พิษหึงโหด จ่อยิงเมียดับ 2 คดี รายแรกที่พิษณุโลก ฝ่ายหญิงยกมือขอชีวิต แต่ไม่เป็นผล จากนั้นใช้ปืนจ่อหัวฆ่าตัวตาม อีกรายเหตุเกิดสระบุรี หลังฆ่าเมียแล้วยิงตัวเองแต่กระสุนขัดลำ เลยคว้ามีดแทงอกอาการสาหัส
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ร.ต.อ.อำนาจ อ่อนปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 139 ถนนไชยบุรี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงรุดที่เกิดเหตุพบนายนันธวัฒน์ ลาภสมทบ อายุ 35 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัดเสียชีวิต ข้างตัวพบอาวุธปืนแบบลูกโม่ ขนาด .38 ตกอยู่ 1 กระบอก ในลูกโม่มีปลอกกระสุนที่ยิงแล้ว 3 ปลอก และกระสุนที่ยังไม่ได้ยิงอีก 4 นัด ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร บริเวณถนน ไชยบุรี พบน.ส.ฐิตาภา ลาภสมทบ อายุ 34 ปี ภรรยาผู้ตาย ถูกปืนขนาดเดียวกันยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด นอนหายใจรวยริน กู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือปั๊มหัวใจจนมีชีพจรขึ้นมา แต่อาการยังสาหัส ก่อนนำตัวส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลพุทธชินราช แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายนันธวัฒน์ และน.ส.ฐิตาภา ชวนเพื่อน 5 คนไปนั่งที่ร้านปิ้งย่างหมูกระทะละแวกบ้าน แต่เกิดมีปากเสียงกันเรื่องหึงหวงขึ้น ทำให้นายนันธวัฒน์บันดาลโทสะใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 2 นัด จากนั้นจึงกลับมาบ้านมาเคลียร์ปัญหากับภรรยา ที่บริเวณที่เกิดเหตุ และยังมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องหึงหวง ขณะชักปืนออกมาจะจ่อยิง ภรรยายกมือไหว้ขอชีวิตแต่ไม่เป็นผล จึงถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด นายนันธวัฒน์คิดว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว ได้วิ่งเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านของเพื่อน แล้วใช้ปืนจ่อยิงที่ศีรษะตัวเอง เสียชีวิต
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด และทราบว่า ผู้ตายกับภรรยาอยู่ด้วยกันจนมีลูก 2 คน คาดว่าปมเหตุสังหารโหดในครั้งนี้ น่าจะมาจากเรื่องหึงหวง แต่สุดท้ายกลับเคลียร์ปัญหาตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายชายจึงใช้อาวุธปืนยิงภรรยาตนเองและยิงตัวตายตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา ต่อไป
วันเดียวกัน เวลา 00.45 น. พ.ต.ท.ประภาส ตู้ภูมิ สว.(สอบสวน) สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นสามีภรรยากัน ที่สวนอาหาร ‘ครัวรินกลางนา’ อยู่บริเวณริมถนนอดิเรกสาร (สระบุรี-แก่งคอย) ที่เกิดเหตุตั้งอยู่เลขที่ 72 ม.6 ต.บ้านแก้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ พบศพนางวารินทร์ คณะมี อายุ 58 ปี เป็นเจ้าของสวนอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ศีรษะ หน้าอก ใต้คาง และที่ด้านหลัง รวม 4 นัด และนายสรรค์ธกรณ์ (เขียว) ภูธีระศิลป์ อายุ 57 ปี สามี มีมีดทำครัวปักคาอกอยู่ บาดเจ็บสาหัสนอนหายใจรวยรินเคียงคู่กับภรรยาอยู่บนพื้นซีเมนต์กลางร้าน มีสุนัขพันธุ์ไทยสีดำอายุราว 8-9 ปีชื่อ ‘โอเลี้ยง’ นอนเฝ้าไม่ห่าง เจ้าหน้าที่จึงรีบให้การช่วยเหลือนำส่ง ร.พ.สระบุรีทันที
ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบบนโต๊ะอาหารมีจานข้าว และกับข้าววางอยู่พร้อม เครื่องดื่ม พร้อมซองปืน และพบปลอกระสุนขนาด .38 ตกอยู่เกลื่อนพื้นจำนวน 4 ปลอก และ หัวกระสุนชนิดเดียวกัน 3 หัว ที่ชั้นเก็บของหลังร้าน (ห้องครัว) พบอาวุธปืนขนาด .38 (แม็กกาซีน) วางอยู่ ส่วนวงจรปิดตรวจสอบไม่พบภาพเหตุการณ์ขณะก่อเหตุ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ฆ่าเมียแทงตัว – นายสรรค์ธกรณ์ ภูธีระศิลป์ ก่อเหตุใช้ปืนยิงนางวารินทร์ คณะมี ภรรยาเสียชีวิตในร้านอาหารริมถนนอดิเรกสาร อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี จากนั้นก็ใช้มีดแทงอกตัวเองได้รับบาดเจ็บ สาเหตุจากหึงหวง เมื่อวันที่ 25 ก.ค.
สอบสวนนายมานิตย์ คณะมี อายุ 65 ปี พี่ชาย นางวารินทร์ ผู้ตาย ทราบว่า น้องสาวและนายสรรค์ธกรณ์น้องเขย ต่างเคยมีครอบครัวมาก่อนด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งได้เลิกกับ สามี-ภรรยา (เก่า) แล้ว มาแต่งงานกันอย่างถูกต้อง พร้อมเปิดสวนอาหารในวันแต่งงาน เมื่อ 2 ปีก่อน ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด เล็กน้อยโดยฝ่ายน้องเขยเปิดโชว์รูมจำหน่าย (รถเก่า) ประเภทรถจี๊ปโบราณ ที่ริมถนนบายพาสไม่ไกล จากสวนอาหารนี้มากนัก ก่อนเกิดเหตุในช่วงหัวค่ำ ทราบว่ามีกลุ่ม ผู้นิยมรถจักรยานยนต์ “ช็อปเปอร์” มาจัดงานเลี้ยง กระทั่งร้านปิด เข้าใจว่า ทั้งคู่กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยกัน แล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันด้วยเรื่องหึงหวง
ฝ่ายชายเกรงฝ่ายหญิงปันใจ เกิดบันดาลโทสะ ใช้อาวุธปืนยิ่งเข้าใส่ภรรยาตัวเอง อย่างไม่นับจนถึงแก่ความตายคาที่แล้ว จะใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตายตาม กระสุนเกิดขัดลำ นายสรรค์ธกรณ์ จึงวิ่งเข้าครัวปลดกล้องวงจรปิดลงมาลบภาพทิ้ง ก่อนคว้ามีดทำครัววิ่งมาล้มตัวลงนอนเคียงข้าง นางวารินทร์ ภรรยา แล้วแทงปักอกตัวเอง หวังให้ตายตามกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รบ รวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อความชัดเจน ต่อไป
ด้านนางอรพิน มาอุด อายุ 57 ปี พี่สะใภ้ของนางวารินทร์ เล่าว่า ทั้งคู่ต่างหย่าร้างมาแต่ละฝ่ายมีลูกติดฝ่ายละคน ฝ่ายชายชอบหึงหวงทะเลาะกันบ่อยครั้ง ซึ่งฝ่ายชายเป็นคน ขี้ระแวงชอบกล่าวหาว่าผู้เสียชีวิตมีชายอื่น ซึ่งตนสามารถยืนยันได้ว่า นางวารินทร์ไม่มีชายอื่น ขณะนอนอยู่ในที่บ้านพักซึ่งอยู่ตรงข้ามกับร้านอาหารที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัดจึงได้วิ่งข้ามไปดูพบว่าน้องสามีถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่นายสรรค์ธกรณ์ร้องว่า พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ ตนจึงได้พูดว่าจะขอโทษทำไมเขาได้ตายไปแล้ว
สภ.เฉลิมพระเกียรติ เรียก นายมานิตย์ คณะมี พี่ชายของนางวารินทร์มาสอบสวนแล้ว 1 ปาก ส่วนผู้ก่อเหตุยังไม่สามารถสอบสวนได้เนื่องจากว่าอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต โดยให้น้ำหนักของคดี สาเหตุเกิด จากความหึงหวง แกรงว่าผู้ตายจะปันใจให้ชายอื่น ส่วนกล้องวงจรปิดภายในร้านได้ให้เจ้าหน้าที่ทางด้านไอทีเข้ากู้ไฟล์ภาพขณะเกิดเหตุแล้ว