ศบค.นัดประชุม 17 มิ.ย.นี้ ลุ้นถอดหน้ากากอนามัย หลังโควิดคลี่คลาย หาแนวปฏิบัติเมื่อไม่ต้องใส่แมสก์ในสถานที่สาธารณะขณะที่อนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค สธ. เห็นชอบฉีดวัคซีนกระตุ้นหลังเข็ม 3 ได้ทุก 4 เดือน ลดโอกาสติดเชื้อ ต่อไปมีแนวโน้มอาจต้องฉีดวัคซีนทุกปีเหมือนไข้หวัดใหญ่ ส่วนผู้ป่วย โควิดเสียชีวิตอีก 18 ราย

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ประจำวัน ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,263 ราย ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565 มีผู้ป่วยสะสม 2,267,325 ราย หายป่วยกลับบ้าน 2,109 ราย หายป่วยสะสม 2,270,299 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 21,581 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 18 ราย เสียชีวิตสะสม 8,688 ราย จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ในร.พ. 644 ราย และผลตรวจเอทีเคเข้าข่ายติดเชื้อ 4,236 ราย

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค มีคำแนะนำการให้วัคซีนโควิดเพิ่มเติม โดยย้ำว่าควรฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างน้อย 3 เข็ม เป็นไปตามความสมัครใจ แต่ไม่ว่าฉีดสูตรอะไรก็ตามประมาณ 3-4 เดือนภูมิคุ้มกันจะลดลง ทำให้การป้องกันติดเชื้อลดลง ดังนั้น หลังเข็ม 3 แล้วหากจะฉีดเข็มกระตุ้นสามารถฉีดได้ ทุก 4 เดือน และอนาคตอาจจะเป็นปีละครั้ง แต่ยังต้องรอพิจารณาอีกครั้ง ส่วนกลุ่ม 608 คือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงกลุ่มคนที่ทำงานกับผู้ป่วย หรือคนเสี่ยง เช่น บุคลากรสาธารณสุข แนะนำให้ฉีดกระตุ้น ทุก 4 เดือนตามความสมัครใจ แต่หากมีเหตุผลอื่นๆ เช่น ไปต่างประเทศ หรือไปตรวจแล้วภูมิคุ้มกันไม่ขึ้นจะมาขอฉีดก็ได้

“คนที่ถามว่าจะฉีดเข็ม 4 เข็ม 5 เมื่อไรก็ฉีดทุก 4 เดือน เพราะภูมิคุ้มกันจะตกลง ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อ แต่ภูมิคุ้มกันที่ป้องกันความรุนแรงของโรคตกลงไม่มาก จึงเป็นเหตุผลว่าต้องกระตุ้น 3 เข็มท ุกกลุ่มอายุ ซึ่งในเด็กโตอายุ 12-17 ปี เราแนะนำฉีดเข็มกระตุ้นแล้ว ส่วนเด็กเล็ก อายุ 5-11 ปี ยังเพิ่งฉีดเพียง 2 เข็ม และยังฉีดไม่ครบ จึงต้องรออีก 4 เดือน เพื่อรอดูข้อมูลก่อนว่าต้องฉีดเข็มกระตุ้นหรือไม่” นพ.โอภาสกล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวอีกว่า นอกจาก นี้ที่ประชุมยังหารือผลการศึกษาของ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ และ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ที่ออกมาตรงกัน คือการฉีดวัคซีนสูตรไขว้ ซิโนแวค-ไฟเซอร์ ในเด็กเล็กอายุ 5-11 ปี ภูมิคุ้มกันสูงกว่าการฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม ข้อดีคือระยะห่าง 4 สัปดาห์ ทำให้ฉีดได้เร็วกว่าไฟเซอร์ 2 เข็มที่ต้องห่าง 8 สัปดาห์ ข้อมูลยืนยันตรงกันว่าภูมิคุ้มกันสูงกว่า และอนาคตหากต้องฉีดเข็มที่ 3 ในเด็กเล็กก็จะได้ไม่ต้องฉีดไฟเซอร์เยอะจนเกินไปในความกังวลของพ่อแม่ผู้ปกครอง ดังนั้น สามารถเลือกฉีดสูตรไขว้ซิโนแวค-ไฟเซอร์ได้ตามสมัครใจ และที่ประชุมยังเห็นชอบให้ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาในเด็กอายุ 6-11 ปี เป็นการฉีดแบบครึ่งโดส 0.25 มิลลิลิตรห่างกัน 4-12 สัปดาห์

ผู้สื่อข่าวถามว่าการจะฉีดวัคซีนโควิด ทุกปี ยังต้องรอประเมิน หรือพิจารณาข้อมูลใดบ้าง นพ.โอภาสกล่าวว่า แนวโน้มอาจจะต้องฉีดทุกปีเหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แต่ตอนนี้อย่าที่บอกว่าเพิ่งระบาด และวัคซีนเพิ่งเข้ามาปีเศษๆ ยังไม่มีใครบอกได้ว่าต้องฉีดทุกปีเมื่อไหร่อย่างไร แต่คำแนะนำตอนนี้อย่างน้อยต้อง 3 เข็มเป็นพื้นฐาน และถ้าจะลดโอกาสการติดเชื้อให้ฉีดห่างกันทุก 4 เดือน โดยขอรับบริการได้ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนทุกจุด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอถอดหน้ากากอนามัย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์โควิด หลังปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ส่วนการเตรียมแนวปฏิบัติเมื่อถอดหน้ากากอนามัย จะหารือและคาดว่าจะได้แนวทางปฏิบัติในการประชุมศบค.วันที่ 17 มิ.ย.นี้ โดยต้องฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก เพื่อความรอบคอบ คำนึงถึงความปลอดภัย และสุขภาพของประชาชนเป็นหลัก ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมทำทุกอย่างเพื่อประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน