ปากน้ำป่วยเพิ่ม เพิ่งมีเหตุยิงตัว
ปากน้ำโควิดพุ่งวันเดียว 189 ราย จากที่เพิ่งมีหนุ่มเครียดตรวจเจอ 2 ขีดยิงตัวตาย ศบค. ห่วง 47 จังหวัดยังระบาดหนัก ติดเชื้อรายวันยังทะลุ 2 พัน ตาย 18 ราย อาการหนัก 785 ราย ใส่ท่อหายใจ 352 ราย ขออีก 43.6% มาฉีดวัคซีนเข็มบูสต์ นายกฯ กังวลเกิดคลัสเตอร์ใหญ่ซ้ำหลังวันหยุดยาว ย้ำตรวจ ATK ก่อนเข้าบ้านหรือกลับไปทำงาน ปลัดสธ.ถกผู้ว่าฯ ชัชชาติ วันนี้ขอลด-ละ-เลิกจัดกิจกรรมเสี่ยงป่วย-แพร่เชื้อ เตรียมพร้อมระบบรักษาหาก ป่วยกลับมาพุ่งอีกรอบ ชี้ผู้ป่วยรายวันกว่าครึ่งอยู่ในกทม.เกินพันราย อัตราครองเตียงกว่า 42% แล้ว ในฐานะผู้ว่าฯ เป็นประธานกรรมการโรคติดต่อ ออกมาตรการเองได้
โควิดยังหลัก 2 พัน-ตาย 18
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK อยู่ที่ 2,028 ราย สะสม 4,559,029 ราย หายป่วย 2,578 ราย สะสม 4,504,734 ราย เสียชีวิต 18 ราย สะสม 30,996 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 23,299 ราย อยู่ร.พ.สนาม และอื่นๆ 12,608 ราย และอยู่ในร.พ. 10,691 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 785 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 352 ราย เส้นกราฟทั้งหมดเริ่มทรงตัว อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเหลืองสีแดงเพิ่มเป็น 13.4% มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 3 ราย ไม่มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 16 ก.ค.2565 ฉีดได้ 40,395 โดส สะสม 140,715,333 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 57,059,790 โดส คิดเป็น 82% เข็มสอง 53,333,636 โดส คิดเป็น 76.7% และเข็มสามขึ้นไป 30,321,907 โดส คิดเป็น 43.6% ขณะที่การฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดได้ 6,078,681 โดส คิดเป็น 47.8% และการฉีดวัคซีนในกลุ่มอายุ 5-11 ปี เข็มแรกฉีดได้ 3,205,890 โดส คิดเป็น 62.2% และเข็มสอง 2,161,343 โดส คิดเป็น 41.9%
ระบาดหนักใน 47 จังหวัด
ด้านกรมควบคุมโรค (คร.) รายงานจำนวนผู้ป่วยใหม่รายจังหวัด พบว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,451 ราย 2.สมุทรปราการ 189 ราย 3.ชลบุรี 70 ราย 4.ชุมพร 31 ราย 5.นครราชสีมา 27 ราย 6.สงขลา 25 ราย 7.ขอนแก่น 20 ราย 8.ปทุมธานี 19 ราย 9.ภูเก็ต 18 ราย และ 10.นนทบุรี 12 ราย ภาพรวมมีรายงานผู้ป่วย 47 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วยโควิดเพิ่มเป็น 30 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ชัยนาท เชียงราย ตราด นราธิวาส น่าน บึงกาฬ ปราจีนบุรี ปัตตานี พังงา พัทลุง พิจิตร เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ยะลา ลพบุรี ลำปาง ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สุโขทัย สุพรรณบุรี หนองคาย หนองบัวลำภู และอำนาจเจริญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับจ.สมุทร ปราการ เพิ่งเกิดเหตุสลดเมื่อวันที่ 16 ก.ค. กรณีหนุ่มช่างแอร์วัย 21 ปี ใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิตคาบ้านพักที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ หลังตรวจ ATK พบติดโควิด หลังจากที่ภรรยาและลูกชายวัยขวบเศษติดโควิดไปแล้วก่อนหน้า จึงเกิดความเครียดตัดสินใจปลิดชีพตัวเองในที่สุด
‘บิ๊กตู่’ย้ำ ATK กลับจากหยุดยาว
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับทราบรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย อาจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขอความร่วมมือประชาชนหลังเดินทางกลับจากการไปท่องเที่ยวและทำบุญตามสถานที่ต่างๆ หรือเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงวันหยุดยาว ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุข สังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด
หากพบอาการสงสัยน่าจะติดเชื้อ เช่น ไอ เจ็บคอ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ หายใจลำบาก ขอให้ตรวจ ATK ก่อนกลับเข้าทำงาน หากเป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ขอให้กัก ตัวเองอยู่ ณ ที่พัก หลีกเลี่ยงการพบปะ รวมกลุ่มคนจำนวนมาก หากมีความจำเป็นจริงๆ ต้องออกจากบ้าน เช่น การเดินทางไป โรงพยาบาล ขอให้สวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่ดีที่สุดคือทุกคนต้องช่วยลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อและรับเชื้อ เพื่อช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและไม่เกิดเป็นระลอกใหญ่ขึ้นมาอีก
“หากตรวจ ATK แล้วผลเป็นบวกว่าติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มที่มีอาการไม่มากหรือกลุ่มสีเขียวให้เข้ารักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกที่หน่วยบริการประจําตามสิทธิ หรือหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ตามนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ ซึ่งจะได้รับการดูแลรักษาตามแนวทาง “เจอ แจก จบ” โดยให้กักตัว 5 วัน แบบ Home Isolation และอีก 5 วันให้สังเกตอาการ ซึ่งสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันเมื่อออกจากบ้าน และเมื่อกลับเข้าทำงาน สำหรับผู้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงให้แจ้งหัวหน้างาน และปฏิบัติตามมาตรการของหน่วยงานที่กำหนดไว้” นายธนกรกล่าว

ในสวน – ‘เบิร์ดกะฮาร์ท’ กุลพงษ์ บุนนาค และสุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล ขึ้นเล่นดนตรี ร้องเพลงบรรยากาศสบายๆ ในงาน ‘เทศกาลบางกอก กำลังดี…ที่ฝั่งธน’ ที่สวนบางกอกใหญ่ เขตบางกอกใหญ่ กทม. เมื่อวันที่ 17 ก.ค.
สธ.ถกกทม.งดกิจกรรมเสี่ยง
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 มีแนวโน้มพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว ทำให้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาใน ร.พ.เพิ่มขึ้น ซึ่ง กทม.ถือเป็นพื้นที่เปราะบางและมีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดมากกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีประชากร มีการเดินทาง และมีกิจกรรมต่างๆ จำนวนมาก ดังนั้น จึงเชิญนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศปค.สธ.) ในวันที่ 18 ก.ค. เวลา 13.30 น. เพื่อหารือการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์การระบาดที่จะเกิดขึ้น
“สธ.จะขอความร่วมมือ กทม.ในการดำเนินการ 2 ส่วน คือ 1.การลด ละ เลิก กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่เชื้อ ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม.สามารถออกมาตรการต่างๆ ภายในพื้นที่ให้มีความเหมาะสมได้ และ 2.การเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล” นพ.เกียรติภูมิกล่าว
คนกรุงป่วยอยู่รพ.พุ่ง42%
นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วย โควิด-19 เข้ารับการรักษาใน ร.พ.ประมาณ 2 พันรายต่อวัน และกว่าครึ่งอยู่ในพื้นที่ กทม. คือประมาณ 1 พันกว่าราย ส่วนเตียงผู้ป่วย โควิดอาการสีเหลืองและสีแดง หรือเตียงระดับ 2-3 ภาพรวมทั้งประเทศมีการใช้ประมาณ 13% แต่กทม.มีอัตราครองเตียงกว่า 42% ส่วนหนึ่งเกิดจากการคืนเตียงโควิดกลับไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคอื่นๆ ทำให้ต้องเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการเตียงให้เพียงพอ
ซึ่ง ร.พ.ในพื้นที่ กทม. มีหลากหลายสังกัด ทั้งของกทม. กรมการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ทหาร ตำรวจ รวมถึง ร.พ.เอกชน จึงต้องประสานความร่วมมือ เพื่อช่วยกันรองรับสถานการณ์ โดยมี กทม.เป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมความพร้อม และสธ.ให้การสนับสนุนในทุกด้านอย่าง เต็มที่ สำหรับประชาชนยังคงต้องเข้มมาตรการป้องกันตนเอง เพื่อลดความเสี่ยง ในการติดเชื้อ และมารับวัคซีนให้ครบ 3 เข็ม รวมถึงรับเข็มกระตุ้นทุก 4 เดือน จะช่วยป้องกันอาการป่วยรุนแรงและ เสียชีวิตได้