กลับบ้านรอลุ้น-ขาย‘ดิจิทัล’รัฐรับปาก-10สค.จัดโควตา
รัฐรับปากจัดโควตาหวยให้ใหม่ รู้ผล 10 ส.ค.นี้ กลุ่มม็อบผู้ค้าสลากรายย่อยพอใจหอบข้าวของกลับบ้านเกิดหลังปักหลักค้างหน้าทำเนียบมา 1 คืน ‘อนุชา’ยันรับฟังทุกความเห็น แต่ต้องยึดหลักประชาชนต้องได้ซื้อสลากในราคา 80 บาท ส่วนผู้ค้าต้องได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยได้เข้าสู่ระบบการจำหน่ายในระบบดิจิทัล ด้านประธานหอการค้าเลย ชี้หากหากระบบผู้ค้ารายย่อยล่มสลายกระทบต่อจีดีพีของจังหวัดไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10
จากกรณีที่กองสลากเปิดขายแบบออนไลน์จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือสลากดิจิทัล ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘เป๋าตัง’ ในราคา 80 บาท ทำให้ตลาดการซื้อขายของผู้นิยมนักเสี่ยงโชคเปลี่ยนไป แต่ทำให้อาชีพผู้ค้าสลากรายย่อยที่ไม่มีโควตาจากกองสลากได้รับความเดือดร้อน และส่งผลกระทบกับอาชีพการขายสลาก เป็นเหตุทำให้ผู้ค้า รายย่อยทั่วประเทศปักหลักชุมนุมค้างคืน ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรียกร้อง โดยข้อเรียกให้ปลดผู้อำนวยการและบอร์ดบริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และขอให้จัดสรรโควตาให้กับผู้ค้าสลากรายย่อยตัวจริง
ล่าสุดเมื่อเวลา 08.46 น. วันที่ 19 ก.ค. ที่อาคารรัฐสภา นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล เชื่อว่าภายใน 1-2 วันนี้ กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยที่เคลื่อนไหวด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลจะ แยกย้ายและเดินทางกลับหากได้รับความชัดเจน เนื่องจากแจ้งความประสงค์ในข้อร้องเรียนต่างๆ แล้ว ช่วงเวลานี้อาจจะรอฟังข่าวและความชัดเจน โดยรัฐบาลนำข้อเรียกร้องมาพิจารณาบนพื้นฐานของความถูกต้อง ยึดส่วนรวมเป็นหลักว่าทำอย่างไรให้ประชาชนได้ประโยชน์ร่วมกัน ประชาชนต้องได้ซื้อสลากในราคา 80 บาท ส่วนผู้ค้าต้องได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด
“นายกรัฐมนตรีกำชับให้จำหน่ายสลากในราคา 80 บาทให้ได้ และเห็นว่าที่ผ่านมาการขายสลากผ่านแพลตฟอร์มสามารถตอบโจทย์เป็นทิศทางที่ถูกต้อง ทำให้ประชาชนได้เข้าถึง ช่วงเวลานี้คือการประคองให้ผู้ค้าเดิมได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ให้ทุกคนได้ปรับตัวเข้าสู่สถานการณ์ ทั้งนี้ เป้าหมายสลากดิจิทัลที่รัฐบาลต้องการขาย 20-30 ล้านสลากในช่วงต้น ซึ่งไม่ใช่แค่นี้ เราต้องการให้ทุกคนเข้าสู่ระบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการจำหน่ายสลากออนไลน์มั่นใจว่าจะเป็นการจำหน่ายแบบถาวรไม่ถูกยกเลิกในภายหลัง เพราะประชาชนเข้าถึงในราคา 80 บาทได้จริง” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ร้องเรียนอยากให้พิจารณาเรื่องโควตาให้กับผู้ค้ารายย่อยตัวจริง นายอนุชาระบุว่า พยายามให้เข้าสู่กระบวนการ โดยใช้สลากดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการ 80 บาท โดยให้เวลาผู้ค้ารายย่อยได้ปรับตัวควบคู่ไปด้วย ขอให้ผู้ค้าสลากมีความอดทน และที่ผ่านมาเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยได้เข้าสู่ระบบการจำหน่ายในระบบดิจิทัลด้วย หากใครต้องการจำหน่ายเพิ่ม เราก็ยินดี โดยผู้ค้าจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

กลับบ้าน – กลุ่มผู้ค้าลอตเตอรี่จากจ.เลย ซึ่งเดินทางมาชุมนุมเรียกร้องโควตาหวยบริเวณถนนพิษณุโลก หน้าทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ แสดงอาการดีใจเตรียมเดินทาง กลับบ้าน ภายหลังรัฐบาลยอมรับข้อเสนอ เมื่อวันที่ 19 ก.ค.
ด้านความเคลื่อนไหวผู้ค้าสลากรายย่อยที่ชุมนุมอยู่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร ถ.พิษณุโลก ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล นายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ ประธานชมรมเครือข่ายผู้ค้าลอตเตอรี่ รายย่อยจังหวัดเลย และผู้ค้าทั่วประเทศ ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ส่งรายชื่อของทางกลุ่มให้กับทางสำนักงานกองสลากฯ เรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 10 ส.ค. กองสลากจะประกาศรายชื่อโควตาอย่างเป็นทางการให้กับสมาชิก ทำให้มวลชนต่างส่งเสียงยินดี โห่ร้อง และถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกว่าเคยมาเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นทางแกนนำได้ประกาศให้มวลชนทยอยเก็บอุปกรณ์ข้าวของสัมภาระเดินกลับภูมิลำเนา โดยมีรถบัสมารับในเวลาประมาณ 11.00 น.
วันเดียวกัน นายณัฐพล เหลืองวงศ์ไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดเลยเผยว่า หาก ผู้ค้าสลากรายย่อยจังหวัดเลยที่ลงทะเบียนมีอาชีพขายลอตเตอรี่ถึง 40,000-50,000 คน หากไม่ได้รับการจัดสรรโควตาจากกองสลาก อาชีพนี้จะสูญหายไป จังหวัดเลยจะขาดรายได้เข้าจังหวัด แต่ละปีไม่น้อยกว่า 6 พันล้านบาท เนื่องจากขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของลอตเตอรี่ เพราะมีผู้ค้าสลากรายย่อย โดยเฉพาะที่เคยมีโควตาประมาณ 30,000 ราย และที่มีโควตาและไม่โควตามีมากถึง 60,000-70,000 ราย ถ้าเทียบจำนวนประชากรร้อยละ 10 ของจังหวัดเลย รายได้ของผู้คนกลุ่มนี้ไม่ว่าจะเพิ่มหรือลดส่งผลกระทบสภาพเศรษฐกิจของจังหวัดเลยค่อนข้างสูง จากการดูการหมุนเวียนของรายได้จากผู้ค้าสลากรายย่อยกลุ่มนี้
“อย่างได้รับโควตาคนละ 5 เล่ม ต้นทุนเล่มละ 70.40 บาท ขายตามราคาที่รัฐบาลกำหนด 80 บาท คนละ 5 เล่มผู้ค้าก็จะได้กำไรงวดละ 5,000 บาท 1 เดือน หรือ 2 งวด ผู้ค้า 1 รายมีรายได้กำไร 10,000 บาท จังหวัดเลยมีผู้ค่าสลากคร่าวๆ ทั้งมีโควตาและไม่มี และขายเป็นอาชีพจริงๆ ไม่น้อยกว่า 50,000 ราย ก็จะมีรายได้ต่อเดือนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท หรือถ้าคำนวณเป็นปีเงินจำนวนนี้จะมีผลกับเศรษฐกิจจังหวัดเลยปีละไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาท นี่แค่คิดในราคาขั้นต่ำขายที่ราคา 80 บาท ตามที่รัฐบาลกำหนด” ประธานหอการค้าจังหวัดเลยกล่าว
นายณัฐพลยังกล่าวทิ้งท้ายว่า จังหวัดเลยเคยมีรายได้ดัชนีต่อหัวของประชากรสูงเป็นระดับที่ 2 ของภาคอีสาน ในภาครวมรายได้ยังคงเป็นภาคเกษตร เพราะว่าประชากรส่วนใหญ่ก็ยังมีอาชีพเกษตรกรรม รองลงมาคือการท่องเที่ยว ส่วนรายได้จากการขายลอตเตอรี่มีรายได้จากการคำนวณน่าจะไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของมวลรวมของประชากรในจังหวัดเลย แต่รายได้ของผู้ค้าลอตเตอรี่เป็นรายได้ที่อาจจะนับยากนิดหนึ่ง เป็นรายได้มาจากนอกจังหวัด ส่วนใหญ่ผู้ค้าสลากรายย่อยไปค้าขายทั่วประเทศนำรายได้เข้ามาจังหวัด แต่คงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 หากเมื่อไรมีการตัดโควตาหรือไม่ได้รับโควตาจากรัฐ กระทั่งอาชีพนี้สูญหายไปจะมีผลกระทบกับจีดีพีของจังหวัดเลยอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้