ส่งศาลจำคุก-นักพนัน มีทั้งไทย-มาเลย์-พม่า

ศาลสั่งปรับ-จำคุก 52 ผีพนันไทย-เทศ ลอบเล่น ‘บักคารา’ บ่อนใหญ่ในชั้นใต้ดิน ตึกหรูย่านรัชดาฯ หลังถูกตำรวจ 191-บก.น.2 บุกทลายกลางดึกวันที่ 25 มิ.ย. โฆษก บช.น.ยัน ตร.แกะรอยสืบพบเบาะแสเอง อยู่ระหว่างคุ้ยหานายทุนตัวจริงว่าเป็นชาวไทยหรือต่างชาติ เพราะลอบเปิดบ่อนในแหล่งที่ชาวต่างชาติพลุกพล่าน ฮึ่มฟันตำรวจท้องที่หากตรวจข้อเท็จจริงแล้วละเลยหน้าที่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. พ.ต.ท. ชุติพนธ์ ตะกรุดทอง สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร คุมตัวผู้ต้องหาลักลอบเล่นการพนันบักคาราจำนวน 52 คน แยกเป็นชาย 34 คน หญิง 18 คน (สัญชาติไทย 14 คน, สัญชาติจีน 22 คน, สัญชาติเมียนมา 14 คน และสัญชาติมาเลเซีย 2 คน) ไปส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ หลังทั้งหมดถูกตำรวจ 191 บุกทลายบ่อนการพนัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องเจ้าหน้าที่สายตรวจ 1,2,3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า บริเวณชั้นใต้ดินตึก A Tower (ตึกอโยธยาทาวเวอร์) ซอยรัชดาภิเษก 18 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ มีการลักลอบเล่นการพนันไพ่บักคารา เมื่อไปตรวจสอบพบว่ามีการเล่นการพนันจริงจึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้ผู้ต้องหา 52 คน แยกเป็นชาย 34 คน หญิง 18 คน มีนายเอกรินทร์ สวัสดิ์นาวิน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/1078 หมู่ 8 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน พร้อมของกลางเป็นเงินสด 4,356,700 บาท อุปกรณ์เล่นการพนันบักคารา รวม 30 รายการ

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อกล่าวหานายเอกรินทร์ ผู้ต้องหาที่ 1 ข้อหา จัดให้มีการลักลอบเล่นการพนัน (บักคารา) เอาทรัพย์สินกันโดย ผิดกฎหมายและร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (บักคารา) โดยผิดกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหา ที่ 2-52 แจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการ พนัน (บักคารา) เอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย

ต่อมาพนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 1 ยื่นฟ้องคดีด้วยวาจา กลุ่มนักพนัน ซึ่งมีทั้งบุคคลสัญชาติไทย และต่างชาติ รวม 45 คน เป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำ อ.1910/2565

ในความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ชั้นพิจารณาจำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ

ศาลพิจารณาคำฟ้องประกอบคำรับสารภาพแล้ว มีพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดพ.ร.บ.การพนันฯ มาตรา 12 (2) และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 (2), 18 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยจำเลยทั้ง 45 คนให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ให้จำคุกจำเลยคนละ 15 วัน และปรับคนละ 10,000 บาท และจำเลยที่ 2-45 มีความผิดฐานร่วมกันเล่นการพนันบักคาราด้วย ให้ปรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 45 คนละ 1,000 บาท ซึ่งรวมโทษจำเลยที่ 2-45 แล้วจำคุกคนละ 15 วัน และปรับคนละ 11,000 บาท

โดยนายเอกรินทร์ สวัสดิ์นาวิน จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นผู้จัดให้มีการพนันบักคาราด้วย ให้จำคุก 3 เดือนและปรับ 1,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 เดือน 15 วัน และปรับ 11,000 บาท ขณะที่ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 45 คนเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้ มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 และให้ริบของอุปกรณ์และ เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นพนัน และทรัพย์สินพนันของกลาง หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30

บ่อนบักคารา – ภาพนาทีตำรวจ 191 บุกทลายบ่อนพนันบักคารา ชั้นใต้ดินอาคารแห่งหนึ่งตั้งอยู่กลางย่านรัชดาภิเษก จับกุมนักพนันได้รวม 52 คนมีทั้งไทย, จีน, เมียนมา และมาเลเซีย ยึดเงินสดกว่า 4.3 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.

นอกจากนี้วันเดียวกัน พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 1 โจทก์ ยังยื่นฟ้องคดีด้วยวาจากลุ่มบุคคลสัญชาติเมียนมา-จีน รวม 7 คน เป็นจำเลย ความผิดตาม พ.ร.บ.การ พนันฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1914/2565 โดยจำเลยทั้ง 7 คน ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา

ศาลแขวงพระนครเหนือ พิจารณาคำฟ้องประกอบคำรับสารภาพแล้ว มีพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิด พ.ร.บ.การพนันฯ มาตรา 12(2) และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9(2), 18 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยจำเลยที่ 1-6 มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ ด้วย โดยจำเลยทั้ง 7 คนให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้จำคุกจำเลยที่ 1-7 คนละ 15 วัน และปรับคนละ 10,000 บาท ฐานร่วมกันเล่นการพนันบักคารา ให้ปรับคนละ 1,000 บาท และลงโทษจำคุกและโทษปรับจำเลยที่ 1-6 ด้วยตามพ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ

เมื่อรวมโทษทุกความผิดแล้วจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4 คนละ 4 เดือน 15 วัน และปรับคนละ 17,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 15 วันและปรับ 13,500 บาท จำเลยที่ 5-6 จำคุกคนละ 2 เดือน 15 วันและปรับคนละ 14,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 7 จำคุก 15 วันและปรับ 11,000 บาท ขณะที่ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 7 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้ มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. โฆษกบช.น. ยืนยันว่า ไม่ได้ปกปิดข้อมูลการเข้าจับกุมบ่อนการพนันบักคารา ย่านสุทธิสาร ช่วงกลางดึกวันที่ 24 มิ.ย.ต่อเนื่องวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา สามารถจับนักพนันได้ 52 คน และยึดเงินสด ได้กว่า 4 ล้าน 3 แสนบาท การจับกุมครั้งนี้ ตำรวจบก.สปพ.หรือ 191 ร่วมกับ บก.น.2 เข้าจับกุม เป็นการปฏิบัติการภายในหน่วยงานเดียวกัน แต่เพื่อความโปร่งใส บก.น.2 จึงออกคำสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า ตำรวจท้องที่มีส่วนละเลย หรือมีส่วนรู้เห็นด้วย หรือไม่ โดยยังไม่มีคำสั่งช่วยราชการแต่ อย่างใด

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวย้ำว่า การจับกุม ครั้งนี้มาจากข้อมูลภายในของตำรวจ ที่สืบทราบว่าอาจมีการลักลอบเล่นการพนัน ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นบ่อนพนันของชาวต่างชาติ แต่บริเวณดังกล่าวมีชาวต่างชาติพักอาศัยจำนวนมากจึงมีการชักชวนกันเข้าเล่นพนันบริเวณจุด ดังกล่าว นักพนันที่เป็นชาวต่างชาติจะประสานสถานทูตดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกันจะตรวจสอบข้อมูลผู้เช่าพื้นที่อีกครั้ง ว่าเป็นบุคคลใด รวมทั้ง ต้องมีการสอบสวนผู้ให้เช่าพื้นที่ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากมีส่วนต้องถูกดำเนินคดีด้วย

“ตั้งแต่ เปิดประเทศ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัด กวดขันปราบปรามอบายมุข การพนัน และสถานบริการต่างๆ ตั้งแต่ 1 มิ.ย. ที่มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ถึงปัจจุบัน มีการจับกุมคดีการพนัน 497 คดี ในจำนวนนี้ อยู่ในพื้นที่บก.น.2 จำนวน 109 คดี โดยเกิดเหตุในพื้นที่สน.สุทธิสาร 13 คดี และจับกุมสถานบริการ 29 คดี ได้ผู้ต้องหา 30 คน นอกจากการดำเนินการภายในหน่วย ของบช.น. ยังพร้อมรับข้อมูลจากหน่วยงานอื่น หรือบุคคลอื่น เพิ่มเติมด้วย” รองผบช.น.กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน