เพื่อไทยไม่หวั่น ถูกร้องขนคนตีงู

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ฝ่ายค้านเย้ย‘สุชาติ’ กลัวซักฟอก ผวาถูกเปิดแผล มั่นใจญัตติเชือดไม่สะดุด ย้ำเพิ่มชื่อก่อนถึงมือประธานสภาสามารถทำได้ ก้าวไกลขู่จัดหนักแน่ เพื่อไทยโต้จ้างคนฟังปราศรัยที่ศรีสะเกษ ยันคนนับหมื่นสมัครใจมาฟังเอง น้องแรมโบ้ลั่นยื่นร้องกกต.แน่สัปดาห์นี้ ภูมิใจไทยไม่กังวล เพื่อไทยจัดทัพใหญ่‘ไล่หนู ตีงูเห่า’ วอนอย่าเทียบจำนวนคนมาฟังปราศรัย ให้ดูที่การทำงาน ‘อุตตม’นำพรรคสร้างอนาคตไทย ทัวร์กาฬสินธุ์-มหาสารคาม ปชป.บุกปัตตานี ชูนโยบายชายแดนใต้เมืองมั่นคงด้านอาหาร

เลขา‘ชวน’ยันไม่เคยมีญัตติเถื่อน
วันที่ 19 มิ.ย. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผอ.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขอให้ตรวจสอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ที่อ้างว่าเป็นญัตติเถื่อน จะใช้เวลาตรวจสอบกี่วัน ว่า ประมาณ 7 วัน ในสัปดาห์นี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ต้องพิจารณาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อถามว่าญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นต้องนำกลับไปตรวจสอบความถูกต้อ งอีกครั้งหรือไม่ นายสมบูรณ์กล่าวว่า ไม่จำเป็น แต่ต้องตรวจสอบว่ารายชื่อที่ยื่นครบถ้วนหรือไม่ เป็นไปตามรายชื่อ ผู้ยื่นจริงหรือไม่

เมื่อถามว่าในอดีตเคยมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องญัตติเถื่อนหรือไม่ นายสมบูรณ์กล่าวว่า ไม่เคยมี ปกติยื่นตามระบบ ยื่นผ่านประธานสภา จากนั้นประธานสภาจะตรวจสอบความถูกต้องการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องตรวจสอบว่ามีส.ส.ลงชื่อยื่นญัตติครบตามจำนวนหรือไม่

เมื่อถามว่าหากญัตติจะมีปัญหาจะมาจากเงื่อนไขใด นายสมบูรณ์กล่าวว่า 1.ส.ส.ร่วมลงชื่อเสนอญัตติไม่ครบ 2.ญัตติไม่ตรงกับเรื่องบริหารงานของรัฐบาล สภาจะพิจารณาเรื่องญัตติที่ยื่นเข้ามาตามระบบ เมื่อจะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจและมีการเพิ่มรายชื่อผู้ถูกอภิปรายในญัตติมาทีหลังไม่ใช่ เรื่องของสภา เมื่อถามว่า ประธานสภากังวลใจในส่วนนี้หรือไม่ นายสมบูรณ์กล่าวว่า ไม่เป็นกังวล ต้องตรวจสอบ ตามข้อบังคับ ยึดถือตามรัฐธรรมนูญเป็น หลัก

เล่นโยคะ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมกิจกรรมวันโยคะสากล จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร โดยวิ่งจากบ้านพักย่านทองหล่อไปถึงสถานที่จัดงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.

กก.เย้ยสุชาติ-กลัวถูกเปิดแผล
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.พรรค ก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีนาย สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ขอให้ตรวจสอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยกล่าวหาเป็นญัตติเถื่อน มีการเพิ่มชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายจาก 10 เป็น 11 คน โดยที่ ส.ส.ที่เข้าชื่อยื่นอภิปรายไม่รู้ล่วงหน้า ว่า เรื่องรายละเอียดไม่ทราบ แต่การตรวจสอบรัฐมนตรีชื่อ นายสุชาติ อยู่ลำดับต้นๆ เกือบทุกครั้ง ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเถื่อนไม่เถื่อน แต่โฟกัสที่ฝ่ายบริหารที่เป็นครม. ควรพอใจกับการตรวจสอบ มากกว่าดิ้นรนหาเหตุไม่ให้ถูกตรวจสอบ นั่นหมายถึงการแสดงอาการหวาดกลัวการตรวจสอบ หรือมีแผลข้างหลัง มากหรือเปล่าถึงกลัวการตรวจสอบ

รัฐมนตรีที่สุจริตจริงต้องไม่กลัวการตรวจสอบ เพราะจะได้มีพื้นที่ชี้แจงต่อประชาชนในสภา การตรวจสอบจึงเหมือนการเอาน้ำเกลือ ทิงเจอร์ ไปราดหลัง ถ้าคนที่หลังไม่มีแผลจะได้โชว์ว่าหลังสะอาด แต่ถ้าหลังมีแผลการเอาน้ำเกลือ ทิงเจอร์ ไปราดอาจทำให้ร้อน แสบจนทนไม่ได้ การแสดงอาการแบบนี้เป็นการแสดงความหวาดกลัว ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า มีแผลเยอะ อย่าไปเล่น เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เห็นความหวาดกลัว รัฐมนตรีควรสง่างามในเรื่องของการตรวจสอบ ชี้แจงอย่างองอาจ คิดว่านายสุชาติ ควรเตรียมข้อมูลมาตรวจสอบ มาชี้แจงในสภาดีกว่ามาดิ้นรนว่าเป็นญัตติเถื่อน เบี่ยงประเด็น เรื่องของ ผู้มีอิทธิพลนอกพรรคฝ่ายค้าน ยิ่งแสดงอาการยิ่งเสียหายกับตัวเอง

มั่นใจญัตติซักฟอกไม่สะดุด
เมื่อถามว่าอาจมีเหตุให้อภิปรายไม่ไว้วางใจสะดุดหรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า ในความเห็นไม่มี การแถลงข่าวจะยื่นอภิปราย 10 คน จะเพิ่มหลังแถลงข่าวเป็น 11 คน ก็เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน การจะมาเพิ่มชื่อก่อนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่เรื่องแปลก ทำได้เสมอ เมื่อมีเหตุก็เพิ่มขึ้นมา ไม่ใช่ประเด็นที่รัฐบาลจะมายุ่ง รัฐบาลควรอกผายไหล่ผึ่ง กล้าจะให้ตรวจสอบ ถ้าสะอาดอย่ากลัวน้ำเกลือหรือทิงเจอร์

เมื่อถามว่าจะมีเงื่อนไขอะไรที่ทำให้ญัตติมีปัญหา นายธีรัจชัยกล่าวว่า ต้องเป็นการยื่นญัตติให้ประธานสภาไปแล้ว แต่มาเติมรายชื่อทีหลัง รวมทั้งเป็นกรณียื่นญัตติไปแล้ว แต่ไม่มีลายเซ็นส.ส.ร่วมเสนอญัตติให้ครบ แล้วมาเติมลายเซ็นส.ส.ใหม่ อาจมีปัญหาได้ แต่ถ้าลักษณะดังที่เป็นข่าวอย่างไรก็ไม่มีทางทำให้สะดุดอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าพรรคจัดส.ส.เตรียมอภิปรายกี่คน นายธีรัจชัยกล่าวว่า ยังไม่มีตัวเลข แต่พรรค ก.ก.มี ส.ส.ปีกแรงงาน 4 คน มีการเตรียมข้อมูลตรวจสอบกระทรวงแรงงานมาโดยตลอด จะเป็นอย่างไรต้องรอดูวันอภิปราย ตอนนี้ยัง ไม่เปิดเผย ไม่ว่ารายชื่อรัฐมนตรีคนใดหรือประเด็นอะไร แต่เต็มที่ทุกคน รับรองมีรายละเอียดมาก เมื่อถามว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะเจอแผลใหญ่หรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า เท่าที่ทราบมีหลักฐานชัดเจน น่าจะหนัก อาการสาหัสพอสมควร ใครบ้างเดี๋ยวคอยดู

โวยญัตติเชือด-ดูตลก
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค ก.ก. กล่าวกรณีนายสุชาติระบุญัตติซักฟอกเป็นญัตติเถื่อนว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านดำเนินการตามกระบวนการอยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร รัฐมนตรีก็เตรียมตัวชี้แจ้งต่อสภาดีกว่าไม่ต้องมาเล่นเกมการเมืองให้เสียเวลา ไม่ได้มีประเด็นอะไร ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมาพูดเรื่องพวกนี้เพราะว่าในฐานะที่นายสุชาติอยู่ในครม.ก็ต้องพร้อมถูกตรวจสอบและต้องชี้แจ้งอยู่แล้ว พอมาพูด เรื่องนี้มันตลก ประชาชนคงตั้งคำถามว่า ไม่พร้อมถูกตรวจสอบหรือชี้แจงข้อกล่าวหาหรือเปล่า

เมื่อถามถึงว่าคิดว่าการอภิปรายจะผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า คงไม่ง่าย สำหรับครม.หรือนายกฯก็ตาม ถึงเวลาแล้วไม่สามารถชี้แจงได้ก็ไม่ง่าย เพราะรอบนี้กฎหมาย 2 ฉบับได้แก่ ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ร่างพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ทั้งสองร่าง วิปรัฐบาลก็มีมติไม่รับ แต่สุดท้ายก็ผ่านทั้งสองร่าง คิดว่ามีหลายเหตุผลที่ผ่านเรื่องหนึ่ง คือเอกภาพ เสถียรถาพของรัฐบาล ความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลต่อการลงมติในญัตติซักฟอกแน่นอน

เชื่อมีโอกาสล้มตู่
เมื่อถามว่าทางพรรคก้าวไกลเตรียม ส.ส.ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจกี่คน นายพิจารณ์กล่าวว่า ต้องขออนุญาตสงวนข้อมูลว่าจะอภิปรายกี่คน และอภิปรายรัฐมนตรีคนไหนบ้าง ขอไปเปิดเผยใกล้วันอภิปราย

เมื่อถามว่ามั่นใจไหมว่าจะล้มรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ได้ นายพิจารณ์กล่าวว่า ข้อมูลที่เตรียมมาหลายเรื่องก็หนักหนาสำหรับนายกฯ และรัฐมนตรี หลักฐานหลายๆ อย่างก็ไม่น้อยไปกว่าการอภิปราย 2-3 ครั้งที่ผ่านมา แล้วก็เป็นช่วงปลายสมัยของอายุสภา ใกล้เลือกตั้ง รวมถึงเอกภาพของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลก็คิดว่ามีโอกาสที่จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ตายคาสภาได้

ชัยวุฒิรับต้องเคลียร์‘พิเชษฐ’
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. หัวหน้ากลุ่ม 16 ส.ส. ระบุ มีรัฐมนตรีหลายคนที่จะ ไม่โหวตให้ โดยมีชื่อนายชัยวุฒิ อยู่ด้วย กังวลเรื่องนี้หรือไม่ว่า ก็ต้องกังวล หากโหวตสวนมันก็ไม่ดี ก็ต้องไปทำความเข้าใจว่ามีประเด็น มีข้อมูลอะไรที่ทำให้ไม่ไว้วางใจเรา ซึ่งต้องชี้แจงกันและ ดูตอนอภิปรายด้วย การโหวตก็เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.แต่ละคน คงไม่ สามารถใข้มติพรรคบังคับได้

เมื่อถามถึงความพร้อมในการชี้แจงต่อฝ่ายค้าน นายชัยวุฒิกล่าวว่า โดยหลักคงจะชี้แจงเอง เพราะรู้ข้อมูลอยู่แล้วว่าเราทำอะไรไป แล้วมีประเด็นอะไรที่เขาสงสัย คิดว่าเรื่องการอภิปรายไม่น่าห่วงอะไร ส่วนทีมของพรรคก็จะมีทีมส.ส.ค่อยช่วยประท้วง หรือควบคุมการประชุมหากมีการพูดอะไรที่ผิดข้อบังคับ เพื่อให้บรรยากาศการประชุมเดินหน้าไปได้ราบรื่น

ไม่ห่วงโหวต-เสียงรัฐบาลพอ
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายตัวนายชัยวุฒิถึงมีความประพฤติเสื่อมเสียทางศีลธรรมอันดี กังวลว่าจะถูกนำเรื่องส่วนตัวมาอภิปรายในสภาหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ไม่รู้ว่าจะพูดเรื่องอะไร แต่คิดว่าการพูดเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับประเด็น ก็ไม่น่าเป็น สิ่งที่ถูกต้องในการอภิปรายในสภา

เมื่อถามว่ามั่นใจเสียงโหวตหนุนในญัตติซักฟอกจะเรียบร้อยเหมือนการ โหวตพ.ร.บ.งบประมาณ66 นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ภาพรวมเสียงของรัฐบาลก็ เยอะกว่าอยู่แล้ว มีเสียงที่เพียงพอที่จะผ่านอยู่แล้ว แต่ก็ต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจกัน

พท.แจงเพิ่มสุชาติคนสุดท้าย
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีนายสุชาติ ระบุการยื่นซักฟอก ฝ่ายค้านเป็นญัตติเถื่อน ว่า ยืนยันการ ยื่นญัตติดังกล่าวทำถูกต้องทุกขั้นตอน ไม่ได้เป็นอย่างที่นายสุชาติกล่าวหา ชื่อ นายสุชาติอยู่ในโผถูกยื่นซักฟอกตั้งแต่รอบแรกๆ ที่มีเสนอชื่อเข้ามา 13-14 คน แต่ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่ามากเกินไป อยากให้เอาเฉพาะคนที่มีหลักฐานชัดเจนจริงๆ การมีรายชื่อรัฐมนตรี 10 คนที่จะถูกยื่นซักฟอกตอนนั้นก็ยังไม่นิ่ง ชื่อนายสุชาติก็เข้าๆ ออกๆ ตลอดเวลา แต่สุดท้ายเมื่อผู้อภิปรายยืนยันจะอภิปรายและที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านก็เห็นด้วย จึงใส่ชื่อนายสุชาติเข้าไปเป็นคนสุดท้าย สามารถทำได้ตราบใดที่ยังไม่ยื่นญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา

ที่อ้างว่า ส.ส.ที่เข้าชื่อยื่นญัตติเข้าใจ ว่ามี ส.ส.ถูกยื่นอภิปรายแค่ 10 คน ไม่ใช่ 11 คนนั้น ตอนที่ส.ส.ลงชื่อก็ไม่มีใครทราบจะมีรัฐมนตรีคนใดถูกยื่นอภิปรายบ้าง เพราะต้องเก็บรายชื่อผู้ถูกอภิปรายเป็นความลับ ไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล กลัวจะมีการเจรจาให้ถอนชื่อหรือให้อภิปรายเบาๆ และชื่อที่จะยื่นอภิปรายตอนนั้นก็ยังไม่นิ่ง จะมีแค่ 10 คนหรือไม่ ตอนที่ส.ส.ลงชื่อทุกคนก็ไม่รู้จะมีกี่คนถูกยื่นอภิปราย เพราะชื่อยังไม่ชัดเจน จะทราบชัดเจนคือตอนยื่นชื่อต่อประธานสภา แต่ทุกคนรู้ว่าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่

โต้จ้างคนฟังปราศรัยศรีสะเกษ
ญัตติจะสมบูรณ์ไม่สามารถแก้ไขได้ต่อเมื่อประธานสภารับญัตติไปแล้วเท่านั้น แต่ก่อนที่จะยื่นญัตติอย่างเป็นทางการ จะเพิ่มหรือลดรายชื่อก็เป็นการคุยกันระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน การที่นายสุชาติเดินเกมเช่นนี้ ไม่รู้เพราะอะไร หากกลัวจะได้คะแนนอภิปรายน้อยที่สุดแล้วอาจถูกปรับออกจาก ครม.ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะนายสุชาติเป็นคนใกล้ชิด นายกฯ โอกาสถูกปรับออกคงยาก แต่ถ้าได้แต้มน้อยเกินไปก็คงดูไม่สวยเท่าไร

ส่วนกรณีนายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารมว.ประจำสำนักนายกฯ น้องชายนายเสกสกล อัตถาวงศ์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ขู่จะร้องกกต.เอาผิด พท.ลงพื้นที่หาเสียง จ.ศรีสะเกษ ในกิจกรรม “ไล่หนู ตีงูเห่า” เมื่อ 18 มิ.ย. เข้าข่ายซื้อสิทธิ์ขายเสียงและหาเสียงล่วงหน้า เพราะมีการเกณฑ์คนไปฟังปราศรัยโดยจ่ายเงินค่าจ้าง และมีการแจกเสื้อนั้น พท.ไม่ได้ทำอะไรผิดยังไม่มีการเลือกตั้งจะผิดกฎหมายเลือกตั้งได้อย่างไร ยืนยันไม่มีการขนคนมาฟังการปราศรัยโดยให้ค่าจ้าง เหตุที่มาคนมาฟังปราศรัยเป็นหมื่นๆ คน เพราะห่างหายจากบรรยากาศการหาเสียงแบบนี้มานาน จึงตื่นตัว เป็นการมาด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่เฉพาะแค่ชาวศรีสะเกษแต่มีประชาชนจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก พท.พร้อมชี้แจงต่อกกต.อย่าไปคิดมาก ไม่มีการทำผิดกฎหมายแน่นอน

สนธิญาจ่อร้องกกต.เอาผิดพท.
นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเอาผิด พท.ที่จัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ภายใต้ชื่อ “ไล่หนู ตีงูเห่า” ว่า สัปดาห์นี้มอบหมายให้นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากมธ. การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภา ผู้แทนราษฎรไปยื่นเรื่องกับ กกต. ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอเรื่องต่อ กกต. ซึ่งได้พูดคุยกับนายสนธิญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานและการตรวจสอบ ว่ามีการทำผิดกฎหมายหรือเงื่อนไขในข้อใดบ้าง แล้วทำไม กกต.ปล่อยให้มีการขนคนเข้ามายังสถานที่ราชการ มีการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ทำลายการปฏิบัติหน้าที่ของการท่าอากาศยาน อีกทั้งการขนคนมาลักษณะเช่นนี้ซึ่งคงไม่มีชาวบ้านคนใดมาด้วยความสมัครใจ และใส่เสื้อสีเดียวกันมาพร้อมกันทั้งหมด เป็นลักษณะการเกณฑ์และขนคนมา จึงต้องมาดูว่ามีการว่าจ้างกันอย่างไรหรือไม่ เรื่องนี้ กกต.จะต้องลงไปตรวจสอบ โดยเฉพาะ กกต.ในพื้นที่ทั้ง กกต.อุบลฯ และกกต.ศรีสะเกษ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ยิ่งเลขาฯ พท. ระบุว่าเมื่อยังไม่มีการ เลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวไม่ถือว่า ผิดกฎหมายนั้น เรื่องนี้ต้องถามทาง กกต.ว่าการทำในลักษณะดังกล่าวล่วงหน้าทั้งเรื่องการสัญญาและการกระทำที่ชอบหรือไม่ชอบทางกฎหมายทำได้ หรือ กกต.ต้องดูว่าเหมาะควรอย่างไรและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถือเป็น เรื่องของ กกต. ที่ต้องตรวจสอบ ข้อเท็จจริง

การที่พรรคเพื่อไทยออกมาบอกว่ายังไม่มีการเลือกตั้งดำเนินการอะไรก็ได้ ขอถาม กกต.ว่า ถ้าตนไปซื้อเสียงหัวละ 1,000 บาทก่อนมีเลือกตั้งก็ไม่ผิดอย่างนั้นหรือ จำเป็นต้องรอให้มีกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมาก่อนหรือถึงจะมีความผิด เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกกต.ที่ต้องออกมาชี้แจง ซึ่งทางเราก็จะไปยื่นเรื่องเพื่อให้มีต้นเรื่องเสียก่อน

ภท.ไม่กังวลพท.ลุยศรีสะเกษ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวกรณี พท.ลงพื้นที่จ.ศรีสะเกษใช้ชื่อ “ไปศรีสะเกษ ไล่หนู ตีงูเห่า” ที่ผ่านมาว่า เป็นเรื่องธรรมดาของการทำการเมือง แต่อยากให้เป็นการเมืองแบบสร้างสรรค์ชูนโยบายให้ประชาชนรับรู้ ให้ประชาชนเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์มากกว่าการมาด่าทอกัน เพราะถือว่าเป็นการเมืองรูปแบบเก่า และการจะเปรียบเทียบว่ามีคนเข้าฟังจำนวนมากก็ไม่ได้เป็นตัวแปรอะไรได้ เพราะงานที่ ภท.จัดเป็นคนละรูปแบบกับงานของ พท.จัด ที่เน้นพูดปราศรัย ปลุกใจพูดเอาดุเด็ดเผ็ดมันเฉยๆ แล้วก็จากไป ส่วนของ ภท.ที่จัดนั้นเป็นการปราศรัยและ มีเวิร์กช็อป รับฟังปัญหาจากชาวบ้านในพื้นที่แล้วนำปัญหานั้นมาแก้จริงๆ ฉะนั้นจะดูกันที่ปริมาณคนเข้าฟังไม่ได้

ส่วนตัวเป็นส.ส.เขต เมื่อมีการประกาศเปิดตัว 9 ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ครบทุกเขตในศรีสะเกษของ พท.ก็ไม่กังวลอะไรมาก เพราะไม่ได้กระทบกับเขต ของตน อีกทั้งตนสู้กับ พท.มานานหลายสิบปีแล้ว เรื่องกิจกรรมทางการเมืองแบบนี้ยังถือเป็นเรื่องเก่า สุดท้ายแล้วคนที่ทำงานก็จะได้อยู่

รับต้องขยันมากขึ้น
นายสิริพงศ์กล่าวว่า แต่การมาของ พท.ครั้งนี้จะทำให้ส.ส.ที่มีอยู่เดิมของเรารู้ตัวเองดีว่าต้องทำงาน ทำงาน และขยันมากขึ้นก็เท่านั้นเอง จริงอยู่เมื่อหลายปีก่อนศรีสะเกษ พท.ชนะและต้องยอมรับว่า ภท.เป็นรอง แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ประชาชนเขาเลือกคนไม่ได้เลือกพรรค เห็นได้จากเลือกตั้ง กทม.ที่ผ่านมา ดังนั้นทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ ชาวบ้านเขารู้ว่าใครเป็นคนทำงาน

ส่วนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า ภท. ประกาศว่าศรีสะเกษจะชนะยกจังหวัดนั้น หมายถึงชนะทุกเขตที่ ภท. ส่งผู้สมัคร นั่นคือแค่ 6 เขตเท่านั้น ทุกวันนี้ไม่ได้กังวลกับการมาของ พท. อาจจะมีโดนต่อว่าจากในโซเชี่ยลมีเดียซึ่งเป็นคนนอกพื้นที่บ้าง แต่คนในพื้นที่ของเรามีแต่คนให้กำลังใจ

สอท.ลั่นปักธงกาฬสินธุ์-สารคาม
วันเดียวกัน พรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน ลงพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ อ.หนองกุงศรี และกุฉินารายณ์ และ อ.เมือง จังหวัดมหาสารคาม พร้อมเปิดตัว ผู้แสดงเจตจำนงลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคประกอบด้วย นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ์ เขต 3 นายนิพนธ์ ศรีธเรศ กาฬสินธุ์ เขต 5 และ น.ส.นงลักษณ์ ทุ่งจันทร์ มหาสารคาม เขต 1 แต่ละ พื้นที่มีประชาชนร่วมกิจกรรมราว 500-600 คน

นายอุตตมกล่าวว่า การลงพื้นที่จ.กาฬสินธุ์และมหาสารคาม ต่อเนื่องจากจ.อุดรฯ มาเพื่อพบปะประชาชน พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. พบว่ามีเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เนื่องจากพี่น้องชาวอีสานรับรู้ว่านายสมคิดเป็นมือเศรษฐกิจที่อยู่เบื้องหลังนโยบายสำคัญๆ ในรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัย วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน ต้องได้รับการดูแลแก้ไขเป็นอันดับแรก และสอท.มีบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมากที่สุด โดยเฉพาะว่าที่แคนดิเดตนายกฯ รับรู้กันว่าคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาแก้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ขณะนี้

มั่นใจชื่อ‘สมคิด’ขายคนอีสานได้
ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวว่า สอท.เล็งส่งผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสานให้ครบทุกเขต ยึดคุณสมบัติตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นหลัก หากมั่นใจว่าคนที่อาสามาร่วมกับพรรคเป็นคนดี คนเก่ง มีความรู้และตั้งใจจริงที่จะดูแลพี่น้องประชาชน พรรคจะส่งลงโดยไม่สนใจว่าพื้นที่นั้นจะมีเจ้าของพื้นที่เดิมเป็นใครหรือพรรคใด พื้นที่อุดรฯ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ที่เพิ่งเปิดตัวไป เป็นตัวอย่างว่าเรามั่นใจในตัวผู้แสดงเจตจำนงว่าเป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ เป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชนได้จริง พรรคก็พร้อมส่ง โดย ไม่เอาเรื่องพื้นที่หรือของพรรคไหนมาเป็นเงื่อนไข

ด้านนายสุพลกล่าวว่า หลังจากลง พื้นที่อย่างต่อเนื่องพบว่าได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนมากขึ้นเป็นลำดับ วันนี้คนอีสานรู้สึกเบื่อหน่ายกับความ ขัดแย้งทางการเมือง หรือการเล่นการเมืองแบบเก่าๆ เพราะที่ผ่านมาประชาชนไม่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะปัญหาปากท้องวันนี้ ประชาชนต้องการคนที่ความรู้ความสามารถทางเศรษฐกิจเข้ามาช่วยแก้ปัญหา จึงมั่นใจว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในภาคอีสานได้อย่างแน่นอน

ปชป.พบสมาชิกชายแดนใต้
วันเดียวกัน ที่โรงแรมเซาท์เทิร์น วิว อ.เมือง จ.ปัตตานี นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมพบปะกับแกนนำและสมาชิก ปชป.กลุ่มพี่น้องไทยพุทธ มีนายสุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.เขต 8 พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี ทั้ง 4 เขต กก.บห.พรรค เข้าร่วมกว่า 500 คน

นายนิพนธ์ กล่าววันนี้มาพบพี่น้องเพราะเตรียมการทำนโยบายใหม่ ปชป.จะได้วางเป็นนโยบายเลือกตั้งสมัยหน้า ซึ่งจะเป็นนโยบายที่เกิดจากความต้องการและประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กำลังคิด กำลังหาข้อมูลโครงการขึ้นมาใหม่ ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อก่อนติดอยู่กับกับดักความมั่นคง หมายถึงการใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธ แต่ต่อจากนี้ไปเราจะมองมิติเมืองชายแดนภาคใต้ใหม่ ให้เป็นเมืองความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญต่อไปนี้

สมาชิกปชป. – นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พูดคุยผ่านระบบซูมกับแกนนำและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กลุ่มพี่น้องไทยพุทธ ซึ่งพบปะกันที่โรงแรมเซาท์เทิร์น วิว อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.

‘ชวน’ร่วมงานผ่านระบบซูม
พวกเราจะทำให้เป็นพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ผลิตอาหาร สามารถเลี้ยงคนทั้งประเทศและทั้งโลกได้ สิ่งที่เน้นหนักคือต้องปรับการผลิตของพี่น้องเกษตรกร ที่เน้นการผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น ดังนั้น เหตุที่ปชป.ต้องเอากระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ มาดูแล เหตุเพราะเมื่อกระทรวงเกษตรผลิต กระทรวงพาณิชย์ก็ต้องทำการตลาด ทั้งสองกระทรวงจึงต้องช่วยกันคิดว่าเมื่อเกษตรกรผลิตแล้วจะมีตลาดรองรับที่ไหน คือที่มาของเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงต้องแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือปัญหาความยากจน ปัญหาปากท้อง คือสิ่งที่เราต้องทำโดยเร็ว

นอกจากนี้ ในเวทีพบปะ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังร่วมพูดคุยกับกลุ่มพี่น้องประชาชนไทยพุทธในพื้นที่จ.ปัตตานี ผ่านระบบ Zoom อีกด้วย

จี้ปล่อยเพื่อนเรา-ไล่ประยุทธ์
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่ม 14 ขุนพล คนของราษฎร ร่วมกับกลุ่มก็มาดิแก๊ส และกลุ่มเพื่อนกัญปฏิวัติ รวมตัวเพื่อเตรียมจัดกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง” ในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 โดยมีตัวแทนเล่นดนตรีสดเพื่อความผ่อนคลายเป็นระยะๆ

ต่อมาเวลา 17.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมภายใต้ชื่อ “กลุ่มประชาชนอิสระ เรียกร้องปล่อยเพื่อนเรา” ประมาณ 50 คน ร่วมกันเดินเท้าและขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรช่องทางการจราจรมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยใช้ถนนอโศก-ดินแดง ฝั่งขาเข้า แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนประมาณ 1 กองร้อย ที่ตั้งขบวนปิดถนนอยู่บริเวณหน้าปากซอยบุญอยู่ ก่อนกลุ่มผู้ชุมนุมมาหยุดรวมตัวกันที่บริเวณสี่แยกดินแดง เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนยืนหน้ากระดานเรียงหนึ่งเพื่อปิดถนนฝั่งขาเข้า เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถเคลื่อนขบวนไปได้ โดยมีตัวแทนบางรายยืนเผชิญหน้าชูป้าย อาทิ หยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชน, ปล่อยเพื่อนเรา, ดำรงความยุติธรรม และยกเลิก ม.112 พร้อมเปล่งเสียงตะโกน “ปิดถนนทำไม ชาวบ้านเขาเดือดร้อน”

ไล่นายกฯ – กลุ่มประชาชนอิสระ ชูป้ายเรียกร้องปล่อยเพื่อนเรา และขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บริเวณสี่แยกดินแดง โดย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคฝ.คอยดูแลควบคุมสถานการณ์ เมื่อ วันที่ 19 มิ.ย.

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้ยุติการชุมนุม พร้อมชูป้ายประกาศให้ยุติการชุมนุม ก่อนทางเจ้าหน้าที่จะเปิดเส้นทางการจราจรตามปกติ ส่วนผู้ชุมนุมยังคงกระจายกำลังตามสถานที่ดังกล่าว โดยไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง

ต่อมาเมื่อเวลา 18.35 น. ที่ทางบาทวิถีบริเวณแยกดินแดง กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวยืนชู 3 นิ้ว พร้อมร่วมกันเปล่งเสียงตะโกน ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์ คืนสิทธิการประกันตัว ยกเลิก 112 รวมทั้งหมด 3 ครั้ง ก่อนตัวแทนจะประกาศยุติการชุมนุมในทันที โดยไม่มีเหตุรุนแรงหรือเผชิญหน้าปะทะกับทางเจ้าหน้าที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน