เน้นแต่ร้านดัง อ้างแจกคนจน
ตำรวจพีซีทีบุกรวบหนุ่มนราธิวาส ‘โจรกางเกงใน’ นุ่งกกน.ตัวเดียวตระเวนยกเค้าร้านอุปกรณ์ไอทีชื่อดัง ‘BANANA’ ทั่วประเทศ คาคอนโดฯ กลางเมืองกรุง อ้างฝังใจตอนเด็กไร้โอกาสได้แต่มองเพื่อนร่วมรุ่นที่มีมือถือกันทุกคน สาเหตุเลือกลงมือแต่ร้านนี้เพราะส่วนตัวชอบกล้วยและสีเหลืองเท่านั้น ส่วนที่นุ่งแค่กางเกงในเพราะแค่รู้สึกให้มั่นใจ รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง เผยน้อยใจสื่อเรียกโจรกางเกงในโรคจิต ทั้งที่ตั้งใจอยากเป็น ‘โรบินฮู้ด’ มือถือส่วนใหญ่นำไปแจกให้คนด้อยโอกาส มีเอาไปขายเป็น ค่าใช้จ่ายแค่บางส่วนเท่านั้น
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรม สุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พร้อมชุดปฏิบัติการที่ 5 ศปอส.ตร. (พีซีที) จับนายเจ๊ะอิสมะแอ ฮามะ หรือคาร์มัส อายุ 23 ปี ชาวนราธิวาส ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือรับของโจร ที่ห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ริมถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พร้อมโทรศัพท์มือถือยี่ห้อและรุ่นต่างๆ 31 เครื่อง จากนั้นคุมตัวไปตรวจค้นที่ห้องพักในโรงแรมอีกแห่งย่านรามคำแหง พบโทรศัพท์มือถือเพิ่มอีก 58 เครื่อง รวมเป็น 89 เครื่อง

โจรกกน. – พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภาค 2 สอบนายเจ๊ะอิสมะแอ ฮามะ หรือคาร์มัส สุไหงโก-ลก โจรกางเกงใน ตระเวนลักทรัพย์ทั่วประเทศ โดยจับตัวได้ที่ห้องพักใน คอนโดฯ ย่านลาดพร้าว พร้อมของกลางจำนวนมาก เมื่อวันที่ 5 ก.ค.
พล.ต.ต.ธีรเดชเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลักทรัพย์ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “BANANA” สาขานครนายก อ.เมือง จ.นครนายก ได้ทรัพย์สินไปกว่า 128 รายการ เสียหายมูลค่า 1,914,895 บาท หลังเกิดเหตุ บก.สส.ภ.2 ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายแต่งกายเพียงกางเกงในตัวเดียว ชุดปฏิบัติการที่ 5 ศปอส.ตร. วิเคราะห์แผนประทุษกรรมคนร้ายคดีนี้มีความเหมือนกับเมื่อ 27 ม.ค.64 ที่ร้าน BANANA สาขาจ.ยะลา, วันที่ 9 ม.ค. ร้าน BANANA สาขาสายไหม 109 ซอยสายไหม กรุงเทพฯ และอีก 9 คดี ในพื้นที่ สภ.เมืองยะลา, สภ.หาดใหญ่, สภ.เมืองพัทลุง, สภ.เมืองนครศรีธรรมราช, สภ.เมืองหนองบัวลำภู, สภ.เมืองอุบลราชธานี, สภ.หัวหิน, สน.สายไหม จนถูกขนานนามว่า โจรกางเกงในตัวเดียว

เจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายเจ๊ะอิสมะแอ จึงแกะรอยตามจับกุมตัวได้ในที่สุดสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า ก่อเหตุลักทรัพย์ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “BANANA” สาขานครนายกจริง แล้วหลบหนีมาอยู่คอนโดฯ ย่านลาดพร้าว และเปิดห้องพักโรงแรม ย่านรามคำแหงเพื่อซ่อนโทรศัพท์ที่ขโมยมา และเตรียมพร้อมหอบของกลางโทรศัพท์ที่ขโมยมาหลายร้อยเครื่องกลับไปยังภูมิลำเนา จ.นราธิวาส
ผู้ต้องหาอ้างสาเหตุที่ขโมยแต่ร้าน BANANA เพราะชอบกล้วยและชอบสีเหลืองจึงขโมยแต่ร้านนี้ และที่ชอบถอดเสื้อผ้าให้เหลือกางเกงในตัวเดียวแล้วเข้าไปขโมยของเพราะมันทำให้เกิดความรู้สึกให้มั่นใจ รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง และที่ขโมยกล้องวงจรปิดไปด้วย เพราะเมื่อปี 2564 ถูกตีข่าวที่ จ.ยะลา เป็นโจรกางเกงในโรคจิต รู้สึกไม่ชอบจึงขโมยกล้องไปด้วยทุกครั้ง โดยการหาร้านที่จะก่อเหตุจะค้นในกูเกิ้ลแม็ปหาร้าน BANANA แบบสุ่มตัวอย่างแล้วจะไปละแวกนั้นก่อนก่อเหตุประมาณ 3 ชั่งโมงถึง 6 ชั่วโมง สำรวจเส้นทางรอบๆ แล้วค่อยก่อเหตุหลังเที่ยงคืน
“ที่มุ่งขโมยแต่โทรศัพท์เพราะฝังใจตอนเด็กๆ ที่เพื่อนมีโทรศัพท์แต่ผมไม่มี จึงเริ่ม ก่อเหตุโดยแรกๆ ลักขโมยเล็กน้อยจนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนแทบกวาดหมดร้าน โดยเมื่อขโมยมาได้แล้วมักเอาบางส่วนไปขายและเอาเงินไปใช้ และจะนำโทรศัพท์บางส่วนไปแจกให้กับคนเร่ร่อนละแวกสนามหลวง และหัวลำโพง และบางส่วนจะนำไปแจกให้กับคนที่บ้านเกิดนราธิวาส โดยจะแจกทั้งเงินและโทรศัพท์ เพราะผมเป็นคนไร้บ้านมาก่อนในลักษณะของจอมโจรโรบินฮู้ด แต่สื่อกลับตั้งฉายาว่าโจรกางเกงในโรคจิต” นายเจ๊ะอิสมะแอกล่าวทิ้งท้าย ก่อนถูกคุมตัวส่ง สภ.เมืองนครนายก ดำเนินคดี