กรมอนามัยทำสำรวจ ชาวบ้านหวั่นระบาดอีก แนะกลุ่มเสี่ยงใส่ต่อ ติดเชื้อพุ่งขึ้นอีก2พัน มาดามแป้งแจ้งป่วย
โพลกรมอนามัยชี้ ประชาชนหนุนสวมแมสก์ต่อ 93.3% มีเพียง 6.7% ที่ไม่อยากสวม แม้ศบค.จะไฟเขียวให้ไม่ต้องสวมแมสก์เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ที่โล่ง ได้แล้ว ส่วนกลุ่มเสี่ยง 608 ที่รับฉีดวัคซีนไม่ครบควรสวมแมสก์ต่อเช่นกัน ขณะที่หากอยู่ในที่ขนส่งสาธารณะ ตลาด สนามกีฬา หรือสถานที่แสดงดนตรี ควรสวมแมสก์ด้วย ‘บิ๊กตู่’ กำชับเข้ม 2 ยู ป้องกันโควิด ด้านศบค.แถลง ป่วยโควิดรายวันเพิ่มขึ้นหลักสองพันอีก พบผู้ป่วยใหม่ 2,272 ราย ตาย 19 กทม.ยังหนักสุด 1.5 พันราย มาดามแป้ง ‘นวลพรรณ ล่ำซำ’ ผจก.ทีมชาติไทย โพสต์แจ้งติดโควิด มีไข้สูง เจ็บคอ ไอหนักขึ้น ขออภัยผู้ใกล้ชิด พักรักษาตัวที่บ้านแล้ว
โควิดพุ่ง 2.2 พัน-ตาย 23
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า พบ ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 2,272 ราย รวมติดเชื้อสะสม 4,497,152 ราย หายป่วย 1,964 ราย สะสม 4,445,392 ราย เสียชีวิต 23 ราย เสียชิวิตสะสม 30,445 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 21,315 ราย อยู่ ร.พ.สนามเอชไอ ซีไอ 10,840 ราย และอยู่ใน ร.พ. 10,475 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 593 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 282 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือ สีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 9% มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 2 ราย และติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ 6 ราย
ผู้เสียชีวิต 23 ราย เป็นชาย 14 ราย หญิง 9 ราย อายุ 47-93 ปี อายุเฉลี่ย 77 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 91% มาจาก 14 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี 5 ราย, กทม. 4 ราย, ลพบุรี นครนายก จังหวัดละ 2 ราย, อุทัยธานี เลย ร้อยเอ็ด ยโสธร ลำปาง ชุมพร ตราด ระยอง สมุทรสงคราม และเพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย
ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2565 ฉีดได้ จำนวน 63,142 โดส สะสม 138,978,703 โดส เป็นเข็มแรก 56,893,878 ราย คิดเป็น 81.8% เข็มสอง 52,986,218 ราย คิดเป็น 76.2% และเข็ม 3 ขึ้นไป 29,098,607 ราย คิดเป็น 41.8% ภาพรวมผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดเข็ม 3 แล้ว 45.6% ส่วนเด็กอายุ 5-11 ขวบ ฉีดเข็มแรกแล้ว 3.11 ล้านคน คิดเป็น 60.5% และเข็มสอง 1.92 ล้านคน คิดเป็น 37.4%

ดนตรีในสวน – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเต้น ในงาน ‘ดนตรีในสวน ทบ.เติมพลังใจให้คนกรุง’ พร้อมมอบดอกไม้ขอบคุณกองทัพบก ที่ร่วมมอบความสุขให้ประชาชนที่สวนเบญจ กิติ เขตคลองเตย เมื่อ วันที่ 18 มิ.ย.
กทม.ยังหนักสุด 1.5 พัน
ขณะที่กรมควบคุมโรค (คร.) รายงานจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่ สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,508 ราย 2.บุรีรัมย์ 69 ราย 3.ศรีสะเกษ 50 ราย 4.อุบลราชธานี 50 ราย 5.สมุทรปราการ 47 ราย 6.ร้อยเอ็ด 34 ราย 7.ขอนแก่น 27 ราย 8.อุทัยธานี 23 ราย 9.นครศรีธรรมราช 22 ราย และ 10.สระแก้ว 22 ราย ส่วนรายงานผู้ป่วย รายใหม่มีอาการเข้ารักษาใน ร.พ.หลักหน่วยมี 29 จังหวัด และไม่มีรายงานผู้ป่วย โควิด-19 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำแพงเพชร ชัยนาท ชุมพร นราธิวาส น่าน บึงกาฬ ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต มุกดาหาร ลำปาง ลำพูน สมุทรสงคราม สิงห์บุรี อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และแม่ฮ่องสอน
กลุ่มเสี่ยงควรสวมแมสก์
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า แม้ ศบค.มีมติเห็นชอบให้ปรับระดับพื้นที่สถานการณ์โควิดเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) ทุกจังหวัด และยังเห็นชอบผ่อนคลายให้ถอดหน้ากากได้ นอกอาคารหรือที่โล่งแจ้ง โดยเน้นความสมัครใจของแต่ละบุคคล ซึ่งเริ่มดำเนินการได้หลังประกาศราชกิจจานุเบกษา แต่สำหรับกลุ่ม 608 ที่ไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ควรสวมหน้ากาก เมื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่น รวมทั้งผู้ติดเชื้อ และผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ให้สวมหน้ากากตลอดเวลา เมื่อจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นเช่นเดียวกัน
สำหรับประชาชนทั่วไป หากเป็นสถานที่ภายนอกอาคาร ที่โล่งแจ้ง ถอดหน้ากากได้ แต่ให้สวมหน้ากาก เมื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่น โดยไม่สามารถเว้นระยะห่าง มีความแออัด มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก หรือมีการระบายอากาศไม่ดี เช่น ขนส่งสาธารณะ ตลาด สนามกีฬา หรือสถานที่แสดงดนตรีที่มีผู้ชม ส่วนเมื่ออยู่ภายในอาคารให้สวมหน้ากาก จะถอดได้ในกรณีที่อยู่คนเดียว และกรณีมีกิจกรรมที่จำเป็นต้องถอดหน้ากาก เช่น รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย บริการบริเวณใบหน้า และศิลปะการแสดง โดยให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เมื่อกิจกรรมนั้นเสร็จสิ้น ควรสวมหน้ากากทันที
โพลหนุนสวมแมสก์ต่อ
ส่วนสถานที่ประกอบกิจการหรือกิจกรรมได้กำหนดเงื่อนไข ดังนี้ 1.ผู้ให้บริการ ขอให้สวมหน้ากากตลอดเวลาขณะให้บริการ โดยได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์และเข็มกระตุ้น ให้ตรวจ ATK เมื่อมีอาการ หรือมีความเสี่ยง ส่วนผู้ติดเชื้อ ให้งดมาปฏิบัติงาน และผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงไปทำงานได้ แต่ให้แยกพื้นที่กับผู้อื่น 2.สถานที่ให้ปฏิบัติตามหลักของสุขาภิบาล และอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยจัดให้มีอุปกรณ์และสถานที่ล้างมืออย่างเพียงพอ มีการทำความสะอาด มีการจัดการของเสีย ส้วมและสิ่งปฏิกูลเป็นไปตามมาตรฐาน พื้นที่สัมผัส/อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน ให้ทำความสะอาดอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง จัดให้มีการระบายอากาศ และกำหนดความจุคนในอาคารให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
“จากข้อมูลการสำรวจอนามัยโพลของกรมอนามัย เกี่ยวกับมาตรการสวมหน้ากากตลอดเวลาในสถานที่สาธารณะ และสถานประกอบการ พบว่า ประชาชนร้อยละ 93.3 เห็นว่ายังคงต้องสวมหน้ากากต่อไป มีเพียงร้อยละ 6.7 ที่เห็นว่าให้เลิกทำ ดังนั้น เมื่อต้องสวมหน้ากากทุกครั้ง จึงต้องสวมให้ถูกวิธี และให้กระชับกับใบหน้า” นพ.สุวรรณชัยกล่าว
‘บิ๊กตู่’ขอเข้มมาตรการ 2 ยู
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ย้ำว่า แม้ศบค. ได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อให้มีการประกอบกิจการ กิจกรรมการผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งการปรับเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมดทั่วประเทศ ผ่อนคลายมาตรการสังคม ชุมชนและองค์กรเปลี่ยน เพื่อร่วมเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ระยะ Post-pandemic ต่อไป แต่นายกฯ ยังต้องขอความร่วมมือประชาชนให้ยังคงยึดปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข มาตรการ 2U อย่างแข็งขัน ได้แก่ การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) ซึ่งเป็นการป้องกันตนเองขั้นสูงสุดตลอดเวลาของทุกคน และเร่งรัดฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น (Universal Vaccination) โดยเฉพาะในกลุ่ม 608 เพื่อลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต
‘มาดามแป้ง’ติดโควิด
วันเดียวกัน เพจ Madam Pang-มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ โพสต์แจ้งว่า “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด และผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย ติดโควิด-19 โดยมาดามแป้งระบุว่า ตรวจอาร์ที พีซีอาร์ พบเชื้อโควิด-19 หลังมีอาการชัดเจนเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะนี้มีไข้สูง เจ็บคอ และเริ่มไอหนัก จึงขอ ใช้โอกาสนี้พักรักษาตัวที่บ้าน และแจ้งผู้ที่ใกล้ชิดทุกท่าน อีกทั้งต้องขออภัยงานต่างๆ ที่ไม่สามารถไปร่วมได้ในช่วง การรักษาตัวนี้
สธ.เร่งเช็กคุณภาพวัคซีนฝีดาษ
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบวัคซีนฝีดาษที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เก็บแช่แข็งรักษาไว้ หลังยุติการปลูกฝี เพราะกวาดล้างโรคจนหมดไปในปี 2523 ว่า ขณะนั้นไทยผลิตได้เองเหลือเก็บไว้จนถึงตอนนี้กว่า 40 ปี เป็นวัคซีนลักษณะผง มี 10,000 ขวด ในจำนวน 13 ล็อต ใน 1 ไวอัลฉีดได้ 50 โดส เมื่อคำนวณจะเท่ากับมีประมาณ 5 แสนโดส เบื้องต้นกรมวิทย์นำมาทดสอบประสิทธิภาพผล ปรากฏสามารถฟื้นตัวได้ดี และออกฤทธิ์ได้แรงดี
“วัคซีนฝีดาษชนิดผงนี้ทำมาจากฝีดาษวัว ซึ่งเป็นเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนแรง เป็นวัคซีนรุ่นแรก รูปแบบการนำมาใช้จะสะกิดให้ผิวหนังเป็นแผลและนำผงวัคซีนแตะแปะไว้ ก็จะเกิดเป็นฝีแล้วกลายเป็นสะเก็ดแห้ง จากนั้นก็จะไปสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ในขณะที่วัคซีนฝีดาษปัจจุบันเป็นรุ่นที่สามที่ใช้ฉีดเข้าผิวหนัง” นพ.ศุภกิจกล่าว
นพ.ศุภกิจกล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง มีตนเป็นประธาน มี ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงผู้แทนจาก อภ. มาช่วยกันตรวจทดสอบวัคซีนดังกล่าวว่ายังมีประสิทธิภาพความแรงอยู่หรือไม่ ส่วนที่สองจะต้องตรวจเรื่องสารปนเปื้อน เนื่องจากเก็บไว้นานกว่า 40 ปี แต่คาดว่าจะไม่มีปัญหา เนื่องจากเป็นผงแห้งที่บรรจุในขวดแก้วปิดสนิท คาดว่าจะใช้เวลาตรวจอีก 2 สัปดาห์จะทราบผล ส่วนวัคซีนรุ่นหนึ่งนี้จะสามารถพัฒนารูปแบบการใช้เป็นรุ่นสามได้หรือไม่ ก็กำลังศึกษาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์โรคฝีดาษลิงขณะนี้ดูแนวโน้มว่าจะไม่มีปัญหาร้ายแรง เพราะการติดเชื้อค่อนข้างยาก แต่เราจะไม่ประมาท เรามีวัคซีนอยู่ในมือ 5 แสนโดสอาจจะพิจารณาฉีดกลุ่มเสี่ยง อาจจะมีผลข้างเคียงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบแต่น้อยมาก