ตร.ไซเบอร์บุกทลายร้านจำหน่ายบีบีกันย่านสะพานสูง ลอบขายแบลงก์กันมานานกว่า 10 ปี พร้อมขยายผลค้นบ้านพักที่ลาดกระบัง เจอทั้งแบลงก์กัน- ปืนอัดลมแรงดันสูงซุกอยู่กว่า 2 พันกระบอก กระสุนอีกเกือบแสนนัด เจ้าของร้านอ้างได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง แต่ตรวจสอบแล้วแค่ใบขายสิ่งเทียมอาวุธปืนเท่านั้น แต่แบลงก์กัน จัดเป็นอาวุธปืน วัยรุ่นซื้อผ่านออนไลน์ดัดแปลงใช้กระสุนจริงได้นำไปก่อเหตุยิงอริ จนเกิดเหตุสลดยิงตร.ที่ระงับเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันจนเสียชีวิตที่ปทุมธานี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภานุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2 พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท. พล.ต.ต.ฉัตรชัย นันทมงคล ผบก.พฐก. ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจค้นแหล่งจำหน่ายอาวุธปืนทางออนไลน์ 2 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ค้าปืน – พล.ต.ท. กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. แถลงจับกุมนายสิทธิพจน์ วันเพ็ญ ลักลอบขายปืนออนไลน์ ยึดปืนแบลงก์กว่า 2 พันกระบอก กระสุนอีกกว่า 8 หมื่นนัด และอุปกรณ์ส่วนควบจำนวนมาก ที่บช.สอท. เมื่อวันที่ 14 ก.ค.
จับนายสิทธิพจน์ หรือต้น วันเพ็ญ อายุ 50 ปี ในฐานความผิด “จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไป หรือ รับไว้ ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่านำเข้ามาโดยไม่ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากร” พร้อมของกลาง อาวุธปืนแบลงก์ 2,103 กระบอก, อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง 142 กระบอก, เครื่องกระสุนแบลงก์ 82,450 นัด กระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง 410 กล่อง และอุปกรณ์ส่วนควบ 128 ชิ้น
พล.ต.ท.กรไชย เผยว่า สืบเนื่องจากข่าวคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าระงับเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันจนเสียชีวิต ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และเหตุอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน ประกอบกับการก่อเหตุลอบสังหารบุคคลสำคัญในต่างประเทศนั้น อาวุธปืนส่วนใหญ่ที่นำมาใช้การก่อเหตุเป็นอาวุธปืนที่ผู้กระทำผิดดัดแปลงทำขึ้นซื้อขายทางสื่อสังคมออนไลน์ ทางตำรวจไซเบอร์สืบสวนจนพบการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจสถานที่น่าเชื่อว่าเป็นแหล่งจำหน่ายและเก็บอาวุธปืน 2 จุด
จุดแรกเป็นร้านแห่งหนึ่งบริเวณ ถ.ราษฎร์พัฒนา แขวงและเขตสะพานสูง ตรวจยึดอาวุธปืนแบลงก์ 1,865 กระบอก, เครื่องกระสุนแบลงก์ 82,450 นัด และ อุปกรณ์ส่วนควบ 31 ชิ้น จุดที่สอง หมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส วงแหวนรามคำแหง ถ.เคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง ตรวจยึด 1.อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง 142 กระบอก, อาวุธปืนแบลงก์ 238 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง 410 กล่อง และอุปกรณ์ส่วนควบ 97 ชิ้น จับนายสิทธิพจน์ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยร้านดังกล่าวเปิดเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จำหน่ายปืนบีบีกัน แต่ลอบขายอาวุธปืนแบลงก์มานับ 10 ปี โดยอ้างว่ามีขอใบอนุญาตจากกรมการปกครอง แต่แท้จริงเป็นใบอนุญาตขายสิ่งเทียมอาวุธปืนเท่านั้น
“ทั้งนี้ในโลกออนไลน์ลักลอบซื้อขายอาวุธปืนเป็นจำนวนมาก จากนี้จะรายงานไปยังกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของการนำเข้าว่าใครเป็นผู้อนุญาต เนื่องจากการนำอาวุธปืนเข้ามาในประเทศต้องได้รับการอนุญาตเสียก่อน นอกจากนี้อาวุธปืนแบลงก์ยังมีความสมจริงและราคาไม่แพง และนักเรียนอาชีวะซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ต้องกวาดล้าง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้องแก้ไขในเรื่องของการนำเข้า” ผบช.สอท.กล่าว
ด้านพล.ต.ต.นิเวศน์ กล่าวว่า จากเดิมอาวุธปืนแบลงก์นั้นมักใช้ในวงการภาพยนตร์ แต่ทุกวันนี้มีการดัดแปลงให้สามารถขับกระสุนปืนออกได้ อาวุธปืนแบลงก์นั้นตามกฎหมายถือว่าเป็นอาวุธปืน ไม่ใช่สิ่งเทียมอาวุธปืนต้องได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองอย่าง ถูกต้อง
พล.ต.ต.ฉัตรชัยกล่าวว่า ของกลางทั้งหมดจะถูกส่งพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง โดยอาวุธปืนแบลงก์ในต่างประเทศเคยมีผู้ใช้ยิงศีรษะตัวเอง ส่งผลให้กะโหลกศีรษะแตกและเสียชีวิต โดย พ.ร.บ.อาวุธปืน บัญญัติไว้ถึงสิ่งประกอบเครื่องกระสุนปืน หมายถึงส่วนประกอบของเครื่องกระสุนทั้งลูก เช่น กรณีที่มีผู้ถูกยิงแล้วมีกระสุนในร่างกาย แม้จะเป็นหัวกระสุนอย่างเดียว แต่ถือว่าเป็นเครื่องกระสุนเช่นกัน ส่วนอาวุธปืนนั้นหมายถึงอาวุธทุกชนิดที่ใช้ส่งเครื่องกระสุนปืน
ดังนั้น แม้ว่าอาวุธปืนแบลงก์จะไม่มีการขับกระสุนปืนออก แต่ถือเป็นอาวุธปืนเช่นเดียวกัน ส่วนบีบีกันเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน เพราะกระสุนที่ส่งออกไปเป็นเม็ดพลาสติก ไม่สามารถทำอันตรายต่อชีวิตได้ สำหรับสถิติจากกองพิสูจน์หลักฐานพบว่า มีการส่งอาวุธปืนแบลงก์มาตรวจสอบเฉลี่ยเดือนละกว่า 100 กระบอก หรือปีละ 1,200-1,500 กระบอก โดยส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนแบลงก์ที่ดัดแปลงแล้ว และนำไปใช้ก่อเหตุต่างๆ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน