กองสลากลุยแก้ขายทิพย์ สาวปากน้ำเฮ-ถูก42ล้าน

สลากดิจิทัลเพิ่มแล้ว 7.1 ล้านใบพร้อมขาย กองสลากมั่นใจ ไม่พบกว้านซื้อไปขายต่อ กองสลากปรับรูปแบบสลากใหม่แก้หลอกขายสลากทิพย์ ‘นอท’กองสลากพลัส โพสต์งวดนี้มีคนถูกรางวัลที่ 1 3 คน รับเต็มๆ รวม 72 ล้านบาท

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่กองสลากพลัสสำนักงานใหญ่ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท ผู้บริหารกองสลากพลัส ได้ร่วมลุ้นรางวัลที่ 1 ในงวดของวันที่ 16 ก.ค.65 พร้อมกับท้าพิสูจน์ลอตเตอรี่ใบจริงที่กองสลากพลัส ต่อหน้าสื่อกว่า 10 สำนัก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายพันธ์ธวัช พร้อมด้วยสื่อและอินฟลูเอนเซอร์กว่า 10 สำนัก ได้ร่วมลุ้นรางวัลที่ 1 ด้วยความตื่นเต้นและลุ้นไปพร้อมๆ กัน จนกระทั่งผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 ก.ค.65 ออกครบทุกรางวัลแล้ว โดยรางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 620405 ซึ่งทีมงานกองสลากพลัสแจ้งว่ามีลูกค้าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 กับกองสลากพลัสทั้งหมด 72 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 คน ได้แก่ คุณบุญมี อ้วนสะอาด ชาว จ.สมุทร ปราการซื้อ 7 ใบ มูลค่า 42 ล้านบาท, คุณดวง แก่นวงษ์ ชาวจ.ขอนแก่น ซื้อ 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านบาท และ คุณวิชัย มงคลแก้ว ชาวจ.อุดรธานี ซื้อ 3 ใบ มูลค่า 18 ล้านบาท

แตกอีกแล้ว – ‘นอท’ พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ผู้บริหารกองสลากพลัส โชว์ลอตเตอรี่ หมายเลข 620405 ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 12 ใบ รวม 72 ล้านบาท ที่มีผู้ถูกรางวัล 3 ราย โดยสาวชาวสมุทรปราการถูก 7 ใบ รับ 42 ล้านบาทไปคนเดียว เมื่อวันที่ 16 ก.ค.

ภายหลังจากที่นายพันธ์ธวัช ทราบว่ามีลูกค้าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งกับกองสลากพลัส นายพันธ์ธวัชก็ได้พาสื่อมวลชนไปพิสูจน์ดูว่ามีลอตเตอรี่ใบจริงหรือไม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ของกองสลากพลัสค้นหาลอตเตอรี่ประมาณ 5 นาที พบว่ามีลอตเตอรี่ใบจริงครบถ้วน ทั้งหมด 12 ใบ ก่อนที่ นายพันธ์ธวัชจะได้โทร.ไปแสดงความยินดีกับผู้โชคดีทั้ง 3 ท่าน พร้อมบอกจะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานไปว่าจะไปมอบเงินให้ที่ไหนอย่างไร

ทั้งนี้ นายพันธ์ธวัชกล่าวว่า วันนี้มีคนไปเปิดเว็บหวยใต้ดินแล้วอ้างว่าเป็นเครือของกองสลากพลัส ซึ่งเราไม่ได้รับแทงหวยใต้ดินใดๆ ทั้งสิ้นและตอนนี้ได้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านั้นแล้ว พร้อมกับจะประกาศลงบนหน้าเพจของกองสลากพลัสให้ทุกคนได้รับทราบ

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ พร้อมเปิดจำหน่ายสลากดิจิทัล งวดที่ 4 ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ของวันที่ 17 ก.ค.2565 เป็นต้นไป โดยงวดนี้จะมีสลากจำหน่ายเพิ่มเป็น 7,167,500 ใบ เพิ่มจากเดิมที่มี 5.1 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการสลากของผู้ซื้อ หลังจากงวดที่ผ่านมามีการจำหน่ายหมดไวกว่าที่คาด โดยใช้เวลาไม่ถึง 2 วัน ทั้งนี้ ในการพิจารณาเพิ่มจำนวนสลากดิจิทัลในอนาคต คณะกรรมการสลากฯ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยนำผลตอบรับด้านต่างๆ มาพิจารณาร่วมกันในทุกมิติ ทั้งฝั่งคนซื้อและคนขาย รวมถึงจะทยอยเพิ่มสลากทีละน้อย 1-2 ล้านใบ ไม่ได้เพิ่มครั้งเดียวเป็นปริมาณมาก เพื่อให้ผู้ค้าสลากระบบเดิมมีเวลาปรับตัวและสามารถวางแผนการจำหน่ายสลากได้อย่างถูกต้อง ที่สำคัญจะต้องรักษาความสมดุลระหว่างผู้ค้าในระบบเก่าและระบบดิจิทัลให้อยู่ร่วมกันได้

“การจำหน่ายสลากที่ผ่านมามีผลตอบรับเป็นไปด้วยดี โดยประชาชนกว่า 1 ล้านคน สามารถเข้าถึงซื้อสลากตัวเลขที่ต้องการได้ในราคา 80 บาทได้จริง อีกทั้งยังมีความสะดวก ความปลอดภัย เพราะสลากที่ซื้อทุกใบจะมีการบันทึกข้อมูลไว้ในแอพฯ สามารถขึ้นรางวัลได้ทันที ไม่ยุ่งยาก โดยสามารถเลือกซื้อได้ทุกวัน ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 5 ทุ่ม ยกเว้นวันออกรางวัลจะซื้อได้ถึง 14.00 น. ซึ่งซื้อได้แบบไม่จำกัด ทุกเลข ทุกใบในราคา 80 บาท” นายลวรณกล่าว

ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่า สลากดิจิทัลขายหมดไวเพราะมีนายทุนกว้านซื้อไปขายต่อทำกำไรนั้น นายลวรณกล่าวว่า จากการติดตามข้อมูล พบว่าปริมาณการซื้อสลากดิจิทัลยังเคลื่อนไหวเป็นปกติ โดยสลาก 5 ล้านใบ มีผู้ซื้อประมาณ 9 แสนคน เฉลี่ยแล้วคนหนึ่งซื้อ 5-6 ใบเท่านั้น ไม่พบว่าใครซื้อมากขึ้น หรือซื้อกระจุกตัวแบบผิดสังเกต ที่สำคัญในการตรวจสอบตามโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่พบผู้ค้ารายใหญ่ขายสลากดิจิทัล มีเพียงรายย่อยโพสต์ขายเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จับกุมดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้ว

ด้าน พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า กรณีที่มีการนำรูปภาพสลากฯ แบบใบไปโพสต์จำหน่าย โดยปกปิดสาระสำคัญบนใบสลาก ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นสลากที่ถูกนำไปวนขายหลายทอด โดยไม่มีสลากจริงหรือที่เรียกกันว่าสลากทิพย์ตามที่ปรากฏเป็นข่าว อีกทั้ง ยังมีกรณีการนำสลากที่ไม่ถูกรางวัลไปปลอมแปลงแก้ไขตัวเลขแล้วนำไปหลอกขายให้กับประชาชนที่หลงเชื่อต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง อีกทั้งหากนำสลากปลอมแปลงแก้ไขมาขึ้นเงินรางวัล ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ทำให้ประชาชนผู้ซื้อได้รับความเดือดร้อน นอกจากการต้องซื้อสลากราคาเกินกว่าที่กำหนดแล้ว ยังอาจจะถูกหลอกลวงจากการที่ไม่มีสลากฉบับจริง หากถูกรางวัลจะไม่สามารถขึ้นเงินรางวัลได้

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานสลากฯ จึงได้ปรับรูปแบบของข้อมูลบนใบสลากจากเดิม “ชุดที่” จะอยู่ใต้ “งวดวันที่” ปรับเปลี่ยนเป็น พิมพ์หมายเลข “ชุดที่” เพิ่มโดยพิมพ์ทับลงบน “งวดวันที่” ซึ่งจะทำให้เห็นเลขชุดได้อย่างชัดเจน ในตำแหน่งเดียวกับงวดวันที่ ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้โพสต์ขายจะต้องเปิดเผยให้ผู้ซื้อเห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว นอกเหนือจากหมายเลขบนใบสลาก เมื่อผู้ซื้อสลากทราบหมายเลขชุดก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่า สลากฉบับนั้นๆ ได้ถูกนำไปขายที่อื่นด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ยังเป็นการป้องกันการปลอมแปลงบนใบสลากแล้วนำไปหลอกขายให้กับประชาชนอีกด้วย ทั้งนี้ รูปแบบดังกล่าวจะเริ่มพิมพ์ออกจำหน่ายตั้งแต่งวดวันที่ 1 ส.ค. 2565 เป็นต้นไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน