลองเตยดีจัง – ประชาชนทุกเพศทุกวัย ร่วมกิจกรรมฟังเพลงและการแสดงศิลปะ ในงาน‘ดนตรีในสวน’ ศูนย์เยาวชนคลองเตย เขตคลองเตย กทม. ท่ามกลางบรรยากาศ ที่เต็มอิ่มไปด้วยความสนุกสนานและผ่อนคลาย เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.

ขณะที่กรมควบคุมโรครายงานจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,390 ราย 2.เชียงราย 142 ราย 3.เชียงใหม่ 125 ราย 4.สระแก้ว 95 ราย 5.ขอนแก่น 70 ราย 6.สมุทรปราการ 54 ราย 7.อุบลราชธานี 54 ราย 8.นนทบุรี 50 ราย 9.ร้อยเอ็ด 43 ราย และ 10.กาฬสินธุ์ 40 ราย ส่วนรายงานผู้ป่วยรายใหม่มีอาการเข้ารักษาใน ร.พ.หลักหน่วยมี 45 จังหวัด และไม่มีรายงานผู้ป่วยโควิดลดลงเหลือ 8 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ จันทบุรี นราธิวาส บึงกาฬ พังงา พัทลุง สมุทรสงคราม และแม่ฮ่องสอน

วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานจากสาธารณสุขเตรียมแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานพยาบาลในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โรคประจำถิ่น ทั้งการตรวจคัดกรองโควิดสำหรับผู้ป่วยทั่วไปและบุคลากรเพื่อรองรับกับสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อให้สามารถเข้าถึงการวินิจฉัยการรักษาได้อย่างทันท่วงที และลดอัตราการเสียชีวิต ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมพร้อมทั้งการดูแลรักษาพยาบาล เตียง เวชภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ และวัคซีนให้เพียงพอ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

โดยนายกฯ ยังย้ำว่า การปรับหรือผ่อนคลายมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและควมคุมการแพร่รระบาดโควิด-19 ในประเทศ ต้องสอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รวมทั้งการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และโรคทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมด้วย ซึ่งการปรับมาตรการต่างๆ จะมีการหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน