พท.โวซักฟอกมีใบเสร็จน็อก

ฝ่ายค้านโวยกลางสภา ครม. เบี้ยวตอบกระทู้ถามสด ‘สุชาติ’ไม่ไว้หน้า เฉ่งนายกฯ ไม่รับผิดชอบ ฝากเตือนต้องให้เกียรติสภา ถ้าติดภารกิจต้องมอบหมายรัฐมนตรีที่มาแทนได้ อย่าดีแต่สั่งเหมือนทหาร โฆษกรัฐบาลยัน‘บิ๊กตู่’พร้อมชี้แจงศึกซักฟอกทุกเมื่อ เพื่อไทยเตรียม 15 ขุนพลถล่ม คุยมีข้อมูลใหม่ พร้อมใบเสร็จมัดนายกฯ-รมต.ทุจริต ขู่ส่งไม้ป.ป.ช.เชือดซ้ำ ‘ครูโอ๊ะ’ย้ำไม่ไขก๊อกพ้น รมช.ศึกษาฯ ปลัดมหาดไทยชี้เร็วไปถ้าจะปลด‘สุนทร’ พ้นนายกอบจ.ปราจีนบุรี

‘บิ๊กตู่’ชูพลังสตรีขับเตลื่อนศก.-สังคม
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานกล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก ประจำปี 2565 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานจาก 52 ประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตื่นเต้นเพราะมาอยู่ท่ามกลางสาวๆ จากหลายประเทศ และจากที่ได้ฟังการพูดคุยแล้วมั่นใจในพลังของสตรี สตรีมีหลายบทบาท บทบาทแรกคือการเป็นภรรยา อันดับสองคือความเป็นแม่ของลูก และยังเป็น ผู้ประกอบการหารายได้เข้าสู่ครอบครัว เป็นผู้รักษาความสงบ เวลาผู้หญิงพูดเราต้องเชื่อเพราะมีการกลั่นกรองมาเรียบร้อยแล้ว วันนี้ดีใจที่ได้มาพบกับทุกคน ยินดีต้อนรับในนามเป็นเจ้าบ้านที่ดี ประเทศไทยเป็น ดินแดนแห่งรอยยิ้ม ทุกคนคงทราบดีว่าเราเจอสถานการณ์ร่วมกันทั้งโควิด สถานการณ์ความขัดแย้งและปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าเราร่วมมือกันจะสามารถก้าวข้ามปัญหาไปได้ ที่ผ่านมาเราได้ผ่านความยากลำบากมาหลายอย่าง วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่จะได้ไปมาหาสู่ระหว่างกัน

“ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงสำคัญ รัฐบาลไทยได้ริเริ่ม เดินหน้า และดำเนินการพัฒนาประเทศในทุกมิติ รวมถึงการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนการสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงได้แสดงศักยภาพของตนเอง รวมถึงการ ขับเคลื่อนแผนพัฒนาสตรี เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้หญิง ทุกกลุ่มทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้สังคมตระหนักว่า ความเสมอภาคเป็นเป้าหมายที่สังคมต้องการ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

หนุนความเสมอภาคระหว่างเพศ
สตรีมีบทบาทในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งในฐานะผู้บริโภคและในฐานะผู้ผลิต โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งสำคัญ สร้างความเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ผู้หญิงกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม หนึ่งในตัวอย่างเป็นรูปธรรมคือ การส่งเสริมบทบาทผู้หญิงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยังนำไปสู่สันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้

โดยรัฐบาลเชื่อมั่นในศักยภาพผู้หญิง ได้จัดสรรงบประมาณในการส่งเสริมอาชีพ ให้ความรู้และช่องทางการตลาด นอกจากนี้ ยังมีผู้หญิงเป็นผู้สอดส่องดูแล ดูแลความสงบเรียบร้อยในชุมชน โดยช่วงโควิด-19 อสม.กว่าล้านคนที่มากกว่า 90% เป็นผู้หญิง ที่คอยดูแลสุขภาพ กระตุ้นเตือนให้คนออกมารับการฉีดวัคซีน

ไทยได้ร่วมรับรองเอกสารวาระการดำเนินงานในการสร้างความตระหนักในเรื่องการส่งเสริมขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของสตรีในอาเซียนร่วมกับผู้นำอาเซียน และมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 ของสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายที่ 5 ได้แก่ การบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน โดยประเทศไทยยังจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกด้านสตรีและเศรษฐกิจ ในเดือนก.ย.นี้อีกด้วย

“การจัดประชุมนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ และส่งเสริมบทบาทสตรีในการพัฒนาเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

โยนโฆษกรัฐตอบปมซักฟอก
ก่อนหน้านี้เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถึงการเตรียมชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งฝ่ายค้านยื่นอภิปรายนายกฯและรัฐมนตรีอีก 10 คนว่า มอบหมายให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจงแทน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์พร้อมชี้แจงและฝากกับบรรดารัฐมนตรีที่มีชื่อในญัตติเตรียมความพร้อมเรื่องข้อมูลต่างๆ และเตรียมตัวชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย 5 วัน นานเกินไปหรือไม่ นายธนากรกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาให้ประชาชน เข้าใจว่าการอภิปรายนั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) มี ประชุมครม.อยู่แล้ว

ส่วน 5 วันนานไปหรือไม่เรื่องนี้ คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) คงหารือกัน แต่ยืนยันว่า นายกฯ พร้อมชี้แจงทุกเมื่อ ส่วนทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็เตรียมทีมสนับสนุนไว้ตลอด และมอนิเตอร์ข้อมูลข่าวสารทุกเรื่อง เตรียมการชี้แจงอยู่แล้ว อย่าว่าแต่นายกฯ ทีมโฆษกเองก็พร้อม แต่คงไม่ถึงกับตั้งวอร์รูมเพื่อโต้กลับทันที เน้นการชี้แจงสร้างการรับรู้

เมื่อถามว่าช่วงนี้ดูเหมือนนายกฯ สงวนท่าทีการให้สัมภาษณ์และงดตอบโต้ประเด็นการเมือง เป็นการปรับเปลี่ยนท่าทีใหม่ใช่หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ไม่ใช่ และพล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้ตนเป็นคนชี้แจง บางครั้งนายกฯ มีงานมาก มีแฟ้มเอกสารต่างๆ นายกฯ ต้องทำงานหลายอย่าง พร้อมลงพื้นที่ติดตามโครงการของรัฐบาลมากขึ้น ไม่ใช่เป็นการปรับท่าทีใหม่

มั่นใจนายกฯไร้มลทิน
นายธนกรกล่าวกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) คุยว่ามีใบเสร็จการทุจริตสามารถ เช็กบิลต่อได้ และจะยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ฝ่ายค้านต้องพยายามโหมโรงเพื่อให้ประชาชนสนใจ เพราะจนถึงวันนี้เชื่อได้ว่าไม่น่าจะหา หลักฐานมาสนับสนุนข้อกล่าวหาที่ตัวเองตั้งตามอำเภอใจได้ ไม่เช่นนั้นคงอภิปรายรัฐมนตรีเพียงไม่กี่คนแต่เน้นๆ ไปแล้ว คงจะไม่อภิปรายแบบหว่านแหแบบนี้ รัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด โดยเฉพาะนายกฯ ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขอเพียงฝ่ายค้านนำหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริงมาแสดง ไม่ใช่หลักฐานชนิดที่ทึกทักหรือมโนเอาเองว่าน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ รัฐบาลพร้อมจะนำทุกข้อมูลการอภิปรายที่เป็นประโยชน์ไปปรับปรุงและแก้ไขต่อไป

“การที่ฝ่ายค้านอ้างว่ามีความยากในการจัดสรรเวลา เนื่องจากแต่ละคนไม่เปิดเผยข้อมูลก่อน เกรงว่าข้อสอบจะรั่วนั้น แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ในพรรคร่วมฝ่ายค้านเองยังไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันเลย ดังนั้น การอ้างว่ามีใบเสร็จการทุจริตของนายกฯ นั้น จึงไม่แน่ใจว่ามีใบเสร็จการทุจริตจริงๆ หรือพูดเพื่อสร้างราคาให้ตัวเองกันแน่ อยากให้ฝ่ายค้านใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด การใช้ขุนพลทะลวงฟันเยอะ ไม่ได้การันตีว่าคุณภาพจะเยอะตามไปด้วย” นายธนกรกล่าว

พท.จัด 15 ขุนพล-ส่งปปช.เชือดต่อ
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมขุนพลที่จะอภิปรายไว้เบื้องต้นประมาณ 15 คน แต่อาจมีเพิ่มเติม 2-3 คน เพราะมีประเด็นใหม่ขึ้นมา จะเน้นอภิปรายประเด็นทุจริตเป็นหลัก เพราะมีหลักฐานหลายคน รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยพบหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จึงต้องมีการตกลงร่วมกันในพรรคฝ่ายค้าน หากอภิปรายเรื่องเดิมต้องเป็นข้อมูลใหม่ และฝ่ายค้านมีข้อมูลใหม่ ที่เป็นทั้งเรื่องเดิมที่เคยปรากฏมาแล้ว รวมถึงเรื่องสดใหม่ด้วย

ยอมรับว่าเสียงในสภาอาจไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่กระแสที่ชี้ว่ารัฐบาลจะอยู่หรือไปนั้น ขึ้นอยู่กับประชาชนและหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประเด็นของนายกฯ จะนำไปสู่การยื่นร้องป.ป.ช.เกี่ยวกับเรื่องทุจริตและการบริหารราชการแผ่นดิน

เมื่อถามว่า จะมีวิธีจัดการการอภิปรายที่ สะเปะสะปะอย่างไร นายประเสริฐกล่าวว่า ยอมรับว่ายากในการจัดสรรเวลา เนื่องจาก ผู้อภิปรายของฝ่ายค้านแต่ละคนไม่เปิดเผยข้อมูลล่วงหน้า เนื่องจากเกรงข้อสอบรั่ว แต่พยายามกำชับในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ใช้เวลาอย่างเต็มที่และเป็นประโยชน์มากที่สุด คาดว่าจะสามารถอภิปรายได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.เป็นต้นไป เพราะดูจากไทม์ไลน์การพิจารณากฎหมายอื่นๆ แล้ว ช่วงเวลานี้มีความเหมาะสมที่สุด โดยพรรคฝ่ายค้านยังย้ำว่าอยากได้เวลาอภิปราย 5 วันไม่รวมวันลงมติ

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ที่รัฐบาลปั่นกระแสว่าเป็นญัตติเถื่อนนั้น จะเถื่อนได้อย่างไร เมื่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พิจารณาแล้วสามารถบรรจุได้ ก็ไม่มีปัญหา บรรดารัฐมนตรีที่มีรายชื่อถูกอภิปรายควรกลับไปทำการบ้านดีกว่ามายืนปากกล้าขาสั่น หากเชื่อมั่นในการทำงานจริงว่าไม่มีปัญหา อย่ากลัวการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ยืนยันว่าข้อมูลการอภิปรายครั้งนี้ของรัฐมนตรีแต่ละคนหนักแน่ อย่าหนีสภาแล้วกัน

ก.ก.กั๊กจำนวนคน-รอสะเด็ดน้ำ
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านยังไม่ได้หารือกับวิปรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ประสานงานกันในเบื้องต้น ยืนยันจำนวนวันอภิปรายต้องมากกว่าที่ผ่านมา คืออภิปราย 5 วันและลงมติอีก 1 วัน รวมเป็น 6 วัน และอยากให้การอภิปรายเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.เป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงไม่กระทบการทำงานของสภา

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลวางตัวผู้อภิปรายไว้กี่คน นายณัฐวุฒิกล่าวว่า อยู่ในช่วงพูดคุยและยังไม่สะเด็ดน้ำ ส่วนประเด็นที่จะอภิปรายนั้นจะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ และแกนนำรัฐบาลเป็นหลัก ส.ส.ของเราอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวข้อมูลเพิ่มเติม ยังไม่ได้กำหนดตัวผู้อภิปรายอย่างชัดเจน คาดว่าต้น ก.ค.จะเริ่มเห็นเค้าโครงการอภิปรายของพรรค ธีมในการอภิปรายของพรรคจะเป็นไปในทางเดียวกับพรรคฝ่ายค้านเพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงานร่วมกัน

ฝ่ายค้านโวยรมต.เบี้ยวกระทู้
เมื่อเวลา 11.50 น. ในการประชุมสภา ผู้แทนราษฎรที่มี นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เมื่อถึงช่วงกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ที่ 3 ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรื่องเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน ซึ่งถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

นายสุชาติแจ้งว่า นายกฯ ทำหนังสือแจ้งว่า ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาได้ โดยมอบหมายให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง มาตอบแทน แต่นายอาคมแจ้งติดภารกิจ จึงมอบหมายให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง มาตอบแทน แต่ได้รับหนังสือแจ้งมาว่าติดภารกิจสำคัญเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาในครั้งนี้ได้

นายพิธาจึงหารือประธานถึงประสิทธิภาพการทำงานของรัฐสภาเกี่ยวกับกลไกการถามกระทู้ โดยระบุถึงข้อบังคับการประชุมข้อที่ 151 และ 156 ที่ระบุว่า นายกฯ และรัฐมนตรี ต้องเข้าร่วมประชุมยกเว้นมีเหตุจำเป็น จึงขอสอบถามว่าในหนังสือที่นายกฯ และรัฐมนตรีแจ้งมาให้เหตุผลว่าอะไร เวลาของสภามีค่าถ้ามีเหตุจำเป็นต้องอธิบายได้ แค่ตอบว่าติดภารกิจสำคัญคงไม่ใช่คำตอบที่จะเอามาตอบประชาชน กระทู้ถามสดด้วยวาจาเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน มีผลกระทบวงกว้างต่อประชาชน ตนเป็นส.ส.มา 4 ปี ยังไม่เคยเห็นนายกฯ มาตอบเรื่องของแพง ค่าแรงถูก ขอฝากประธานให้นายกฯ ทำตามข้อบังคับข้อที่ 151 และข้อที่ 156 ว่าจะมาตอบเมื่อไร

นายสุชาติกล่าวว่า หนังสือที่ส่งมาแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญ ตนเข้าใจดีเพราะตลอดเวลาได้เตือนรัฐบาลมาตลอดว่าวันพุธและวันพฤหัสบดี ควรเว้นจากการนัดหมายแล้วมาประชุมสภา ในหนังสือไม่ได้แจ้งว่านายกฯ จะมาตอบเมื่อไร เพียงแต่มอบหมายให้รมว.คลัง และรมช.คลัง มาตอบ แต่ได้รับแจ้งว่าขอเลื่อนตอบเนื่องจากติดภารกิจ

‘สุชาติ’ว้ากนายกฯไม่รับผิดชอบ
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่าประธานเคยท้วงติงแล้วหลายครั้ง การมอบหมายให้คนที่ไม่ว่างมาตอบเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ ไม่มีเหตุผลเพียงพอ กระทู้ถามสดด้วยวาจามีเพียงสัปดาห์ละ 3 กระทู้ การที่ครม.ไม่มาตอบเป็นการเสียสิทธิ์ของฝ่ายค้าน สัปดาห์ถัดไปเพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ขอให้สอบถามกระทู้สดด้วยวาจาได้มากกว่า 3 กระทู้ ดังนั้น ครั้งหน้าขอให้มีการถามกระทู้ถามสดด้วยวาจา 4 กระทู้ เป็นของฝ่ายค้าน 3 กระทู้ ตนก็จะยินดี

นายสุชาติจึงแจ้งต่อที่ประชุมว่า กระทู้ถามสดด้วยวาจาวันนี้ นายกฯ กับรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ ถ้ายังติดใจจะถามต่อในสัปดาห์หน้าที่ประชุมคงไม่ขัดข้อง ส่วนกรณีของนายพิธาที่ท้วงติงมาถือว่ามีเหตุผล ตนก็เคยท้วงติงไปหลายครั้ง การมอบหมายครั้งที่ผ่านมาตนท้วงติงกับรมว.มหาดไทย ว่าไม่ใช่สักแต่จะมอบ แต่ต้องถามผู้รับมอบว่าพร้อมหรือไม่ แม้สภาจะไม่สามารถบังคับรัฐบาลได้ แต่เป็นเรื่องการให้เกียรติซึ่งกันและกัน จึงอยากฝากรัฐมนตรีไปยังนายกฯ ให้เตือนนายกฯในที่ประชุมครม.ว่าสภามีข้อบังคับการประชุมข้อที่ 151 ควรมาตอบเอง ให้เกียรติสภาหน่อย ถ้าติดภารกิจควรต้องมอบหมายบุคคลที่มาตอบได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ ได้หรือไม่ หรือใครที่มีความรู้ที่จะมาตอบได้ ขอฝากตรงนี้ด้วย

“ขอกำชับว่าการมอบหมายอย่าสั่งเหมือนทหาร คือสั่งไปแล้วถือว่าจบกันแบบนั้นไม่ใช่ แต่ขอให้สั่งเหมือนนักการเมือง ต้องสอบถามกันหน่อยว่าว่างหรือไม่ ตอบได้หรือไม่ แบบนี้ไม่เรียกว่ามอบหมาย เพราะมอบหมายแล้วไม่มาตอบถือว่าไม่มีความรับผิดชอบ ขอฝากท่านนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ไปเรียนนายกฯ ด้วย” นายสุชาติกล่าว

‘ครูโอ๊ะ’ยันไม่ไขก๊อกพ้นรมช.
นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีถูกกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ฐานสนับสนุนให้มีการออกโฉนดรุก พื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรีว่า ขอขอบคุณในทุกๆ กำลังใจ ซึ่งตนจะทำหน้าที่ในทุกวันให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนัดแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ระบุว่าจะรวบรวมข้อมูลเพื่อแถลงข่าว นางกนกวรรณกล่าวว่า ขอปรึกษากับฝ่ายกฎหมายก่อน ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายไปต่างประเทศ ถ้ากลับมาแล้ว จะเร่งหารือเพื่อกำหนดวัน เวลาที่เหมาะสมในการชี้แจงต่อไป

ต่อข้อถามว่า ได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรคบ้างหรือไม่ นางกนกวรรณกล่าวว่า เรื่อง ดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว ทางพรรคไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้ และที่ผ่านมานายอนุทินและทางพรรค ได้ให้กำลังใจ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพ่อ คือนายสุนทร วิลาวัลย์ นายกอบจ.ปราจีนบุรี หรือไม่ หลังถูกตำรวจจับกุมตัวในข้อหาเดียวกัน แต่ได้รับการประกันตัว นางกนกวรรณกล่าวว่า “ยังไม่ได้เจอ และยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย แต่คิดถึงท่านมาก ที่ท่านข้อเข่าไม่ดีเพราะป่วยมานาน ถ้ากลับบ้านเที่ยวนี้ จะกลับไปดูแลท่าน”

ปลัดมท.ชี้ปลด‘สุนทร’ยังเร็วไป
ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการพิจารณาปลดนายสุนทรออกจากนายกฯ อบจ.ปราจีนบุรี ว่า กระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้รับรายงานข้อเท็จจริงจากผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี โดยมีหนังสือขอรายงานและสำนวนการไต่สวนเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.แล้ว แต่ยังไม่ได้รับสำนวนจากสำนักงาน ป.ป.ช.กลับมา

ขณะที่ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีได้แต่งตั้ง คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาพิจารณาแล้ว มีรองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีเป็นประธาน หากผลการสอบข้อเท็จจริงปรากฏหลักฐานตามสมควร ว่ามีการจงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ อันอาจจะเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีจะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการสอบสวนตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา 77 ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และอาจขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 30 วัน รวมแล้วไม่เกิน 90 วัน เสนอผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อรายงานให้รมว.มหาดไทยพิจารณาสั่งพ้นจากตำแหน่งภายใน 30 วัน ในส่วนของความผิดทางอาญายังไม่ถือเป็นที่สุด ต้องมีการดำเนินการ กระบวนการทางกฎหมายอาญาต่อไปอีก

“ที่มีการเรียกร้องให้ปลดนายสุนทรออกจากนายก อบจ.ปราจีนบุรีนั้น ขณะนี้ยังถือว่าเร็วเกินไป เนื่องจากมีขั้นตอนของกฎหมายที่ต้องดำเนินการให้ครบก่อน กระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ หลังจากป.ป.ช.ชี้มูลความผิดก็ได้กำชับให้ทางจังหวัดเร่งดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จ เพื่อส่งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทยต่อไป” นายสุทธิพงษ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน