ออก2งวดเหมือนลอตเตอรี่ เริ่มทำประชาพิจารณ์ 20กค. พร้อมลงพื้นที่แจง6จังหวัด หวยดิจิทัลวันแรก4.8ล.ใบ

แจกแหลก ‘สลากตัวเลข 3 หลัก’ มีทั้งเลข 3 ตัวตรง 3 ตัวโต๊ด 2 ตัวตรงพร้อมได้ลุ้นรางวัลแจ๊กพอตด้วย โดยสุ่มเลขลำดับการซื้อทั้งหมดจากสลากทุกประเภท ออกรางวัลเดือนละ 2 ครั้ง วันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือนเหมือนลอตเตอรี่ เปิดรูปแบบเลือกซื้อได้ตั้งแต่เลข 000-999 ขายผ่านแอพฯ เว็บไซต์ เครื่องจำหน่ายออนไลน์ ผู้ซื้อต้องอายุ 20 ปีขึ้นไป เริ่มทำประชาพิจารณ์ผ่านเว็บ พร้อมลงพื้นที่ 6 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งที่เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น เลย นครศรีธรรมราช และกรุงเทพฯ 20 ก.ค.-10 ส.ค. ก่อนเสนอครม. ส่วนสลากดิจิทัลวันแรกขายแล้ว 4.8 ล้านใบ

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่สำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาล พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า สำนักงานสลากฯ จัดทำโครงการเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และศึกษาผลกระทบทางสังคมเกี่ยวกับการกำหนดประเภทและรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำปี 2565 เป็นการดำเนินการตามพ.ร.บ. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) โดยกำหนดว่า หากสำนักงานสลากฯ จะออกประกาศกำหนดประเภทและรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ ผู้มีส่วนได้เสียและศึกษาผลกระทบทางสังคม เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก่อนออกประกาศ รวมทั้งต้องให้ผู้ด้อยโอกาสและคนพิการเข้าถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย สำนักงานสลากฯ จึงออกประกาศให้ประชาชนทราบถึงวิธีการรับฟังความคิดเห็น ระยะเวลา สถานที่ ตลอดจนรายละเอียดอื่นที่เพียงพอแก่การที่ประชาชนจะเข้าใจและสามารถแสดงความคิดเห็นได้ต่อไป

ทั้งนี้การรับฟังความเห็น ประกอบด้วย สลากกินแบ่งรัฐบาลแบบตัวเลข 6 หลัก หรือ L6 ซึ่งเป็นรูปแบบลอตเตอรี่ หรือสลากดิจิทัล จ่ายรางวัลแบบผันแปร ตามที่ดำเนินการอยู่แล้ว แต่นำมารับฟังความเห็น เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกประกาศรับรองรูปแบบเกม พระราชบัญญัติ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) อีกครั้ง

และรูปแบบเกมการเล่น แบบสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวเลข 3 หลัก หรือนัมเบอร์ 3 หรือ N3 เป็นสลากแบบสมทบเงินรางวัล หากการออกรางวัลในงวดใดไม่มีผู้มีสิทธิเรียกร้องเงินรางวัล จะนำเงินที่จัดสรรไว้ไปสมทบเพื่อจ่ายเป็นเงินรางวัลในงวดถัดไปก็ได้ แต่ไม่เกินหนึ่งงวด ทั้งนี้เงินที่ได้นำไปสมทบเพื่อจ่ายเป็นเงินรางวัลในงวดถัดไป ถ้าไม่มีผู้มีสิทธิเรียกร้องเงินรางวัลดังกล่าว ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

วิธีการเลือกซื้อสลาก สามารถเลือกหมายเลขตั้งแต่ 000 ถึง 999 จำนวน 1 หมายเลขต่อการเลือกซื้อสลาก 1 รายการ การซื้อทุกๆ 1 รายการ จะได้หมายเลขรางวัลพิเศษ 1 หมายเลข ซื้อสลาก 1 รายการ มีสิทธิลุ้นทุกรางวัล การจัดสรรเงินที่ได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในแต่ละงวด เป็นไปตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติมคือ 60% เป็นเงินรางวัลไม่น้อยกว่า 23% เป็นรายได้แผ่นดิน และไม่เกินกว่า 17% เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน

ทั้งนี้ การซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวเลข 3 หลัก ผู้ซื้อสามารถเลือกหมายเลขที่ตนเองต้องการได้ทุกหมายเลข ตั้งแต่หมายเลข 000 ถึงหมายเลข 999 ออกจำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัลแอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ หรือเครื่องจำหน่ายออนไลน์ โดยจำกัดอายุผู้ซื้อ-ผู้ขาย 20 ปีขึ้นไป

สำหรับการจัดสรรรางวัลนั้น กำหนด 4 รางวัล ได้แก่ 1.รางวัลสามตรง (ตรงเลข-ตรงหลัก) คือ ตัวเลขที่เลือกตรงกับผลการออกรางวัลและหลักตรงกัน เงินรางวัลสัดส่วน 30% ของการจัดสรรเงินรางวัลตามกฎหมายที่ 60% ยกตัวอย่างเช่น ยอดขาย ต่องวด 100 ล้านบาท จะจัดสรรเพื่อจ่ายรางวัล 60 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะนำมาจ่ายให้รางวัล 3 ตรง 30% หรือคิดเป็น 18 ล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นการจ่ายเงินรางวัลตามจำนวนผู้ซื้อ ถ้ามีผู้ซื้อเลขเดียวกันมาก เงินรางวัลก็จะน้อย ถ้ามี ผู้ซื้อน้อย เงินรางวัลก็จะมาก อัตราจ่ายเท่ากันทุกราย เป็นเงินจำนวนเต็มไม่มีเศษ (ปัดเศษทิ้ง) และนำเศษที่เหลือไปรวมสมทบกับรางวัลพิเศษ

2.รางวัลสามสลับหลัก (ตรงเลข-สลับหลัก) คือ ตัวเลขที่เลือกตรงกับผลการออกรางวัล แต่หลักสลับกัน หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า 3 ตัวโต๊ด เงินรางวัลสัดส่วน 30% 3.รางวัลสองตรง (ตรงเลข-ตรงหลัก) คือ ตัวเลขที่เลือกตรงกับผลการออกรางวัลและหลักตรงกัน เช่น ซื้อเลข 123 และรางวัลออก 823 ก็ถือว่าถูกรางวัล สองตรง เงินรางวัลสัดส่วน 39% และ 4.รางวัลพิเศษ หรือรางวัลแจ๊กพอต เงินรางวัลสัดส่วน 1% ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะมี 1 รางวัล หรือ 2-3 รางวัล เป็นการสุ่มเลขลำดับการซื้อทั้งหมดจากสลากทุกประเภท

พ.ท.หนุนกล่าวต่อว่า การออกรางวัลเดือนละ 2 ครั้ง คือวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน โดยจะเปิดรับฟังความเห็นว่า จะให้ออกพร้อมกับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบ 6 หลักปกติเลย หรือเป็นการแยกออกรางวัลเพิ่ม แต่การตัดสินใจ จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการ สลากฯ อีกครั้งหนึ่ง

สำหรับผู้ถูกรางวัลได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ต้องชำระอากรแสตมป์ใบรับรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ในอัตรา 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท ต่ออากรแสตมป์ 1 บาท ตามประมวลรัษฎากร (อัตราส่วนค่าอากรแสตมป์ 0.50 บาท ต่อเงินรางวัล 100 บาท หรือเศษของ 100 บาท)

“สำนักงานสลากฯ จะเผยแพร่ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทและรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่จะรับฟังความคิดเห็นฯ ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.2565 เป็นต้นไปผ่านช่องทางต่างๆ ประกอบด้วยเว็บไซต์ สำนักงานฯ www.glo.or.th หรือ newlottery. glo.or.th เว็บไซต์การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี www.publicconsultation.opm.go.th รวมทั้งช่องทาง อื่นๆ ของสำนักงาน ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ www.glo.or.th หรือที่ newlottery.glo.or.th และเว็บไซต์การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน www.publicconsultation.opm.go.th รวมทั้งอีเมล์ [email protected] ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.-10 ส.ค.2565”

พ.ท.หนุนกล่าวต่อว่า สำหรับการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย โดยการสัมภาษณ์รายบุคคลและการสนทนากลุ่มย่อย (Focus group) นั้น จะจัดขึ้นในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่, ชลบุรี, ขอนแก่น, เลย, นครศรีธรรมราช และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ระหว่างวันที่ 20 ก.ค.-10 ส.ค.2565 ขั้นตอนหลังจากนั้น สำนักงานสลากฯ จะรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด รวมทั้งผลการศึกษาผลกระทบทางสังคมในทุกมิติ และมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เสนอคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณานำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

วันเดียวกัน นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การจำหน่ายสลากดิจิทัล งวด 16 ก.ค. 2565 ได้รับการตอบรับที่ดี โดยตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นมา พบว่า มียอดจำหน่ายแล้ว 4.8 ล้านใบ จากจำนวนสลากดิจิทัลทั้งหมด 5,146,000 ใบ โดยมีผู้ที่เข้ามาซื้อสลากแล้วจำนวน 632,387 ราย พร้อมระบุสลาก 80 บาทมีอยู่จริง

ทั้งนี้ การที่สลากดิจิทัลได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง สลากจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะสามารถตอบสนองผู้ซื้อสลากได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะดวกในการเลือกซื้อเลขที่ต้องการได้ในราคาจำหน่าย 80 บาทที่มีอยู่จริง ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของความปลอดภัย ความมั่นใจของแพลตฟอร์มแอพเป๋าตัง ซึ่งเป็นช่องทางที่มีมาตรฐาน ดำเนินการโดยรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เมื่อถูกรางวัล ก็สามารถขึ้นเงินรางวัลได้อย่างสะดวก ง่าย ไม่ยุ่งยาก ผู้ซื้อมั่นใจว่าไม่ถูกโกง และผู้ขายก็สามารถ จำหน่ายสลากได้หมดอย่างรวดเร็ว ประหยัด เวลาและค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ จะเพิ่ม คำสั่งหรือฟังก์ชันการจำหน่ายสลากดิจิทัล ให้ผู้ขายสามารถลดราคาสลากได้ ซึ่งจะเป็นผลดีกับผู้ซื้อที่สามารถเลือกซื้อสลากดิจิทัลในราคาต่ำกว่า 80 บาท และพัฒนาตัวเลือกที่อำนวยความสะดวกให้คนพิการเพิ่มขึ้นด้วย

“ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งปรับปรุงและพัฒนาการจำหน่ายสลากดิจิทัลบนแอพพลิเคชั่นเป๋าตังโดยจะเปิดตัวเลือกเพิ่ม เพื่อให้ผู้ซื้อสลากดิจิทัลสามารถเลือกซื้อสลากกับร้านค้าผู้พิการได้ และจะพัฒนาให้สามารถควบคุมการทำงานด้วยเสียงได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กลุ่มผู้พิการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสมาคมคนพิการตาบอด เพื่อพัฒนาแอพฯ ให้ตอบโจทย์มากที่สุด” นายลวรณกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน