พม่ารบเดือด-หนีเข้าฝั่งไทยอีก – เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. สถานการณ์สู้รบระหว่างทหารกองทัพเมียนมากับทหารกะเหรี่ยง เคเอ็นยู ซึ่งสู้รบกันมานาน 5 วัน เริ่มทวีความรุนแรงหนักขึ้น ล่าสุดกองทัพเมียนมาส่งเครื่องบินรบถล่มโจมตีกองกำลังกะเหรี่ยงที่ฐานปฏิบัติการบ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก และมีเครื่องบินรบ 1 ลำบินรุกล้ำน่านฟ้าเข้ามาถึงตัวอำเภอพบพระ สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่วิ่งลงหลุมหลบภัยใต้ถุนบ้าน
จากนั้นเครื่องบินรบยิงทั้งปืนกลอากาศและยิงจรวดใส่ฐานอูเกรทะ เพื่อจะถล่มทหารกะเหรี่ยงที่อยู่รอบฐาน แต่มีกระสุนปืนกลอากาศหลายลูกหลุดข้ามชายแดนมาตกที่บ้าน วาเล่ย์เหนือ หมู่ 3 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ โดยตกในไร่ของนางจุฑามาศ แก้วพวง อยู่บ้านเลขที่ 193 หมู่ 3 ต.วาเล่ย์ มีสะเก็ดระเบิดและกระสุนปืนถูกรถกระบะของชาวบ้าน แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จนกระทั่งเหตุการณ์สงบลง บรรดาผู้ปกครองรีบมารับตัวลูกหลานกลับบ้านทันที

หนีภัยสู้รบ – ชาวกะเหรี่ยงหลายร้อยคนอพยพหนีภัยสู้รบข้ามมายังฝั่งไทย อ.พบพระ จ.ตาก หลังทหารเมียนมาส่งเครื่องบินรบเปิดฉากโจมตีกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู กองทัพอากาศไทยต้องส่งเครื่องบินเอฟ-16 ขึ้นบินลาดตระเวนชายแดนป้องกันรุกล้ำน่านฟ้า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.
ขณะเดียวกัน ชาวกะเหรี่ยงฝั่งประเทศเมียนมาหลายร้อยคนอพยพหนีตายมายังฝั่งไทย และมีผู้หญิงถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ 1 คน เจ้าหน้าที่ไทยนำตัวผู้หนีภัยการสู้รบไปอยู่ ในพื้นที่ปลอดภัยห่างจากวิถีกระสุน ต่อกองทัพอากาศไทยส่งเครื่องบินรบ เอฟ-16 จำนวน 2 ลำ บินลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าตลอดแนวชายแดน จ.ตาก เพื่อป้องกันรุกล้ำน่านฟ้า