ปอศ.ทลายแก๊งกู้ดอกโหด ระดมกำลังลุยค้น 5 จังหวัด จับเครือข่าย ‘moneyday credit’รวบผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 8 และผู้ร่วมขบวนการอีก 21 ราย ตรวจสอบพบมีเงินหมุนเวียนกว่า 454 ล้านบาท พฤติกรรมเปิดเว็บไซต์ชวนธุรกิจรายย่อยที่ขาดสภาพคล่องไปกู้ คิดดอกร้อยละ 1.5 ต่อวัน ถ้าไม่จ่ายมีส่งทีมทวงหนี้ไปข่มขู่
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. ร่วมแถลงผลจับกุมเครือข่ายเงินกู้นอกระบบออนไลน์ ‘moneyday credit’ พบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 450 ล้านบาท โดยจับกุม ผู้ต้องหา 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายอนิวัฒน์ บัวใหญ่ อายุ 26 ปี 2.นายอลงกรณ์ แสงสุธา อายุ 26 ปี 3.นายธนพล ศรีภา อายุ 19 ปี 4.นายนัฐวุฐ ภูมี อายุ 24 ปี 5.นายพงศกร จุณศรี อายุ 26 ปี 6.นายจิรพันธ์ พงษ์สุกรี อายุ 26 ปี 7.นายอดิเทพ ลันละนา อายุ 31 ปี 8.นาย สมโชค อาจหาญ อายุ 25 ปี
โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 1133-1140/2565 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ข้อหา ‘ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด’ พร้อมของกลาง มือถือ 54 เครื่อง, โน้ตบุ๊ก 25 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง, แท็บเล็ต 4 เครื่อง และซิมโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก รวมของกลางกว่า 300 รายการ
พ.ต.อ.ภาดลเปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2564 มีผู้เสียหายซึ่งเป็น ผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. หลังจากกู้ยืมเงินจากเว็บไซต์ www.moneydaycredit.com และมีชำระค่าดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยมีดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1.5 ต่อวัน หรือร้อยละ 45 ต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 547.5 ต่อปี จึงไม่มีเงินในการชำระหนี้ ทางเว็บไซต์ได้ส่งกลุ่มชายฉกรรจ์มาทำการข่มขู่ให้ชำระหนี้
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจนพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปกู้เงิน โดยเน้นเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีเอส ที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายได้ โดยขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อนั้นไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐานยืนยันตัวตนหรือใช้คนค้ำประกัน ส่วนกรณีที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ทางเว็บไซต์จะไปสำรวจกิจการเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่ออนุมัติสินเชื่อแล้ว ทางเว็บไซต์จะโอนเงินไปให้ผู้กู้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงกิ้งไปยังบัญชีธนาคารของลูกหนี้ โดยจะหักยอดเงินกู้เป็นดอกเบี้ยงวดแรกไว้ก่อน หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ก็จะใช้วิธีการข่มขู่เพื่อให้ชำระหนี้ นอกจากนี้ยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนถึง 450 ล้านบาท
พ.ต.อ.ภาดลกล่าวอีกว่า เครือข่ายดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการคิดดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย ประกอบกับเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในช่วงวิกฤตเชื้อโควิด-19 โดยคาดว่ามีผู้เสียหายหลายร้อยราย อีกทั้งบางรายมีความเครียดถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สืบสวนหาเบาะแสจนกระทั่งสามารถนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพัก และสำนักงานของเครือข่ายดังกล่าว ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี, ปทุมธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา และกรุงเทพฯ รวม 5 จังหวัด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 8 ราย และ ยังสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 21 ราย ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น, นครราชสีมา, กรุงเทพฯ และปทุมธานี รวมเป็น 29 ราย เบื้องต้นจึงนำตัวส่ง กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการขอปิดเว็บไซต์ดังกล่าว รวมถึงขยายผลถึงนายทุน ผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป