เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน กทม. กลุ่มภาคีเซฟบางกลอยจัดกิจกรรมเรียกร้องคืนสิทธิ์กลุ่มคนชาติพันธุ์ และชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ถูกรัฐขับไล่ โดยแถลงการณ์ว่าผืนดินลุกเป็นไฟ ป่าเขาที่เคยร่มเย็นเข้าใกล้คำว่าขุมนรก หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ต่อมา 14 มิ.ย.2557 เมื่อ 8 ปีที่แล้ว รัฐบาลเผด็จการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 64/2557 นโยบายทวงคืนผืนป่า อ้างว่าจะทวงคืนผืนป่าจากนายทุน แต่นำมาซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าถูกรัฐประกาศทับ ช่วง 6 ปี มีคดีความเพิ่ม 46,000 คดี ในจำนวนนี้มีนักการเมืองและนายทุนอยู่สักกี่คน เพราะมีแต่ประชาชนคนจน กลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องสูญเสียที่ดิน
แถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลต้องยกเลิกกฎหมายและนโยบายทวงคืนผืนป่าทั้งหมด เปิดให้ประชาชนได้สร้างกฎหมายด้านที่ดิน ป่าไม้ ในนามผู้ถูกกดขี่ และผู้อาศัยทำกินในเขตป่าที่รัฐประกาศทับด้วยตัวเอง ต้องผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายจากการดำเนินการนโยบายของรัฐที่เสนอให้ยกเลิกคดีความที่ไม่เป็นธรรม โดยให้แต่งตั้งกลไกที่ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม เพื่อพิจารณากลั่นกรองคดีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน คดีกลั่นแกล้ง และคดีฟ้องปิดปากประชาชน และพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะตัวต้นเรื่องต้องลาออก และเปิดให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนคืนสิทธิสู่ประชาชนอย่างแท้จริง

ถามคนเมือง – กลุ่มภาคีเซฟบางกลอย จัดกิจกรรมตั้งคำถามคนเมืองได้อะไร จากนโยบายไล่คนออกจากป่า และการประกาศสิทธิเหนืออาณาเขตของชุมชนในเขตป่า ที่อยู่มาก่อน ที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ เมื่อ 14 มิ.ย.
“เราขอย้ำว่า 8 ปีทวงคืนผืนป่า คนเมืองไม่เคยได้ป่า มีแต่คราบน้ำตาของประชาชน มันคือ 8 ปีแห่งความทุกข์ หาใช่ความสุขตามที่เขาหลอกลวง เรายืนยันว่าจะต้องถอดรื้อ และปลดแอกมรดกของสงครามเย็น มรดกคสช.ทั้งหมดออกจากกฎหมายด้านที่ดินป่าไม้ หลังจากนี้เราจะเคลื่อนไหวเพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้เหยื่อทวงคืนผืนป่า และทวงคืนที่ดินสู่ราษฎรต่อไป” แถลงการณ์ระบุตอนท้าย