สธ.ออกคำสั่งด่วน-ใช้ทั่วปท. ชัชชาติเซ็น-รร.ปลอดกัญชา อนุทินต่อสายเคลียร์ใจแล้ว
สธ.ออกกฎให้ร้านอาหารติดป้ายเมนูผสมกัญชา ป้องกันกินแล้วเกิดอันตราย แนะใส่ 1-2 ใบต่อเมนู กินไม่เกินวันละ 2 เมนู ‘อนุทิน’เคลียร์‘ชัชชาติ’ปมสูบกัญชาเกินขนาด เร่งออกประกาศสธ.ให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ห้ามต่ำกว่า 20 ปี หญิงมีครรภ์-ให้นมลูกเข้าถึง เชื่ออุดรอยรั่วช่วงไร้กม. ‘ตรีนุช’ย้ำสถานศึกษาปลอดกัญชาเร่งทำความเข้าใจนักเรียน-ครู ‘ชัชชาติ’ เซ็นประกาศโรงเรียนทั่วกรุงปลอดกัญชา ‘มหิดล’ แถลง 8ข้อ เตือน 5 ข้อ และห้าม 3 ข้อ
‘บิ๊กตู่’สั่ง‘อนุทิน’แจงปมกัญชา
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ต.พรรณา อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างเยี่ยมชมบูธสมุนไพรอินทรีย์ปลอดสาร ในการส่งเสริมพัฒนาให้เป็นจังหวัดต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทยและศูนย์กลางสมุนไพรอย่างครบวงจร ในการลงพื้นที่ตรวจราชการจ.สกลนคร โดยนายกฯ แสดงความห่วงใยต่อการใช้สมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากกัญชาว่า ทางคณะกรรมการต่างๆ ให้ไปดูรายละเอียดอีกทีว่าจะใช้อย่างไรในทางประโยชน์สร้างสรรค์มากกว่าไปใช้อย่างอื่นที่อันตราย พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่พูดและทำความเข้าใจกับประชาชนถึงหลักการในการใช้ว่ามีมาตรฐานอย่างไร มีการตรวจสอบหรือไม่ ดีหรือไม่ดีตรงไหนเพื่อสร้างการรับรู้
นายกฯ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายฝ่ายเป็นห่วงการใช้กัญชาว่า ได้เร่งรัดไปแล้ว และเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ได้คุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุขไปแล้ว เดี๋ยวคณะกรรมการจะไปดูรายละเอียดอีกทีว่าจะออกอะไรบ้าง ขณะที่ร่างพ.ร.บ. กัญชง กัญชา ยังไม่ผ่านการพิจารณาต้องมีมาตรฐานควบคุม จะต้องมีการกำหนดพื้นที่บ้างหรือไม่ หรือจะมีการสร้างการรับรู้ในการบริโภคต่างๆ ก็เห็นว่าหลายที่ หลายพื้นที่ หลายร้านเอากัญชาใส่เข้าไปด้วย คนเขาไม่รู้ ถ้าจะเอาไปบริโภคกันก็ต้องติดประกาศที่ร้านว่ามีการผสม และการผสมต้องอยู่ในกรอบว่าผสมได้เท่าไหร่ กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีการประกาศแล้วดูให้ครบ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศแล้ว
เมื่อถามว่ามีการพูดถึงการมีผู้เสียชีวิตและมีความกังวลในเรื่องดังกล่าว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องไปสอบดูว่าเขาเสียชีวิตจากอะไร เขาเสพเกินหรือเปล่า ต้องไปดูตรงนั้น
เมื่อถามว่าการเข้าถึงที่ง่ายไปของเด็ก และเยาวชนจะกลายเป็นปัญหาหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดูอยู่
‘อนุทิน’ต่อสายเคลียร์‘ชัชชาติ’
วันเดียวกัน ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวระหว่างปาฐกถาปลดล็อกกัญชาเสรี สร้างสุขภาพ สร้างเศรษฐกิจ ถึงกรณีข่าวรายงานมีผู้เสียชีวิตจากการใช้กัญชาเกินขนาดใน กทม.ว่า นโยบายเน้นย้ำตลอดถึงการใช้กัญชาเสรีทางการแพทย์ สุขภาพ และสร้างเศรษฐกิจ ไม่ได้ให้ใช้สันทนาการหรือบันเทิง ส่วนกรณีเมื่อวานมีการบอกว่าสูบกัญชาเกินขนาดทำให้หัวใจวายเสียชีวิตทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ วันนี้แพทย์แถลงว่าไม่ใช่
“หากเราต้องไปชันสูตร สงสารญาติเขาหรือไม่ คนเขามีความทุกข์ ญาติมีความทุกข์อยู่แล้ว อีกอย่างระหว่างบันทึกไปว่าเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลว กับบันทึกว่าเสียชีวิตเพราะเสพกัญชามันต่างกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเอามาเล่น การสูญเสียทุกชีวิตน่าเสียใจอยู่แล้ว สธ.เห็นคุณค่าของชีวิต เราเอากัญชามาช่วยชีวิต ไม่ได้เอามาให้เขาเสียชีวิต” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวต่อว่า เมื่อคืนนี้มี ผู้ประสานให้ตนต่อสายคุยกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งได้ทำความเข้าใจกันแล้ว วันนี้ท่านก็มีสปิริตดี ก็ให้ข่าวบอกว่าไม่ได้เสียชีวิตจากการเสพกัญชา ส่วนรายละเอียดของผู้เสียชีวิตนั้นขอให้สอบถามทางการแพทย์ที่จะมีวิธีการชันสูตรหรือไม่ก็เป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าหากมีรายงานผู้เสียชีวิตเช่นนี้อีกจะต้องชันสูตรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีกรณีการเสียชีวิตจากการเสพกัญชาโดยตรงแบบนี้ ตรงนี้เราต้องไปดูสาเหตุของการเสียชีวิต เหมือนอย่างคนที่เสียชีวิตจาก โควิด-19 ต้องไปดูว่ามีโรคแทรกซ้อนที่ไปเร่งให้เกิดอาการมากขึ้นหรือไม่
ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.กล่าวว่า เราตั้งคณะกรรมการติดตามผลกระทบจากการใช้กัญชาแล้ว ซึ่งตนเป็นประธานอยู่
เร่งออกประกาศควบคุม‘กัญชา’
ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน นายอนุทินปาฐกถาพิเศษ ปลดล็อกกัญชาเสรี สร้างเศรษฐกิจ สร้างสุขภาพ ภายในงานประชุมวิชาการ เดินหน้ากัญชาเสรี แก้เจ็บแก้จนว่า วันนี้เข้าวันที่หกแล้ว หลังปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ยืนยันว่าเราใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ ซึ่งตั้งแต่ก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ทางสธ.ก็มีการขับเคลื่อนเรื่องนำมาใช้ทางการแพทย์แล้ว ทำให้เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งก็ขับเคลื่อนนโยบายตามที่หาเสียงไว้ได้สะดวกขึ้น
นายอนุทินกล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนตนฟังทุกฝ่าย ไม่ได้ผลักดันอย่างเดียวแบบไม่ลืมหูลืมตา เราพยายามดูว่ามีช่องโหว่ตรงไหน ก็อุดช่องโหว่รอยรั่ว ที่ออกมาพูดว่านโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ ก็อธิบายด้วยตัวคำจำกัดความ อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังตราไม่เสร็จ แล้วบอกมีปัญหาต่างๆ เราก็รับฟังเพื่อนำไปแปรญัตติ คณะกรรมาธิการก็มาจากทั้ง รัฐบาล ฝ่ายค้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ และข้าราชการประจำ ก็ต้องกลั่นกรองแก้ไขเพิ่มเติม ตัดสิ่งไม่จำเป็น เพิ่มสิ่งที่เป็นประโยชน์ จนทุกฝ่ายเห็นชอบ เพื่อกลับมานำเสนอสภาชุดใหญ่ ทั้ง ส.ส. ส.ว.
ห้ามต่ำ 20 ปี-คนท้องเข้าถึงกัญชา
ส่วนข้อกังวลการใช้กัญชาต่างๆ ทั้งในเด็กและเยาวชน พื้นที่สาธารณะนั้น เรามีพ.ร.บ.การสาธารณสุข ซึ่งนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ. ในฐานะดูแลกรมอนามัย ก็ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้กลิ่นและควันจากกัญชาเป็นเหตุรำคาญ ซึ่งลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.จะประชุมร่วมกับอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อพิจารณาออกแนวทางการควบคุมเพื่อคลายความกังวล ซึ่งจะออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย กำหนดกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม อย่างการใช้ต้องเป็นคนอายุเท่าไร เช่นผู้ที่จะเข้าถึงกัญชาได้ต้องมีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป ไม่ใช่สตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือกลุ่มคนกลุ่มไหนใช้ได้ สถานที่ไหนที่ใช้ได้ ซึ่งจะมีรายละเอียด ซึ่งหลังจากนำเสนอปลัดสธ.แล้ว ก็จะยกร่างเสนอให้ผมลงนาม หากเห็นว่าทุกอย่างครอบคลุมชัดเจนก็จะลงนามโดยเร็วที่สุด และรอประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาคิดว่าใช้เวลาไม่นาน
“แปลว่านักเรียนอายุต่ำกว่า 20 ปีก็ใช้ ไม่ได้ ส่วนจะมาบอกว่าในมหาวิทยาลัยใช้ได้ เพราะอายุเกิน 20 ปี ก็ไม่ได้ เพราะก็จะติดเรื่องกลิ่นและควันกัญชาเป็นเหตุรำคาญ ซึ่งก็เป็นการควบคุมการใช้ในพื้นที่สาธารณะ ดังนั้น เรื่องที่จะต้องไปประกาศห้ามกัญชาในโรงเรียนหรือไม่ ก็ไม่จำเป็น เพราะโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ห้าง ก็เป็นสถานที่สาธารณะ ส่วนที่ผู้ว่าฯ กทม.จะตอกย้ำออกประกาศย้ำเรื่องการห้ามในโรงเรียนก็เป็นสิ่งที่ดี ในการแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจร่วมกัน” นายอนุทินกล่าวและว่า เมื่อประกาศเหล่านี้ออกมาก็จะอุดรอยรั่วระหว่างที่พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ยังไม่ออกมา และไม่ต้องไปออกพ.ร.ก.เกี่ยวกับกัญชามาใช้ช่วงนี้อีก
นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีร้านอาหารใช้กัญชาประกอบอาหารแล้วผู้บริโภคมีอาการแพ้ว่า คำแนะนำคือให้ใช้ใบกัญชาปรุงอาหารเพียง 2-3 ใบ ถ้าไม่เกินกำหนดก็ไม่มีอาการแน่นอน แต่หากเอาน้ำมันสกัดที่ไม่รู้ว่ามีปริมาณ THC เกิน 0.2% หรือไม่ แล้วเทไปทั้งขวดก็จะเกิดอาการแน่นอน ดังนั้นเมื่อกินแล้วเกิดอาการแพ้ก็ต้องตรวจสอบว่าใส่เกินกำหนดหรือไม่ ทั้งนี้การใช้ที่นอกเหนือกฎหมายถือว่าผิดแน่นอน ต้องดำเนินคดี แต่หากใช้ใบมาวาง ใส่หม้อก๋วยเตี๋ยว 2-3 ใบก็ไม่เกิดเหตุการณ์นี้แน่นอน นอกจากนี้ ผู้ปรุงอาหารจะต้องบอกว่ามีส่วนผสมของกัญชาอย่างไร ซึ่งกรมอนามัยออกประกาศว่าร้านอาหารต้องแจ้งว่าอาหารใดผสมกัญชา เพื่อให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งทุกวันนี้หลายร้านเอาตรงนี้มาเป็นจุดขายด้วย
สธ.สั่งร้านติดป้ายเมนูใส่กัญชา
ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยออกคำแนะนำการนำใบกัญชามาปรุงอาหาร ทั้งแบบปรุงสด ต้ม นึ่ง และทอด ว่า ใน 1 เมนูควรใช้ 1-2 ใบ โดยเราคำนวณปริมาณที่ควรได้รับว่า ไม่ควรกินอาหารและเครื่องดื่มผสมกัญชาเกิน 2 เมนูต่อวันกรณีที่กินจนหมด แต่หากเป็นกับข้าวหลายเมนู กินแต่ละเมนูอย่างละเล็กน้อยไม่ได้กินหมดทั้งจานหรือทั้งแก้ว ก็อาจจะกินมากกว่า 2 เมนูได้ แต่แนะนำให้สั่งเมนูที่ไม่มีกัญชาด้วย เพื่อให้รับประทานครบหมู่อาหาร และไม่ควรกินอาหารที่มีกัญชาก่อนขับขี่ยานพาหนะ ทำงานใช้เครื่องจักร หรืออยู่ในที่สูง
นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ประกาศกรมอนามัยเรื่องการนำใบกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหารในสถานประกอบกิจการอาหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 กำหนดให้ ร้านอาหารมีคำเตือนให้ผู้บริโภคทราบว่าอาหารมีกัญชาผสม ส่วนผู้ประกอบการ ผู้สัมผัสอาหาร ผู้เสิร์ฟ ต้องมีความรู้ เพื่อแนะนำและเตือนไม่ให้กินเกินกำหนด ซึ่งต้องขอให้ทางร้านเข้มในเรื่องเหล่านี้ด้วย ส่วนวิธีสังเกตอาการแพ้กัญชา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ไม่รู้สึกอะไร ซึ่งไม่น่ากังวล 2.กลุ่มที่มีความไวมาก อาการแพ้ หน้าแดง ผื่นขึ้น จนหายใจไม่ออก มีอาการเฉียบพลัน จึงเป็นที่มาว่าต้องออกคำเตือนห้ามกินอาหารผสมกัญชา และ 3.กลุ่มที่ต้องใช้เวลาแสดงอาการ หรือต้องกินมากๆ ถึงแสดงอาการ กลุ่มนี้ถึงต้องจำกัดปริมาณการกิน
“ร้านอาหารต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่ใส่กัญชาเยอะๆ เพื่อหวังเชิญชวนผู้บริโภค และต้องติดป้ายว่าเมนูไหนใส่กัญชามากน้อยอย่างไร” นพ.สุวรรณชัยกล่าว
แนะเลี่ยงเมนูผสมกัญชา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศกรมอนามัย เรื่องการนำใบกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร ในสถานประกอบกิจการอาหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2565 ออกมาเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2565 กำหนดให้สถานประกอบกิจการอาหาร มีการจัดเก็บใบกัญชาที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ จัดเก็บเป็นสัดส่วน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ทำให้เกิดเชื้อรา หรือเน่าเสีย โดยสถานประกอบการกิจการอาหาร ต้องควบคุม กำกับ และต้องจัดให้มีการสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพและต้องตระหนักด้านความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค เกี่ยวกับการจำหน่ายอาหารที่มีการใช้ใบกัญชาเป็นส่วนประกอบของอาหาร ได้แก่ 1.จัดทำข้อความที่แสดงข้อมูลเป็นสถานประกอบกิจการอาหารที่มีการใช้กัญชา 2.แสดงรายการอาหารที่มีการใช้ใบกัญชาทั้งหมด 3.แสดงข้อมูลปริมาณการใช้ใบกัญชาเป็นส่วนประกอบต่อรายการอาหารตามประเภทการทำ ประกอบหรือปรุงอาหาร เช่น อาหารทอด แนะนำการใช้ใบกัญชาสด 1-2 ใบสดต่อเมนู สำหรับอาหารประเภทผัด แกง ต้ม ผสมในเครื่องดื่มแนะนำการใช้ใบกัญชาสด 1 ใบสดต่อเมนู
4.แสดงข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยในการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีใบกัญชาเป็นส่วนประกอบ 5.แสดงคำเตือนรายการอาหารที่มีการใช้ใบกัญชาให้แก่ผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง หากรับประทานอาหารที่ใช้ใบกัญชาทราบ ด้วยการระบุข้อความ เด็กและวัยรุ่นช่วงอายุน้อยกว่า 18 ปี ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา เช่น ขนม อาหารและเครื่องดื่ม, สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน, หากมีอาการผิดปกติ ควรหยุดรับประทานทันที, ผู้ที่แพ้หรือไวต่อสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) หรือสารแคนนาบิไดออล (CBD) ควรระวังในการรับประทาน, อาจทำให้ง่วงซึมได้ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล และ 6.ห้ามแสดงข้อความหรือโฆษณาสรรพคุณในการป้องกันหรือรักษาโรค
‘ตรีนุช’ย้ำร.ร.ต้องปลอดกัญชา
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีการปลดล็อกพืชกัญชาตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งประชาชนกังวลว่าในสถานศึกษาจะห้ามและดูแลเรื่องดังกล่าวอย่างไรนั้นว่า ตนเป็นห่วงเรื่องดังกล่าวอย่างมาก ขอยืนยันว่าสถานศึกษาในสังกัดศธ. ทุกแห่งต้องเป็นสถานศึกษาที่ปลอดกัญชา โดยการห้ามสูบ เสพ และใช้กัญชา จะใช้กฎระเบียบเดียวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา เพราะแม้จะเปิดเสรีแล้ว แต่ในหลักการมีข้อจำกัดอยู่ คือให้ใช้ในทางการแพทย์และใช้ในการรักษาโรค ทั้งนี้ ต้องเร่งสร้างความเข้าใจข้อดีข้อเสียของกัญชา ให้นักเรียนและครูรับรู้ต่อไป
น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า ส่วนอาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา เช่น ทำน้ำผลไม้ผสมกัญชา คุกกี้กัญชา เป็นต้น จะสามารถนำเข้าสถานศึกษาได้หรือไม่นั้น ในหลักการตนไม่เห็นด้วยที่จะเอาอาหารแปรรูปเหล่านี้เข้ามาในสถานศึกษา ที่ผ่านมาไม่เคยมีแนวปฏิบัติออกมาว่าสามารถนำอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาเข้ามาในสถานศึกษาได้หรือไม่ ดังนั้น ศธ.จะไปหารือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ถึงรายละเอียดและความชัดเจนอีกครั้ง เมื่อหารือกับกรมอนามัยเรียบร้อยแล้วจะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกหนังสือชี้แจงแนวปฏิบัติให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) นำไปปฏิบัติและดูแลอย่างเข้มงวดต่อไป
‘ชัชชาติ’เซ็นรร.กทม.ปลอดกัญชา
วันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เซ็นคำสั่งประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องประกาศเขตปลอดกัญชา กัญชงในโรงเรียนสังกัดกทม. ระบุว่า เรื่องการเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดจากการใช้กัญชา หรือกัญชงในนักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จึงประกาศมาตรการและการเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดจากการใช้กัญชา หรือกัญชงในนักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ดังนี้
1.ให้โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ “ปลอดกัญชาหรือกัญชง” 2.งดจำหน่ายอาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาหรือกัญชงภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 3.ห้ามโฆษณาอาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาหรือกัญชงภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 4.ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างแก่นักเรียน และกวดขันดูแลนักเรียนมิให้มีการบริโภคกัญชาหรือกัญชง 5.ให้โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครมุ่งเน้นการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชงและอันตรายจากกัญชาหรือกัญชงแก่นักเรียนด้วยการบูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมต่างๆ ในการเรียนการสอนทุกระดับ
6.ให้โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครมีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย และจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมนักเรียนตามความถนัดหรือความสนใจ โดยสอดแทรกและเน้นย้ำเรื่องพิษภัยของกัญชาหรือกัญชง 7.ให้โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครประชาสัมพันธ์ เรื่องโทษของการใช้กัญชาหรือกัญชงที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียน 8.ประสานความร่วมมือ แจ้งนโยบายการเฝ้าระวังปัญหาฯ แก่ผู้ปกครอง ชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้ารอบโรงเรียน เฝ้าระวังไม่ให้มีการจำหน่าย อาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาหรือกัญชง 9.ให้ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครประสานความร่วมมือกับสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย สำนักการศึกษา และสำนักงานเขต เพื่อบูรณาการการป้องกันและเฝ้าระวัง ปัญหาที่เกิดจากการใช้กัญชาหรือกัญชงในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพ มหานครอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่งตรวจเข้มอาหาร-ขนมในรร.
ด้าน ผศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า จะให้โรงเรียนมีสิทธิ์ตรวจตรา หรือขอทราบประเภทอาหาร-ขนม หรือสิ่งใดๆ ก็ตามที่เป็นความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้กัญชาแอบแฝงหรือเจือปนเข้าสู่สถานศึกษาหรือโรงเรียนได้ รวมถึงการให้สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ สำนักการศึกษา และสำนักงานเขต ประสานการทำงานในรูปแบบการส่งต่อข้อมูลกันอย่างรวดเร็วที่สุด
“สำหรับมาตรการเฝ้าระวังในโรงเรียนสังกัดกทม.ทั้ง 437 โรงเรียน จะมีครูพยาบาล มีบุคลากรทำหน้าที่ในการดูแลอาหาร ขนม สวัสดิการต่างๆ ที่จะเข้าสู่โรงเรียน เราต้องจัดการกำกับให้ไม่มีกัญชาในอาหาร หรือไม่ให้มีการเอากัญชา หรือผลิตภัณฑ์กัญชาใดๆ เข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมของโรงเรียน ต้องกำกับควบคุมเรื่องนี้ค่อนข้างสูง ขณะนี้ทุกโรงเรียน กทม.มีนโยบายแล้วว่าต้องมีการให้ความรู้ สื่อสารให้เด็กเข้าใจง่าย รวมถึงการดึงอาสาสมัครโรงเรียน (อสร.) มามีบทบาทเพิ่มเติมในเรื่องกัญชา โดยก่อนหน้านี้ อสร.อาจจะเน้นเรื่องเฝ้าระวังให้ความรู้เรื่องบุหรี่ สารมึนเมา สารเสพติด แต่ตอนนี้จะให้เน้นให้ความรู้เรื่องกัญชาด้วย” ผศ.ทวิดากล่าว
ผศ.ทวิดากล่าวต่อว่า ส่วนการประเมินสถานการณ์แนวโน้มความเสี่ยงของกัญชาที่จะเข้าสถานศึกษานั้น อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นไปได้ รวมถึงการเกิดขึ้นในชุมชนที่เด็กๆ ต้องใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น จะต้องเฝ้าระวังและออกมาตรการเพื่อให้เท่าทันด้วย นอกเหนือจากการเฝ้าระวัง จะต้องมีการส่งตัวช่วยเหลือให้ไว การเข้มงวดในโรงเรียน รวมถึงการให้องค์ความรู้แก่ครู เด็กนักเรียน และผู้ปกครองควบคู่กันไป
‘มหิดล’แถลง 8 ข้อปมใช้กัญชา
ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหา วิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์มหาวิทยาลัยมหิดล คำแนะนำและข้อเสนอแนะของมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การใช้กัญชาว่า เนื่องด้วยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุประเภทยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2565 ไม่ระบุว่าพืชกัญชา รวมถึงส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ใบ ช่อดอก เป็นสารเสพติดให้โทษนั้น กัญชาเป็นพืชที่มีสารแคนาบินอยด์หลายชนิด โดยเฉพาะสาร THC ซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ และไม่ควรใช้เพื่อการสันทนาการ เพราะอาจทำให้เกิดโทษรุนแรงได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีมาตรการกำกับดูแลการใช้กัญชาอย่างรัดกุม มหาวิทยาลัยมหิดลมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนและสังคม จึงมีข้อแถลงการณ์และข้อเสนอแนะ ดังนี้
1.ไม่ใช้กัญชาในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปีโดยเด็ดขาด เพราะมีผลต่อการพัฒนาการของสมองทั้งในแม่และเด็ก 2.ไม่ใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น อาการทางจิต และระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย 3.ไม่ใช้ช่อดอกของกัญชาเพื่อผสมในอาหารและเครื่องดื่ม หากมีการผสมส่วนใดๆ ของกัญชาในอาหารและเครื่องดื่มต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจน 4.ผู้ที่ใช้กัญชาไม่ควรขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร ในระยะ 6 ชั่วโมงหลังใช้กัญชา เพราะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้สูง
5.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคจิตประสาท โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ขอให้ปรึกษากับแพทย์ที่ให้การรักษาก่อนใช้กัญชาเสมอ เพราะอาจมีผลต่อยาและการรักษาที่ได้รับอยู่ 6.ผู้ปกครองและสถานศึกษาควรดูแลให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากกัญชา รวมถึงประชาชนควรร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากอันตรายของกัญชา 7.ขอให้ภาครัฐและภาคสังคมมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้กัญชา และอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และ 8.ขอให้ภาครัฐเร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดให้มีมาตรการและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ในการติดตามดูแลการใช้กัญชาอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดสวัสดิภาพที่ดีแก่ประชาชนและสังคม
ถาม‘อนุทิน’รับผิดชอบไหวหรือ
วันเดียวกัน ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และมูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกันจัดเสวนา หัวข้อ “นโยบายกัญชาเสรี กับปัญหาอุบัติเหตุเสพ (เมา) แล้วขับ และการปกป้องเด็กและเยาวชนไทย”
นายสุรสิทธิ์ ศิลปะงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า ไม่ได้คัดค้านการใช้กัญชาทางการแพทย์ แต่ขณะนี้คนทำงานเรื่องนี้กำลังช็อก เพราะตอนแรกก็เน้นการใช้ทางการแพทย์ เพื่อลดใช้ยาต่างประเทศ แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ทั้งที่ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ยังไม่มีผลมาบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เผลอๆ รัฐบาลชุดนี้หมดวาระลงไปก่อนด้วยซ้ำ จะทำให้ช่วงเวลาก่อนที่ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว จะออกมา กลายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ ที่น่าห่วงคือการใช้ในเด็ก เยาวชน ในโรงเรียน ขนาดยาบ้ามีกฎหมายควบคุมไว้ ยังพบการลักลอบใช้ในโรงเรียน นี่มีกัญชาเข้ามาอีก
“อีกปัญหาที่น่ากังวลคือการเมากัญชา แล้วขับ ซึ่งกรณีที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่าคนใช้กัญชาไม่ขับรถนั้น เป็นการพูดจากข้อมูล 40-50 ปีก่อน ตอนนี้มีการใช้หลายแบบ มีสูตรผสมต่างๆ ที่อันตราย และคนใช้ก็มีหลายประเภท บางคนง่วงหลับ บางคนครึกครื้น ดังนั้นในช่วงนี้รัฐบาลต้องเอาจริงในการหารือสั่งการกระทรวงมหาดไทย ให้สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านคอยดูแลไม่ให้เอากัญชาไปใช้ในทางที่ผิด รัฐก็ต้องควบคุม เพราะตอนนี้เสรีมากเกินไป” นายสุรสิทธิ์กล่าว
นายสุรสิทธิ์กล่าวต่อว่า ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข (สธ.) ระบุว่าไม่ได้ส่งเสริมให้มีการใช้สันทนาการ ให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ และสอดส่องกันนั้น เป็นการผลักภาระให้ประชาชนเกินไป
“เป็นรมว.สธ.ไม่ควรพูดเช่นนี้ ต้องมีหน้าที่ปกป้องคุณภาพชีวิตของคนไทย ถ้าจะผลักกัญชาเป็นสินค้าทางการแพทย์ เพื่อดูแลคนป่วย ก็เอาทางด้านนั้นไปเลย หมอคงไม่ขัด แต่ตอนนี้นโยบายออกมาไม่มีใครพูดถึงทางการแพทย์ ไปพูดถึงแต่สันทนาการหมด ประเด็นถูกเบี่ยง ภาระทั้งหมดตกอยู่กับประชาชน แล้วอย่าลืมว่า ทุกวันนี้สังคมไทยอ่อนแอมาก รองนายกฯ อนุทิน รับผิดชอบไหวหรือไม่”