อีกคดีขับรถไล่ล่าเมีย เจอกำนันยิงสวนคาที่

เซ่นพิษหึงสยอง 2 จว. 2 ศพ รายแรกหนุ่มสุราษฎร์ฯ ขี่จยย.พาลูก 10 ขวบไปถึงหลังสวน ชุมพร ง้อขอคืนดีเมียที่เลิกกันมาเป็น 10 ปี แต่อีกฝ่ายไม่ใจอ่อนเพราะเลิกกันมานานแล้ว และมีแฟนใหม่ เป็นตัวเป็นตน ทำไอ้หนุ่มคลั่งงัด 9 ม.ม. รัวยิงไม่ยั้ง พ่อตาที่เข้าห้ามโดนพรุนตายคาที่ เจ็บอีก 2 อีกคดีเซลส์แมนหนุ่มทะเลาะไล่เมียออกจากบ้าน แถมยังโทร.ไปเรียกแม่ยายให้มารับตัวกลับไป พออีกฝ่ายมารับลูกกลับจริงก็คลั่งขับรถไล่ตามจากบุรีรัมย์ไปถึงสระแก้วรัวยิง 6 นัด เข้ากกหูเมียสาหัส ก่อนโดนกำนันแหนบทองลุงฝ่ายหญิงยิงสวนเข้าแสกหน้า ตายอนาถคาถนน

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ร.ต.อ.วีระพล มณีภาค รองสว.สอบสวน สภ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่พฐ. เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐาน เพิ่มเติม จุดเกิดเหตุยิงกันหน้าบ้านเลขที่ 174 หมู่ 5 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ส่งผลให้นายพิชัย หรือ แดง เอี่ยมสำอางค์ อายุ 59 ปี ภูมิลำเนาเป็นชาวประจวบคีรีขันธ์ เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา

วันเกิดเหตุเวลา 20.00 น. สภ.หลังสวน รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หลายราย จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.ต.ศราวุธ ประเสริฐสังข์ สว.สส. ร.ต.อ.อนุ ฉิมหาด รอง สว.สส. ด.ต.อุดมวิช ทวิชศรี ผบ.หมู่ป. พิสูจน์หลักฐานตำรวจชุมพร แพทย์ร.พ.หลังสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยอาสากู้ภัยกู้ชีพมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์เขตหลังสวน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวที่พักของคนงานแผงทุเรียนแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมถนนสายวังตะกอ-พะโต๊ะ ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าสี่แยกวังตะกอ

บริเวณหน้าบ้านพบศพนายพิชัย สภาพสวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตสีแดง นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีดำ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าหน้าอกเหนือราวนมข้างขวาและซ้ายข้างละ 1 นัด กลางหลัง 1 นัด และสะเอว 1 นัด รวม 4 นัด นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่หน้ารถกระบะอีซูซุ

นอกจากนี้ ยังมีคนเจ็บอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายอนุวัติ โพธิ์ทอง อายุ 19 ปี ลูกเขยผู้ตายถูกยิงขาขวา 2 นัด น.ส.อังคณา พวงแก้ว อายุ 49 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 224 หมู่ 14 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อนร่วมงานพักอยู่บ้านหลังเกิดเหตุ ถูกยิง ขาขวาท่อนล่าง 2 นัด กระดูกโผล่ แขนขวา 2 นัด ใต้ราวนมขวา 2 นัดรวม 6 นัด อาการสาหัส และน.ส.นิสา หรือ เจี๊ยบ เอี่ยมสำอางค์ อายุ 37 ปี ลูกสาวผู้ตาย บาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลก่อนส่งรักษาที่ร.พ.หลังสวน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่บนพื้นหญ้าใกล้ศพผู้เสียชีวิต 2 ปลอก บันไดทางขึ้นบ้าน 1 ปลอก บริเวณทางเข้าหน้าบ้านพบแม็กกาซีนตกอยู่ 1 อันตรวจสอบไม่มีกระสุนเหลือสักนัดเดียว คาดว่าผู้ก่อเหตุยิงจนหมด กระจกหน้าต่างหน้าบ้านถูกกระสุนปืนแตกร้าวจำนวน 3 รู และเศษปลอกกระสุนอีกจำนวนหนึ่งตกเกลื่อนกลางบ้าน แต่ด้วยเป็นเวลาค่ำจึงมาตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มในช่วงเช้า

ฆ่าพ่อตา – ตำรวจสภ.หลังสวนตรวจสอบที่เกิดเหตุนายเอกบุกยิงนายพิชัย เอี่ยมสำอางค์ อดีตพ่อตาเสียชีวิตคาบ้าน โดยมีญาติถูกยิงบาดเจ็บอีก 2 ราย ส่วนน.ส.นิสา เอี่ยมสำอางค์ อดีตภรรยาที่มือปืนตามมาง้อ วิ่งหนีรอดหวุดหวิด จากนั้นได้ขับจยย. หลบหนีไป เมื่อค่ำวันที่ 17 ก.ค.

สอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุบ้านหลังดังกล่าวมีคนงานแผงทุเรียนอยู่ที่บ้านพักประมาณ 6-7 คน โดยนายพิชัยผู้ตายนั่งคุยกับน.ส.นิสาลูกสาวบริเวณท้ายรถกระบะ ระหว่างนั้นสามีเก่าของน.ส.นิสา ที่เลิกรากันไปประมาณ 10 ปี ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นายเอก มีภูมิลำเนาเป็นชาวสุราษฎร์ธานี ขี่รถจยย.เข้าไปหาโดยมีลูกชายวัย 10 ขวบ นั่งมาด้วย โดยนายเอกพยายามจะมาขอคืนดีกับอดีตภรรยา เเกิดมีปากเสียงกันรุนแรง เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ยอมกลับไปใช้ชีวิตด้วย เนื่องจากเลิกกันมานานและมีแฟนใหม่แล้ว นายพิชัยอดีตพ่อตาจึงออกปากให้ค่อยๆ คุยกัน

แต่นายเอกกลับเข้าไปกระชาก น.ส.นิสา ทำให้เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นท่าไม่ดี วิ่งหนีเข้าบ้านหลบในห้องนอน และโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หลังสิ้นเสียงปืนสักพักใหญ่จึงทยอยกันออกไปดู พบว่า นายพิชัยถูกยิงเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ส่วนน.ส.นิสา ขณะเกิดเหตุวิ่งหนีเข้าไปหลบในสวนปาล์มน้ำมันข้างกัน จนเหตุการณ์สงบจึงกลับออกมา โดยได้รับาดเจ็บบริเวณขาระหว่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ส่วนนายเอกผู้ก่อเหตุรีบพาลูกขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป คาดกลับไปยังบ้านเกิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ บันทึกพฤติกรรม ของนายเอกเป็นหลักฐานสำคัญ อยู่ระหว่างเร่งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล เพื่อจับกุม ผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ด้านน.ส.สิรีธร ลิสุวรรณ์ อายุ 23 ปี น้องสาวน.ส.นิสา และภรรยานายอนุวัติหนึ่งในผู้บาดเจ็บ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุทำกับข้าวอยู่หลังบ้านจู่ๆ แฟนวิ่งไปบอกว่า แฟนเก่าพี่สาวมาทะเลาะอยู่หน้าบ้าน จึงรีบวิ่งออกไปดูเห็นอดีตพี่เขยถือปืนวิ่งอ้อมรถกระบะไล่ยิงพี่สาวแล้ว อดีตพี่เขยบอกอีกว่าอย่าแจ้งตำรวจนะ แค่มาเอาพี่สาวกลับบ้าน ก่อนหน้านี้อดีตพี่เขยเคยพาพ่อแม่ญาติพี่น้องมาขอพี่สาวคืนดี พยายาม พูดจะยกทรัพย์สินต่างๆ เป็นไร่สวนและที่ดินให้ แต่พี่สาวไม่ใจอ่อนด้วย จนกระทั่งครั้งนี้ ย้อนกลับมาพร้อมลูกชาย แต่พี่สาวคงไม่ยอมอีก จนเกิดเหตุขึ้นดังกล่าว

ส่วนปมเหตุที่พี่สาวเลิกรากับสามีเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน โดยพี่สาวได้เล่าให้ฟังอีกทีว่า เป็นเพราะอดีตสามีคือนายเอกติดยาเสพติด จนบางครั้งหลอนยาเคยพูดชักชวนพี่สาวตนยิงตัวตายไปด้วยกัน บ่อยครั้งจนทำให้เกิดความกลัวและเคยถูกทุบตีด้วยทนไม่ไหวเลยแยกทางกัน หลังจากนั้นเมื่อ 2 ปี กว่าพี่สาวก็มีแฟนใหม่เป็นพี่ชายของนายอนุวัติแฟนน.ส.สิรีธรเอง

วันเดียวกัน พ.ต.ท.พร จุลนิพัฒน์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เผยว่า รับแจ้งจากร.ต.ต.ยิ่งยศ วงษ์บ้านดู รองสว.สอบสวน สภ.โคกสูง อ.โคกสูง ว่าเกิดเหตุยิงกันมีบาดเจ็บหลายราย บริเวณริมถนนสาย 348 ช่วงอรัญประเทศ-ตาพระยา บริเวณบ้านเนินสะอาด ม.13 ต.ตาพระยา เมื่อช่วงเย็น วันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา จึงนำกำลังรุดไป ตรวจสอบ พร้อมพล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พ.ต.อ.วัฒนชัย แสงฤทธิ์ ผกก.ตาพระยา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน

ที่เกิดเหตุพบ รถกระบะอีซูชุ สีดำ ทะเบียน 6 กอ 6475 กรุงเทพมหานคร ข้างรถยังพบปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 กระบอก ท้ายรถพบรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน กต 1200 สระแก้ว จอดอยู่ โดยมีนายทองสา ถาวรสาลี กำนันดีเด่นแหนบทองคำตำบลหนองแวง อ.โคกสูง รอเจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุ มีบาดแผลที่นิ้วชี้ด้านขวา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ทราบชื่อ นางอรปียา พุ่มฉายา อายุ 25 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 141 หมู่ 10 ต.หนองแวง อ.โคกสูง ถูกยิงเข้ากกหูด้านขวาบาดเจ็บสาหัส และนายบุญมี พุ่มฉายา อายุ 43 ปี สามีนางอรปียา ถูกยิงเข้าใบหน้า 2 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูจุดโคกสูง รีบนำส่งรักษาที่ร.พ.ตาพระยา ไปก่อนหน้าแล้ว แต่นายบุญมีทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างทาง

ตามฆ่าเมีย – ตำรวจสภ.ตาพระยาตรวจที่เหตุนายบุญมี พุ่มฉายา ขับรถปิกอัพตามประกบยิงเมียบาดเจ็บสาหัส บนถนนสาย 348 จ.สระแก้ว และถูกญาติฝ่ายหญิงยิงสวนกระสุนเข้าแสกหน้าเสียชีวิตคาที่ เมื่อ 18 ก.ค.

นายทองสาให้การว่า ก่อเกิดเหตุนางอดิสา ถาวรสาลี อายุ 52 ปี ลูกพี่ลูกน้องกันชวนไปรับนางอรปียาลูกสาวจากบ้านนายบุญมีสามีใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากทะเลาะกันแล้วหลานสาวถูกนายบุญมีไล่ออกจากบ้าน หลังรับหลานสาวกลับมา โดยมีคนในรถทั้งหมด 6 คน อีกไม่กี่กิโลเมตรจะถึงบ้านแล้ว จู่ๆ นายบุญมีขับรถกระบะอีซูซุ สีดำ ไล่ตามมาขับเบียดจนเกือบตกถนน จึงรีบจอดรถ เพื่อสอบถาม

จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ถอยหลังกลับมาหาและเดินลงจากรถเดินมาที่รถ ขณะที่กำลังลดกระจก ประตูด้านข้างคนขับลงยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร ออกไป นายบุญมีก็ชักปืนขนาด.38 ออกมายิงใส่รวม 6 นัด จึงใช้อาวุธประจำกายออกมายิงสวนออกไป 2 นัด กระสุนปืนเข้าใบหน้า นายบุญมีทั้ง 2 นัด จนร่างกระเด็นล้มลงกับพื้น และพบว่านางอรปียาถูกยิงเข้ากกหู จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเหตุต่อสภ.โคกสูง เนื่องจาก คุ้นเคยกัน เพราะทำงานอยู่ในพื้นที่ ให้ช่วยประสานตำรวจ สภ.ตาพระบยา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูจุดโคกสูง มารับผู้บาดเจ็บ ทั้งคู่ส่งรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว

ขณะที่ นางอดิสาให้การว่า ลูกสาวแต่งงานอยู่กินกับนายบุญมีมาหลายปี กระทั่งมีลูกด้วยกัน 2 คน โดยลูกเขยมีอาชีพเป็นเซลส์แมนขายสินค้า ไปเช่าบ้านพักอยู่ที่ อ.นางรอง ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรง นายบุญมีไล่ลูกสาวให้ไปอยู่บ้านเพื่อน และโทรศัพท์ ให้ตนมารับตัวกลับไป จึงชวนกำนันทองสาที่เป็นพี่ชายให้พาไปรับลูกสาวกลับ โดยเหลือระยะทางประมาณ 3-4 ก.ม. จะถึงบ้านอยู่แล้วลูกเขยมาก่อเหตุเสียก่อน โดยก่อนหน้าเกิดเหตุ ไม่กี่ชั่วโมง ลูกเขยได้โพสต์เฟซบุ๊กมาขู่ฆ่า ก่อนที่จะมาเกิดเหตุสลดตามที่ขู่ไว้จริงๆ

ด้านพล.ต.ต.ณัฐพงษ์ ที่ไปตรวจสอบ จุดเกิดเหตุกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ให้สอบสวนผู้เกี่ยวข้องโดยละเอียดและดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความ เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน