กกต.เคาะเขต400สส. 43จังหวัดได้ที่นั่งเพิ่ม พปชร.โรดโชว์10เวที ป้อมนำลุยชลฯ10กค.

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ตู่ไม่สนโพลสำรวจความนิยม ร่วงมาอยู่อันดับ 4 ประชาชนหนุนนั่ง นายกฯ โบ้ยสื่อต้นเหตุเขียนวิพากษ์วิจารณ์ไม่เป็นธรรม วิษณุเผยรัฐบาลเล็งเปิดเวทีฝ่ายค้านซักฟอก เริ่ม 18 ก.ค. ‘ชวน’ แย้ม 2 กฎหมายลูกเลือกตั้งต่อคิวถกสัปดาห์ถัดไป 5-6 ก.ค. กกต.เคาะแล้ว จำนวนส.ส.รายจังหวัด 400 เขต ชี้ 43 จังหวัดมีส.ส.เพิ่ม กทม.เพิ่มมากสุด 3 ที่นั่ง พปชร.เตรียมพร้อมเลือกตั้ง จัดโปรแกรมโรดโชว์ 10 ภาค 10 จังหวัด ตีปี๊บผลงานพรรค ‘ป้อม’ นำทัพประเดิมหาสียงเมืองชล 10 ก.ค. เพื่อไทยฉะส.ว.วันชัย โพสต์สกัด ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งแคนดิเดตนายกฯ วันนอร์-มาร์คจี้นายกฯ ตอบกระทู้สภา วัดกึ๋นรัฐบาล

ตู่เมินโพล-เรตติ้งฮวบ
เวลา 14.50 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง ของนิด้าโพล เสียงสนับสนุนให้เป็นนายกฯ มาเป็นอันดับ 4 โดยหัวเราะหึๆ ก่อนว่า โพลก็คือโพล แล้วแต่ใครทำ ทำมา 3-4 อัน ไม่ตรงกันสักอัน ใช้วิธีโทรศัพท์บ้าง อะไรบ้าง แต่ก็ฟังไว้และดูไว้ก็แล้วกัน ตนต้องทำงานโดยการประเมินจากการทำงาน และผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นเป็นหลัก

ส่วนประชาชนจะพอใจอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะตนทำเพื่อส่วนรวม ทำเพื่อคนจำนวนมากในทุกมิติ ไม่ได้เลือกปฏิบัติ งานย่อมมีความยากง่ายในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน เพราะจำเป็นต้องดูแล 70 ล้านคนอย่างทั่วถึง อุปสรรคในการบริหารต้องมี ไม่ว่าจะกับคนจำนวนมากหรือต้องใช้หลายหน่วยงาน ทุกเรื่องต้องฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั้งสิ้น ไม่ใช่พูดปากเปล่าแล้วทำได้เลยมันทำไม่ได้ ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบ

โยนสื่อไม่ให้ความเป็นธรรม
เมื่อถามว่าต้องให้คณะทำงานประเมินผลโพลหรือไม่ เหตุผลที่ประชาชนไม่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ คืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ส่วนใหญ่มาจากในสื่อ ต้องไปเปิดดูก่อนแล้วกัน ตั้งแต่หน้า 1 ถึงหน้า 4 บางฉบับถึงหน้า 5 หน้า 6 ไม่มีอะไรดีสักอัน ก็มองให้เป็นธรรมหน่อยแล้วกัน ขอบคุณ”

เมื่อถามเรื่องการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่า จะรีแบรนด์หรือปรับโฉม พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่โดยเฉพาะการตั้งพรรคสำรอง พล.อ.ประยุทธ์ โบกมือไม่ตอบคำถามก่อนเดินขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที

18 ก.ค.จ่อเปิดเขียงซักฟอก
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีสภาผู้แทนราษฎรส่งญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 มายังทำเนียบเพื่อหารือวันอภิปรายว่า สภา ส่งมารัฐบาลได้รับแล้วและได้บรรจุวาระเข้าครม. 28 มิ.ย. นี้ เพื่อหารือและพิจารณาว่า ครม.พร้อมตั้งแต่วันที่เท่าไรเป็นต้นไป ส่วนจะอภิปรายกี่วันนั้นให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง เมื่อถามว่ากรอบของรัฐบาลวางไว้จะเริ่มอภิปราย 18 ก.ค.ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็ประมาณนั้น เพราะก่อนหน้านั้นมีวันหยุด

นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีประสานงานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การซักฟอกจะใช้เวลา 4 หรือ 5 วัน เป็นรายละเอียดที่ต้องไปหารือกันในวิป เมื่อถามว่า นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธาน วิปรัฐบาลระบุหากใช้เวลาอภิปราย 5 วันมากเกินไป นายอนุชากล่าวว่า ที่ผ่านมาอภิปรายกัน 4 วัน ลงมติวันที่ 5 ก็มากที่สุดแล้ว และใช้เวลากันไม่หมด เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ เห็นอย่างไรขัดข้องหรือไม่ที่ฝ่ายค้านขอมา 5 วันนั้น นายอนุชากล่าวว่า นายกฯ ยังไม่สั่งการใดๆ

90 ปีรัฐสภา – นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา บรรยายพิเศษ เรื่อง “90 ปี รัฐสภาไทย การเดินทางและความหวัง” เนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปี รัฐสภาไทย โดยระบุตอนหนึ่งว่าประชาธิปไตยไทยล้มลุกคลุกคลาน ไม่ราบรื่น ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.

‘ชวน’ยันญัตติซักฟอกถูกต้อง
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ในเรื่องเดียวกันว่า ตนทำหนังสือแจ้งไปยังครม.ตั้งแต่ 24 มิ.ย. ซึ่งยังไม่ได้ตอบกลับ ทั้งนี้ ต้องมีการพูดคุยกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงหารือกับวิปทั้ง 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันอภิปราย แต่เบื้องต้นที่คุยคาดว่าจะเป็นวันที่ 18 ก.ค.เป็นต้นไป ซึ่งยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าจะใช้เวลากี่วัน คาดว่าสัปดาห์นี้จะมีการคุยกับวิปทั้ง 3 ฝ่าย เนื่องจากกลางเดือนเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่อง

ส่วนคำร้องของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่ให้ตรวจสอบว่าเป็นญัตติเถื่อนหรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า ทางผู้เสนอญัตติแจ้งยืนยันมาว่ามีการลงนามกันโดยถูกต้อง เมื่อถามว่า หากมีคนไปร้องเรื่องญัตติกับหน่วยงานอื่นด้านนอก ต้องรอให้มีการพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า คำวินิจฉัยว่าญัตตินั้นถูกต้องหรือไม่อยู่ที่สภา โดยอาจร้องที่อื่นได้แต่การตัดสินใจอยู่ที่สภา เมื่อตรวจสอบรายชื่อและลายเซ็นแล้วโดยปกติจะมีปัญหาแค่เรื่องลายเซ็นที่ไม่เหมือนกัน ก็ต้องส่งไปถามเจ้าของลายเซ็นว่าเซ็นจริงหรือไม่ กรณีนี้ไม่มีปัญหาและผ่านไปเรียบร้อยแล้วและได้แจ้งไปยังครม.ไปแล้ว

ถก 2 กม.ลูก 5-6 ก.ค.
เมื่อถามว่าแนวโน้มการอภิปรายจะถูกเลื่อนออกไปหรือไม่ เนื่องจากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ยังช้าอยู่และกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับก็ยังไม่เข้า นายชวนกล่าวว่า พ.ร.บ.ตำรวจน่าจะเร็วขึ้นเพราะมีการประชุมมาแล้ว 5 ครั้ง คาดว่า 1 ก.ค.จะพิจารณาแล้วเสร็จ หากเสร็จแล้วสัปดาห์ ต่อไปก็จะพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.พปชร. วิปรัฐบาล เผยถึงการพิจารณาวาระของสภา ผู้แทนราษฎรและรัฐสภา ว่า วันที่ 29-30 มิ.ย.จะประชุมวาระสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ ส่วนศุกร์ที่ 1 ก.ค. จะเป็นการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ คาดว่าจะเป็นนัดสุดท้าย เนื่องจากเหลือวาระร่างกฎหมายที่ต้องพิจารณารายมาตราอีกราว 50 มาตรา คาดว่าจะแล้วเสร็จ จากนั้น 5-6 ก.ค. จะประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ทั้ง 2 ฉบับ

แก้แล้ง – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำใน จ.จันทบุรี และภาคตะวันออก โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำวังโตนด อ.แก่งหางแมว เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.

ป้อมลุยเมืองชล 10 ก.ค.นี้
นายสุรสิทธิ์ ในฐานะส.ส.และนายทะเบียน พปชร. เผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พิเศษ พปชร. เมื่อ 23 มิ.ย. มีวาระหารือเรื่องสถานการณ์การเมืองและการเตรียมพร้อมเลือกตั้ง ที่มีการประชุมเป็นประจำอยู่แล้ว โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มีแนวคิดจะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐมนตรีของพรรค ที่กำกับดูแลและผลงาน ส.ส. ที่จัดเป็น 10 ภาค ตามการแบ่งภาค ส.ส.พรรค โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และส.ส.ชลบุรี แสดงเจตจำนงเป็นเจ้าภาพจัดเวทีแรก ที่จ.ชลบุรี วันที่ 10 ก.ค. เวลา 17.00 น. หน้าศาลากลางจังหวัด ซึ่ง พล.อ.ประวิตรจะไปร่วมงานด้วย จึงประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน ไปร่วมรับฟังผลงานและพรรค พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชน

ที่ผ่านมา การประชาสัมพันธ์ผลงานพรรคไม่เพียงพอ ยังทำพีอาร์ไม่มาก จึงเร่งทุกทาง รวมถึงการสร้างระบบไอที พปชร.พร้อมรับคำแนะนำติชมเพื่อนำไปรับปรุง ยืนยันว่าที่ผ่านมาพรรคไม่ได้เงียบ ยังทำกิจกรรมเตรียมพร้อมเลือกตั้ง เตรียมนโยบาย เตรียมผู้สมัคร ส.ส. เพียงแต่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ การประชาสัมพันธ์ผลงานพรรคที่น้อยนั้นเป็นคนละส่วนกับกระแสนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ผลโพลชี้ตกลงอยู่อันดับ 4 ที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกฯ แต่อาจมีความผูกพันกันบ้างและมีผลต่อความคิดของประชาชน แต่ไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมด ส่วนผลโพลที่ให้น.ส.แพทองธาร มาเป็นอันดับหนึ่ง เป็นความเห็นของประชาชนที่ต้องรับฟัง

ลุยทัวร์เปิด 10 เวที
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ. พปชร. กล่าวว่า หลังได้รับข้อสั่งการจาก พล.อ.ประวิตร ได้หารือร่วมกับเลขาฯ พรรค กก.บห.พรรค เพื่อวางแนวทางยุทธศาสตร์และประชาสัมพันธ์ผลงานพรรคตลอด 3 ปี ได้ข้อสรุปว่าในวันหยุดจะจัดเวทีให้รัฐมนตรี และส.ส.เดินทางไปพบประชาชน 10 เวที 10 ภูมิภาค นำโดย พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค โดยที่พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่มาร่วมด้วย เพราะเป็นการทำกิจกรรมในนาม พปชร.

เวทีแรกจัดที่ จ.ชลบุรี เพราะเป็นจังหวัดใหญ่ มีส.ส. 5 คน จาก 8 คน ครั้งหน้าแบ่งเขตใหม่มี ส.ส.เพิ่มขึ้นเป็น 10 คน มีผู้นำท้องถิ่นส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนพรรค และเป็นแฟนคลับ พล.อ.ประยุทธ์ จำนวนมาก คาดว่าจะมีคนมาร่วมงานไม่ต่ำกว่า 10,000 คน โดยแต่ละพื้นที่จะมีไฮไลต์ของตัวเอง เช่น จ.ชลบุรี จะเน้นไปที่การดูแลแรงงานทั้งระบบ ภาคอุตสาหกรรม การส่งเสริมวัฒนธรรมด้านต่างๆ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จัดเวทีใน จ.นครราชสีมา จะพูดถึงผลงานเกี่ยวกับภาคเกษตร อาทิ โครงการประกันราคาพืชไร่ ภาคใต้ ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อาจจะพูดถึงนโยบายปลดล็อกพืชกระท่อม

กกต.เปิดจำนวนส.ส.
วันเดียวกัน สำนักงาน กกต. ได้เผยแพร่จำนวน ส.ส.ในการเลือกตั้งปี 2566 โดยคำนวณจากจำนวนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค.2564 โดยจะมี ส.ส.เขตทั่วประเทศ 400 คน จำนวน ส.ส.แต่ละจังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดที่มี ส.ส. 1 คน 4 จังหวัด, ส.ส. 2 คน 10 จังหวัด, ส.ส. 3 คน 19 จังหวัด, ส.ส. 4 คน 12 จังหวัด, ส.ส. 5 คน 7 จังหวัด, ส.ส. 6 คน 5 จังหวัด, ส.ส. 7 คน 4 จังหวัด, ส.ส. 8 คน 5 จังหวัด, ส.ส. 9 คน 4 จังหวัด, ส.ส. 10 คน 2 จังหวัด, ส.ส. 11. คน 2 จังหวัด, ส.ส.16 คน 1 จังหวัด และจังหวัดที่มี ส.ส. 33 คน 1 จังหวัด

จากจำนวน ส.ส.ดังกล่าวส่งผลให้ภาคกลางมี ส.ส.รวม 122 คน จากเดิม 106 คน ภาคเหนือ 39 คน เดิม 33 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี ส.ส. 132 คน จาก 116 คน ภาคตะวันออกมี ส.ส. 29 คน เดิม 26 คน ภาคตะวันตกมี ส.ส. 20 คน เดิม 19 คน และภาคใต้มี ส.ส. 58 คน เดิม 50 คน

43 จังหวัดได้ส.ส.เพิ่ม
จังหวัดที่มีการเพิ่มขึ้นของ ส.ส. 3 คน 1 จังหวัด คือ กทม., ส.ส.เพิ่มขึ้น 2 คน 5 จังหวัด คือ นครราชสีมา ชลบุรี เชียงใหม่ บุรีรัมย์ นนทบุรี, ส.ส.เพิ่ม 1 คน 37 จังหวัด ประกอบด้วย กระบี่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ เชียงราย ตรัง ตาก นครนายก นครปฐม นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปทุมธานี อยุธยา พังงา เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ร้อยเอ็ด ระยอง เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี และบึงกาฬ

นิกรชี้กกต.แค่เตรียมพร้อม
นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวกรณีกกต. ประกาศจำนวน ส.ส.ในการเลือกตั้งปี 2566 ว่า เป็นการจัดทำเป็นการทั่วไปของ กกต. หลังจากมีความชัดเจนต่อจำนวน ส.ส.ตามที่รัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2564 กำหนดให้มี ส.ส.เขต 400 คน และเป็นการจัดทำระหว่างปีเท่านั้น แต่หากมีการเลือกตั้งเมื่อใดอาจต้องปรับเรื่องจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกเล็กน้อย ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้ง ขณะนี้ยังทำไม่ได้ เนื่องจากต้องรอการพิจารณาของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา วาระ 2,3 วันที่ 5 ก.ค.นี้

สำหรับการเตรียมการของ ชทพ. ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทำโรดโชว์ ในส่วนการเตรียมส่งผู้สมัคร เบื้องต้นพรรคเน้นส่ง ส.ส.เขตในพื้นที่หลัก ไม่ครบ 400 คน ดังนั้นจะพิจารณาพื้นที่ที่พรรคให้น้ำหนัก ส่วน จ.พรรณบุรี ที่มีส.ส.เพิ่มขึ้น 1 คน จากเดิม 4 คนเป็น 5 คน ถือว่าพรรคมีโอกาสเพิ่มมากขึ้น และมั่นใจว่าจะได้ส.ส.ยกจังหวัดแน่นอน เป้าหมายของพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าต้องได้ส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 คน เพื่อพอต่อการเสนอชื่อหัวหน้าหน้าพรรคเป็นนายกฯ

ศท.เปิดที่ทำการแห่งใหม่
รายงานข่าวจากพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) เผยความคืบหน้าการย้ายสถานที่ทำการพรรค จากอาคารยูทาวเวอร์ ถ.ศรีนครินทร์ กทม. กลับมาใช้อาคารปานศรี ถ.รัชดาฯ ซึ่งขึ้นป้ายชื่อพรรคแล้ว เมื่อ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างตบแต่งภายใน ส่วนวันเปิดคาดคงให้ผ่านการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ลำปาง เขต 4 วันที่ 10 ก.ค.นี้ ไปก่อน เนื่องจากขณะนี้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำ ลงพื้นที่ จ.ลำปาง และการเปิดตัวอาคารที่ทำการพรรคแห่งใหม่ จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ควบคู่ไปพร้อมๆ กัน

ส่วนการเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง หลังประชุม กก.บห.พรรคนัดแรกไปแล้ว ได้เตรียมนัดประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร และจะพิจารณาตั้งคณะทำงานภาคแต่ละภาคเพื่อลงพื้นที่ เบื้องต้นจะให้ส.ส.พื้นที่ของภาคนั้นๆ เป็นตัวหลักรับผิดชอบ โดย ร.อ.ธรรมนัส จะดูภาพรวมทุกภาค ส่วนภาคเหนือตอนบนผู้รับผิดชอบคือ นาย จีระเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา ภาคเหนือ ตอนล่าง นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาฯ พรรค ภาคอีสาน นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ภาคกลาง นายยุทธนา โพธ สุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงจะมีบุคคลนอกที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกมาช่วยดูแลด้วย

พท.สวนวันชัย-ตีโพยตีพาย
น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์ แนวทางแลนด์สไลด์ที่พรรคพท.ใช้ปราศรัยในกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย พร้อมพาดพิงถึงน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ว่าตำแหน่งนายกฯ ไม่ใช่ของเล่น ไม่ต้องรีบชิงสุกก่อนห่าม ว่า ขอขอบคุณสำหรับคำวิพากษ์วิจารณ์ของนายวันชัย ที่ชี้แนะทางการเมืองให้น.ส.แพทองธาร ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับทุกความคิดเห็นที่มีประโยชน์และสร้างสรรค์

นายวันชัยไม่ควรวิจารณ์เพียงเพราะต้อง การดิสเครดิต หรือเกาะกระแสความนิยมของพท. และหยุดการกระทำที่มีส่วนทำให้บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ เพราะเป็นหนึ่งคนที่ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในปี 2560 เป็นคนเขียนรัฐธรรมนูญปี 2560 ให้ ส.ว. 250 คนมีสิทธิ์ร่วมโหวตนายกฯ เป็นมรดกบาปที่นายวันชัยและพวกโรยกลีบกุหลาบไว้ให้พล.อ.ประยุทธ์และองคาพยพได้มาซึ่งอำนาจจนถึงปัจจุบัน

“น.ส.แพทองธารยังไม่เคยเอ่ยปากเรื่องการเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯ สักครั้ง นายวันชัยไม่ควรตีโพยตีพายไปมากกว่าความเป็นจริง ในโลกปัจจุบันไม่มีอะไรที่เร็วเกินไปหรือช้าเกินไป ทุกคนสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศได้หากปรารถนาดี มีความรู้ ความสามารถ ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เข้ามา ไม่ใช่ชงเอง ตบเองเหมือนที่นายวันชัยและพรรคพวกเคยทำ” น.ส.ธีรรัตน์กล่าว

วันนอร์จี้‘ตู่’ตอบกระทู้สภา
เวลา 11.05 น. ที่รัฐสภา ในงานเสวนาทางวิชาการ เนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปี รัฐสภา หัวข้อ “90 ปี รัฐสภา การเดินทางและความหวัง” โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต นายกฯ และอดีตผู้นำฝ่ายค้านร่วมเสวนา

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า อยากฝากไปถึงรัฐบาลเรื่องกระทู้ถามสด มีขึ้นเพื่อวัดกึ๋นการทำงานของรัฐบาล ถ้าทำงานไม่เก่งจะมาตอบไม่ได้ เพราะเป็นการถามเดี๋ยวนั้น ตอบเดี๋ยวนั้น และต้องไม่ใช่การมอบให้รัฐมนตรีมาตอบแทน นายกฯ ต้องฟังและเข้าใจเอง อย่าบอกว่างานเยอะ เพราะกำหนดไว้แล้วว่าวันพุธและวันพฤหัสบดีมีการประชุมสภา รัฐบาลต้องว่าง และรัฐสภามีห้องมากมายรองรับการทำงานของรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลต้องมาสภาเพราะคุณมาจากสภา และสภาคือฝ่ายที่ให้เงินรัฐบาลไปบริหารประเทศ เบอร์หนึ่งคือประธานรัฐสภา ส่วนนายกฯ คือเบอร์สอง

ด้าน นายโภคิน กล่าวว่า ข้อดีการมีรัฐสภาโดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่มีอะไรสะดุดทุกอย่างจะไหลลื่น และนายกฯ มาตอบคำถาม แต่เมื่อยึดอำนาจมาเขาก็ด้อยค่าสภา ฝ่ายรัฐบาลมักเลือกหยิบร่างกฎหมายที่ตนเองเสนอมาพิจารณาแซงร่างกฎหมายที่ส.ส.เข้าชื่อ ทำให้กฎหมายดีๆ หลายฉบับ เมื่อยุบสภาก็ต้องตกไป ตนเห็นด้วยกับการตั้งกระทู้ถาม ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะสะท้อนความทุกข์ยากของประชาชน สภาต้องช่วยรับฟังเสียงประชาชน ผู้แทนต้องสะท้อนปัญหาพื้นที่

มาร์คซัดสุชาติตำหนิเบาไป
ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การรัฐประหาร ไม่ควรจะเป็นคำตอบให้กับเรื่องใดๆ และ แนววินิจฉัยของศาลจะต้องไม่รับรองการรัฐประหาร ขณะนี้เรายังไม่มีวัฒนธรรมเหมือนกับประเทศประชาธิปไตย ที่มีระบบรัฐสภาที่ทำให้ฝ่ายบริหารเคารพฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกิดวิวาทะ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ตำหนินายกฯ ไม่มาตอบกระทู้ นายกฯ บอกว่าแรงไปหรือไม่ ซึ่งรองประธานสภาพูดเบาเกินไป อยากให้นายกฯ ตระหนัก ประเทศที่ปกครองด้วยระบบรัฐสภา ผู้นำประเทศต้องถืองานสภาโดยเฉพาะตอบกระทู้เป็นอันดันหนึ่ง ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่มีข้ออ้างที่จะมาตอบไม่ได้ ถ้าบริหารจัดเวลา 1-2 ชั่วโมงไม่ได้ จะบริหารประเทศอย่างไร การมาตอบกระทู้ไม่ใช่เป็นเรื่องเทคนิค เหมือนที่นายกฯ กล่าวไว้ แต่การมาตอบเพื่อให้เจ้าของประเทศรับทราบถึงหลักคิดบริหารประเทศ

“นักการเมืองความรับผิดชอบทางการเมืองสูงกว่ากฎหมาย ถ้าปล่อยให้เกิดเรื่อง อื้อฉาว ไม่มีความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบ ลาออกจากตำแหน่งไม่ได้แปลว่าผิด แต่เป็นการรักษากระบวนการทางการเมืองให้เดินต่อได้และรักษาศรัทธา แต่ของเรามีแต่บอกว่าให้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย หลงทางกระทั่งให้ศาลวินิจฉัยจริยธรรม ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำ อีกเรื่องประมวลกฎหมายจริยธรรมเมื่อไหร่ถึงจะศักดิ์สิทธิ์ นักการเมืองญี่ปุ่นลาออกจากรัฐมนตรี เนื่องจากนั่งหลับตอนแถลงข่าวช่วงบ่าย เพราะกินเหล้าตอนกลางวัน เวลาใกล้เคียงกันกับรัฐสภาเรา มีส.ส.ดื่มจนอาละวาด ใช้เวลาสอบ 2 ปียังบอกไม่ได้ว่าเมาหรือไม่ ถ้าเป็นแบบนี้รักษาศรัทธาไม่ได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน