ติดจากผู้ชายต่างชาติตรวจอีก10คนใกล้ชิดอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน
‘ภูเก็ต’โล่ง-ไม่เจอเชื้อโควิดเสียชีวิต-เพิ่ม32

เจอผู้ติดเชื้อ‘ฝีดาษลิง’รายที่ 2 อาศัยอยู่กรุงเทพฯ เป็นผู้ชายไทยอายุ 47 ปี ใกล้ชิดมีเพศสัมพันธ์กับชาย ชาวต่างชาติ แล้วมีอาการป่วย ส่งรักษา ร.พ. ตรวจผู้ใกล้ชิดอีก 10 คน อาศัยร่วมบ้านเดียวกัน ขณะที่ภูเก็ตโล่ง ผลตรวจชายไทยต้องสงสัยไม่ติดฝีดาษ ส่วนรายที่ 2 ไม่เกี่ยวพันกับผู้ติดเชื้ย รายแรกหนุ่มไนจีเรีย ส่วนสถานการณ์โควิด ป่วยใหม่อีกเกือบ 2 พัน เสียชีวิต 32 ราย ศบค.ระบุภาพรวมยังเป็นช่วงขาขึ้นต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากอธิบดีกรมควบคุมโรคว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่ 2 จากร.พ.วชิรพยาบาล กทม. เป็นผู้ชายไทยอายุ 47 ปี มีประวัติมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายชาวต่างชาติ มีอาการสงสัยป่วยเมื่อวันที่ 12 ก.ค. จากนั้น 2 วัน เริ่มมีไข้ ปวดตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต และ 1 สัปดาห์ต่อมามีผื่นที่อวัยวะเพศ ลำตัว หน้า แขนขาจึงมาตรวจที่ร.พ. ขณะนี้รับไว้ในร.พ. พร้อมติดตามผู้สัมผัสมาตรวจ และเฝ้าสังเกตอาการต่อให้ครบ 21 วัน

ต่อข้อถามถึงค่าใช้จ่ายการรักษาฝีดาษลิงสำหรับคนไทยและต่างชาติที่เข้าประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า คนไทยรักษาและเบิกจ่ายได้ตามสิทธิสุขภาพของแต่ละคน ส่วนต่างชาติหากมีประกันสุขภาพส่วนตัวก็ใช้ส่วนนั้นได้ แต่เราต้องดูแลทุกคนเพื่อไม่ให้โรคแพร่กระจาย เหมือนดูแลทุกคนในช่วงโควิด ขอให้มั่นใจได้ว่าหากมีอาการป่วยเข้าเกณฑ์ฝีดาษลิงแล้วเข้ามาวินิจฉัยโรค จะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

ส่วนนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่ 2 อาศัยอยู่ในกทม. ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ วันที่ 14 ก.ค. เริ่มมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว 1 สัปดาห์ ก่อนมาร.พ. มีตุ่มหนองที่อวัยวะเพศ ซื้อยามาทาเอง ต่อมาตุ่มหนองขึ้นตามแขนขา ใบหน้า ศีรษะ วันที่ 27 ก.ค. จึงไปรักษาที่ร.พ.วชิรพยาบาล ด้วยอาการอวัยวะเพศบวม เจ็บ แสบ แต่อาการไม่รุนแรง อยู่ในการดูแลของแพทย์ในห้องแยก เพื่อป้องกันแพร่กระจายเชื้อ พร้อมเร่งค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยผู้ป่วยให้ข้อมูลว่ามีครอบครัวอยู่รวมกัน 10 คน หลังจากมีผื่นตุ่มได้แยกตัวจากคนอื่นในบ้าน สรุปได้ว่าเป็นผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่ 2 ของไทย

น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. โพสต์แจ้งว่าหลังผลยืนยันผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่ 2 รักษาอยู่ร.พ.วชิรพยาบาล สปคม. และสำนักอนามัย กทม. ร่วมสอบสวนโรค 10 คนใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่อย่างรัดกุม กทม.ติดตามสถานการณ์ และแจ้งเฝ้าระวังทุกร.พ.ในสังกัด

ขณะที่ นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าจากการเก็บตัวอย่างเลือด และสารคัดหลั่งของชายไทยผู้ต้องสงสัย ไปส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเมื่อวันที่ 26 ก.ค. เพื่อพิสูจน์ว่าติดเชื้อฝีดาษลิงหรือไม่ ล่าสุดได้รับรายงานผลการตรวจวิเคราะห์เป็นลบ ไม่ติดเชื้อ ส่วนผู้ติดเชื้อยืนยันฝีดาษลิงรายที่ 2 ในกทม.นั้น ไม่มีความเกี่ยวพันกับผู้ติดเชื้อรายแรกชาวไนจีเรียที่พบใน จ.ภูเก็ต แต่อย่างใด

ด้าน พญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมการแพทย์ กล่าวถึงแนวทางดูแลรักษาโรคฝีดาษลิงว่า โรคนี้หายได้เอง แต่ต้องดูแลพิเศษในกลุ่มที่มีความเสี่ยงอาการรุนแรง เพราะยังไม่มียารักษาเฉพาะ จะใช้วิธีรักษาตามอาการ กรมการแพทย์จึงหารือร่วมกับร.พ.คลินิกผิวหนัง ถึงแนวทางการรักษาพยาบาลโรคฝีดาษลิงเมื่อวันที่ 26-27 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปแล้วและอยู่ระหว่างทำข้อมูลเพื่อเสนอในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินระดับกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 1 ส.ค.

พญ.นฤมลกล่าวว่า โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกับโรคไข้ทรพิษ แต่ความรุนแรงน้อยกว่ามาก ไข้ทรพิษทำให้เสียชีวิตมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วย ส่วนฝีดาษลิงนั้น ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบอัตราเสียชีวิต 0.007 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 5 รายจากผู้ป่วย 16,000 ราย แต่การที่องค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เพราะมีการติดต่อข้ามทวีป พบการระบาดเกิดขึ้น โดยเบื้องต้นเราต้องดูแลในกลุ่มที่เสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรง คือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้รับยากดภูมิ

ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมการแพทย์ กล่าวอีกว่าโรคฝีดาษลิงติดต่อผ่านการสัมผัสเชื้อจาก ตุ่มหนอง สะเก็ดแผลของผู้ป่วย แต่ถ้าใกล้ชิด มากๆ เช่น กินข้าว หรืออยู่บ้าน นอนด้วยกัน ก็อาจติดต่อทางฝอยละอองได้ การรับ เชื้อไวรัสกรณีผู้ที่ไม่มีบาดแผลที่ผิวหนังเลย เชื้อจะเข้าได้จากการสัมผัสด้วยมือแล้วไม่ได้ล้างให้สะอาด เชื้ออาจก่อให้เกิดตุ่มหนองในคอ ในปาก หรือเข้าทางเยื่อบุตา แต่ไวรัสฝีดาษลิงมีเปลือกหุ้ม ธรรมชาติเป็นไวรัสที่ไม่แข็งแรง โดนสบู่ล้างก็ตาย แต่เชื้อจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมนานหรือไม่ ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ ไวรัสตัวนี้ไม่ได้ติดง่าย แต่ก็ไม่ยาก หากใกล้ชิดคนที่ป่วยก็มีโอกาส แต่ถ้าล้างมือบ่อยๆ ป้องกันตัวเอง สวมหน้ากาก เชื้อก็จะไม่เข้ามา

สำหรับสถานการณ์โควิดนั้น ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) รายงานว่ามีผู้ป่วยรายใหม่จากการตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ และเอทีเค รวม 1,902 ราย ป่วยสะสม 4,584,070 ราย หายป่วย 2,129 ราย สะสม 4,528,820 ราย เสียชีวิต 32 ราย สะสม 31,290 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 23,960 ราย อยู่ร.พ.สนาม และอื่นๆ 11,909 ราย และอยู่ในร.พ. 12,051 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 904 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 445 ราย โดยภาพรวมกราฟผู้ป่วยรายใหม่ ผู้ป่วยปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง

กรมควบคุมโรครายงานว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 994 ราย 2.สมุทรปราการ 151 ราย 3.ชลบุรี 110 ราย 4.นครราชสีมา 57 ราย 5.ขอนแก่น 48 ราย 6.ปทุมธานี 42 ราย 7.นครศรีธรรมราช 39 ราย 8.นนทบุรี 26 ราย 9.สุรินทร์ 25 ราย และ 10.เชียงใหม่ 23 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน