เบตง-เที่ยวคึก ตายโควิดลดลง 14จว.ไร้ติดเชื้อ

นักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์ แห่ร่วมงานเที่ยว ‘ของดีเมืองเบตง’ ฉลองศบค.ให้ถอด แมสก์ได้แล้ว ส่วนเด็กอุบลฯ รวมตัวเต้นโอเวอร์แดนซ์ปลุกเมือง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังซบเซามานานกว่า 2 ปี เผยยอดผู้ป่วยใหม่โควิดยังเกิน 2 พันรายต่อเนื่อง 3 วัน เสียชีวิต 16 ราย บิ๊กตู่ชื่นชมคนไทยส่วนใหญ่ยังเห็นประโยชน์สวมหน้ากาก นักวิชาการ ‘ไบโอเทค’ เผยข่าวดีเชื้อโอมิครอน BA.4/BA.5 ชี้วัคซีนยังป้องกันความรุนแรงได้อยู่

ป่วยโควิดยังเกิน 2 พัน-ดับ 16
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้รายงาน 2,236 ราย เป็นวันที่ 4 ติดเชื้อสะสม 4,511,777 ราย หายป่วย 1,892 ราย สะสม 4,458,416 ราย เสียชีวิต 16 ราย สะสม 30,575 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 22,786 ราย อยู่ ร.พ.สนาม HI CI 12,383 ราย และอยู่ใน ร.พ. 10,403 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 602 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 281 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 9.4% ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ ส่วนผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ 1 ราย

ทั้งนี้ผู้เสียชีวิต 16 ราย มาจาก 13 จังหวัด ได้แก่ กทม. 3 ราย, ตราด 2 ราย, นครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ แพร่ สงขลา ชลบุรี ปราจีนบุรี นครสวรรค์ และเพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย ภาพรวมผู้เสียชีวิตเป็นชาย 11 ราย หญิง 5 ราย อายุ 43-92 ปี อายุเฉลี่ย 79 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 88%

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 24 มิ.ย. ฉีดได้ 68,415 โดส สะสม 139,422,838 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 56,943,170 โดส คิดเป็น 81.9% เข็มสอง 53,090,986 โดส คิดเป็น 76.3% และเข็มสามขึ้นไป 29,388,682 โดส คิดเป็น 42.3% ขณะที่การฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดได้ 5,859,262 โดส คิดเป็น 46.1% และการฉีดวัคซีนในกลุ่มอายุ 5-11 ปี เข็มแรกฉีดได้ 3,143,719 โดส คิดเป็น 61% และเข็มสอง 1,996,841 โดส คิดเป็น 38.8%

ขณะที่กรมควบคุมโรครายงานจำนวน ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,415 ราย 2.สมุทรปราการ 202 ราย 3.อุบลราชธานี 51 ราย 4.ตราด 42 ราย 5.บุรีรัมย์ 35 ราย 6.ขอนแก่น 26 ราย 7.ชลบุรี 26 ราย 8.สงขลา 25 ราย 9.ร้อยเอ็ด 22 ราย และ 10.ศรีสะเกษ 20 ราย ส่วนรายงานผู้ป่วยรายใหม่มีอาการเข้ารักษาใน ร.พ.หลักหน่วยมี 36 จังหวัด และไม่มีรายงานผู้ป่วยโควิดมี 14 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ตรัง นราธิวาส บึงกาฬ ปัตตานี พังงา พัทลุง ยะลา ลำปาง สมุทรสงคราม อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ และแม่ฮ่องสอน

‘ตู่’ชมคนไทยสวมหน้ากาก
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชื่นชมที่คนไทยส่วนใหญ่ ยังให้ความสำคัญและเห็นประโยชน์การสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย ด้วยความสมัครใจ เพื่อประโยชน์ด้านสุขอนามัยของตนเอง และผู้อื่น แม้จะมีการผ่อนคลายข้อกำหนด ตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 46 แล้ว ซึ่งหลักปฏิบัติตนแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) ยังสามารถใช้ได้ทุกสถานที่ ทุกวัน เพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและผู้อี่น รัฐบาลและศบค.ได้ดำเนินการมาตรการต่างๆ ด้วยความรอบคอบ รัดกุม เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ไปพร้อมๆ กับให้ประชาชนสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ชี้วัคซีนต้านBA.4/BA.5ได้อยู่
นายอนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เผยถึงอาการโควิด BA.4/ BA.5 ว่า “ผมโพสต์ข้อมูลนี้เมื่อหลายวันก่อน แต่ยังไม่มีเวลาแปลภาษาฝรั่งเศสออกมาเป็นไทย วันนี้ขอโพสต์อีกทีพร้อมข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อโอมิครอน BA.1 และ BA.4/BA.5 ที่เก็บข้อมูลโดยหน่วยงานสาธารณสุขของฝรั่งเศส ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนใกล้เคียงกันคือประมาณ 280-290 คน

โดยรวมแล้วอาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ BA.4/ BA.5 ชัดกว่าผู้ป่วยที่ติดโอมิครอนรุ่นแรก ในทุกอาการที่รายงาน สังเกตจากกราฟสีเขียวสูงกว่าสีชมพูทั้งหมด อาการที่พบมากกว่า 50% ของผู้ป่วยคือ อ่อนเพลีย ไอ ไข้ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล ตามลำดับ และเป็นที่น่าสนใจว่า กลุ่มอาการทางเดินหายใจเช่น หายใจถี่ และหายใจลำบาก พบได้ในกลุ่ม BA.4/BA.5 เช่นเดียวกัน กลุ่มอาการทางเดินอาหารเช่น อาการท้องเสียก็พบได้มากกว่าในกลุ่ม BA.4/BA.5

แต่ในรายงานก็เขียนไว้ว่า ในบรรดากรณีศึกษาของการติดเชื้อ BA.4 หรือ BA.5 นั้น การรักษาในร.พ. 12 ครั้ง ไม่มีการรับ ผู้ป่วยวิกฤต และไม่มีรายงานการเสียชีวิต ในบรรดาผู้ป่วยในร.พ. 10 รายมีปัจจัยเสี่ยงและระยะเวลาการรักษาในร.พ.เฉลี่ย 5 วัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นข่าวดีอยู่ครับ เพราะ BA.4 / BA.5 อาจไม่ใช่ไวรัสโอมิครอนที่เปลี่ยนแปลงไปแบบอ่อนเชื้อลง แต่ภูมิจากร่างกายที่ได้รับวัคซีนกันมายังเพียงพอต่ออาการรุนแรงได้อยู่”

ปลดแมสก์ – วัยรุ่นในจังหวัดอุบลฯ จัดกิจกรรมเต้นโอเวอร์แดนซ์ โชว์ทักษะความสามารถ ที่ท่าน้ำตลาดสดเทศบาล 3 หลังศบค.ปลดล็อก ให้ทำกิจกรรมรวมกลุ่ม และถอดแมสก์ได้ เมื่อเย็นวันที่ 24 มิ.ย.

เด็กอุบลฯรวมตัวเต้นปลุกเมือง
ที่จ.อุบลราชธานี กลุ่มเยาวชนรวมตัวเต้นโอเวอร์แดนซ์ ที่ท่าน้ำตลาดสดเทศบาล 3 หรือตลาดใหญ่ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำมูนรัตนโกสินทร์ 200 ปี ซึ่งเป็นสะพานคู่กับสะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี โชว์ความสามารถให้ผู้คนที่มาพักผ่อนหย่อนใจยามเย็นได้ชมความสามารถ หลังเยาวชนเหล่านี้ไม่มีโอกาสทำกิจกรรมนี้มานานกว่า 2 ปี ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 แต่หลังศบค.อนุญาตให้ทำกิจกรรมรวมกลุ่มกลางแจ้ง และถอดแมสก์ได้ จึงจัดเต้นโอเวอร์แดนซ์ มีช่วงเย็นทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ และผู้มาร่วมงานส่วนใหญ่ยังคงสวมใส่แมสก์ แทนการถอดที่ศบค.อนุญาต

นายชาญอัมพร ทองทั่ว หนึ่งในผู้จัดกิจกรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมืองค่อนข้างเงียบเหงา น้องๆ มีความเครียด ไม่มีกิจกรรมให้แสดงออก เลยตั้งใจใช้สถานที่ที่ได้รับอนุญาตจากเทศบาลเป็นลานทำกิจกรรม ทั้งการแสดงดนตรี วาดภาพ และการเต้น โดยจัดครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนแรกคิดว่าคงมีน้องๆ มาร่วมไม่มาก แต่ปรากฏมีคนสนใจเกินความคาดหมาย ช่วยปลุกเมืองที่เคยหลับใหลจากโรคระบาดให้ตื่นขึ้น เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่นำของมาจำหน่าย และยังได้รับการสนับสนุนจากร้านค้าในเมือง นำของกินมาแจกให้น้องๆ ที่มาร่วมชมกิจกรรมได้กินฟรีด้วย

สำหรับน้องๆ ชั้นป.6 ซึ่งวันนี้มาร่วมเต้นโอเวอร์แดนซ์นามทีม Quesfion แสดงความรู้สึกที่เข้าร่วมว่า การเข้ามาร่วมครั้งนี้ ทำให้มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นที่ได้แสดงออก ได้ร่วมฝึกซ้อมกันเป็นทีม แม้มีข้อผิดพลาด แต่การเข้าร่วมจะทำให้ผ่านจุดที่เคยกลัวไปได้ เมื่อเคยกลัวจะทำพลาดก็ต้องทำให้ดีขึ้นและดีที่สุด

สำหรับกิจกรรมการแสดงออกของเยาวชนที่จะมาร่วมกันปลุกเมืองที่หลับใหล มาถึง 2 ปี ถ้ามีเสียงตอบรับดีกลุ่มพี่ๆ ที่มารวมตัวหาเวทีแสดงออกให้น้องๆ ในนามเพจเด็กอุบล อาจขยายเวลาจากเดิมที่กำหนดไว้ 6 สัปดาห์ ต่อไปถึงสิ้นปีนี้ก็ได้

ของดีเบตง – นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ร่วมงานของดีเมืองเบตงและงานกิ่งกาชาดอำเภอเบตง ปี 2565 กันอย่างคึกคัก หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และประกาศถอดแมสก์ได้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 มิ.ย.

งานของดีเมืองเบตงคึกคัก
เมื่อช่วงค่ำคืนวันที่ 24 มิ.ย. ที่ลานวัฒนธรรมสัมพันธ์ อ.เบตง จ.ยะลา นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงานของดีเมืองเบตงและงานกิ่งกาชาดอ.เบตง ปี 2565 ระหว่างวันที่ 24 มิ.ย. – 3 ก.ค. รวม 10 วัน 10 คืน ที่บริเวณสวนน้ำและบริเวณอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ (ฝั่งรูปปั้นไก่) เทศบาลเมืองเบตง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงในพื้นที่เพิ่มความเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

นางมุกดา ยังอภัย ณ สงขลา นายก กิ่งกาชาดอ.เบตง กล่าวว่า ได้ร่วมกับอ.เบตง จัดงานนี้ เพื่อสมทบทุนหารายได้ในจัดกิจกรรมของกิ่งกาชาดอ.เบตง เพื่อช่วยสาธารณประโยชน์ ตามคำขวัญที่ว่า “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา” และกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวอ.เบตง หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน เป็นงานรื่นเริงการกุศลคู่คนไทยที่ถ่ายทอดประสบการณ์ความสนุก แบ่งปันความสุขของผู้ให้และผู้รับจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มีเมตตาจิตได้ร่วมกิจกรรมการกุศล ด้วยการซื้อบัตรนาวากาชาดใบละ 20 บาท เพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ อาทิ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

นายกกิ่งกาชาดอ.เบตงกล่าวอีกว่า นอกจากจะมีการออกร้านนาวากาชาดแล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการการแสดงผลงานของส่วนราชการ การจำหน่ายสินค้า โอท็อป ของฝาก-ของที่ระลึกจากในพื้นที่และประเทศมาเลเซีย ขบวนแห่ของดีอ.เบตง การแข่งขันประกอบอาหาร การประกวดส้มโชกุนเบตงและทุเรียนมูซานคิง การประกวดธิดาเบตง การประกวดธิดาชรารักษ์ การประกวดยุวบุตร-ยุวธิดา การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งและพบกับศิลปิน-นักร้องชื่อดังมากมาย

นอกจากนี้ยังมีการออกบูธจำหน่ายสินค้า ทั้งไทยและมาเลเซีย ร่วมชม ชิม ช็อป สินค้าเด็ด อาหารดัง สินค้าโอท็อปของดีเบตง เพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลาย อาทิ แฟชั่น โชว์ชุดผ้าไทย ประกวดสาวงามธิดาเบตง และขอเชิญร่วมกันลดขยะ รักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการพกถุงผ้าหรือแก้วน้ำมาใช้ภายในงานลุ้นรับของที่ระลึกจาก ททท. จึงอยากขอเชิญชวนพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ คนในพื้นที่ใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย มาเที่ยวงาน โดยทางสาธารณสุข อ.เบตง จะนำเจ้าหน้าที่ออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการฉีดวัคซีน โควิด-19 ตลอดของการจัดงาน และผู้ที่มาเที่ยวงานควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดการติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อของโรคโควิด-19

สธ.แจงอย่ากังวลBA.4/BA.5
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อความทางสื่อโซเชี่ยลว่าเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน BA.4 และ BA.5 มีความรุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลตา 5 เท่า และมีอัตราเสียชีวิตสูงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่มีหลักฐานและแหล่งที่มาของข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวลต่อข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้สายพันธุ์โอมิครอน BA.4 และ BA.5 แม้องค์การอนามัยโลกจะจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลและต้องเฝ้าระวัง (VOC lineages under monitoring :VOC-LUM) เนื่องจากความสามารถในการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น หลบภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่ามีความรุนแรงมากขึ้น

สำหรับสถานการณ์ของทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ WHO ให้ความเห็นว่าต้องเฝ้าระวัง BA.5 อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแอนติบอดีที่จะทำลายฤทธิ์ของเชื้อใช้ได้น้อย ยารักษาตอบสนองน้อยลง แต่ยังสรุปไม่ได้ว่ามีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่ฐานข้อมูลโลก GISAID พบ BA.5 สะสม 31,577 ตัวอย่าง ใน 62 ประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 16% เป็น 25% ส่วน BA.4 พบสะสม 14,655 ตัวอย่าง แนวโน้มลดลงจาก 16% เหลือ 9%

นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยังพบ BA.4 และ BA.5 ในกลุ่มผู้เดินทางจากต่างประเทศในสัดส่วนสูงกว่าผู้ติดเชื้อในประเทศ และจะมีการศึกษาในผู้ป่วยอาการหนักว่ามีความสัมพันธ์กับ 2 สายพันธุ์นี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามแม้ช่วงนี้จะมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงปกติและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ขอให้ยังคงมาตรการป้องกันตนเองที่เหมาะสม เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อทุกสายพันธุ์ นอกจากนี้การเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันสูงมากพอ ยังเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น เพราะจะทำให้ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อและป้องกันอาการรุนแรงได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน