หั่นดอกโรงจำนำด้วยไฟเขียว‘ปุ๋ย’ขึ้นราคาแต่ยังให้ตรึง‘ข้าวถุง’

ไฟเขียวให้ปุ๋ยขึ้นราคา เหตุต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ100% ส่วนเนื้อไก่พุ่งอีกก.ก.ละ 5 บาท เป็น 105 บาท ขณะที่ต้นหอม ก็ทะลุกิโลฯ ละ 120 บาทแล้ว พาณิชย์ยังไม่ให้ข้าวถุงขึ้นราคา แจงสมาคมข้าวโปรโมชั่นการตลาด จากที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะขึ้นราคาถุง 5 กิโลฯ เพิ่ม 30 บาท ย้ำคุมราคา 18 สินค้า ทั้ง ไข่ไก่ บะหมี่ซอง อาหารกระป๋อง น้ำมันพืช อาหารสัตว์ เหล็ก และปูนซีเมนต์ 10.9 ล้านผู้สูงอายุเฮ ก.ค. ได้รับแน่เงินเบี้ยสูงวัยครึ่งปีแรก งวดเม.ย.-ก.ย. บริษัททัวร์โคราช-ด่านขุนทด จ่อลดเที่ยววิ่งเพิ่มอีก จากปัญหาน้ำมันแพงกระฉูด โอดเร่ขายทั้งรถพร้อมคิวแล้วแต่ก็ยังไม่มีใครซื้อ ด้านเมืองนครสวรรค์ แห่ซื้อเตาซูเปอร์อั้งโล่กันจนขาดตลาด ถึงขั้นต้องสั่งจองล่วงหน้า

ยันข้าวถุงยังไม่ปรับราคา
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ได้ประชุมร่วมกับสมาคมข้าวถุงไทย และ ผู้ประกอบการข้าวสารบรรจุถุงรายใหญ่ในตลาด ได้แก่ ตราฉัตร ข้าวมาบุญครอง เบญจรงค์ อิ่มทิพย์ ไก่แจ้ และข้าวแสนดี โดยนายระพีพัชญ์ ธนถาวรกิตติ์ นายกสมาคม ผู้ประกอบการข้าวถุงไทย ระบุว่า ทางสมาคมไม่ได้หารือเพื่อปรับราคาจำหน่ายแต่อย่างใด โดยราคาวัตถุดิบในขณะนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อราคาจำหน่ายเท่าใดนัก ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้มาจากค่าขนส่งเป็นหลัก แต่เพื่อไม่ให้ ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ในขณะนี้ สมาคมและสมาชิกได้ให้ความร่วมมือกับคน ตรึงราคาจำหน่ายไว้ แต่ผู้ประกอบการบางรายอาจปรับกิจกรรมส่งเสริมการขายบ้าง สำหรับ นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย ก็ยืนยันว่า เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวและต้นทุนมีการปรับตัวสูงขึ้น ผู้ประกอบการ บางรายก็อาจต้องปรับกิจกรรมโปรโมชั่น เช่น ลดจำนวนความถี่ หรือส่วนลดทางการค้า ซึ่งแต่ละรายก็จะบริหารจัดการภายใต้สถาน การณ์ของตนเอง แต่ยอมรับว่าเรื่องข้าวถุงเป็นเรื่องของการส่งเสริมการขายล้วนๆ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตลาดข้าวถุงมีการแข่งขันกันอย่างสมบูรณ์ทั้งในด้านราคา ชนิด คุณภาพ และโปรโมชั่น ซึ่งผู้บริโภคมีทางเลือกที่ หลากหลาย

“คน.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรม มีการขึ้นราคาข้าวสูงเกินสมควร หรือไม่ได้รับ ความเป็นธรรมด้านปริมาณและคุณภาพ แจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569” นายวัฒนศักย์กล่าว

แต่ไฟเขียวให้ปุ๋ยขึ้นแล้ว
ด้านร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีคน. เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้ คน.ได้ทยอยอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาปุ๋ยเคมี หน้าโรงงานหลายสูตรตามที่ผู้ประกอบการเสนอมา เนื่องจากมีต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งปัจจุบันไทยพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ 100% รวมทั้งเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง อีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องอนุมัติคือ ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยจนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ใช้ในประเทศ สำหรับสินค้าปุ๋ยในปัจจุบันมีใช้อยู่ 3 ชนิด คือ ปุ๋ยบรรจุถุง ปุ๋ยปั้นเม็ด และปุ๋ยคลุก

ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่อยู่ในบัญชีสินค้าจำเป็น 18 รายการนั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการอนุมัติให้ปรับขึ้นราคา โดย คน.ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการช่วยตรึงราคาออกไปก่อน เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังไม่มีการปรับราคา ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบราคา และปริมาณสินค้า ยังไม่พบว่ามีการลดกำลังการผลิต หรือมีปัญหาสินค้าขาดตลาดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่านมสดมีการยื่นขอปรับขึ้นราคามายังกรมการค้าภายใน แต่ยังไม่ได้อนุมัติ ให้ปรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับสินค้าจำเป็น 18 รายการ ที่ พณ.ควบคุมดูแลประกอบด้วย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หมวดอาหารสด (ไข่ไก่ เนื้อสัตว์) อาหารกระป๋อง ข้าวสารถุง ซอสปรุงรส น้ำมันพืช น้ำอัดลม นมและผลิตภัณฑ์จากนม เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ซักล้างปุ๋ย ยาฆ่าแมลง อาหารสัตว์ เหล็ก ปูนซีเมนต์ กระดาษ ยา เวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ บริการผ่านห้าง ค้าปลีก-ส่ง

ไก่พุ่งอีกแตะกิโล 105 บ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจราคาสินค้าในตลาดสด พื้นที่กรุงเทพมหานคร ของ คน ณ วันที่ 23 มิ.ย. เปรียบเทียบกับวันที่ 22 มิ.ย.2565 พบว่ามีสินค้าหลายรายการปรับราคาสูงขึ้น คือ ไก่ปรับราคาขึ้นก.ก.ละ 5 บาททุกส่วน โดยไก่สดชำแหละ เนื้ออก (เนื้อล้วน) เป็น 100-105 บาท, ไก่สดชำแหละ น่อง สะโพก เป็น 85-90 บาท/ก.ก., ไก่สดชำแหละ เนื้ออก (ติดหนัง) เป็น 95-100 บาท/ก.ก., ไก่สดชำแหละ ปีก ทั้งปีก (ปีกเต็ม) เป็น 90-95 บาท และไก่สดชำแหละ ปีกบน เป็น 80-90 บาท/ก.ก. เนื่องจากความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนการผลิต และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

ส่วนผักสด ต้นหอม ก็ปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก 10 บาทต่อก.ก. โดยต้นหอมปรับเป็น 115-120 บาท และต้นหอมคละเป็น 105-110 บาท/ก.ก. เนื่องจากมีพายุฝนตกสลับกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในพื้นที่แหล่งเพาะปลูก ส่งผลให้ผลผลิตบางส่วนได้รับความเสียหาย ผลผลิตจึงออกสู่ตลาดลด

‘บิ๊กตู่’เรียกถกด่วน 2 รมต.ศก.
เวลา 17.00 น. ที่ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หารือข้อราชการร่วมกับ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับวิกฤตราคาพลังงานและราคาสินค้า

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ ห่วงใยการดำรงชีวิตของประชาชนท่ามกลางปัญหาราคาสินค้า และราคาพลังงาน ที่มีราคาสูงขึ้น จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหารือเพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหา บรรเทาความ เดือดร้อน และบรรเทาผลกระทบที่เกิดกับประชาชน

นายธนกรกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้บูรณาการการทำงาน ร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยได้สอบถามเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายต่างๆ ที่ยังอาจมีความคลาดเคลื่อน เพื่อให้เกิดข้อสรุปร่วมที่เป็นประโยชน์กับประชาชนไทย ซึ่งทุกฝ่ายก็เข้าใจ พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

ปันกำไรโรงกลั่นพยุงกองทุนน้ำมัน
“นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยหารือกับ รมว.พลังงาน และรมว.พาณิชย์ ร่วมกับ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ถึงแนวทางในการแก้ปัญหาในเรื่องพลังงาน โดยนำข้อกฎหมายต่างๆ มาพิจารณา เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ โดยไม่มีปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง ในการที่หากต้องเข้าไปแทรกแซงในห่วงโซ่ของการประกอบการของภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งมีกฎหมายอยู่หลายฉบับที่อาจเป็นปัญหาในอนาคต หากไม่รอบคอบและอาจเกิดความเสียหายเกิดขึ้นในระยะยาว รวมทั้งเพื่อความชัดเจนในข้อกฎหมายการประกอบการธุรกิจ ของธุรกิจเอกชนทุกประเภทที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายธนกรกล่าว

รายงานข่าวระบุว่า ในการหารือครั้งนี้คาดว่า จะหยิบยกเรื่องการปันกำไร 6 โรงกลั่น และโรงแยกแก๊ส เป็นเวลา 3 เดือน รวมประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท ที่จะนำมาพยุงกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้ติดลบใกล้แตะแสนล้านบาทแล้วด้วย รวมทั้งปัญหาการลดค่ากลั่นน้ำมันด้วย

ก้าวต่อไป – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวบรรยายหัวข้อ 90 ปี ประชาธิปไตย ก้าวต่อไปของประชาชน : ประสบการณ์ประชาธิปไตยผ่านมุมมองการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.

กทม.ลดค่าแผง-ดอกเบี้ยตึ๊ง
ที่กทม.2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม. ขอช่วยเหลือประชาชน 2 เรื่อง ได้แก่ การลดค่าเช่าแผงการค้า 50% เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย.2565 จำนวน 12 ตลาด ประกอบด้วย ตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดมีนบุรี ตลาดธนบุรี และตลาดชุมชนอีก 9 แห่ง ได้แก่ ตลาดประชานิเวศน์ 1 ตลาดเทวราช ตลาดบางกะปิ ตลาดหนองจอก ตลาดพระเครื่องวงเวียนเล็ก ตลาดรัชดาภิเษก ตลาดสิงหา ตลาดบางแคภิรมย์ และตลาดราษฎร์บูรณะ

ส่วนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจคนกรุงฯ จะลดดอกเบี้ยในสถานธนานุบาลกรุงเทพ มหานคร (โรงรับจำนำ กทม.) ดังนี้ เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 10 สตางค์ต่อเดือน จำกัดวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อ 1 ราย ต่อโรงรับจำนำ กทม. 1 แห่ง เงินต้น 5,001-15,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 50 สตางค์ต่อเดือน เงินต้นเกิน 15,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 75 สตางค์ต่อเดือน รวมทั้งจะขยายอายุตั๋วจำนำในโรงรับจำนำ กทม. 21 แห่ง จาก 4 เดือน 30 วัน เป็น 6 เดือน 30 วัน ตั้งแต่ 1 ก.ค.-30 ก.ย.2565 ด้วย

ก.ค.จ่ายเบี้ยผู้สูงวัยล็อตแรก
ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นการ จ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษเพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพ กรอบวงเงิน 8.38 พันล้านบาท สำหรับผู้สูงอายุ 10.9 ล้านคน ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย.-ก.ย.2565 เฉลี่ยรายละ 100-250 บาท ตามช่วงอายุ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบในหลักการไปแล้วนั้น โดยให้ความชัดเจนว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเสนอขออนุมัติงบกลาง ปี 2565 จากคณะรัฐมนตรี ทางกรมบัญชีกลางคาดว่าจะโอนเงินช่วยเหลือถึงมือผู้สูงอายุในช่วงเดือนก.ค.นี้ ที่จะครอบคลุมเงินช่วยเหลือย้อนหลัง และจะทยอยอีกสองงวดที่เหลือในรอบเดือนต่อๆ ไป

สำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือเพื่อการยังชีพในครั้งนี้ จะจ่ายเพิ่มจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ เป็นระยะเวลา 6 เดือน คือ 1.อายุ 60-69 ปี รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600 บาท รับเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่ม 100 บาท รวมเป็น 700 บาท/เดือน 2.อายุ 70-79 ปี รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 700 บาท รับเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่ม 150 บาท รวมเป็น 850 บาท/เดือน 3.อายุ 80-89 ปี รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 800 บาท รับเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่ม 200 บาท รวมเป็น 1,000 บาทเดือน และ 4.อายุ 90 ปีขึ้นไป รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท และรับเงิน ช่วยเหลือพิเศษเพิ่ม 250 บาท รวมเป็น 1,250 บาท/เดือน

พิษณุโลกโลงก็ขึ้นราคา
ที่ตลาดนัดเกษตรกรหน้าอำเภอเมือง จ.พิษณุโลก โดยเฉพาะร้านขายพริก จำพวกพริกแห้ง หอม กระเทียม ได้ปรับราคาขึ้นต่อก.ก.อย่างต่อเนื่องเกือบเท่าตัว โดยพริก แห้ง จากเดิมก.ก.ละ 130 บาท ปรับขึ้นเป็น 150 บาท หอมจากราคา 40 บาท ปรับเพิ่มเป็น 65 บาท ส่วนกระเทียมจากเดิม 45 บาท ก็ปรับเป็น 85 บาท ทำให้กระเทียมแบบพวงมัดจุกขายดีกว่าแบบแกะ เพราะราคาถูกกว่า

ส่วนที่ร้านอมรหีบศพ ถนนเอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นางอมรรัตน์ ชูจันทร์ อายุ 55 ปี เจ้าของร้านเผยว่า เปิดร้านมานานกว่า 20 ปี จากสถานการณ์โรค โควิด-19 ทางร้านได้รับผลกระทบหลายรอบ จนมาครั้งล่าสุดเกิดปัญหาภาวะเศรษฐกิจ น้ำมันแพงปรับขึ้นราคาสูง ส่งผลกระทบเรื่องของการขนส่งสินค้า และสินค้าบางราย การปรับขึ้นราคาสูงขึ้น อาทิ โลงศพ โกศเก็บอัฐิ พวงหรีด และของชำร่วย หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในพิธีศพ โดยปกติโลงศพลวดลายเทพนมทั่วไปจากราคาเดิม 4,000 บาท ปรับขึ้นเป็น 4,200 บาท โกศลังละ 3,000 บาท ปรับขึ้นเป็น 3,200 บาท ส่วนของชำร่วยปรับขึ้นอย่างละ 100 บาท จึงอยากให้ปรับลดราคาน้ำมัน ซึ่งจะทำให้สินค้าทุกๆ อย่างอาจปรับลดราคาลง

เตาซูเปอร์อั้งโล่ขาดตลาด
ขณะที่ร้านขายเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านมอญหมู่ 1 ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เริ่มมีประชาชนเข้าไปสอบถามและเลือกซื้อเตาถ่านซูเปอร์อั้งโล่ หรือเตามหาเศรษฐีกันอย่าง ต่อเนื่อง โดยน.ส.วรรณิศา จันทร์จุฬา เจ้าของร้านมาลีเครื่องปั้นดินเผา บ้านมอญเผยว่า ตั้งแต่มีกระแสการกลับมาใช้เตาถ่านแทนแก๊สหุงต้ม ทำให้ทางร้านมียอดจำหน่ายเตาทุกชนิดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเตาซูเปอร์อั้งโล่ ที่กำลังเป็นที่นิยมเริ่มขาดตลาด หาซื้อมาขายแทบไม่ได้ โดยล่าสุดต้องสั่งซื้อเตาล่วงหน้านานถึง 1 เดือนจึงมีของมาส่งที่ร้าน ซึ่งปกติก่อนหน้านี้สั่งเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ส่วนเตาชนิดอื่นๆ อย่างเช่น เตาอั้งโล่ และเตาถ่านธรรมดาก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน แต่ละวันมีลูกค้ามาซื้อกันเป็นจำนวนมาก ส่วนราคานั้นจะอยู่ที่ขนาดของเตาแต่ละชนิด มีตั้งแต่ราคาหลักสิบบาทจนถึงกว่า 200 บาท ขณะที่เตา ซูเปอร์มีราคาจำหน่ายที่ 240 บาท และต้องสั่งจองล่วงหน้า เนื่องจากสินค้ามีจำนวนจำกัด และขายดีมากในช่วงนี้

นักวิชาการชี้ข้อเสียเตาถ่าน
ด้านรศ.ดร.บัณฑิต กฤตาคม รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย พัฒนานวัตกรรม และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน กล่าวถึงกรณีที่ราคาแก๊สหุงต้มมีการปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง จนส่งผลให้มีประชาชนหันมาใช้เตาถ่านเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนกันอย่างคึกคัก ทำให้เตาถ่าน เตาอั้งโล่ และถ่านฟืน ขายดีเป็นอย่างมากในช่วงนี้ว่า ในส่วนของการใช้เตาถ่านนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีคือ หาวัสดุมาเป็นเชื้อเพลิงได้ง่าย แต่ข้อเสียคือ เชื้อเพลิงมักจะเผาไหม้ได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดแก๊สมีเทน ที่เป็นมลภาวะทางอากาศ ที่ส่งผลต่อการทำให้เกิดเรือนกระจก ต้นเหตุของภาวะโลกร้อน ได้ ดังนั้นหากประชาชนจะหันมาใช้เตาถ่าน ก็ควรที่จะเลือกถ่านที่ดี เผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นถ่านอัดก้อน ส่วนถ่านไม้ต่างๆ ที่มีวางขายตามท้องตลาดทั่วไปนั้นจะมีการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์

“การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ส่วนใหญ่เราจะสังเกตเห็นได้ว่าเปลวไฟจะเป็นสีฟ้า ซึ่งจะพบได้จากการใช้เตาแก๊ส และถ่านอัดก้อน ขณะที่ถ่านไม้ทั่วไป จะมีเปลวไฟสีส้มหรือออกแดงๆ นอกจากการเลือกถ่านที่มีการเผาไหม้ดีแล้ว ยังต้องเลือกเตาถ่านที่มีคุณสมบัติกระจายความร้อนได้ดีด้วย ซึ่งเตาถ่านที่ดีควรจะเลือกลักษณะ 3 ข้อ คือ ปากเตาต้องไม่กว้างเกินไป, ผนังเตาต้องไม่หนาเกินไป และลิ้นเตาต้องเป็นทรงกรวย เพราะจะทำให้การกระจายความร้อนได้ดี” รศ.ดร.บัณฑิตกล่าว

สู้ไม่ไหว – บริษัท โคราชด่านขุนทดทรานสปอร์ต จำกัด ประกาศขายรถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 สายนครราชสีมา-ด่านขุนทด พร้อมสัมปทานเดินรถ หลังก่อนหน้านี้ขายรถพัดลมไปแล้ว เพราะแบกรับขาดทุนจากค่าเชื้อเพลิงรถไม่ไหว เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.

ทัวร์โคราชจ่อลดเที่ยววิ่งอีก
ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 1 ซึ่งเป็นต้นทางของรถโดยสารหมวด 4 เส้นทางตัวเมืองโคราชไปในพื้นที่ 32 อำเภอ ของ จ.นครราชสีมา พบผู้มาใช้บริการขนส่งสาธารณะค่อนข้างน้อย

นายอนันต์ ภู่ภัทรางค์ หุ้นส่วน บริษัท โคราชด่านขุนทดทรานสปอร์ต จำกัด ผู้ประกอบการรถประจำทางหมวด 4 เลขข้างรถ 4391 สายนครราชสีมา-ด่านขุนทด เปิดเผยว่า ก่อนวิกฤตโควิด รถสายนี้มีจำนวน 22 คัน ให้บริการต่อวันประมาณ 50 เที่ยว ช่วงโควิดระบาด ต่างได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้ หลายรายต้องหยุดวิ่งและวิ่งต่อไม่ได้กำไรต้องกัดฟันสู้ เพราะเป็นอาชีพหลักสืบทอดจากครอบครัว โดยลดต้นทุนทำทุกอย่างเช่นลดเที่ยววิ่ง เหลือเพียง 8 เที่ยว ก็ยังขาดทุนแทบทุกเที่ยว หลังสถานการณ์ โควิดเริ่มคลี่คลาย สถานศึกษากลับมาเรียนออนไซต์ ประชาชนออกมาใช้ชีวิตตามปกติ จึงมีผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษามากขึ้น แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนหลักปรับราคาขึ้นแต่ค่าตั๋วโดยสารเท่าเดิม

นายอนันต์กล่าวต่อว่า สถานะของธุรกิจขนส่งผู้โดยสารขณะนี้ต้องประคับประคองให้อยู่รอดไปวันๆ โดยเฉพาะรถหมวด 4 ส่วนใหญ่สายป่านสั้น บางรายนำรถเข้าไฟแนนซ์เป็นหลักประกันกู้หนี้ยืมเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและต้องหยุดวิ่งไม่มีกำหนด หากจะกลับมาวิ่งใหม่ก็ต้องหาเงินจ่ายค่าซ่อมบำรุง ตัวรถ จึงมีหุ้นส่วนยอมจอดรถทิ้ง แม้เป็นสิ่งที่ยากลำบากกับการเปลี่ยนอาชีพใหม่ที่ทำมาค่อนชีวิต หากฝืนอยู่ต่ออนาคตไม่แน่นอนมีโอกาสมีหนี้สินมากกว่าอยู่รอด ส่วนตนช่วงโควิดได้ขายรถโดยสารแบบพัดลม 50 ที่นั่ง รวมคิวด้วยเพียง 3 แสนบาท เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวและอยู่ระหว่างประกาศขายรถปรับอากาศชั้น 2 ขนาด 50 ที่นั่ง พร้อมคิวราคา 5 แสนบาท แต่ยังไม่มีใครสนใจเลย ทั้งนี้รอฟังมติของสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย หากรัฐบาลไม่ปรับราคาค่าโดยสาร เพื่อความอยู่รอด อาจต้องลดเที่ยววิ่งอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน