นิด้าเปิดผลสำรวจระบุ คนส่วนใหญ่เห็นด้วย ชี้เป็นพืชทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้-รักษาโรค วุฒิฯจี้แก้จุดอ่อน‘พรบ.’

‘นิด้าโพล’ เปิดผลสำรวจส่วนใหญ่กังวลปลดล็อกกัญชา ร้อยละ 42.44 เป็นห่วงเด็กเยาวชนนำไปใช้ ประชาชนยังขาดความรู้ ส่วนร้อยละ 29.62 ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 16.95 ไม่กังวล ขณะที่ร้อยละ 34.81 เห็นด้วยให้ปลดล็อก เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ รักษาโรค ร้อยละ 24.89 ไม่เห็นด้วย ไม่ดีต่อเด็ก-เยาวชน ภาครัฐไม่สามารถควบคุมการใช้ได้อย่างทั่วถึง ด้านกมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา เตรียมเสนอข้อกังวลให้กมธ.สภาผู้แทนฯ แก้จุดอ่อนร่างพ.ร.บ.กัญชา

หนุนปลดล็อกกัญชา ‘นิด้าโพล’ ชี้ร้อยละ 34.81 เห็นด้วยมาก เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ รักษาโรค ขณะที่ร้อยละ 24.89 ไม่เห็นด้วย ไม่ดีต่อเด็ก-เยาวชน ภาครัฐไม่สามารถควบคุมการใช้ได้อย่างทั่วถึง โดยร้อยละ 42.44 กังวลมากต่อการใช้อย่างไม่เหมาะสมในกลุ่มเด็ก ด้านกมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ถกปัญหาการใช้ ข้อกังวลกัญชาเสรี เตรียมเสนอข้อห่วงใยให้กมธ.สภา ผู้แทนฯ ปรับแก้ร่างพ.ร.บ.กัญชา

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ศูนย์สำรวจความ คิดเห็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) หรือนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจประชาชน เรื่องปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด โดยสำรวจวันที่ 13-15 มิ.ย. ประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวม 1,310 ตัวอย่าง การสำรวจอาศัยสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก ของนิด้าโพล สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0

จากการสำรวจพบตัวอย่างร้อยละ 34.81 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ เป็นพืชสมุนไพรใช้เป็นยารักษาโรคได้ รองลงมา ขณะที่ร้อยละ 24.89 ไม่เห็นด้วย เพราะกัญชาไม่ดีต่อเด็กและเยาวชน เป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง บางส่วนระบุว่าประชาชนยังไม่มีความรู้เรื่องกัญชามากพอ และภาครัฐไม่สามารถควบคุมการใช้กัญชาได้อย่างทั่วถึง ส่วนร้อยละ 23.74 ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะกัญชาเป็น พืชมีประโยชน์มากกว่าให้โทษ ใช้เป็น ยารักษาโรคได้ และร้อยละ 16.56 ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะอาจเกิดการเสพติดกัญชา ส่งผลเสียต่อสุขภาพ อาจนำไปใช้ใน ทางที่ผิด

ส่วนความกังวลของประชาชนต่อปัญหาการใช้กัญชาอย่างไม่เหมาะสมในหมู่เด็กและเยาวชน พบตัวอย่างร้อยละ 42.44 กังวลมาก รองลงมา ร้อยละ 29.62 ค่อนข้างกังวล ตามด้วยร้อยละ 16.95 ไม่กังวลเลย และร้อยละ 10.99 ไม่ค่อยกังวล สำหรับความคิดเห็นต่อ รูปแบบการใช้กัญชาของคนไทยในอนาคต พบว่าร้อยละ 34.05 ระบุว่า ใช้ทางการแพทย์ รองลงมาร้อยละ 31.15 ใช้เพื่อการสันทนาการ เช่น สูบ หรือเสพ ตามด้วยร้อยละ 22.21 ใช้ในการประกอบอาหาร หรือเครื่องดื่ม และร้อยละ 12.59 ใช้เพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์

นิด้าโพลระบุว่าเมื่อถามถึงประสบการณ์ เกี่ยวกับกัญชา พบว่าร้อยละ 67.02 ไม่เคยมีประสบการณ์ใดๆ เกี่ยวกับกัญชา ขณะที่ร้อยละ 32.98 เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับกัญชา โดยจำนวนนี้ร้อยละ 60.65 เคยมีประสบการณ์ เกี่ยวกับกัญชาเพื่อประกอบอาหาร หรือ เครื่องดื่ม, ร้อยละ 30.56 เสพหรือสูบกัญชา, ร้อยละ 21.06 ใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค, ร้อยละ 6.94 ปลูกกัญชา, ร้อยละ 1.39 แปรรูปผลิตภัณฑ์กัญชาในเชิงพาณิชย์ และร้อยละ 0.23 ค้ากัญชา

เตือนกัญชา – สสจ.มหาสารคาม ติดป้ายเตือนการใช้กัญชาอย่างปลอดภัยและเหมาะสม ตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วจังหวัด เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนหลังการปลดล็อกกัญชาเสรี

ขณะเดียวกัน นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ส.ว. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา เปิดเผยว่าวันที่ 22 มิ.ย. กมธ.การสาธารณสุขนัดหารือต่อเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง และ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์กัญชา กัญชง ที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการ และตั้งกมธ.พิจารณาเนื้อหา ตามที่กมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภามอบหมายให้ศึกษาล่วงหน้า ในการพิจารณาดังกล่าวเป็นการทำงานเชิงรุกของส.ว. เพื่อศึกษาร่างกฎหมายที่สภาผู้แทนฯ รับหลักการให้เกิดความรอบคอบ กมธ.เชิญหลายฝ่ายเข้าร่วมประชุม อาทิ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมถึงหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ

นพ.เฉลิมชัย กล่าวว่าปัญหาขณะนี้คือกัญชาที่ไม่ผิดกฎหมายต้องมีสารทีเอชซีไม่เกิน 0.2 เปอร์เซ็นต์ แต่จุดอ่อนคือใครจะเป็นผู้ตรวจ ซึ่งต้นกัญชาทุกส่วนมีสารทีเอชซีไม่เกินปริมาณกำหนด ยกเว้น ช่อดอก ดังนั้นต้องให้ช่อดอกกัญชายังเป็นส่วนที่ผิดกฎหมาย สำหรับปัญหาที่สังคมกังวล ส.ว.มีวิธีทำงานที่สามารถส่งข้อเสนอแนะไปยังกมธ.ของสภาฯ อย่างไม่เป็นทางการ เพื่อขอให้พิจารณาข้อห่วงใย และปรับแก้กฎหมาย การทำงานดังกล่าวไม่ถือเป็นก้าวล่วง ไม่มีบทบังคับให้ส.ส.ต้องพิจารณาทำตาม เพราะการพิจารณาของกมธ.ชั้นส.ส.มีความเป็นอิสระ แต่เมื่อร่างกฎหมายหากผ่านวาระสามของส.ส. แล้วต้องส่งต่อมายังส.ว. หากเนื้อหาปรับแก้ไขให้รอบคอบรอบด้าน จะผ่านไปได้รวดเร็ว แต่หากมีประเด็นที่ส.ว.ปรับแก้ ต้องใช้เวลาอีกนาน

วันเดียวกัน นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่ายังไม่มีรายงานเรื่องการสูบ หรือใช้กัญชาจนเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ถึงกับต้องเข้ารักษาตัวในร.พ.เขตพื้นที่ จ.มหาสารคาม ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขึ้นป้ายแจ้งเตือนทุกหน่วยงานบริการสาธารณสุขทุกอำเภอ 13 แห่ง และร.พ. 13 แห่ง ให้ใช้กัญชาอย่างปลอดภัยและเหมาะสมไม่สูบเพื่อสันทนาการ หรือความบันเทิง ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ และผิดพ.ร.บ. สาธารณสุข มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน