ไปประชุมปารีส-อังกฤษ ยันจ่ายโมลนูพิราเวียร์ให้‘อนุทิน’เพราะอ้วน จับตาพันธุ์ย่อยอีก2วีก สธ.ห่วงอาการหนักเพิ่ม

‘อนุทิน-จุรินทร์’ ติดโควิด หลังกลับจากภารกิจต่างประเทศ อาการไม่หนัก- กักตัวรักษาที่บ้าน หมอจ่ายยา ‘โมลนู พิราเวียร์’ ให้รมว.สธ.ยันพิจารณาตามเกณฑ์ไม่มีสิทธิพิเศษ เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงจากความอ้วน ร.พ. ราชวิถี เผยอัตราครองเตียงเพิ่มขึ้น ขณะศบค.ชี้ป่วยหนักมีแนวโน้มเพิ่ม ส่วนป่วยใหม่ 1,761 เสียชีวิต 13

โควิดป่วยหนักมีแนวโน้มเพิ่ม
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้รายงาน 1,761 ราย ลดต่ำกว่า 2 พันรายอีกวัน ติดเชื้อสะสม 4,517,651 ราย หายป่วย 2,185 ราย สะสม 4,464,573 ราย เสียชีวิต 13 ราย สะสม 30,620 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 22,458 ราย อยู่ ร.พ.สนาม HI CI 11,959 ราย และอยู่ในร.พ. 10,499 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 638 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 290 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 9.7% ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ ส่วนผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ 4 ราย

ขณะที่กรมควบคุมโรครายงานจำนวน ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,433 ราย 2.สมุทรปราการ 50 ราย 3.สิงห์บุรี 36 ราย 4.ชลบุรี 34 ราย 5.อุบลราชธานี 27 ราย 6.เชียงใหม่ 17 ราย 7.ฉะเชิงเทรา 15 ราย 8.สงขลา 13 ราย 9.ขอนแก่น 11 ราย และ 10.ปทุมธานี 11 ราย ส่วนรายงานผู้ป่วยรายใหม่มีอาการเข้ารักษาใน ร.พ.หลักหน่วยมี 32 จังหวัด และไม่มีรายงานผู้ป่วยโควิดเพิ่มเป็น 33 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำแพงเพชร จันทบุรี ชัยภูมิ ตรัง ตราด ตาก นครนายก นราธิวาส น่าน บึงกาฬ ปัตตานี พังงา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก มุกดาหาร ยะลา ยโสธร ระนอง ระยอง ราชบุรี ลำปาง สตูล สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ เชียงราย เพชรบูรณ์ และแม่ฮ่องสอน

ติดโควิด – ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ขณะร่วมประชุมภารกิจต่างๆ ในทวีปยุโรป เมื่อกลับมาถึงไทยตรวจพบติดเชื้อโควิด ต้องกักตัวและรักษาอาการที่บ้าน

อนุทินการ์ดตกขึ้น 2 ขีด
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมครม. โดยมีรัฐมนตรีหลายคนลาการประชุม 1 ในนั้นคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข เนื่องจากติดโควิด

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงนายอนุทิน ตรวจพบติดเชื้อโควิด หลังจากเดินทางเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารโรคเอดส์ แห่งสหประชาชาติ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสว่า ในเครื่องบินมีคนติดเพราะฉะนั้นทางคณะของนายอนุทินน่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยง จึงกักตัว

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนายอนุทินติดโควิด ว่า ภายหลังนายอนุทินเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยได้ตรวจด้วยชุดเอทีเค พบว่าติดเชื้อ จากนั้นได้ไปตรวจยืนยันด้วยระบบ RT-PCR ก็ยืนยันผลเป็นบวก โดยนายอนุทินแจ้งความประสงค์ที่จะรักษาตัวที่บ้าน ขณะที่ทีมแพทย์เห็นว่านายอนุทินมีอาการไม่มาก จึงให้ดูแลรักษาอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 5-7 วัน แต่ก็มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และขณะนี้ได้ให้นายอนุทินรับประทานยาโมลนูพิราเวียร์ ส่วนการตรวจหาสายพันธุ์โควิดที่ทำให้นายอนุทินป่วย ต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์จึงจะทราบผล

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถามถึงกรณีอาการไม่มาก แต่ต้องให้ยาโมลนูพิราเวียร์ นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ปัจจุบันเรามียาใช้ในการดูแล คือยาตามอาการ คนอาการน้อยก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาต้านไวรัส ถ้าอาการมากขึ้นก็จะมีข้อบ่งชี้ตามแนวทางการดูแลรักษา (ไกด์ไลน์) ของกรมการแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการผู้ป่วยและสั่งยา เมื่อไรถึงให้ฟ้าทะลายโจร ฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์ หรือแพกซ์โลวิด ก็จะมีเกณฑ์อยู่แล้วตามแนวทางไกด์ไลน์

ยันอาการรมว.สธ.ไม่หนัก
เมื่อถามว่ากรณีนายอนุทินได้รับการฉีดวัคซีนหลายเข็มแล้วแต่ยังติดเชื้อ ทำให้หลายคนกังวลต่อประสิทธิภาพของวัคซีน นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ตนยืนยันว่าวัคซีนยังมีประสิทธิภาพ เมื่อฉีดแล้วก็สามารถติดเชื้อได้ แต่จะช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก ขณะนี้นายอนุทินยังสุขภาพแข็งแรงดี จากการที่พูดคุยทางโทรศัพท์นายอนุทินแข็งแรงดี มีเสียงอู้อี้เล็กน้อย ยังสามารถทำงานและสั่งข้อราชการต่างๆ ได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่ร่วมคณะเดินทางไปปฏิบัติราชการต่างประเทศหลายคนพ้นระยะกักตัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ที่ยังอยู่ในระยะที่ต้องเฝ้าสังเกตยังไม่มีใครติดเชื้อ

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ขณะนี้โรคโควิด-19 กำลังเดินเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งยังติดเชื้อได้ แต่ส่วนใหญ่จะอาการไม่รุนแรง สามารถดูแลรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ หรือดูแลตัวเองที่บ้าน หากใครมีอาการมาก ก็จะเข้ารับการดูแลในโรงพยาบาลในระบบผู้ป่วยใน แต่จากข้อมูลตอนนี้ผู้ติดเชื้อมีอาการรุนแรงน้อยมาก จากการติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 ต้องขอดูสายพันธุ์นี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จากนั้นจะปรึกษากันอีกครั้ง ถ้าไม่กระทบกับประเทศไทยมากนัก และทุกอย่างยังเป็นไปตามปกติ จะเดินหน้าตามแผนที่จะประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น

ยังไม่ปรับแผนโรคประจำถิ่น
นพ.เกียรติภูมิกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ไทยเจอ โควิดมาป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยละ 80-90 หมายถึงมีประมาณร้อยละ 10 มีโอกาสติดได้ คนที่มีภูมิคุ้มกันมากก็ป้องกันได้มาก คนที่ภูมิคุ้มกันน้อยก็ป้องกันได้น้อย แต่ป้องกันการป่วยหนักหรือเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 99 โดยเฉพาะคนที่ได้รับวัคซีนบูสเตอร์โดสแล้ว ซึ่งขณะนี้ก็เร่งรัดการฉีดเข็มกระตุ้นอยู่ คนที่เชื่อว่าแม้ฉีดวัคซีนหลายเข็มก็มีโอกาสติดเชื้อจึงไม่มาฉีด เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะวัคซีนเข็มบูสเตอร์ไม่ว่าครั้งที่ 1 หรือ 2 ก็ลดความรุนแรงของโรคได้เช่นกัน ปกติวัคซีนกระตุ้น ปีละครั้ง แต่โควิดต้อง 4 เดือน ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงต้องมากระตุ้นใน 3 เดือน จะช่วยลดความรุนแรงเมื่อติดเชื้อ ทั้งนี้ยังสนับสนุนให้คนป้องกันตนเอง 2U คือ Universal Prevention ดูแลตนเอง ใส่หน้ากาก รักษาระยะห่าง ล้างมือ และ Universal Vaccination ฉีดวัคซีนให้ครบ 3 โดสและกระตุ้นตามกำหนด ซึ่งเป็นหลักการหลักในการอยู่กับโควิด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ให้ข้อมูลว่าเดือน ก.ค.จะเป็นจุดพีก มีผู้ติดเชื้อมากขึ้น ขณะที่สธ.ลดมาตรการป้องกัน นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ต้องเข้าใจว่า เราอยู่กับโควิด ให้ความสำคัญกับการป่วยหนักและเสียชีวิต การติดเชื้อมีความรุนแรงลดลงมาก ทั้งจากตัวโรคเองและการฉีดวัคซีน ถ้าให้ความร่วมมือมาฉีดวัคซีนให้มากที่สุด โรคก็จะอ่อนแรงไปด้วย คนที่ป่วยหนักหรือมีความเสี่ยงได้รับเชื้ออาจจะป่วยหนักได้ แต่ถ้าเพิ่มให้มีภูมิมากพอ โรคก็ลดกำลังลง เราเจอก็ไม่เป็นอะไร เพราะฉะนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนที่เราก็วางกำลังเฝ้าระวังอยู่ แต่ที่กลัวคือป่วยหนักและมาใช้ แล้วระบบสาธารณสุขเรารองรับไม่ได้ ขณะนี้กำลังวางแผนการดูแลรักษาโควิด 19 นอกจากระบบผู้ป่วยนอกและการรักษาใน ร.พ.ก็กำลังจะวางขยายไปสู่ระบบคลินิก ให้หมอสั่งยาทางคลินิกได้ ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงมากขึ้น สำหรับอัตราการครองเตียงในภูมิภาคไม่ถึงร้อยละ 10 ในกทม.ตัวเลขสูง

จุรินทร์ติดโควิดจากตปท.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ตรวจพบเชื้อ โควิด-19 หลังจากเดินทางกลับมาจากปฏิบัติภารกิจที่ประเทศไอซ์แลนด์และอังกฤษ ซึ่งไม่มีอาการรุนแรงอะไร โดยแพทย์ให้รักษาตัวเองตามขั้นตอนของสาธารณสุข รักษาตัว 7 วัน กักตัวอีก 3 วัน เฝ้าดูอาการจนกว่าจะหาย ซึ่งก็ให้ทำงานที่บ้านสั่งงาน และยังเซ็นเอกสารได้

นายสาธิตกล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ในระยะนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ยืนยันว่าได้ไม่เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการให้ถอดหน้ากากอนามัย ตามความสมัครใจ แต่เป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากมีการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง ทั้งนี้ขอให้ประชาชนไม่ต้องเป็นกังวล แต่ก็ต้องรักษามาตรการ เว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัยในที่แออัด และยังระมัดระวังตนเองเหมือนเดิม ส่วนโอมิครอนสายพันธุ์ BA.4 BA.5 แม้จะเริ่มแพร่ระบาดในไทย แต่กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ติดตามลักษณะอาการมาระยะหนึ่งแล้ว พบว่ายังไม่มีผลการจิวัยชี้ชัดว่าจะมีอาการรุนแรง และอัตราส่วนในการครอบครองสายพันธุ์อื่นๆ พบว่ามีการครองไปแล้วร้อยละ 50 ซึ่งเป็นการพัฒนาของสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเริ่มแพร่ระบาดในไทย แม้ขณะนี้มีเส้นโค้งที่กำลังขึ้นแต่ไม่ได้ขึ้นเท่ากับช่วงที่ระบาดหนัก เพราะฉะนั้นช่วงนี้ต้องระมัดระวังตัวเอง

ราชวิถีผู้ป่วยครองเตียงเพิ่ม
ด้านนพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผอ. ร.พ. ราชวิถี กล่าวว่า อัตราครองเตียง ร.พ.ราชวิถี มีเตียงผู้ป่วยกลุ่มอาการสีเหลืองถึงแดงเกือบ 100 เตียง เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ลดเตียงลงเหลือ 60 เตียง แต่เมื่อเดือนพ.ค.65 ผู้ป่วยเริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้น อัตราครองเตียงร้อยละ 40 ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.เป็นต้นมา เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 70-80 ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่เข้ามารักษา ผ่าระบบเจอแจกจบ และ HI เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมวันละ 100 รายเป็น 220 รายต่อวัน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผู้ป่วยเพิ่มแต่ทางร.พ.ยังดูแลได้ แต่ก็ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนอย่าประมาท โดยเฉพาะมาตรการป้องกันตนเองสูงขึ้น สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือและฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

ขณะที่นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า วันนี้ไปตรวจเยี่ยม ร.พ.ราชวิถีมาอัตราการครองเตียงก็เพิ่มขึ้น ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจดูเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ก็หารือกับ ผอ.ร.พ.ราชวิถี ว่า อาจจะต้อง เตรียมไว้ในกรณีถ้าผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากๆ การรักษาพยาบาลทางการแพทย์จะดูกรณีเลวร้ายที่สุดซึ่งต้องเผื่อไว้ วันนี้กรมจะมีหนังสือสั่งการลงไปว่า การเข้ามายัง ร.พ.ต่างๆ ยังขอให้สวมหน้ากากก่อน และกำชับบุคลากรทางการแพทย์สำรวจตัวเองว่าฉีดวัคซีนกี่เข็มแล้ว รับเข็มสุดท้ายเมื่อไร พร้อมเชิญชวนบุคลากรและประชาชนที่มารับบริการ โดยจะให้บุคลากรทางการแพทย์ถาม เพื่อให้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นอีกครั้ง

นพ.สมศักดิ์กล่าวด้วยว่า ผู้ป่วยที่อาการรุนแรงมากขึ้นยังเป็นกลุ่ม 608 อย่างที่บอกครองเตียงมากขึ้น มีผู้ป่วยรุนแรงมากขึ้น นิดหน่อย ประมาณร้อยละ 10-20 อัตราการครองเตียงตอนนี้ก็เกินครึ่งหนึ่งไปหน่อยแล้ว แต่ก็เตรียมทางหนีทีไล่ อาจจะขยายวอร์ดโควิดเพิ่ม ซึ่งไม่เพียงแค่ใน กทม. แต่พื้นที่เขตสุขภาพต่างๆ ทั่วประเทศ ผู้ตรวจราชการ สธ. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ก็ประเมินและเตรียมการเรื่องพวกนี้เช่นกัน

ยันรักษาอนุทินตามเกณฑ์
นพ.สมศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีสังคมวิจารณ์การจ่ายยาโมลนูพิราเวียร์ให้กับนายอนุทินที่ติดโควิด-19 แต่มีอาการเล็กน้อยว่า กรมการแพทย์ได้ออกแนวทางเวชปฏิบัติในการจ่ายยาให้กับผู้ป่วยโควิด-19 (CPG) อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาก็มีการปรับปรุงแนวทางมามากกว่า 10 ครั้งแล้ว สำหรับยาโมลนูพิราเวียร์จะจ่ายให้กับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางซึ่งพิจารณาร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น โดยไม่แนะนำให้ในผู้ป่วยที่มีอาการมากแล้ว เพราะไม่สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ หากอาการรุนแรงมากแล้วก็จะให้ยาฉีด หากประเมินด้วยสายตาทุกคนก็เห็นว่า นายอนุทินน้ำหนักเกิน เข้าข่ายว่าอ้วน แม้มีอาการเล็กน้อยแต่เข้าข่ายการจ่ายยาโมลนูพิราเวียร์ และเป็นไปตามดุลพินิจของแพทย์

“กรณีของรองนายกฯ ยืนยันอีกครั้งว่า คุณหมอที่ดูแลประเมินแล้วว่า เข้าข่ายต้องให้ยาโมลนูพิราเวียร์ ไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์อะไรเป็นพิเศษ” นพ.สมศักดิ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน