รวบแก๊งตุ๋นโพสต์ขายน้ำมันพืช3ขวด100บ.
ถึงคิวค่าไฟพุ่ง จ่อขึ้นอีก 40 สตางค์ต่อหน่วย กรรมการกิจการพลังงาน ส่งสัญญาณขึ้นค่าเอฟทีงวดก.ย.-ธ.ค.จากผลพวงน้ำมันแพงลิ่ว พริกขี้หนูขึ้นอีกกิโลละ 20 บาท พุ่งไป 120-150 บาท ขณะที่น้ำมันพืชปรับขึ้นขวดละ 1 บาท เป็น 75-76 บาท ตำรวจปคบ.แถลงรวบยกแก๊งตุ๋นขายน้ำมันพืชราคาถูกทางออนไลน์ 3 ขวดร้อย มีเหยื่อหลงเชื่ออื้อ โอนเงินให้แต่ไม่ได้สินค้า ก่อนเชิดเงินหนีไป พบเงินหมุนเวียน 3 เดือน มี.ค.-พ.ค. กว่า 10 ล้านบาท มติบอร์ดปตท.ตรึงราคาขายปลีกแก๊สเอ็นจีวีที่ 15.59 บาท/ก.ก. รวมทั้งยืดราคาขายปลีกเอ็นจีวีแท็กซี่ในเขตกทม.และปริมณฑลที่ 13.62 บาท/ก.ก. ในโครงการ ‘เอ็นจีวี เพื่อลมหายใจเดียวกัน’ ออกไปอีก 3 เดือน ถึง 15 ก.ย. เล็งลดค่าแก๊สหุงต้มร้านค้า-หาบเร่แผงลอย ผ่านบัตรคนจน 100 บาท/คน/เดือน ที่จะหมดอายุในเดือนนี้ออกไป อีกถึง 30 ก.ย.
พริกขี้หนูสวนพุ่งกิโล 150 บ.
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจราคาสินค้าในตลาดสด พื้นที่กรุงเทพมหานคร ของกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ประจำวันที่ 16 มิ.ย. เปรียบเทียบกับวันที่ 15 มิ.ย.2565 พบว่ามีสินค้าบางรายการปรับราคาเพิ่มขึ้นคือ พริกขี้หนูสวน ปรับราคาเพิ่มขึ้น 20 บาท/ก.ก. เป็น 120-150 บาท และน้ำมันรำข้าวบริสุทธิ์สำเร็จรูป บรรจุขวด 1 ลิตร ปรับขึ้น 1 บาท/ขวด เป็น 75-76 บาท/ขวด
ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะเสนอชุดมาตรการในการบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากสถาน การณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลทำให้ราคาสินค้า และค่าครองชีพปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ขณะที่กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการสนับสนุนการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ในปีงบประมาณ 2566 จำนวนไม่มาก หลักร้อยล้านบาทเท่านั้น แต่ในทางกลับกันจะช่วยกระตุ้นและกระจายรายได้ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีพื้นที่ในการทำธุรกิจได้มากขึ้น
ค่าไฟจ่อทะลุ 40 ส.ต.
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ไขข้อข้องใจ…รับมือค่าไฟครึ่ง ปีหลัง” จัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) งวดสุดท้ายของปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค.2565) มีโอกาสปรับสูงขึ้นจากเดิมประมาณการไว้จะปรับขึ้นประมาณ 40 สตางค์/หน่วย เนื่องจากสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแก๊สธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เข้ามาผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณกว่า 40% จากเดิมคาดว่าจะใช้แอลเอ็นจีประมาณ 30% หลังต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลปรับสูงขึ้น
“เบื้องต้นคาดว่าค่าเอฟทีงวดสุดท้าย จะปรับขึ้นไม่ถึง 5 บาท/หน่วย และการปรับขึ้นในรอบนี้ ยังไม่รวมกับภาระที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แบกรับไว้ ที่ปัจจุบันอยู่ที่กว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งหากรวมในส่วนนี้จะส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แท้จริงปรับขึ้นอีกกว่า 1 บาท/หน่วย ซึ่งการปรับค่าเอฟทีขึ้นช่วงปลายปีนี้จะเป็นการปรับครั้งเดียวจบตามที่ รมว.พลังงานส่งสัญญาณหรือไม่ ต้องติดตามสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงเป็นหลัก แต่ส่วนตัวมองว่าค่าเอฟทีจะยังต้องมีการปรับต่อเนื่องไปจนถึง ปีหน้า เพราะต้นทุนราคาเชื้อเพลิงยังผันวน” นายคมกฤชกล่าว
โดยในระยะสั้น กกพ.ได้เร่งแก้ไขปัญหาต้นทุนค่าไฟฟ้าแพง โดยการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าป้อนเข้าระบบ ด้วยการยืนปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จากเดิมมีกำหนดในปี 2564 ออกไปเป็นปี 2565 เพื่อลดการนำเข้าแอลเอ็นจีที่มีราคาแพงเข้ามาผลิตไฟฟ้า รวมถึงออกประกาศราคารับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันมีทั้งโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) แล้วประมาณ 30 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีกราว 60 เมกะวัตต์ รวมปริมาณ 100 เมกะวัตต์ ที่จะเข้ามาผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม
สำหรับสถานการณ์ต้นทุนค่าไฟฟ้าของประเทศไทยที่ปรับสูงขึ้นในปีนี้ เป็นผลมาจากโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทยที่ยังพึ่งพาการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า หรืออยู่ที่สัดส่วนประมาณกว่า 60% ของการผลิตไฟฟ้า โดยก๊าซส่วนใหญ่ได้มาจากอ่าวไทย 65% อีก 12% มาจากแหล่งก๊าซในเมียนมา และอีก 10% มาจากการนำเข้าแอลเอ็นจี
เล็งยืดอุ้มแก๊สร้านค้า-หาบเร่
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาตรึงราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติ สำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ที่ 15.59 บาท/ก.ก. และขยายระยะเวลาตรึงราคาขายปลีกเอ็นจีวี สำหรับผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ 13.62 บาท/ก.ก. ในโครงการ “เอ็นจีวี เพื่อลมหายใจเดียวกัน” ออกไปอีก 3 เดือน จนถึงวันที่ 15 ก.ย.2565 รวมเป็นเงินอีกกว่า 2,800 ล้านบาท
นายอรรถพลกล่าวว่า นอกจากนี้ ปตท.อยู่ระหว่างพิจารณาขยายระยะเวลาการช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อแอลพีจีแก่ผู้มีรายได้น้อยที่เป็นร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนเงิน 100 บาท/คน/เดือน ที่จะหมดอายุในเดือนมิ.ย.2565 ออกไปอีก 3 เดือน จนถึง 30 ก.ย.2565 โดย ปตท. ได้มีการให้ความช่วยเหลือค่าซื้อแอลพีจี โครงการบรรเทาผลกระทบจากการลอยตัว ราคาแอลพีจีมาตั้งแต่เดือนต.ค.2562 ทั้งนี้ กลุ่มปตท.ได้นำเงินส่งรัฐเพื่อพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องรวม 96,031 ล้านบาท ตั้งแต่ ปี 2564 ถึงปัจจุบัน (ไตรมาสแรกปี 2565) เพื่อให้คนไทยฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกันได้โดยเร็ว

ตุ๋นน้ำมันขวด – พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. แถลงจับขบวนการหลอกขายน้ำมันพืชบรรจุขวดราคาถูก 3-4 ขวด 100 บาท ทางออนไลน์ มีผู้เสียหายหลงเชื่อสั่งซื้อจำนวนมาก มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.
รวบแก๊งตุ๋นขายน้ำมันพืช
วันเดียวกัน พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.ท.ไพรัช พรมวงศ์ รอง ผกก.1 บก.ปคบ. ร่วมแถลงจับกุมนายเบญจมภัทร์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ 1026/2565 ลงวันที่ 30 พ.ค.2565 และผู้ร่วมขบวนการอีก 7 คน ข้อหาร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน โดยจับกุมได้ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี, กรุงเทพฯ และเชียงราย
พล.ต.ต.อนันต์เปิดเผยว่า พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาได้ฉวยโอกาสที่น้ำมันพืช หรือน้ำมันปาล์มมีราคาสูงเฉลี่ยขวดละ 60-70 บาท และสินค้าขาดตลาด กลุ่มผู้ต้องหาจึงโพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก ใช้รูปภาพประกาศขายน้ำมันพืชยี่ห้อหนึ่ง ราคา 3 ขวด 100 บาท หรือ 4 ขวด 100 บาท และ 12 ขวด 300 บาท ทำให้มีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ที่โอนเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้สินค้าและไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีก จนมีการเข้าแจ้งความตำรวจ บก.ปคบ.
ต่อจากนั้น พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนร้าย ก็พบว่า ผู้ต้องหาที่ 1 มีการโอนเงินที่ได้มาจากผู้เสียหายไปเป็นทอดๆ สุดท้าย เพื่อตัดตอน สุดท้ายก็จะมีผู้ไปถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก่อนจะหอบเงินข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยจากการตรวจสอบ พบคนร้ายมีเงินหมุนเวียนในบัญชีตั้งแต่เดือนมี.ค.-พ.ค. ที่ผ่านมาถึง 10 ล้านบาท จากนี้นำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดี ส่วนบัญชีธนาคารที่ผู้ต้องหานำมาใช้นั้น จากการตรวจสอบก็พบว่าเป็นบัญชีม้าที่จ้างบุคคลอื่นไปเปิดใช้บริการ จะขยายผลติดตามตัวดำเนินคดีต่อไป
เรือเฟอร์รี่สมุยขึ้นค่าตั๋ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับราคาสูงขึ้น คณะกรรมการเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือเดินประจำทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้ลงนามประกาศจังหวัด ตามมติที่ประชุม เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2565 ให้ปรับอัตราค่าโดยสารของเรือเดินทางประจำจังหวัด ในเส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย, เกาะสมุย-เกาะพะงัน และดอนสัก-เกาะพะงัน ของบริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด กำหนดราคาค่าโดยสารใหม่ โดยใช้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวกำหนดอัตราค่าโดยสาร เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป
สำหรับการปรับอัตราค่าโดยสารแบบขั้นบันไดแบ่งเป็น 10 ช่วงของราคาน้ำมัน โดยเส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย คนโดยสารปรับราคาห่างกัน 10 บาท รถยนต์นั่ง 4 ล้อ รถเอสยูวี รถกระบะ และรถตู้ แต่ละช่วงจะปรับราคาห่างกัน 30 บาท เส้นทางดอนสัก-เกาะพะงัน คนโดยสารปรับราคาห่างกัน 10 บาท รถยนต์นั่ง 4 ล้อ รถเอสยูวี รถกระบะ รถตู้ ปรับราคาห่างกัน 70 บาท และเส้นทางดอนสัก-เกาะพะงัน คนโดยสารปรับราคาห่างกัน 10 บาท รถยนต์นั่ง 4 ล้อ รถเอสยูวี รถกระบะ และรถตู้ ปรับราคาห่างกัน 30 บาท เช่น เส้นทางจากท่าเทียบเรือดอนสักมายังท่าเทียบเรือเกาะสมุย ปัจจุบันคิดอัตราค่าโดยสารจากราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 35.24 บาท อัตราค่าโดยสาร คนโดยสาร 150 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 470 บาท
จากประกาศคำสั่งของผวจ.สุราษฎร์ธานีล่าสุด นั้น หลังจากวันที่ 1 ก.ค. 65 เป็นต้นไป จะคิดอัตราใหม่ 10 ช่วงโดยอัตราราคาขั้นบันไดใหม่จะเริ่มตั้งแต่ราคา 24-47.49 บาท/ลิตร จากเดิมใช้ฐานที่ 14-32.99 บาท/ลิตร ขณะที่อัตราค่าโดยสารที่ปรับใหม่ ต่อคน ตั้งแต่ 140-230 บาท ส่วนรถยนต์ 4 ล้อ ปรับขึ้นตั้งแต่ 450-730 บาท

คิวยาว – ช่างอู่แก๊สรถยนต์ในจ.พระนครศรีอยุธยา เร่งติดตั้งระบบแก๊สให้รถยนต์ลูกค้าที่มาใช้บริการจำนวนมาก หลังราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นแทบทุกวัน ทำให้ถังแก๊สแอลพีจี ขาดตลาดต้องรอนับเดือนกว่าจะได้คิวติดตั้ง เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.
โคราชแห่เอารถไปติดแก๊ส
ส่วนที่จ.นครราชสีมา ผู้ใช้รถยนต์ที่ทนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ต่างพากันนำรถยนต์ไปเข้าร้านติดตั้งแก๊สแอลพีจีกันจำนวนมาก เนื่องจากช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าน้ำมันถึง 50% โดยระบุว่า กลัวน้ำมันแพงมากกว่ารถพัง ส่งผลให้ร้านติดตั้งแก๊สรถยนต์ ที่ต.ในเมือง อ.เมือง มีลูกค้าเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงปีที่แล้วมาก ซึ่งมีค่าติดตั้งแก๊สตั้งแต่ราคา 20,000 บาทต้นๆ ไปจนถึง 30,000 บาทปลายๆ แล้วแต่ยี่ห้อและขนาดถังแก๊ส ที่มีทั้งแบบแคปซูลและโดนัท

เผชิญหน้า – กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องลดราคาน้ำมัน เผชิญหน้ากับตำรวจคฝ.ที่ตั้งแถวกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมลงถนน ก่อนเจรจากันเป็นผลสำเร็จโดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น บริเวณถนนวิภาวดี-รังสิต หน้ากระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.
ม็อบอาชีวะ-โรนินบุกก.พลังงาน
วันเดียวกัน ที่ห้าแยกลาดพร้าว กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มโรนิน ฝั่งธน ไม่เอาเผด็จการ กว่า 20 คน นำโดย นายธนเดช ศรีสงคราม จัดกิจกรรม “คาร์ม็อบประชาชนจะไม่ทน” โดยใช้รถกระบะ ติดเครื่องเสียง 1 คัน พร้อมรถจักรยานยนต์หลายสิบคัน มุ่งหน้าไปที่กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต ในเวลา 14.00 น. เพื่อเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันแพง และยื่นข้อเสนอขอพบ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน หากไม่ลงมาพบกลุ่มผู้ชุมนุมจะปักหลักอยู่หน้ากระทรวง
นายธนเดชเปิดเผยว่า จากราคาน้ำมันที่ขึ้นเกินจริง และสูงกว่าค่าครองชีพจึงมาเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันลง เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำคนไทย 300 บาท แต่น้ำมันลิตรละ 50 บาท ข้อเรียกร้องเดียวคือต้องลดราคาน้ำมัน และที่สวมใส่ชุดไทยมา เพราะมาเพื่อคนไทย มาเพื่อประเทศไทย ส่วนที่มีข่าวว่าจะไปจบที่ ดินแดงนั้น ตนไม่ไป เพราะถ้าไปก็ปะทะกับเจ้าหน้าที่ คฝ. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่ออกอยู่ดี หากไม่บรรลุผลตาม ข้อเรียกร้องจะไม่ยอมกลับ