ฮุบธุรกิจเครื่องสำอาง อำพรางคดีผูกคอตาย ตร.บุกวัด-อายัดศพทัน ผลพิสูจน์มัดยังปฏิเสธ
ผัวจีนเหี้ยมฆ่าโหดเมียเศรษฐินีนครปฐมหวังฮุบสมบัติธุรกิจเครื่องสำอางกว่า 70 ล้าน เพื่อนผู้ตายจับผิดพิรุธร้องตร.ช่วยสาง เผยแจ้งหมอผูกคอตาย แต่บอกญาติกินยาลดอ้วน-เสพกัญชาดับ แถมเร่งรีบจัดงานศพไม่มีพิธีรดน้ำไม่ให้ใครเห็นสภาพ สวด 2 วันก็จะเผา ตำรวจบุกวัดอายัดศพได้ทัน ผลชันสูตรเป็นคดีฆาตกรรมมัดตัว
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต และพล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ภ.จว.นครปฐม และสภ.โพธิ์แก้ว ร่วมกันแถลงข่าวจับนายสุชิน ไม้ชัยมงคล หรือ นายจิงกวง เฉิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 235/2565 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2565 ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและย้ายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และกระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดี
พล.ต.ท.ธนายุตม์เผยว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ นางญาณนันท์ แก้วพิมล เข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.โพธิ์แก้ว ปรึกษาถึงความผิดปกติการเสียชีวิตของเพื่อนคือ น.ส.ปารวี เฉิน อายุ 39 ปี ภรรยาของนายสุชิน เนื่องจากก่อนเสียชีวิตผู้ตายเคยเล่าเรื่องราวและปรึกษาเรื่องที่ถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ รวมถึงบอกเป็นนัยว่าหากเกิดอะไรขึ้นต้องเป็นนายสุชินที่เป็นคนทำร้าย และร้องขอให้นางญาณนันท์เป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษให้ด้วย
ต่อมาวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ปารวีถูกส่งรักษาที่ร.พ.วิชัยเวชอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร โดยนายสุชินแจ้งกับแพทย์ว่า น.ส.ปารวีพยายามผูกคอตาย สุดท้ายแพทย์ไม่อาจยื้อชีวิตสิ้นใจในที่สุด หลังจากนั้นนายสุชินยังมีพิรุธที่รีบเร่งจัดงานศพให้ภรรยา ที่วัดคลองอ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นคปฐม แต่แจ้งกับเพื่อนๆ ทุกคนว่า น.ส.ปารวีกินยาลดความอ้วน ดื่มสุราและเสพกัญชาจนเสียชีวิต
พฤติการณ์ของนายสุชินเร่งรีบอย่างผิดปกติ บรรจุศพใส่โลงศพ โดยไม่รดน้ำศพและไม่มีผู้ใดเห็นสภาพศพ ผู้แจ้งกับพวกติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของน.ส.ปารวีเป็นที่สงสัยว่าน่าจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิต จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้สืบสวนหาสาเหตุการตายที่แท้จริง

ฆ่าเมียไทย – ตำรวจสภ.โพธิ์แก้ว ร่วมกับตำรวจสืบสวนบก.ภ.นครปฐม จับกุมนายจิงกวง เฉิน ชาวจีน (คนกลาง) ผู้ต้องหาฆ่าน.ส.ปารวี เฉิน เมียสาวไทยวัย 39 ปี เศรษฐินีนครปฐม โดยรัดคอฆ่าแล้วอำพรางว่าฆ่าตัวตาย เมื่อวันที่ 25 ก.ค.
พล.ต.ท.ธนายุตม์กล่าวว่า หลังทราบเรื่องพบความผิดปกติของเรื่องดังกล่าว จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 15 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 419/2556 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา บทที่ 4 ข้อ 2.5 แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน
ประกอบด้วย พ.ต.อ.รณภพ พรอรุณ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม และพ.ต.อ.อรรถการ กองสุผล ผกก.สส.บก.ภ.จว.นครปฐม เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน นอกจากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ยังคำสั่งให้อายัดศพเพื่อหาสาเหตุการ เสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนไปจับนายสุชินบริเวณภายในวัดคลองอ้อมใหญ่ในข้อหาต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และส่งตัวฝากขังไว้ที่เรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์นิติเวชชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
กระทั่งวันที่ 21 ก.ค.พนักงานสอบสวน ได้รับผลการตรวจชันสูตรพลิกศพจาก โรงพยาบาลศิริราช โดยรายละเอียดสำคัญในรายงาน มีความขัดแย้งกับคำให้การของนายสุชิน และมีพยานหลักฐานเพียงพอเชื่อได้ว่า น.ส.ปารวีถูกนายสุชินฆาตกรรม พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อนายสุชินที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางนครปฐม ข้อหากระทำความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และย้ายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป โดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดี
สำหรับสาเหตุในเบื้องต้นสันนิษฐานว่านายสุชินมีปัญหาขัดแย้งกับ น.ส.ปารวีมาโดยตลอด ประกอบกับต้องการประสงค์ต่อทรัพย์และมรดกของน.ส.ปารวี เนื่องจากทั้งสองคนเป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ประกอบธุรกิจเป็นเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอางบริษัทสวยดี เซ็นเตอร์ ใน อ.สามพราน จ.นครปฐม และรู้ความเคลื่อนไหวด้านการเงินของธุรกิจเป็นอย่างดี มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท ถือเป็นเศรษฐินีรายหนึ่งของ จ.นครปฐม
เนื่องจากสุชิน มีสัญชาติจีน เป็นต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เคยถูกจับเกี่ยวกับหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมาก่อน และปลอมแปลงสวมบัตรประชาชนจนมีคดีความ แต่หลบหนีออกจากประเทศไทยไม่มาฟังคำพิพากษาของศาล และหลบเข้ามาใหม่ โดยใช้ชื่อปลอม ใช้บัตรประชาชนคนไทย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะหาที่มาที่ไป และตรวจสอบภาษีและรายได้ของโรงงานดังกล่าว ว่าเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ และตรวจสอบว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่
รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแน่ใจและมีหลักฐานชัดเจน ประกอบกับผลพิสูจน์จากทางโรงพยาบาลได้ชันสูตรออกมาว่าถูกเชือกรัดคอตาย ไม่ได้เป็นการแขวนคอตาย ทั้งนี้กล้องวงจรปิดทราบว่าได้มีการเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์และการ์ดบันทึกข้อมูลถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เนื่องจากสภาพกล้องใช้ได้เชื่อว่ามีการบันทึกภาพไว้ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิต จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาพร้อมจับกุมและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมขณะอยู่ในเรือนจำ ส่วนนายสุชินยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา