‘หวย 3 ตัว’ รอประชาพิจารณ์ ยังไม่ตกผลึกต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน แค่คิดขึ้นมาให้ทำตามกรอบกฎหมายเท่านั้น แย้มสลากดิจิทัลอาจเพิ่มเข้าระบบมากกว่า 20 ล้านใบ หากประชาชนให้การตอบรับดี ด้านประธานกรรมการสลากฯ ย้ำสลากดิจิทัลไม่ได้แย่งอาชีพคนพิการ เตรียมปรับแอพเป๋าตังแยกสลากของผู้ค้าพิการให้ชัดเจน หวังผู้ใจบุญช่วยอุดหนุนโดยตรง เชื่อสลากดิจิทัล 20 ล.ใบ รวมกับแผงค้า 80 บาท ตามปั๊ม 2 พันจุด เพียงพอที่จะแทรกแซงตลาดแก้ปัญหาลอตเตอรี่แพงได้
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สลากกินแบ่งรัฐบาล 6 หลัก และสลากตัวเลข 3 หลักว่า เรื่องสลาก 3 ตัวยังไม่มีความชัดเจน เพียงแต่คิดขึ้นมาให้ทำตามกรอบกฎหมาย ต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน คงต้องรอสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ ตนจึงยังไม่อยากพูดในรายละเอียดเนื่องจากทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย แต่ความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีคือต้องการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลแพง ขณะนี้ดำเนินการมาได้ดีระดับหนึ่ง
สำหรับความคืบหน้าการเพิ่มจำนวน สลากดิจิทัล วางแผนเพิ่มสลากดิจิทัลจาก 5 ล้านใบ เป็น 7 ล้านใบ สำนักงานสลากฯ ตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 20 ล้านใบในอนาคต และหากประชาชนให้การตอบรับเห็นว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์คงไม่ใช่แค่ 20 ล้านใบ แต่ต้องเอาตามเสียงประชาชนเป็นหลัก นายกฯ กำชับให้เอาเสียงประชาชนเป็นหลัก และต้องแก้ปัญหาสลากแพงให้ได้ เรื่องสลากดิจิทัลหากประชาชนช่วยกันเราจะผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงได้
ด้านนายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานสลากฯ อยู่ระหว่างพัฒนารูปแบบการขายสลากดิจิทัลเพื่อดูแลกลุ่มผู้พิการ และเป็นการจูงใจให้ผู้พิการที่มีโควตาขายสลาก เข้าร่วมนำมาวางขายในแพลตฟอร์มเป๋าตังมากขึ้น โดยเร็วๆ นี้แอพพลิเคชั่นเป๋าตังจะมีการเพิ่มหมวดแยกชัดเจนว่าสลากดิจิทัลใบใดบ้างเป็นของผู้พิการที่นำมาฝากวางขาย เพื่อให้ผู้ซื้อที่ต้องการช่วยเหลือผู้พิการ สามารถเลือกสลากได้โดยตรง จากเดิมที่สลากจะคละกันทั้งหมด ไม่ได้มีการแยกว่าเป็นของผู้ค้ากลุ่มใดบ้าง
“กองสลากยืนยันว่าการดำเนินการสลากดิจิทัลไม่ได้แย่งอาชีพผู้พิการ ผู้พิการยังมีโควตาและขายเองเหมือนเดิม แถมยิ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการสามารถนำมาฝากวางขายได้ ไม่ต้องไปเดินขายเองให้ยากลำบาก รายได้จากการขายโอนเข้าบัญชีทันที นอกเหนือจากที่จะพัฒนา รูปแบบเป๋าตังให้สามารถใช้คำสั่งเสียงได้ในอนาคต เพื่อดูแลผู้พิการทางสายตา” ประธานกรรมการสลากฯ กล่าว
นายลวรณกล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ค้าสลากที่เป็นผู้พิการมูลนิธิ องค์กร ในกลุ่มที่ได้รับจัดสรรโควตาอยู่เดิม นำสลากในระบบโควตามาฝากขายผ่านแอพฯ เป๋าตังอยู่จำนวนหนึ่ง หากว่ากองสลากพัฒนาระบบที่จะช่วยให้ ผู้พิการขายสลากได้ง่ายขึ้น และทำให้เห็นว่าสลาก 80 บาทสามารถขายได้จริง เชื่อจะมีความสนใจมาฝากขายเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
สำหรับการขายสลากดิจิทัลในงวดวันที่ 16 ก.ค. ที่จะเริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.นี้ จะมีสลากดิจิทัลในระบบรวม 5.1 ล้านใบเช่นเคย และจะเพิ่มในงวดวันที่ 1 ส.ค.ที่จะเริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.อีก 2 ล้านบาท รวมเป็นทั้งหมด 7.1 ล้านใบ โดยหลังจากนั้นจะทยอยเพิ่มงวดละ 1-2 ล้านฉบับ รวมเป็นไม่เกิน 20 ล้านฉบับ ในสิ้นปี 2565 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ เชื่อว่าปริมาณสลากดังกล่าว เมื่อรวมกับร้านค้า 80 บาทที่จะขยายไปในสถานีบริการน้ำมันอีกกว่า 2,000 จุด ทำให้มีปริมาณสลาก 80 บาท เพียงพอที่จะแทรกแซงสลากในตลาดไม่ให้ขายเกินราคาได้
นายลวรณกล่าวทิ้งท้ายว่า ความคืบหน้าผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา และรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้เสีย ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าดำเนินการอย่างไร ขณะนี้ขอติดตามผลจากการดำเนินนโยบายสลากดิจิทัลเป็นหลักก่อน