รวมทั้งคนท้อง-ป่วยจิต เปิดสายด่วนให้ปรึกษา

กรมการแพทย์ย้ำ ‘กัญชา’ ไม่ให้ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยจิตเวช จัดทำไลน์ ‘ห่วงใย’ประเมินอาการ ติดหรือไม่ติดกัญชา เปิดโทร.สายด่วนปรึกษา พบภาคอีสานใช้กัญชามากสุด ส่วนแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาฯ ยกงานวิจัยสหรัฐ เตือนสูบกัญชาร่วมกับ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ อันตรายถึงชีวิต ทำปอดอักเสบเฉียบพลัน ขณะที่งานปลดล็อกกัญชาที่บุรีรัมย์ เงินสะพัด 10 ล้าน ประชาชนร่วมงานเกือบ 3 แสนคน แจกกล้ากัญชา 1 พันต้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ แถลงจุดยืนสนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่สนับสนุนใช้กัญชาในเด็ก ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข สั่งการและยืนยันเช่นนี้มาตลอด ยืนยันว่าไม่อยากให้ใช้ในเด็กต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญของกรมการแพทย์ศึกษาแนะนำขอให้ใช้ในกลุ่มที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไปด้วยซ้ำ เพื่อความปลอดภัย เพราะกัญชามีผลต่อพัฒนาการสมอง การเรียนรู้ และระบบประสาท ต้องขอความร่วมมือโรงเรียน ครูอาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง ช่วยกันเฝ้าระวังหากจะใช้ในเด็กก็ต้องใช้กรณีเด็กที่มีโรคลมชัก ไม่สามารถรักษาด้วยยาต่างๆ หรือดื้อยาแล้ว และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง คือกุมารแพทย์และประสาทวิทยา และขอให้งดใช้ในผู้ป่วยจิตเวชและหญิงตั้งครรภ์

นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ขอเตือนว่ากัญชาในตลาดมืดน่ากลัว เพราะไม่ได้มาตรฐาน จึงเตรียมบุคลากรและสถานพยาบาลรองรับภาวะแทรกซ้อน จะประชุมหารือติดตามผลดี ผลเสีย บางคนผลข้างเคียงชัดเจน ที่พบคือคอแห้ง ใจสั่น นอนไม่หลับ วิตกกังวล ขณะนี้สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) จัดทำไลน์ออฟฟิเชี่ยล “ห่วงใย” เพื่อให้ประเมินตัวเองได้ว่าติดหรือไม่ติดกัญชา มีสายด่วน 1665 โทร.ปรึกษา

“แพทย์แผนปัจจุบันไม่สนับสนุน อย่างหากปวดหัว กินพาราเซตามอลได้ ไม่สนับสนุนปวดหัวนอนไม่หลับให้ใช้กัญชาเลย สั่งการให้ สบยช.เฝ้าระวังผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ภาพรวมทั้งหมดว่าหลังจากปลดล็อกกัญชาจะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อปลดล็อกย่อมมีทั้งบวกและลบ เพราะคนใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมก็มี จึงต้องเฝ้าระวังและเตรียมการทุกภาคส่วน ขอยืนยันมุ่งเน้นความปลอดภัยผู้ป่วยเป็นสำคัญ อย่าไปลองสูบ ไปใช้ในทางสันทนาการ กรมการแพทย์ไม่เห็นด้วย 100 เปอร์เซ็นต์” อธิบดีกรมการแพทย์กล่าว

ส่วน นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์จะดูแล 2 ส่วนในการเฝ้าระวัง คือส่วนแรกระยะเฉียบพลัน เฝ้าระวังห้องฉุกเฉิน อย่างช่วงแรกพบผู้ใช้ไม่ถูกวิธีเป็นอาการทางระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือดเป็นหลัก และส่วนที่ 2 เฝ้าระวังการใช้ในไปในทางเสพติด กลุ่มสันทนาการน่าเป็นห่วง ขออย่าใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม อย่างการสูบจะมีอาการทางระบบประสาท และระบบหลอดเลือดและหัวใจ เช่น หัวใจเต้นเร็ว ความดัน วิงเวียนศีรษะ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าเสียชีวิตจากพิษโดยตรง ยกเว้นขับขี่แล้วเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลมาจากการรวบรวมของ ร.พ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ และสอดคล้องกับพื้นที่ใดที่ใช้กัญชาสูง นพ.มานัสกล่าวว่า มาจาก ร.พ.ในสังกัด ข้อมูลมีความสัมพันธ์กับการใช้กัญชาสูงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์จากกัญชาในพื้นที่ค่อนข้างเยอะ ขณะที่ภาคใต้เป็นใบกระท่อม

นพ.สมศักดิ์กล่าวถึงข้อห่วงใยเรื่องใช้กัญชาขับขี่รถเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนว่า กรมการแพทย์หารือร่วมกับกรมควบคุมโรคในการติดตามข้อมูลนี้ เพื่อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเป็นไปได้ในการควบคุมใช้กัญชาขณะขับขี่ โดยในอนาคตอาจจะบรรจุเป็นข้อกำหนดในการประเมินสมรรถนะของผู้ขับขี่ เหมือนกรณีเป็นโรคลมชักห้ามขับรถ ย้ำว่าเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาขอให้งดขับรถ งดใช้เครื่องจักรภายใน 6 ชั่วโมง

ต่อข้อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะระบุว่าการใช้กัญชาห้ามขับรถเหมือนกรณีป่วยโรคลมชัก จะไม่สามารถได้ใบรับรองแพทย์เพื่อต่อใบอนุญาตขับขี่ นพ.มานัสกล่าวว่าเป็นไปได้

ขณะเดียวกัน รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี กล่าวว่า มีงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาศึกษาความสัมพันธ์ของการสูบบุหรี่ไฟฟ้ากับกัญชาของเยาวชน อายุ 12-17 ปี พบว่าเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะสูบกัญชาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในรัฐที่เปิดเสรีกัญชาเพื่อสันทนาการ มีแนวโน้มสูบกัญชาในกลุ่มเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นถึง 18 เท่า ส่วนรัฐที่ยังไม่อนุญาต พบอัตราการสูบกัญชาในกลุ่มเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่ม 5 เท่า

รศ.พญ.เริงฤดีกล่าวว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับกัญชามีอันตรายมากถึงขั้นเสียชีวิต โดยเฉพาะจากโรคปอดอักเสบเฉียบพลัน ที่เคยระบาดในกลุ่มวัยรุ่นอเมริกันเมื่อปี 2562-2563 พบผู้ป่วย 2,807 ราย และมีผู้เสียชีวิต 68 ราย จากข้อมูลของผู้ป่วยพบว่า 82 เปอร์เซ็นต์ ใช้สารสกัดกัญชาในการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ขอฝากไปถึงกลุ่มวัยรุ่น รวมทั้ง ผู้ปกครองให้ช่วยกันเฝ้าระวังการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและกัญชา ลำพังการสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็มีอันตรายแล้วจากนิโคตินที่มีฤทธิ์เสพติดสูง และสารเคมีอันตรายหลายชนิดที่ทำลายสมอง รวมทั้งสารก่อมะเร็งที่จะทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคต การนำกัญชามาใช้ร่วมกับบุหรี่ไฟฟ้ายิ่งก่อให้เกิดอันตรายเป็นเท่าตัว

วันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า ตลอดการจัดงานมหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร เมื่อวันที่ 10-12 มิ.ย. มีประชาชนร่วมชมงาน 66,888 คน รับชมผ่านออนไลน์ 218,790 คน รวม 285,678 คน ยอดจำหน่ายสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนผสมกัญชง กัญชา เกือบ 10 ล้านบาท โดยเฉพาะต้นกล้ากัญชาได้รับความสนใจจากประชาชนที่จะนำไปปลูกในครัวเรือนค่อนข้างมาก มาแจกฟรี 1,000 ต้น ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และจนถึงขณะนี้ในพื้นที่ยังไม่พบผู้มีอาการข้างเคียงจากการใช้กัญชา ไม่ว่าจะเป็นทางการแพทย์ หรือเพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน