เผ่นหนีจากไทย-ไม่รอด เข้มตรวจคลินิกกามโรค

จับได้แล้วหนุ่มไนจีเรียป่วยฝีดาษลิง หลังเผ่นหนีเข้าเขมร ก่อนจนมุมที่พนมเปญ ตร.นำไปกักตัวทันที กรมควบคุมโรคเผยพบผู้ป่วยเสี่ยงสูง 19 เสี่ยงต่ำ 14 จากการค้นเชิงรุก 2 ผับภูเก็ต สธ.สั่งยกระดับเฝ้าระวัง สั่งคลินิกกามโรคระดมตรวจชาวต่างชาติเข้ารักษา รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตยันข่าวพบฝีดาษลิงรายแรกของประเทศในภูเก็ตไม่กระทบ ต่อการท่องเที่ยว พบป่วยโควิดอีก 2.5 พัน เสียชีวิตเพิ่ม 29 ราย ป่วยหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มต่อเนื่อง

สระแก้วยังไม่พบป่วย‘ฝีดาษลิง’
จากกรณีชายชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี เดินทางมาท่องเที่ยวที่จ.ภูเก็ต และพบป่วย โรคฝีดาษวานรหรือฝีดาษลิง (Monkeypox) รายแรกของประเทศไทย และหลบหนีไป ไม่ยอมมารักษากักตัว 21 วันตามนัด เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมาตำรวจตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่อ.อรัญ ประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อ 18.00 น. วันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าเตรียมเดินทางไปกัมพูชาทางช่องทางธรรมชาตินั้น

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข้อมูลผู้ป่วยรายนี้อาศัยอยู่ในเมืองไทยมาหลายเดือน ทำให้เกิดข้อสงสัยเป็นผู้ป่วยรายแรกจริงหรือไม่ว่า การยืนยันผลการติดเชื้อจากแล็บ นับว่าผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงรายแรกในไทย ส่วนข้อมูลว่าอาศัยในไทยมานานแล้วจะเป็นผู้ป่วยรายแรกหรือไม่ ด้วยความที่โรคฝีดาษลิงเป็นโรคใหม่ แต่ความรุนแรงยังไม่มาก ยังไม่รู้ว่าการติดเชื้อในร่างกายจะอยู่ได้นานแค่ไหน แล้วแสดงอาการออกมาในช่วงที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายตกลงหรือไม่ จึงต้องติดตามข้อมูลในส่วนนี้ต่อไป ส่วนการติดตามผู้ป่วยชาวไนจีเรีย ต้องอาศัยอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำ ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบรักษาต่อไป

ด้านนพ.ประภาส ผูกดวง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสั่งการจากที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข กรณีโรคฝีดาษวานรถึงผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นพิเศษ แต่มีข้อสั่งการเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงในพื้นที่ โดยให้รายงานกรณีพบผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยว่าติดเชื้อและผู้ป่วยยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในพื้นที่

เมื่อถามถึงกรณีผู้ป่วยชาวไนจีเรียเข้ามา จ.สระแก้ว เพื่อออกนอกประเทศ นพ.ประภาสกล่าวว่า ตนยังไม่เห็นข้อมูลทางราชการยืนยันที่ชัดเจน เห็นมีรายงานในข่าว อย่างไรก็ตาม สระแก้วมีช่องทางข้ามแดนถาวร 2 จุด คือจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และจุดผ่านถาวรบ้านเขาดิน จะมีเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอยู่ จากการตรวจสอบไม่พบรายชื่อของผู้ป่วยชาวไนจีเรียราย ดังกล่าว สันนิษฐานได้ว่า หากจะหลบหนีออกนอกประเทศ น่าจะเป็นช่องทางธรรมชาติ

คาดหนุ่มไนจีเรียหนีเข้าเขมรแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลล่าสุดพบอยู่ที่จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชานำภาพพิกัดการเดินทางของชายชาวไนจีเรีย ผู้ป่วย ‘ฝีดาษลิง’ รายแรกในไทย พบความเคลื่อนไหวอยู่แถวพื้นที่คลองลึก อ.อรัญประเทศ เตรียมหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ คาดว่าจะใช้เส้นทางถนนสายใหม่ มุ่งหน้าสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา หรือสะพานหนองเอี่ยน-สตรึงบท ซึ่งยังไม่เปิดใช้สะพานอย่างเป็นทางการ

ด้านหน่วยงานด้านความมั่นคงระบุว่า ตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือชาวไนจีเรียบริเวณตะเข็บชายแดน พื้นที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ตั้งแต่เวลา 18.39 น. วันที่ 21 ก.ค. บริเวณบ้านหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ คาดว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว โดยผ่านคนกลางที่คนในพื้นที่รู้จักกันดี เป็นผู้ทำธุรกิจในลักษณะแบบนี้มานาน และจะรับเฉพาะคนต่างชาติเท่านั้น ราคาค่าหัวละ 10,000-20,000 บาทต่อหัว

นายชัยยงค์ กุหลาบ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสำนักงานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศบ้านคลองลึก กล่าวว่า กรมควบคุมโรคประสานผ่านทางไลน์ พร้อมแนบภาพถ่ายชาวไนจีเรียคนนี้ให้เจ้าหน้าที่ตลอดแนวชายแดนทุกหน่วยงานเฝ้าระวังติดตามจับกุมตัวโดยเร็วที่สุด โดยจ.สระแก้วเตรียมห้องแยกกักโรคไว้แล้ว หากพบตัวชาวไนจีเรียตรงตามรูปพรรณสัณฐาน เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวทันที โดยสวมใส่ชุดพีพีอี จากนั้นจะนำไปพักคอยภายในห้องแยกกักโรคของอาคารตรวจเอกสารขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ ก่อนจะติดต่อกรมควบคุมโรคในส่วนกลางให้มารับตัวทันที เนื่องจากเคสนี้เป็นเคสสำคัญระดับประเทศ

ยันไม่กระทบท่องเที่ยวภูเก็ต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไปหน้าหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต หลังพบหนุ่มไนจีเรียป่วยฝีดาษลิงเข้ามาท่องเที่ยวในสถานบันเทิงย่านป่าตองนั้น ล่าสุดมีนักท่องเที่ยวบางตา แต่มีนักท่องเที่ยวบางส่วนลงมาเดินเล่น นั่งเล่นและเล่นน้ำ ซึ่งบรรยากาศเป็นตามปกติ

ด้านนายพิเชษฐ์ ปาณพงศ์ รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต กล่าวว่า กรณีพบผู้ป่วยเป็นโรคฝีดาษวานรที่จ.ภูเก็ตเป็นรายแรกของประเทศไทย ขอเรียนว่าขณะนี้กำลังติดตามตัว ที่ผ่านมายังไม่พบ ผู้เสี่ยงสูงได้รับเชื้อ เนื่องจากได้ตรวจหาเชื้อแล้ว ทางสาธารณสุขจังหวัดรายงานว่ายังไม่พบ ส่วนตัวหนุ่มรายนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตกำลังติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะอายัดตัว นำสู่กระบวนการรักษาต่อไป ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยวนั้น ขอเรียนว่า ฝีดาษลิงที่ได้ยืนยันจากทางการแพทย์ไม่ได้เป็นโรคติดต่อที่น่ากลัว จะติดต่อก็ต่อเมื่อไปสัมผัสจริงๆ ไปแนบเนื้อจริงๆ ไปสัมผัสเลือดน้ำหนองที่เป็นตุ่มๆ ในระยะที่มีอาการหรือคนที่มีเพศสัมพันธ์สามารถจะถ่ายทอดทางเลือดทางน้ำเหลืองต่างๆ แต่ทางหายใจนั้นน้อยมากเนื่องจากไม่เหมือนโควิดซึ่งติดต่อง่ายกว่า ดังนั้นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวน้อยมาก เชื่อว่าการท่องเที่ยวคงเดินหน้าไปได้

นายพิเชษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับสถานบริการผับ บาร์ คาราโอเกะยังเปิดตามปกติ ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องโควิดมากกว่า เรื่องฝีดาษลิงสามารถสังเกตได้ด้วยสายตา ไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้กระจายจากคนติดรายแรก ตอนนี้มาตรการทางสาธารณสุขพยายามเฝ้าระวังอยู่ คิดว่าเร็วๆ นี้ทางกระทรวงสาธารณสุขจะสั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดติดตามเชิงรุก แต่ขณะนี้ทางโรงพยาบาลสามารถรับมือได้ กรณีผู้ติดเชื้อแล้ว หรือมีอาการแล้วไปพบแพทย์เขาก็จะรีบดำเนินการตรวจหาเชื้อ และอายัดตัวไว้ก่อนจนกว่าจะรู้ผล ถ้ามีผลเป็นบวกติดเชื้อฝีดาษมานอนจริงหรือไม่ โรงพยาบาลที่เรามีทั้งรัฐและเอกชน ขณะนี้พร้อมจะดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว

“ขณะนี้ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวกำลังติดตามตัวอยู่ และทราบว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่จ.ภูเก็ตแล้ว บางกระแสบอกว่าอยู่ที่สระแก้ว บางกระแสบอกว่าหลุดจากสระแก้วไปอยู่ที่เขมรแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามตัวต่อไป สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง 2 คนตามที่ยืนยันได้รับการตรวจเลือดไปแล้ว ไม่พบติดเชื้อ ตอนนี้กำลังตามหาคนขับแท็กซี่ซึ่งขับนำพาคนติดเชื้อไปสถานที่ต่างๆ ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่ตื่นตัวในเรื่องการเฝ้าระวังและบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลต่างๆ ในภูเก็ตก็มีความเข้มแข็ง พร้อมควบคุมดูแลสถานการณ์อยู่แล้ว มาตรการทางการแพทย์ฉับไวพอที่จะดำเนินการ สอบสวนและสืบหาต้นตอของโรคได้ เพราะฉะนั้นไม่น่าหวาดกลัวที่จะไปกระทบต่อผลการท่องเที่ยวคิดว่าการท่องเที่ยวของเรายังดำเนินการตามปกติ”

ประสานเขมรล่าตัวหนุ่มไนจีเรีย
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงความคืบหน้าผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศไทยว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรก นับเป็นประเทศที่ 66 จากทั่วโลก ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกหารือกันครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2565 ยังไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ คือโรคต้องรุนแรง ติดต่อได้ง่าย และมีการจำกัดการเดินทาง โดยในช่วง 2 เดือน พบผู้ป่วยเพียง 1.4 หมื่นกว่าราย ส่วนใหญ่หายได้เอง และเสียชีวิตน้อยมาก

สำหรับชายชาวไนจีเรียอายุ 27 ปีที่เป็น ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของไทย ตำรวจและจ.ภูเก็ตตรวจสอบติดตาม พบว่าเดินทางมาจากเมืองอาบูจา ประเทศไนจีเรีย ระบุตอนเข้าประเทศว่า จะมาเรียนภาษาที่จ.เชียงใหม่ แต่ไม่ค่อยปรากฏข้อมูลว่าไปทำกิจกรรมหรือไปเรียน หลังเจ้าหน้าที่ติดต่อไปก็ไม่ให้ความร่วมมือ ลักษณะไม่เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่เวลาเป็นโรคอะไรก็ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีพฤติกรรมหลบหนี ชัดเจนเพราะ เจ้าหน้าที่ติดต่อหลายครั้งก็หลบเลี่ยง

“ข้อมูลล่าสุดทราบว่า พบสัญญาณมือถือแถวชายแดนจ.สระแก้ว ดังนั้น นักท่องเที่ยวรายนี้น่าจะไม่ใช่นักท่องเที่ยวธรรมดา น่าจะมีคนช่วยเหลือในเรื่องการหลบหนีในประเทศไทย ตรงนี้รายละเอียดขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะน่าจะมีเหตุการณ์อื่น กฎหมายอื่นใช้ร่วมกัน เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องติดตาม” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณ สุข (สธ.) ร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ภูเก็ต ตม.ส่วนกลาง และจังหวัดชายแดน รวมทั้งข้อมูลที่ได้เบื้องต้นอาจจะหลบหนีผ่านช่องทางชายแดนธรรมชาติ จึงขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศประสานไปจังหวัดชายแดนของกัมพูชาที่คาดว่าจะหลบหนีไปเพื่อติดตาม ป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดต่อไป รวมทั้งจังหวัดที่ติดกัน คือสระแก้วจะประสาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขฝั่งตรงข้ามเพื่อติดตาม ผู้ติดเชื้อรายนี้ต่อไป

ระดมคัดกรอง 142 คน
“โรคนี้ไม่ได้เป็นโรคติดต่ออันตราย แต่เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง มาตรการสำคัญคือจัดระบบเฝ้าระวัง ให้ความรู้ ดูว่ามีเหตุผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ อย่างเมื่อเจอผู้ป่วยรายนี้ สิ่งที่เราทำ คือหาผู้ป่วย ผู้สัมผัส และค้นหาเชิงรุกคล้ายกับโรคโควิด แต่ความรุนแรงและความสามารถการระบาดของโรคฝีดาษลิงต่ำกว่า จึงไม่ได้กักตัวเข้มข้น จะใช้การสังเกตอาการของผู้สัมผัสหรือผู้ที่มีความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดติดต่อสอบถาม ตรวจแล็บเป็นระยะ จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค 21 วัน ต่างจากโควิดที่ใช้เวลา 14 วัน จากการสอบประวัติเบื้องต้น พบผู้ต้องสงสัยสถานที่ต่างๆ และคัดกรองเชิงรุก โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต พบสถานบันเทิง 2 แห่งที่ผู้ป่วยไปใช้บริการ จะคัดกรองดูจากอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรือตุ่มขึ้น คัดกรอง 142 ราย พบไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว 6 ราย ยืนยันว่าไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ส่งตรวจหาเชื้อ 5 รายไม่พบเชื้อ ส่วนอีกรายไปต่างประเทศ ส่วนที่เหลือไม่มีตุ่มขึ้น ต้องติดตามอาการครบ 21 วัน” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวว่า จ.ภูเก็ตหรือจังหวัดอื่นที่เกี่ยวข้องต้องค้นหาเชิงรุกเฝ้าระวัง โดยเฉพาะผู้มีอาการผื่น มีตุ่มผิวหนัง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สงสัยที่มารับบริการที่ร.พ.ต่างๆ ต้องสุ่มตรวจ คือซักข้อมูลย้อนหลังกลับไปว่า ช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ถึงปัจจุบัน มีผู้มารับบริการรายใดมีผื่นขึ้นหรือได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ขณะนี้กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลและสุ่มเก็บตัวอย่างตรวจ เบื้องต้นมี 183 ราย แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้สัมผัส เป็นการค้นหาเชิงรุกย้อนหลังจากคนมีอาการต้องสงสัยหรืออาการเข้าได้ เพื่อยืนยันค้นหาผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด

พบ 33 คนเป็นกลุ่มเสี่ยง
ส่วนการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด จากประวัติที่ได้รวม 33 ราย พบว่าไม่มีอาการป่วย แบ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 19 ราย ได้แก่เพื่อนผู้ป่วยที่พักอาศัย 2 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ ส่วนที่เหลือ 17 ราย เป็นคนขับรถรับจ้าง 1 ราย พนักงานและผู้พักในโรงแรมย่านป่าตอง 2 แห่ง รวม 9 ราย และร้านซักอบผ้า 2 แห่ง 7 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ทั้งหมดจะมีการสังเกตอาการป่วยอย่างใกล้ชิด 21 วัน ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำมี 14 ราย อยู่ภายใต้การสังเกตอาการของเจ้าหน้าที่จนครบ 21 วัน สรุปเมื่อรวมกับการค้นหาเชิงรุกแล้วสรุปส่งตรวจหาเชื้อรวม 38 ราย ไม่พบเชื้อ 7 ราย และอยู่ระหว่างตรวจหาเชื้อ 31 ราย

สธ.สั่งตรวจเข้มคลินิกกามโรค
นพ.โอภาสกล่าวว่า กรมควบคุมโรคยกระดับการเฝ้าระวังเพิ่มเติม โดยเฉพาะการส่งตรวจหาเชื้อชาวต่างชาติในสถานพยาบาล คลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คลินิกสุขภาพทางเพศ หากมีผู้ต้องสงสัย มีตุ่มผื่นลักษณะเข้าได้ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อธิบายไม่ได้มารับบริการ เรามีการชี้แจงผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทั่วประเทศ 500 แห่ง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนคำแนะนำประชาชน ย้ำว่า ฝีดาษลิงติดจากการสัมผัสใกล้ชิด ไม่ได้ติดง่ายๆ จากทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ขอให้งดใช้สิ่งของร่วมผู้ติดเชื้อ ล้างมือบ่อยๆ คนมีไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลือง ตุ่มน้ำ ตุ่มใส ตุ่มหนองสงสัยที่อวัยวะเพศ แขนขา ลำตัว ฝ่ามือฝ่าเท้า ร่วมประวัติเสี่ยง คือ สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย เดินทางจากต่างประทศมีกิจกรรมที่มีรายงานผู้ป่วยฝีดาษลิง อาชีพคลุกคลีกับคนเดินทางมามาก มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะจากแอฟริกา ขอพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา และแจ้งประวัติเสี่ยง กรณีพบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษลิงต่างชาติแนะนำให้พบแพทย์ไม่ควรหลบหนี การไปพบแพทย์รับการรักษาจะไม่แพร่เชื้อผู้อื่น หากหลบหนีผิดกฎหมายประเทศไทยจะมีมาตรการต่างๆ ดำเนินการ

“โรคนี้ไม่ติดง่าย คนเราทั่วไปใช้ชีวิตตามปกติ ความเสี่ยงแทบจะเป็นศูนย์ ไม่ต้องกลัวหรือกังวลมาก บางคนถามฉี่กระเด็นใส่ติดหรือไม่ ก็คงไม่ติด เชื้ออยู่ตามตุ่มหนอง ต้องสัมผัสใกล้ชิดกันจริงๆ ถึงจะติด เดินเฉียดกันไม่ติดแน่นอน เปรียบเทียบก็ติดยากกว่าโรคเอดส์ด้วยซ้ำ ตุ่มอาจดูน่ากลัว แต่ 2 สัปดาห์ก็แห้งไปและไม่แพร่คนอื่น” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวด้วยว่า โรคฝีดาษลิงมี 2 สายพันธุ์ คือแอฟริกาตะวันตก ความรุนแรงไม่มาก กำลังระบาดอยู่ และสายพันธุ์แอฟริกากลาง ส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกาและมีความรุนแรงมากกว่า รอบนี้เป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก มีสายพันธุ์ย่อย A กับ B ซึ่งอนาคตก็จะมีการกลายพันธุ์ย่อยไปอีก โดยการระบาดที่ยุโรปตอนนี้ คือสายพันธุ์ B.1 ส่วนสายพันธุ์ของผู้ป่วยรายแรกในไทย คือ A.2 มีความสัมพันธ์กับสายพันธุ์ที่ระบาดในอเมริกา แต่ไม่ได้แปลว่าติดเชื้อจากอเมริกาหรือที่ไหน ซึ่งประวัติชัดๆ ต้องพบตัวและสอบถามซักประวัติอีกครั้ง

เมื่อถามว่าพื้นที่จังหวัดเฝ้าระวังพิเศษ ช่วงนี้ นพ.โอภาสกล่าวว่า คงไม่ระบุจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ทุกจังหวัดควรตื่นตัว การเฝ้าระวังสถานพยาบาล เวลามีตุ่มขึ้นไปที่ร.พ.ให้ทุกสถานพยาบาลตื่นตัว ตรวจสอบคนมีตุ่มสงสัย ประวัติเสี่ยงเข้าได้เพื่อดูแลต่อไป ภูเก็ตเราจะคัดกรองเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงต่างๆ เบื้องต้นไม่ได้เสี่ยงมาก มาตรการต่างๆ น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์

เมื่อถามว่าโรคฝีดาษลิงในเด็กเล็กรุนแรงหรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า โรคนี้ตามข้อมูลที่ทราบในปัจจุบันสายพันธุ์ที่ระบาด คือแอฟริกาตะวันตก ความรุนแรงน้อย เสียชีวิตไม่มาก แต่ทุกโรคติดต่อ กลุ่มเปราะบางมีโอกาสติดเชื้ออาการรุนแรง คือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนมีโรค ต้องหลีกเลี่ยงไม่สัมผัสผู้ป่วย รอบนี้การระบาดทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ช่วงวัยรุ่นถึงกลางคน เด็กเล็กไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงโอกาสติดน้อย พ่อแม่ขอให้หลีกเลี่ยงอย่าให้คนมีตุ่มสัมผัสเด็ก ใช้ชีวิตตามสุขอนามัยล้างมือบ่อยๆ ผู้ป่วยไม่ควรไปสัมผัสคนมีตุ่มหนอง

จนมุม – หนุ่มไนจีเรีย ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกที่ตรวจพบในไทย แล้วหลบหนีข้ามชายแดน จ.สระแก้ว ถูกตำรวจกัมพูชาควบคุมตัวได้ที่ตลาดใจกลางกรุงพนมเปญ ก่อนนำตัวไปสถานกักกันโรคติดต่อทันที เมื่อค่ำวันที่ 23 ก.ค.

จับได้แล้วไนจีเรียติดฝีดาษลิง
แหล่งข่าวในฝั่งปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา แจ้งว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 ก.ค. ตำรวจกัมพูชาสามารถจับกุมหนุ่มชาวไนจีเรียที่ป่วยโรคฝีดาษลิงได้แล้ว ที่ตลาดเดิ้มโก้ ในกรุงพนมเปญ จากนั้นพาตัวเข้าสถานกักกันทันที

เช้าวันเดียวนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระ สีหนุ ระบุว่าได้รับข้อมูลว่าชายชาวไนจีเรียหลบหนีเข้าประเทศที่ชายแดนของจังหวัด จึงสั่งให้เร่งตามหาชายรายดังกล่าว กระทั่งพบว่าชายไนจีเรียเดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงพนมเปญ ซึ่งมีชุมชนขนาดใหญ่ของชาวไนจีเรียอาศัยอยู่

ถือเป็นผู้ป่วยฝีดาษลิงคนแรกในประเทศกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนเส้นทางการลักลอบเข้าประเทศ และเคยติดต่อกับใครบ้าง

เข็มกระตุ้น – ร.พ.มหาราชนครราชสีมา เปิดวอล์กอินฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็มกระตุ้น ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังโควิดเริ่มกลับมาระบาดเพิ่มขึ้น มีประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวนมาก เมื่อวันที่ 23 ก.ค.

ป่วยโควิดเพิ่ม 2.5 พัน-ตาย 29
ด้านศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด – 19 ประจำวันว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK เพิ่ม 2,578 ราย ติดเชื้อสะสม 4,573,463 ราย หายป่วยเพิ่ม 1,877 ราย หายป่วยสะสม 4,517,636 รายเสียชีวิตเพิ่ม 29 ราย เสียชีวิตสะสม 31,127 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 24,700 ราย อยู่ร.พ.สนามและอื่นๆ 12,908 ราย และอยู่ในร.พ. 11,792 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 886 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 412 ราย อัตราครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเหลืองสีแดงเพิ่มเป็น 15.9% ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในเรือนจำ แต่มีผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ 1 ราย ภาพรวมกราฟผู้ป่วยปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน