ดูทั้งข้อบังคับพรรค-มารยาท ปปช.ชี้ช่องฟันโกทร-รุกที่อื้อ ฝ่ายค้านจ่อเปิด-ซักฟอก4วัน
‘ตู่’ ย้ำพี่น้อง 3 ป. สัมพันธ์คงเดิมทั้งวันนี้และวันหน้า รอศาลชี้ ‘กนกวรรณ’ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ สะพัดรมช.ศึกษาฯ เตรียมยื่นลาออก หลังไม่มาทำงานที่กระทรวง จับตาพรรคภูมิใจไทยหารือ 15 มิ.ย. ว่าต้องพ้นตำแหน่งหรือไม่ ป.ป.ช.ชี้คดีรุกป่ายังไม่จบ เผยมีคดีเอาผิด ‘สุนทร’ รุกที่ป่าได้อีกเพียบ รวมถึงคดีครอบครองที่ดิน อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนฯ ที่ดีเอสไอส่ง อสส.แล้ว ชี้ถอดถอนพ้นนายกอบจ.ปราจีนฯ เป็นอำนาจ มท.1 ฝ่ายค้านขอ 4 วันเปิดซักฟอกนายกฯ-9 รัฐมนตรี เล็งช่วง 18-22 ก.ค. ‘คงชีพ’ แจง นายกฯ ต้อนรับ รมว.กลาโหมสหรัฐ แค่ลงนามแถลงการณ์ร่วม ไม่มีผลผูกพัน

แขกเมือง – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ต้อนรับพล.อ. ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ ที่เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี ด้านความมั่นคงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.
ตู่ไม่ได้ขู่ม็อบ-ตร.มีสิทธิ์ป้องกันตัว
วันที่ 13 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเริ่มมีการชุมนุมขับไล่นายกฯ กังวลหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่ว่าเขาทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ วันนี้ทุกคนก็ต้องการประชาธิปไตย รัฐบาลเองก็ไม่ได้ขัดขวางโดยให้มีการขออนุมัติ ขออนุญาต และไม่ให้ใช้ความรุนแรง ทำไมสื่อมวลชนไม่เสนอข่าวทางนั้นบ้าง วันนี้ต้องเห็นใจตำรวจที่เสี่ยงภัยอยู่ทุกวัน ถ้าไม่ใช้ความรุนแรงก็คงไม่ต้องปฏิบัติการอะไร เขาห้ามไปตรงไหนก็ห้ามไป ถ้าไปเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ ถ้าหากถูกใช้กำลังก่อนเจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิ์จะบังคับใช้กฎหมายการป้องกันตัว
“ขอเตือนน้องๆ หลานๆ ลูกๆ ก็แล้วกัน ผมก็มองในแง่ว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงออก เพียงแต่ขอว่าให้คำนึงถึงกฎหมายด้วย ไม่อยากให้มีคดีความในวันข้างหน้ามันเสียอนาคตด้วย เรื่องนี้ไม่ได้ขู่เพราะนี่คือกฎหมาย ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย และวันนี้คิดว่าเป็นเวลาที่เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องอื่นๆ เอาไว้ก่อนได้ไหม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ยัน 3 ป.ทุกอย่างเหมือนเดิม
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการร่วมงานกันของพี่น้อง 3 ป. หลังออกงานพร้อมกันอย่างชื่นมื่นเมื่อ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีกำลังใจเพิ่มขึ้นหรือไม่ ว่า “ก็ร่วมกันมาตลอดนะจ๊ะ ทั้งวันนี้และวันหน้า ทุกอย่างเหมือนเดิม โทร.และคุยกันทุกวัน เจอกันก็บ่อย”
รอศาลชี้‘กนกวรรณ’หยุดหน้าที่
ส่วนกรณี ป.ป.ช.ชี้มูล นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ จากคดีการออกโฉนดที่ดินบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ติดตามมาตลอด พร้อมปรึกษาฝ่ายกฎหมายของเรา ได้รับคำชี้แจงว่าขณะนี้เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งเรื่องจะออกหรือไม่ออกอะไรต่างๆ ถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุผลและความจำเป็นก็ต้องมีคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่เอง ขณะนี้เป็นขั้นตอนของศาล เพราะเรื่องเข้าไปอยู่ในกระบวนการแล้ว และขณะนี้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังไม่มีเสนอขอปรับครม.ในสัดส่วนของพรรคแต่อย่างใด
เมื่อถามว่านางกนกวรรณ ได้ยื่นหนังสือลาออกหรือยังหลังถูกกระแสกดดันให้ ลาออก พล.อ.ประยุทธ์ส่ายศีรษะกล่าวว่า “ยังไม่มีอะไรน่ะ”
วิษณุชี้ไม่ต้องลาออก-รอศาลชี้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวกรณีนางกนกวรรณต้องลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ว่า ไม่ต้องลาออก จนกว่าจะได้ความว่าผิด หรือวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งและหยุดปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อศาลรับคำฟ้องก็ไม่จำเป็นต้องลาออก โดยต้องมีการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือจะหยุดเองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เหมือนรัฐมนตรีหลายคนก็ถูกฟ้องและอยู่ในศาลก็ไม่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการยุติปฏิบัติหน้าที่ ศาลจะเป็นผู้สั่ง ซึ่งแล้วแต่จะเป็นเรื่องทุจริตหรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ดังนั้นเรื่องนี้รอให้ศาลสั่งก็แล้วกัน
นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการ คณะรัฐมนตรี กล่าวกรณีมีกระแสข่าวนาง กนกวรรณจะยื่นใบลาออกว่า ยังไม่เห็นเลย
อนุทินชี้ขึ้นกับศาล-นายกฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้า ภท.ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกระแสข่าวนางกนกวรรณ จะยื่นใบลาออกว่า ยังไม่ได้พูดคุยกันถึงระดับนั้น ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญระบุว่าหากศาลประทับรับฟ้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยปริยาย ถึงจุดนั้น ภท.ค่อยหารือว่าความเหมาะสมคืออย่างไร วันนี้กระแสสังคมจะเป็นตัวเร่งให้เจ้าตัวได้ตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง หากศาลประทับรับฟ้องเราจะได้เห็นคำสั่งศาล และในพรรคก็มีนักกฎหมายมากมายถ้าพิจารณาแล้วเป็นความผิดจริยธรรมจริงตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างร้ายแรง ภท.คงไม่ต้องรอใบเสร็จ คงมีการพูดคุย และถ้าเรารู้ว่าเขาผิดจริงก็ต้องแสดงสปิริตมากกว่าถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ต้องห่วงเราฟังกระแสสังคม ฟังกระแสประชาชน
เมื่อถามว่าคิดว่านางกนกวรรณ ควรออกจากจังหวะใดจึงจะสง่างาม นายอนุทินกล่าวว่า ความเป็นรัฐมนตรีเปราะบางกว่าส.ส. ถ้าส.ส.ไม่ลาออกใครก็ให้ลาออกไม่ได้ แต่เป็นรัฐมนตรี ถ้านายกฯ บอกว่าอยู่ไม่ไหวแล้วรัฐบาลเสียหาย ก็สามารถปรับออกได้เลยตามอำนาจนายกฯ แต่ถ้านายกฯ บอกพรรคต้องดูให้ดี พรรคก็ต้องมาดูให้ดี ซึ่งเรายังไม่เห็นสำนวนต้องให้ศาลประทับรับฟ้องก่อนแล้วค่อยพิจารณา แต่หากผู้ใหญ่ของพรรคที่ล้วนเชี่ยวชาญทางกฎหมายดูแล้วว่าสู้ต่อไปลำบาก จะสร้างความเสื่อมเสียให้ตัวเองไปมากกว่านี้ก็ควรไปสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจมากกว่า ก็ต้องมีใครคนหนึ่งที่ต้องกระซิบบอก
จับตาภูมิใจไทยถก 15 มิ.ย.
ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียน ภท. กล่าวถึงกระแสข่าวว่านาง กนกวรรณจะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ พรรคก็ยังไม่มีการคุยกัน วันที่ 14 มิ.ย. ถ้าจะมีวาระนี้ในที่ประชุมคงจะว่ากันไป จึงตอบไม่ได้ว่าจะ ลาออกหรือไม่ เมื่อถามว่า นางกนกวรรณ ควรต้องรับผิดชอบทางจริยธรรมหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ในส่วนของพรรคกำลังรวบรวมข้อเท็จจริง แต่ยังไม่ได้คุยกับรัฐมนตรี จึงยังไม่ทราบว่าตัดสินใจอย่างไร วันที่ 14 มิ.ย. น่าจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจน
เมื่อถามว่า นางกนกวรรณจะลาออกหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวนางกนกวรรณหรือพรรค นายศุภชัยกล่าวว่า หากข้อบังคับบอกว่าเดินต่อไปไม่ได้ก็ต้องออก แต่ถ้าไม่ห้ามก็ต้องไปดูเรื่องมารยาททางการเมืองว่าเป็นอย่างไร เป็นอีกขั้นตอนที่ต้องไปศึกษา เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดขึ้นกระทบต่อภาพลักษณ์ของภท. หรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ณ วันที่ มาดำรงตำแหน่งไม่ได้ขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่า 20 ปีมาแล้ว เราก็ตกใจ ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ในเนื้องานความเป็นรัฐมนตรี นางกนกวรรณเป็นคนที่ทุ่มเท เป็นที่ยอมรับในพรรคว่าทำงานหนัก ไม่มีเรื่องความไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรี
ล่าสุดมีการแจ้งผ่านไลน์ส.ส.พรรค ว่าการประชุมเลื่อนไปเป็นช่วงเช้าวันที่ 15 มิ.ย. ที่สภาแทน
ไร้เงา‘กนกวรรณ’เข้าทำงานศธ.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงศึกษาธิการ บรรยากาศหน้าห้องทำงานของนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เงียบเหงา มีคณะทำงานเข้ามาปฏิบัติงานไม่กี่คน ตั้งแต่เช้ามี นักข่าวรอสัมภาษณ์เป็นจำนวนมาก เพราะมีกระแสข่าวว่านางกนกวรรณจะยื่นหนังสือ ลาออกจากจากตำแหน่ง หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิด กรณีบุกรุกเขาใหญ่ และชี้มูลความผิดฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เบื้องต้นมีกระแสข่าวว่านาง กนกวรรณจะเข้ามาประชุมที่กระทรวงกระทั่งเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่ว่า นางกนกวรรณยกเลิกการร่วมประชุมและไม่เดินทางมาที่กระทรวงแล้ว
ปปช.ชี้ช่องถอดสุนทร-รุกที่อีกอื้อ
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงการถอดถอนนายสุนทร วิลาวัลย์ ออกจากนายก อบจ.ปราจีนบุรี หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีสนับสนุน เจ้าหน้าที่รัฐรุกป่าอุทยานฯ เขาใหญ่ และถูกออกหมายจับว่า กรณีนี้ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจ ต้องให้ต้นสังกัดคือกระทรวงมหาดไทย ป.ป.ช.จะถอดถอนได้ ต้องเป็นการกระทำความผิดระหว่างเป็นนายกอบจ. ส่วนกรณีป.ป.ช.ชี้มูล เป็นการกระทำในฐานะเอกชน ขณะนั้นนายสุนทรยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งใด
ขอให้สื่อตรวจสอบอีกคดีกว่าคือ กรณีที่ดินที่ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เกิดเมื่อปี 55 กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเจ้าของเรื่อง และส่งไปที่อัยการสูงสุด (อสส.) แล้ว เนื่องจากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐและมีนายสุนทรร่วมด้วย และที่ดินของนายสุนทรไม่ได้มีแค่โฉนดเดียว เจ้าหน้าที่กำลังพยายามตรวจสอบ รู้สึกจะมี 10 กว่าโฉนด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบทรัพย์สินของป.ป.ช.กำลังตรวจสอบ รายละเอียดเรื่องการครอบครองที่ดินของนายสุนทร โดยเฉพาะการถือโฉนดในบริเวณ ต.เนินหอม อ.ประจันตคาม ที่เป็นเขตที่ติดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ยันคดีรุกป่ายังไม่จบ
สำหรับคดีบุกรุกป่ายังไม่จบ ตราบใดที่ยังครอบครองที่ดินอยู่แสดงว่ามีเจตนาบุกรุกต่อเนื่อง ข้อหานี้ไม่เกี่ยวกับคดีที่จะหมดอายุความ ต้องแยกกันเพราะความผิดคนละมาตรา คนละกฎหมาย คดีบุกรุกป่ายังคงอยู่ตามที่ตำรวจให้ข่าว หน่วยงานสามารถสอบสวน ฟ้องบุกรุก แผ้วถาง ปรับสภาพพื้นที่ป่าแล้วไปออกที่ดินโดยมิชอบทั้งที่เป็นที่ดินป่าไม่ได้ ถือว่าเป็นการบุกรุก
คดีที่หมดอายุความเฉพาะความผิดกรณีสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐให้กระทำผิด เป็นคนละกรรม ยังมีความผิดอื่นอีกที่สามารถดำเนินการกับนายสุนทรได้ ปัญหาคือ ต้องดูว่าหน่วยงานไหนจะเป็นผู้ดำเนินการ ใครเป็นเจ้าของทรัพย์ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ดูแลอุทยานแห่งชาติ ในฐานะผู้เสียหายต้องไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน และกรณีมีโฉนดอื่นๆ อีกหลายฉบับต้องไปแยกดูว่าใครเป็นเจ้าของเรื่อง เพราะอาจไม่ได้อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช.ทั้งหมด เหมือนบางกรณีที่อยู่ในอำนาจดีเอสไอ
ส่งไม้กรมที่ดินเพิกถอนที่
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการติดตามตัวนายสุนทร นายนิวัติไชยกล่าวว่า เจ้าหน้าที่รายงานว่ากำลังติดตามตัวอยู่ เมื่อถามว่าคดีความของนายสุนทรขาดอายุความเช่นนี้ ถือว่าการทำงานของ ป.ป.ช.ฟาวล์หรือไม่ นาย นิวัติไชยกล่าวว่า ไม่ เพราะต้องมีการเพิกถอนที่ดินอย่างแน่นอน ป.ป.ช.ต้องส่งเรื่องให้กรมที่ดินเพิกถอน แม้ผู้กระทำความผิดบางคนจะหลุดในกรรมนี้ แต่ใครทำอะไรต้องได้รับกรรมนั้น
เมื่อถามถึงมาตรา 7 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ที่แก้ไขใหม่ระบุ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีระหว่างดำเนินคดี หรือการพิจารณาของศาล อายุความต้องสะดุดลง บังคับใช้กับกรณีนายสุนทรได้หรือไม่ นายนิวัติไชยกล่าวว่า คดีของนายสุนทรเหตุเกิดปี 2545 แต่กฎหมาย ป.ป.ช.แก้ไขเมื่อปี 2554 (ฉบับที่ 2) ซึ่งมีคำวินิจฉัยศาลแล้วว่าการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นโทษย้อนหลังไม่ได้ ถ้ากฎหมายเป็นคุณถึงจะใช้ได้ เรื่องนี้ศาลมองว่าเป็นเรื่องของโทษ
อัยการแจงเร่งสปีดสั่งฟ้อง
นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงาน อสส. เผยกรณีอัยการนัดส่งตัวฟ้องนายสุนทร คดีมีส่วนรุกเขาใหญ่ที่จะหมดอายุความ 13 มิ.ย. โดยชี้แจงไทม์ไลน์คดีอย่างละเอียด สรุปว่า คดีนี้เหตุเกิด 14 ก.พ.-12 ก.ค. 2545 มีผู้ร้องป.ป.ช.เเละมีผู้รับเรื่องไว้ 27 ม.ค. 2563 เเละมีมติชี้มูล 31 พ.ค.65 เมื่อ ป.ป.ช.มีมติ ชี้มูลเเล้วได้ส่งสำนวนมายังสำนักงานอัยการปราบปรามคดีทุจริตฯ ภาค 2 วันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 15.12 นาที โดยวันที่ 3-5 มิ.ย. เป็นวันหยุดราชการ เมื่อเปิดทำการ 6 มิ.ย. สำนักงานอัยการฯ ก็ส่งเรื่องมาให้ อสส. ได้พิจารณาสั่งคดี 7 มิ.ย. เเละส่งเรื่องกลับไปยังอัยการเพื่อประสานกับ ป.ป.ช.นำตัวผู้ถูกกล่าวหามาฟ้อง โดยฟ้องวันเเรกไป 4 คน วันต่อมา 1 คนคือนางกนกวรรณ จึงเป็น ข้อเท็จจริงที่อัยการฯ ภาค 2 เพิ่งได้รับสำนวนมา 2 มิ.ย.ก็ดำเนินการในเวลาราชการใช้เวลาเพียง 3-4 วัน
กรมอุทยานแจงฟ้องรุกป่าด้วย
นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทส. กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช. และหลายฝ่ายแนะนำให้กรมแจ้งความดำเนินคดีต่อนายสุนทร และนางกนกวรรณ ข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีออกโฉนดมิชอบในเขาใหญ่ ว่า เรื่องนี้กรมอุทยานฯ ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อนายสุทรและพวก ไปแล้วตั้งแต่ 17 ม.ค. 2563 โดยเป็นคดีอาญาหมายเลข 51/2563 ที่สภ.เมืองปราจีนบุรี จึงไม่ต้องไปแจ้งซ้ำอีก
นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศ ประธานที่ปรึกษากมธ. ที่ดิน อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า คดีที่หมดอายุความเป็นเรื่องของตัวโฉนด แต่ไม่ใช่โฉนดจะตกเป็นของนายสุนทร และเป็นคนละเรื่องกับการบุกรุกอุทยานฯ ซึ่งมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว
ตัวโฉนดที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดไว้แล้วก็ส่งเรื่องให้ศาลตัดสินและเพิกถอนต่อไป ซึ่งต้องเข้าใจว่าตอนเจ้าหน้าที่ไปจับยังไม่แน่ใจว่าโฉนดออกโดยชอบหรือไม่ แต่ไปจับส่วนที่บุกรุกพื้นที่เกินออกมาจากโฉนดที่นำมาอ้าง ซึ่งตอนนี้ ป.ป.ช.ชี้มูลว่าโฉนดออกมาโดย มิชอบชัดเจน ดังนั้นวันนี้อธิบดีกรมอุทยานฯ ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีทันที เมื่อแจ้งความแล้วศาลอาจออกหมายจับใหม่พรุ่งนี้เลยก็ได้ จึงไม่ต้องห่วงว่าคดีนี้จะหมดอายุความอีก เพราะจะมีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งตามมาอีกเป็นพรวน
ตร.เอาผิดคนช่วยหลบหนี
เวลา 16.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เผยความคืบหน้าการตามจับกุมตัวนายสุนทร ว่า เท่าที่ทราบยังไม่สามารถจับกุมตัวนายสุนทรได้ เชื่อว่าเมื่อมีการออกหมายจับเมื่อ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น กลุ่มผู้ต้องหาได้หลบหนีไปแล้ว ขณะนี้ได้ส่งหมายจับไปทั่วประเทศแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องชายแดน รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนคดีจะหมดอายุความตำรวจจะทำให้ดีที่สุด ส่วนจะมีผู้ให้การช่วยเหลือก็ต้องถูกลงโทษเช่นกัน ซึ่งผู้ให้การช่วยเหลือในการหลบหนีนั้นอายุความจะยังมีอยู่ เป็นการดำเนินคดีคนละส่วนกัน
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ผ่านมาเคยมีการการจับกุมคดีบุกรุกป่าเขาใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่นตามที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้อีกหลายคดี โดย พ.ย. 2560 มีการเข้าตรวจสอบการบุกรุกเขาใหญ่ 2 แปลงใน ต.บ้านเนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พบผู้บุกรุกกินพื้นที่ของป่าเขาใหญ่ 1 งาน 28 ตารางวา การตรวจสอบมีการบุกรุกตัดต้นไม้ แผ้วทางป่า เปิดพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบอีกว่าโฉนดที่ดินแปลงบริเวณใกล้เคียงกันซึ่งถือครองโดยนักการเมืองดังรายนี้ ออกโฉนดโดยมิชอบ โดยมีข้าราชการท้องถิ่นให้ความร่วมมืออีกด้วย จึงมีการจับกุมส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองปราจีนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย คาดว่าคดีน่าจะอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของอัยการ หรือ ป.ป.ช.
ฝ่ายค้านขอ 4 วัน-เปิดซักฟอก
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวภายหลังประชุมหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน เกี่ยวกับการร่างญัตติยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า ร่างญัตติเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวนผู้ถูกอภิปรายขณะนี้ยังมี 10 คน อาจเพิ่มได้ก่อนการยื่นญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ในวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 13.00 น. แต่คาดว่าจะไม่มีเปลี่ยนแปลง
ส่วนกรอบเวลาอภิปรายเชื่อว่าต้องไม่น้อยกว่า 4 วันตามที่ฝ่ายค้านเคยได้เวลาอย่างที่ผ่านมา คาดเป็นช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนก.ค. หรือช่วงระหว่าง 18-22 ก.ค. เพราะไม่ติดกับช่วงวันหยุดยาว ประเมินว่ากฎหมายที่รัฐสภาจะพิจารณาคือร่างพ.ร.บ.ตำรวจ อาจพิจารณาอีก 2 สัปดาห์คือ 16-17 มิ.ย. และ 23-24 มิ.ย. จากนั้นวันที่ 30 มิ.ย.-1 ก.ค. จะเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.ป.เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 2 ฉบับ ที่กมธ.พิจารณาแล้วเสร็จ
เมื่อถามถึงเสถียรภาพรัฐบาลหลังมีรัฐมนตรี 2 คน ถูกฟ้องคดี คือนางกนกวรรณ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ถ้าศาลรับคำร้องรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า อยู่ที่ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีเอง ไม่มีผลอะไรกับญัตตินี้ของฝ่ายค้าน หากรัฐมนตรีอยู่ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ลาออกไปแล้วฝ่ายค้านก็ยังอภิปรายได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
สุทินโวน็อกรมต.กลางสภา
นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้า พท. ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความพร้อมการเปิดซักฟอกรัฐบาล ว่า ในส่วนของ พท.วันนี้ได้ประชุมกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเริ่มวางตัว ผู้อภิปรายและให้การบ้านไปทำแต่เนิ่นๆ โดยการเตรียมและเช็กข้อมูลที่จะใช้อภิปราย เบื้องต้นวางตัวผู้อภิปรายไม่เกิน 10 คน ขึ้นกับยุทธิวิธีและประเด็น หากเป็นเรื่องเล็กจะใช้ผู้อภิปรายเพียง 1 คน แต่หากเป็นเรื่องใหญ่จะใช้ผู้อภิปรายหลายคน และในการประชุม ส.ส.ของพรรค 14 มิ.ย. พรรคจะเปิดให้ ส.ส.เซ็นชื่อในญัตติ รวมทั้งจะได้หารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้งเพื่อเซ็นชื่อในญัตติร่วมกัน ก่อนจะยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ช่วงบ่าย 15 มิ.ย.
“ครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เรามีข้อมูลและหลักฐานทุจริตของรัฐบาลชัดเจน งานนี้ประชาชนที่ได้รับฟังจะเชื่อทันทีว่ารัฐบาลทุจริตอย่างแน่นอน เราจะน็อกบรรดารัฐมนตรีในสภา และให้ไปตายในสนามเลือกตั้ง” นายสุทินกล่าว
ก้าวไกลย้ำเป้าขย่ม 3ป.
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเตรียมอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 10 คน เพราะการอภิปรายรัฐมนตรีคนหนึ่งอาจเชื่อมโยงกับรัฐมนตรีคนอื่นด้วย เช่น รองนายกฯ บางคน ที่ได้โควตาพรรคการเมืองทำหน้าที่กำกับดูแลหลายกระทรวง แต่จะเน้นน้ำหนักไปที่ 3 ป. และไต่ระดับลงมาถึงนั่งร้านต่างๆ เพราะมีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดินที่ ผิดพลาด หรือทุจริตอย่างไร
ส่วนข้อกังวลเรื่องกำหนดเวลาการ อภิปรายนั้น ขณะนี้ระยะเวลาต่างๆ พันกัน ทั้งการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ วาระ 1 ยังไม่รู้ว่าเสร็จสิ้นเมื่อใด ร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ ยังไม่รู้ว่าจะเข้าสภาเมื่อใด จึงเป็นห่วงจะมีผลต่อการอภิปราย หากเกิดกรณีรัฐบาลลาออกหรือถูกโหวตไม่ไว้วางใจ และกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่เสร็จ จะเกิดเดดล็อกทางการเมืองทันที นอกจากนี้ ก.ค.ยังมีวันหยุดยาว 2 ช่วง คือกลางเดือนและปลายเดือน รัฐบาลอาจบีบให้เปิดอภิปรายช่วงที่มีวันหยุด ทำให้จำนวนวันอภิปรายถูกบีบให้น้อยลง หรือทำให้คนไม่สนใจเท่าที่ควร แต่ไม่คิดว่ารัฐบาลจะยื้อเวลาไปจนถึงส.ค. ที่จะครบกำหนดการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกฯ
จตุพร-ทนายนกเขาบุกกห.
เวลา 14.00 น. ที่สี่แยกสะพานช้างโรงสี หลังกระทรวงกลาโหม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทยอ่านแถลงการณ์ต่อต้านการลงนามในบันทึกข้อตกลงยุทธศาสตร์ อินโดแปซิฟิก ร่วมกับสหรัฐ ที่ลงนามไปตั้งแต่ 17 พ.ย.2562 ซึ่งเป็นการพาไทยเข้าสงคราม ก่อนที่เวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม มีกำหนดการต้อนรับ นายลอยด์ เจ. ออสติน ที่สาม รมว.กลาโหมสหรัฐ และคณะในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกลาโหม ที่ศาลาว่าการกลาโหม
กลุ่มผู้ชุมนุมปราศรัยถึงวัตถุประสงค์ของการทำกิจกรรม และนำแผ่นป้ายข้อความว่า Get Out USA, No Indo-Pacific, ประยุทธ์ ตอบหน่อย ทำไมต้องเอาประเทศไทยเข้าไปร่วมปกป้องไต้หวัน มาวางบริเวณหน้ารั้วเหล็กกั้น โดยมีตำรวจจากสน.สำราญราษฎร์ สน.พระราชวัง และสน.ชนะสงคราม ดูแลความสงบเรียบร้อย
ค้านลงนามร่วมสหรัฐ
นายจตุพรกล่าวว่า ก่อนลงนามรัฐบาลไม่มีการทำประชามติเพื่อถามคนไทยว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะเข้าร่วมในการก่อสงคราม ซึ่งสหรัฐประกาศแล้วว่าไทยต้องเข้าร่วมปกป้องไต้หวันหากรบกับจีน พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ที่ทำโดยพลการ ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ใครขายชาติ ชักศึกเข้าบ้าน
เวลา 14.50 น. กลุ่มผู้ชุมนุมหยุดการปราศรัยชั่วคราว ตามที่ได้ตกลงกับกลาโหม ซึ่งเป็นช่วงที่นายกฯและรมว.กลาโหมสหรัฐ เดินทางมาถึง และเวลา 15.10 น. กลุ่มผู้ชุมนุมกลับมาทำกิจกรรม โดยนายจตุพรอ่านแถลงการณ์ สื่อสารถึงรมว.กลาโหมสหรัฐ ถึงข้อห่วงใยของข้อตกลงที่สร้างศัตรูให้ประเทศ
ด้านนายนิติธรกล่าวว่า จากนี้กลุ่มจะเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าวอย่างเข้มข้น และใช้วิธีการที่หลากหลาย เป้าหมายคือที่สถานทูตสหรัฐ และอีกกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญคือ จะเคลื่อนไหวในประเด็นพลังงานเพื่อทวงคืนพลังงาน ให้กลับมาเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมยื่นเอกสารแถลงการณ์ผ่านตัวแทนศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงกลาโหม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป และประกาศยุติกิจกรรมในเวลา 14.50 น.
ยันแถลงการณ์ร่วมไม่มีข้อผูกพัน
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้อนรับ นายลอยด์ ในโอกาสเดินทางเยือนไทย ระหว่าง 12- 14 มิ.ย. ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างกันที่มีพัฒนาการแน่นแฟ้นต่อเนื่องยาวนาน ส่วนกรณีกลุ่มของนายจตุพร จัดเสวนาทางวิชาการ และเดินทางมายื่นหนังสือเพราะกังวลต่อบทบาทของสหรัฐต่อไทยนั้น พล.อ.คงชีพกล่าวว่า ขอบคุณนายจตุพร และกลุ่มผู้เสวนา ที่แสดงความห่วงใยต่อประเทศและมีข้อสังเกตร่วมกันต่อปัญหาหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เป็นสิทธิตามกฎหมายที่สามารถทำได้และเป็นเรื่องดีที่สังคมตื่นตัว
การลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่างไทย-สหรัฐ ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศ 2020 ที่ผ่านมา เป็นเพียงกรอบแนวคิดและจุดยืนที่มีร่วมกัน มิได้เป็นสนธิสัญญา หรือมีข้อผูกพันทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติแต่อย่างใด และเป็นการปรับปรุงจากแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วม 2012 เดิมที่เคยมีอยู่ ให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน
กกต.รับรองปรเมศวร์-นายกพัทยา
วันเดียวกัน สำนักงานกกต.ได้เสนอผลการตรวจสอบเบื้องต้นและเห็นควรประกาศผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยที่ประชุม กกต.พิจารณาผลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามมาตรา 17 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 จึงมีมติประกาศ ผลรับรองการเลือกตั้งให้ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครหมายเลข 1 จากกลุ่มเรารักพัทยา ซึ่งได้รับผลคะแนนการเลือกตั้งสูงสุด เป็นนายกเมืองพัทยา
ทั้งนี้ การประกาศผลการเลือกตั้งไม่เป็นการตัดหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัย เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

ตรวจงาน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ปฏิบัติ ราชการที่จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาน้ำ ที่ดินทำกินของเกษตรกร ไฟป่า และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม 2.5 เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.
ยื่น‘บิ๊กป้อม’ค้านผันน้ำยวม
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่ห้องประชุมขุนลุมประพาส ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางติดตามการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ประกอบด้วยสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน, โครงการจัดที่ดินให้ชุมชนตามนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และการดำเนินการตามมาตรการป้องกันไฟป่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมีนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อพล.อ.ประวิตรเดินทางมาถึงศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีกลุ่มเครือข่ายองค์กรชุมชนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอน และกลุ่ม เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวินเข้ายื่นหนังสือต่อพล.อ.ประวิตร มีนายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับข้อร้องเรียน

ยื่นค้าน – เครือข่ายลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย-สาละวิน และชุมชนจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำ จ.แม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ คัดค้านโครงการผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล ที่จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.
นายไพโรจน์ โกฮะ หนึ่งในแกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวมฯ กล่าวว่า พวกตนมายื่นหนังสือเพื่อต้องการให้นายกฯ และรองนายกฯ แก้ไขปัญหาหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการผันน้ำยวมที่กระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง รวมถึงเป็นโครงการที่ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน คาดว่าครั้งนี้จะได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล หลังจากยื่นข้อเสนอและนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้ว
โดยเรียกร้องขอให้ยุติการดำเนินโครงการผันน้ำแม่ยวม และกรณีการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเชื่อนภูมิพล (ตามแนวผันน้ำยวม) ในพื้นที่จ.ตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ เพราะชุมชน ในพื้นที่ไม่ต้องการ, โครงการไม่มีความจำเป็นและไม่คุ้มทุน พร้อมให้เสนอแนะแนวทาง ทั้งความเหมาะสมและการแก้ไขปัญหาผลกระทบของโครงการผันน้ำแม่ยวม สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการน้ำและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องในลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ยังขอให้ยกเลิกการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ฟลูออไรต์ ในพื้นที่อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพราะเหมืองทำลายระบบสิ่งแวดล้อม และทำร้ายวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างรุนแรง