หลังคลายโควิด‘หนองคาย’ฟื้น อนุทินหายป่วย
ด่านชายแดนไทย-ลาวคึกคัก ช่วงวันหยุดคนลาวแห่เข้าไทยผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ที่หนองคาย หลังยกเลิกไทยแลนด์พาส ส่วนใหญ่ขับรถข้ามมาเที่ยว ทำธุรกิจที่หนองคาย อุดรธานี ขณะที่คนไทยก็ขับรถไปเที่ยวลาวจำนวนมาก ทั้งแบบกรุ๊ปทัวร์ และครอบครัว ส่วนยอดป่วยโควิดใหม่ยังเกิน 2 พันรายเป็นวันที่ สี่ ติดต่อกัน เสียชีวิตอีก 17 ‘อนุทิน’ หายป่วยโควิดแล้ว เตรียมกลับมาทำงาน 4 ก.ค.
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ 2,508 ราย เกิน 2 พันรายต่อเนื่อง 4 วัน ติดเชื้อสะสม 4,527,777 ราย หายป่วย เพิ่ม 1,883 ราย หายป่วยสะสม 4,472,373 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 17 ราย เสียชีวิตสะสม 30,681 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 24,723 ราย อยู่ร.พ.สนาม HI, CI 14,574 ราย และอยู่ในร.พ. 10,149 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 675 ราย เริ่มลดลงเล็กน้อย ใส่ท่อช่วยหายใจ 290 ราย ลดลงเล็กน้อย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 10% ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ และผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 17 ราย มาจาก 13 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี 3 ราย, กทม. กำแพงเพชร จังหวัดละ 2 ราย, สมุทรปราการ กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม อุบลราชธานี ลำปาง ภูเก็ต ยะลา สมุทรสงคราม และตราด จังหวัดละ 1 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิตจากภาคใต้ ภาพรวมผู้เสียชีวิตเป็นชาย 7 ราย และหญิง 10 ราย อายุ 52-90 ปี อายุเฉลี่ย 75 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 100%
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 1 ก.ค. 2565 ฉีดได้ 81,656 โดส สะสม 139,896,534 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 56,991,051 โดส คิดเป็น 81.9% เข็มสอง 53,188,432 โดส คิดเป็น 76.5% และเข็มสามขึ้นไป 29,717,051 โดส คิดเป็น 42.7% ขณะที่การฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดได้ 5,923,192 โดส คิดเป็น 46.6% และการฉีดวัคซีนในกลุ่มอายุ 5-11 ขวบ เข็มแรกฉีดได้ 3,170,078 โดส คิดเป็น 61.6% และเข็มสอง 2,060,157 โดส คิดเป็น 40%
ขณะที่กรมควบคุมโรครายงานจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,565 ราย 2.ชลบุรี 153 ราย 3.สมุทรปราการ 101 ราย 4.ขอนแก่น 63 ราย 5.ยโสธร 52 ราย 6.สกลนคร 46 ราย 7.อุบลราชธานี 34 ราย 8.นนทบุรี 31 ราย 9.มหาสารคาม 29 ราย และ 10.ตราด 28 ราย ส่วนรายงานผู้ป่วยรายใหม่มีอาการเข้ารักษาใน ร.พ.หลักหน่วยมีถึง 36 จังหวัด และไม่มีรายงานผู้ป่วยโควิดมี 15 จังหวัด ได้แก่ ตาก นราธิวาส น่าน บึงกาฬ พังงา พัทลุง พิจิตร มุกดาหาร ลำปาง สตูล สมุทรสงคราม สุโขทัย หนองบัวลำภู เลย และแม่ฮ่องสอน
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมติดตามสถานการณ์โควิด-19 พบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในบางจังหวัด มีผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยที่ใส่เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่ที่เข้าระบบการรักษาในโรงพยาบาล เป็นผู้ป่วยระดับสีเหลือง มีอาการไม่รุนแรง นายกฯ ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ปฏิบัติตามมาตรการดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด เว้นระยะห่าง ล้างมือสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด และตรวจหาเชื้อหากพบมีอาการน่าสงสัย และชื่นชมสถานประกอบการ ที่ปฏิบัติตามมาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง จัดหาแอลกอฮอล์ไว้ให้บริการ และจากผลสำรวจของอนามัยโพล รายงานว่า ประชาชนร้อยละ 91 ยังล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์ทุกครั้ง เมื่อสัมผัสวัตถุและสิ่งของร่วมกัน
เมื่อเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญ วีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ประเทศในแถบยุโรป โดยรักษาตัวอยู่ที่บ้านพัก ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. เป็นต้นมา และอาการดีขึ้นตามลำดับ
ล่าสุดนายอนุทินโชว์ภาพผลตรวจ ATK วันที่ 1 ก.ค.65 เวลา 14.10 น. และ เวลา 14.15 น. ในการตรวจซ้ำ 2 ครั้ง ผลตรวจปรากฏว่าขึ้นเพียง 1 ขีด และเปิดเผยสั้นๆ ว่า “จะไปทำงานในวันที่ 4 ก.ค.นี้”

ข้ามฝั่งไทย – ประชาชนลาวแห่เดินทางข้ามด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมือง จ.หนองคาย หลังยกเลิกระบบไทยแลนด์พาส เข้ามาท่องเที่ยว ซื้อสินค้าและ ติดต่อทำธุรกิจต่างๆ บรรยากาศคึกคัก เมื่อวันที่ 2 ก.ค.
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย พบว่าบรรยากาศการเดินทางเข้าออกประเทศคึกคักตั้งแต่ช่วงเปิดด่าน มีทั้งคนลาวเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ามาท่องเที่ยว ทำธุรกิจในจ.หนองคาย จ.อุดรธานี ส่วนคนไทยก็เดินทางออกไปท่องเที่ยวในประเทศลาว ในลักษณะเป็นกรุ๊ปทัวร์ และครอบครัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคายตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการและตรวจสอบบุคคล พร้อมรถยนต์ ที่เดินทางเข้าออกให้ได้รับความสะดวก
นายภาคิน เทียบคำ หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากร 1 สำนักงานศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านพรมแดนหนองคาย กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางเข้าออกประเทศมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เดินทางเข้าประเทศ 3,618 คน ออกนอกประเทศ 3,455 คน, จำนวนรถต่างประเทศ เข้ามา 710 คัน ออก 538 คัน, จำนวนรถไทย เข้า 194 คัน ออก 230 คัน
ทำให้นับตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.เป็นต้นมา มีผู้เดินทางเข้าประเทศแล้ว 113,174 คน ออก 167,712 คน รถยนต์ต่างประเทศเข้าไทย 20,712 คัน ออก 19,921 คัน, จำนวนรถไทย เข้า 6,320 คัน ออก 6,577 คันซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บริการ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่และด้วยความสุภาพ ทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์โดยสารหรือรถยนต์ส่วนบุคคล และขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางเข้าออกประเทศ ห้ามนำสิ่งของผิดกฎหมายเข้าออกประเทศโดยเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือบุหรี่ สามารถนำเข้าได้ตามปริมาณที่กำหนดเท่านั้น กล่าวคือเหล้าสามารถนำติดมือมาได้ในปริมาตร 1 ลิตร บุหรี่ 200 มวน หรือไม่เกิน 200 กรัม แต่ต้องเป็นผู้ที่แจ้งเดินทางเข้าออกประเทศด้วยพาสปอร์ตตามหลักสากลเท่านั้น ผู้ที่เดินทางด้วยบอร์เดอร์พาสจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเหล้า บุหรี่เข้าประเทศ