ปัดฟื้นชีพบัตรใบเดียวปชป.-ชทพ.จวกบิ๊กรบ.สว.เตือนระวังเสียคนบิ๊กน้อย-กลุ่ม16ดีลล่ม

‘นิโรธ’ ยันไม่มีใบสั่ง ‘บิ๊กป้อม’ จวกพวกไร้คุณธรรมป้ายสี พปชร.คิดกลับลำใช้บัตรเลือกตั้ง ใบเดียว ปชป.อัดบิ๊กรัฐบาล ส.ส.กลัวสอบตก หวังพลิกใช้สูตรพิสดารเหมือนเลือกตั้งปี 62 หวั่นทำรัฐสภาเละเป็น ‘สภาโจ๊ก’ ‘วราวุธ’ ยันชทพ.ค้านแนวคิดแก้รัฐธรรมนูญล้มบัตรสองใบ ส.ว.วันชัยเตือนผู้มีอำนาจ ระวังเสียคนตอนแก่ เพื่อไทยจี้เลิกคิดเอาเปรียบ ‘บิ๊กน้อย’ ดีลล่ม พรรคเล็ก-กลุ่ม 16 เมินร่วมพรรค ‘รวมแผ่นดิน’ ก้าวไกลโรยเกลือหลังศึกซักฟอก ล็อกเป้า ‘ศักดิ์สยาม’ ชงป.ป.ช. เชือดก๊อกสอง

กกต.เผยบริจาคพรรค-ภท.แชมป์
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ยอดเงินบริจาคพรรคการเมือง ประจำเดือนพ.ค.2565 มีพรรคที่ได้รับเงินบริจาคยอด 5,000 บาทขึ้นไป จำนวน 20 พรรค โดยพรรคที่ได้รับบริจาคสูงสุดคือ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 52,039,850 บาท รองลงมาเป็นพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 30,200,100 บาท พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 14,193,000 บาท พรรคเพื่อไทย (พท.) 12,010,000 บาท พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 6,005,000 บาท พรรค ก้าวไกล (ก.ก.) 5,001,695.05 บาท พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) 1,000,000 บาท

พรรคประชาชาติ 350,000 บาท พรรคเส้นทางใหม่ 300,000 บาท พรรคมิติใหม่ 269,500 บาท พรรคไทยศรีวิไลย์ 200,000 บาท พรรครวมไทยสร้างชาติ 150,000 บาท พรรคเสรีรวมไทย 140,000 บาท พรรคทางเลือกใหม่ 100,000 บาท พรรคไทยภักดี 50,000 บาท พรรคสร้างอนาคตไทย 30,000 บาท พรรคภราดรภาพ 30,000 บาท พลังปวงชนไทย 26,240 บาท พรรครักษ์ธรรม 21,000 บาท และพรรคประชากรไทย 10,000 บาท ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่มียอดบริจาคในเดือนพ.ค.

สำหรับเงินบริจาคพรรค ในเดือนพ.ค. ที่น่าสนใจนั้น พรรคภูมิใจไทย พบว่า น.ส. ภัสร์วรัชญ์ อร่ามแสงเทียน บริจาค 9,999,900 บาท นายกฤษณ์และนายกานต์ พรพิไลลักษณ์ บริจาคคนละ 5,000,000 บาท บริษัท บุรีรัมย์พนาสิทธิ์ จำกัด บริจาค 7,200,000 บาท ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น บริจาค 5,997,000 บาท บริษัท 555 ซีเมนต์ จำกัด บริจาค 4,997,500 บาท บริษัท เค.เอ.พี. เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริจาค 4,990,500 บาท บริษัท ทองสิทธิ จำกัด บริจาค 1,000,000 บาท และห้างหุ้นส่วนจำกัด ปาริภัทร บริจาค 1,000,000 บาท

สำหรับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จากบุรีรัมย์ ถูกฝ่ายค้านยกมาอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา โดยระบุมีความเชื่อมโยง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กวาดงานของกระทรวงคมนาคมกว่าพันล้านบาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

พ่อ-ลูกนริพทะพันธุ์ทุ่ม7ล.ให้พท.
พรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏชื่อคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ บริจาค 4,000,000 บาท นายจีระศักดิ์ โกมุทกุล บริจาค 2 ยอด ยอดละ 2,000,000 บาท นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ บริจาค 1,600,000 บาท ห้างหุ้นส่วนจำกัด กัณคภัค ดีเวลล็อปเม้นท์ บริจาค 2,000,000 บาท บริษัท กะรน เอนเจล จำกัด บริจาค 1,000,000 บาท และบริษัท แกรนด์ วานิช จำกัด บริจาค 1,000,000 บาท

พรรคเพื่อไทย ปรากฏชื่อ นายวิฑูรย์ พัฒนชัยกุล บริจาค 5,000,000 บาท นายพชร นริพทะพันธุ์ บริจาค 4,000,000 บาท และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ บริจาค 3,000,000 บาท ส่วนพรรคก้าวไกลพบชื่อนายอนันต์ ชัยสุริยเทพกุล บริจาค 1,500,000 บาท นายศักดิ์พล จงประวัติสกุล บริจาค 1,000,000 บาท

พรรคไทยสร้างไทย ปรากฏชื่อ น.ส.ภาวิตา ลี้สกุล บริจาค 9,990,000 บาท นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ บริจาค 5,000,000 บาท นายอมฤทธิ์ ปั้นศิริ บริจาค 5,000,000 บาท นายวิเชียร สวาทยานนท์ บริจาค 3,000,000 บาท นายโกวิท ธัญญรัตตกุล บริจาค 2,000,000 บาท นายถนอมจิต เพราะสุนทร บริจาค 1,500,000 บาท นางนงเยาว์และนายอำนาจ โตวชิรกุล บริจาคคนละ 1,000,000 บาท

พรรคชาติไทยพัฒนา ปรากฏบริษัท โรงสีเอกไรซ์ จำกัด บริจาค 3,000,000 บาท และบริษัท โรงสี อ.การเกษตร 2011 จำกัด บริจาค 3,000,000 บาท

ประธานวิปรบ.ยันดันกม.ลูกให้จบ
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.(ฉบับที่…) พ.ศ. … หรือกฎหมายลูก ที่จะนำกลับเข้าที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 2-3 ส.ค.ว่า ตอนนี้กฎหมายว่าด้วยโทษปรับเป็นพินัยคาอยู่ในรัฐสภาต้องให้จบก่อน กฎหมายลูกค่อยเข้าต่อ จะพยายามดันให้จบภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ เพราะถ้าทำไม่จบจะเสียหายและเสื่อมเสียมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่าวิปรัฐบาลจะกำชับพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องกฎหมายลูกอย่างไรบ้าง นายนิโรธกล่าวว่า เราต้องเดินหน้า เพราะเราทำหน้าที่นิติบัญญัติ เมื่อสภานิติบัญญัติเห็นแก้เป็นใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) หารด้วย 500 แล้ว สภานิติบัญญัติก็ต้องทำกฎหมายมาตราที่เกี่ยวข้องให้จบ เพื่อให้กฎหมายสมบูรณ์ พอจบก็ส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และครม.ส่งต่อไปกกต. ว่ากฎหมาย ที่ฝากเข้าสภาตอนนี้พิจารณาเสร็จแล้วเป็น อย่างนี้เห็นด้วยอย่างไรก็พิจารณาไป และค่อยส่งกลับมาใหม่ เพราะกฎหมายฉบับนี้กกต.เป็นผู้เสนอ

ไม่มีใบสั่ง‘บิ๊กป้อม’-ซัดคนป้ายสี
ต่อข้อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีสัญญาณว่าจะให้โหวตกฎหมายลูกไปในทิศทางใดหรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า ไม่มี เราต้องทำตามที่สภานิติบัญญัติกำหนดมา ที่สภามอบหมายให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่ …) พ.ศ. … รัฐสภา ไปพิจารณากฎหมายลูกทั้งสองฉบับ เมื่อกมธ.พิจารณาเสร็จแล้วก็เอากลับเข้ามาสภา ส่วนสภาจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับกมธ.อย่างไร กมธ.ก็ต้องยอมรับเสียงของสภา เพราะถือว่ากมธ.หมดหน้าที่ที่จะมาคุยโต้

ตนเข้าใจว่า พรรคการเมืองไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของเขา เมื่อกมธ.เสนอมา 1 กับ 2 สภาบอกว่าจะเอา 1 กมธ.ก็ต้องยอมรับและไปแก้มาให้จบ ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ไม่ได้เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะมาพูดนู่นพูดนี่หรือออกคำสั่ง มันไม่มี เป็นเพียงการกล่าวร้ายป้ายสีหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และด้อยค่าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อผลประโยชน์ของพรรคตัวเอง ตนมองว่าคนพวกนี้ไม่มีจริยธรรมและคุณธรรม ทำให้ประชาชนสับสนบ้านเมืองวุ่นวาย

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรคพลัง ประชารัฐอยากย้อนกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งแบบใบเดียว นายนิโรธกล่าวว่า ไม่มี เป็นเพียงการพูดคุยกันเมื่อรัฐธรรมนูญแก้เป็น บัตรสองใบ และสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 พวกส.ส.ก็มาพูดคุยกันว่าแบบ 500 และ 100 รวมทั้งคุยถึงบัตรเลือกตั้งแบบ ใบเดียวและสองใบ ว่าแบบไหนดีกว่ากัน เป็นเพียงการคุยกันในวงว่าใครชอบแบบไหน ไม่ใช่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะทำอะไร เพราะหากจะย้อนกลับไปใช้บัตรใบเดียว มันไกลมาก จะต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งกระบวนการยุ่งยาก ไม่ใช่มาพูดคุยกันและ จะทำได้เลย

ส.ส.ใต้โต้พปชร.หนุนแก้รธน.
ด้านนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวพรรคแกนนำรัฐบาล ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว หลายพรรคอ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชน แต่ตนมองว่าเป็นเพียงความต้องการของบางพรรคเท่านั้น ส่วนพรรคพลังประชารัฐไม่ได้สนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ เนื่องจากเคารพและให้ความสำคัญต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นฉบับที่ประชาชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วม นำไปสู่การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง

การแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าว มองว่าไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทั้งประเทศ เป็นเพียงประโยชน์เพื่อบางพรรค ที่เรียกร้องให้แก้ไขตลอดมา และยังเป็นการเตะถ่วงการบริหารแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาคใต้ ทั้งที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ บริหารงานแก้โควิค-19 ได้อย่างคล่องตัว กลับต้องมาให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญ

“คนที่ออกมาเรียกร้องไม่ได้ตั้งใจทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติ และประชาชน ผมมองว่าเรื่องที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญขณะนี้คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่เพิ่ม สูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภค บริโภค และพลังงานที่มีราคาแพง รวมทั้งราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ” นายสัณหพจน์กล่าว

ปชป.อัดบิ๊กรัฐบาลใช้วิธีพิสดาร
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า หากจะเดินตามสูตรที่พิจารณาขณะนี้คือใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบและสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 แกนนำรัฐบาลและส.ส. บางรายกลัวว่าอาจทำให้ตัวเองหมดโอกาสกลับเข้าไปทำหน้าที่ส.ส.ในสมัยหน้า จึงเสนอให้กลับไปใช้วิธีการเดิมในการเลือกตั้งเมื่อ ปี 2562 นั่นคือ บัตรใบเดียวที่มัดมือชก เลือกทั้งส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ และวิธีคิดคำนวณที่พิสดาร ซึ่งไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน มีความเคลื่อนไหวที่จะปัดฝุ่นนำวิธีการนี้มาเพื่อสร้างความได้เปรียบกับตัวเอง ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของประชาชนที่มองว่า สภาชุดนี้กำลังจะกลายเป็นสภาโจ๊ก เพราะกลับไปกลับมาเอาแน่เอานอนไม่ได้

ขณะนี้การแก้ไขพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ใกล้พิจารณาวาระ 3 แล้ว จึงควรให้มีการลงมติเสร็จสิ้นก่อน เพราะยังมีขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ ที่ให้รัฐสภาส่งร่างที่เห็นชอบแล้วนั้น ไปยัง กกต. เพื่อให้ความเห็นต่อไปภายใน 10 วัน หากไม่มีการทักท้วง ก็ให้รัฐสภาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

แกงหม้อใหญ่-เละเป็น‘สภาโจ๊ก’
นอกจากนี้ ยังมีช่องทางการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกด้วย หากศาลเห็นว่า สิ่งที่สมาชิกรัฐสภาได้ดำเนินการมาทั้งหมดขัดกับรัฐธรรมนูญ รัฐสภาต้องปฏิบัติตาม คำวินิจฉัยและเร่งรีบพิจารณาให้เรียบร้อยก่อนเลือกตั้ง ตามกำหนดเวลาที่จะต้องไม่เกินเดือนพ.ค.2566 ฉะนั้น ไม่ควรสร้างความสับสนให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เพียงเพื่อเอาชนะในทางการเมืองเท่านั้น

ตนเห็นว่ากระบวนการที่รัฐสภาดำเนินการไปนั้น ประชาชนรับรู้หมดแล้ว ดังนั้น แกนนำรัฐบาลและส.ส.ที่กลัวจะสอบตก ไม่ควรพลิกแพลงหาวิธีการพิสดารพันลึกใดๆ ให้ได้รับชัยชนะหรือเพียงเพื่อให้ตัวเองกลับมาเท่านั้น เพราะในที่สุด ประชาชนจะเป็น ผู้ตัดสินใจในคูหาเลือกตั้งว่าจะให้ใครเป็น ส.ส. และจะให้พรรคใดเป็นแกนหลักจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ

“การเคลื่อนไหวถึงขั้นจะกลับไปแก้รัฐธรรมนูญใหม่ คือใช้บัตรใบเดียว เพียงเพื่อสนองความต้องการตัวเองนั้น นอกจากจะเป็นการแกงหม้อใหญ่ให้กับหลายฝ่ายแล้ว ประชาชนก็มองรัฐสภาชุดนี้เป็นสภาโจ๊ก ไปด้วย เพราะท่าทีแบบกลับไปกลับมา เอาความแน่นอนและหาสาระอะไรไม่ได้ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ดูไม่ดีในสายตาของประชาชนอีกด้วย” นายชัยชนะกล่าว

ชทพ.ค้านชนฝาพลิกใช้บัตรเดียว
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวพรรคแกนนำรัฐบาล ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า เราเพิ่งแก้รัฐธรรมนูญกลับมาใช้บัตร 2 ใบ หากจะขอแก้กลับไปใช้ใบเดียว คงต้องถามเหตุผลก่อน และประเด็นอยู่ที่ว่า เมื่อแก้มาแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขนี้ที่ยังไม่ได้ใช้ จะแก้กลับไปเป็นใบเดียวใหม่อีก จะทำให้การทำงานตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเท่ากับเป็นศูนย์ ดังนั้น พรรคไม่เห็นด้วยกับการที่จะย้อนกลับไปเป็นบัตรใบเดียว ส่วนสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะหาร 500 หรือหาร 100 คงไปถกกันในรัฐสภาว่าขัดหรือไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

สำหรับเวลาที่เหลือถึง 24 มี.ค.2566 ประมาณ 8 เดือน สภานี้จะหมดวาระลง คิดว่าเราควรเร่งทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด ตราบใดที่วันเลือกตั้งยังไม่มาถึง ยังเป็นโอกาสที่เราจะทำงานให้กับประเทศ ทำงานเรียกคะแนนความนิยมและเรียกศรัทธาจากประชาชนได้จนถึงนาทีสุดท้าย และด้วยเวลาที่เหลืออยู่ ถ้ากลับไปเป็นบัตรใบเดียว ไม่แน่ใจว่าการตอบรับจากสังคมจะเป็นอย่างไร จึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง

ส่วนการวางยุทธศาสตร์ แนวทางและนโยบายของพรรคในการเลือกตั้งนั้น ที่จริงอยากจะวาง แต่ต้องดูหลายปัจจัยประกอบ ต้องดูความชัดเจนสูตรหาร 100 กับหาร 500 เพราะยุทธศาสตร์จะต่างกันไป การวางกลยุทธ์ว่าปาร์ตี้ลิสต์จะเป็นอย่างไร เขตจะเป็นอย่างไร ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นต้องดูความชัดเจนเช่นกัน

‘สมชัย’แซะพล็อตตลกหกฉาก
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “พล็อตนรก ตลกหกฉาก” จอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ติน ผู้เขียน มหาศึกชิงบัลลังก์ (Game of Thrones) ที่เข้มข้น มีพล็อตเรื่องกลับไปกลับมา โหดเกินกว่าที่คิด จนเรียกว่า พล็อตนรก อาจพ่ายแพ้พล็อตการเมืองไทยที่ใครบางคนวางไว้ เป็นพล็อตเส้นทางย้อนกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวที่ใครต่อใครว่าเดินหน้าไปไกลและยากจะย้อนกลับ

ฉากที่หนึ่ง รัฐสภาปล่อยผ่านวาระสาม เป็นหาร 500 ตามที่ถลำลึกไปแล้ว

ฉากสอง กกต.ให้ความเห็นว่า หาร 500 ไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติ

ฉากสาม มีการเข้าชื่อของ ส.ส.และ ส.ว. ประมาณ 75 คน ส่งศาลรัฐธรรมนูญ

ฉากสี่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีข้อความขัดกับรัฐธรรมนูญในสาระสำคัญ ทำให้ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ตกไปทั้งฉบับ

ฉากห้า รัฐบาลแสดงความรู้สึกกังวลใจว่า หากจะเสนอกฎหมายลูกเข้ามาใหม่ จะต้องใช้เวลามากเกรงจะไม่ทันเลือกตั้งต้นปีหน้า และเนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ผ่านมา เป็นการแก้ที่ไม่ครบ ไม่ว่าจะร่างกฏหมายลูก เป็นหาร 100 หรือ หาร 500 ก็มีสิทธิถูกวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญอีก

ฉากหก ด้วยความปรารถนาดีของรัฐบาล ให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอแก้รัฐธรรมนูญกลับไปเหมือนเดิมของปี 2560 และไม่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายลูกใดๆ ให้เสียเวลาอีก เพราะสามารถใช้ของเดิมได้เลย ส่วนการแก้ไขกติกาใดๆ ให้เป็นเรื่องของรัฐบาลในอนาคต

พล็อตตลกหกฉาก ถูกพล็อตออกมาในสมอง 84,000 เซลล์ของใครไม่ทราบ แต่ดูโหดเหี้ยมไม่แพ้มหากาพย์ Game of Thrones เพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะ หนีเสือปะจระเข้ เพราะไม่อยากเจอทั้งเสือและจระเข้ โดยไม่แคร์คนดู แต่หารู้ไม่ การกลับไปครั้งนี้มีสิทธิเจอ แม่มังกร

‘วันชัย’ฉะกะล่อน-ระวังเสียคน
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของส.ว.ยังไม่แน่ใจว่าจะมีใครเสนอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือไม่ แต่ไม่ว่าใครจะให้กลับ ทั้งพรรคการเมืองหรือผู้มีอำนาจคนใดก็ตาม จะเสียผู้เสียคนมากกว่า เหมือนอย่างกรณีสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จากเดิมหาร 100 มีการกลับไปเป็นหาร 500 แล้วจากหารด้วย 500 ก็จะกลับมาเป็นหารด้วย 100 อีก และยังจะกลับไปแก้รัฐธรรมนูญ จะทำให้ยิ่งเสียคนมากขึ้น จะกลายเป็นเรื่องที่มองแค่ความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองมากกว่า การดำเนินการให้เป็นไปด้วยความตรงไป ตรงมา ขาดความถูกต้อง ขาดความมีจริยธรรมทางการเมือง ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่ามีโอกาสที่จะกลับไปใช้ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวได้หรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า หากจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการร่วมมือกันระหว่างพรรคการเมืองกับผู้มีอำนาจ ที่หวังจะเอาอำนาจและหวังจะได้เปรียบทางการเมืองเท่านั้น แต่หากพรรค การเมืองไม่เล่นด้วย ส.ส.ไม่เล่นด้วยก็ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ ลำพังส.ว.เพียวๆ ไม่มีทางที่จะทำได้เลย

เมื่อถามว่า ส่วนตัวเห็นด้วยหรือไม่หาก จะมีการกลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว นายวันชัยกล่าวว่า ไม่เห็นด้วย เพราะตนเห็นด้วยกับการหารด้วย 100 ตั้งแต่ต้น หากจะกลับไปกลับมา มองว่าเป็นการกะล่อนกันทางการเมืองมากกว่าที่จะทำเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง

เพื่อไทยจี้เลิกแนวคิดเอาเปรียบ
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธานคณะทำงานด้านการเกษตรพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส.ส.ภาคเหนือ พรรคเพื่อไทยในหลายจังหวัด เรียกร้องให้รัฐบาลใส่ใจความทุกข์ร้อนชาวสวนลำไยภาคเหนือ เพราะขณะนี้ราคาลำไยดิ่งเหว ต่ำสุดในรอบ 30 ปี สวนทางราคาสินค้าเกษตรโลกที่พุ่งสูง รัฐบาลคิดแต่จะแก้บัตร 2 ใบ เป็น 1 ใบ เดี๋ยวห้าร้อยเดี๋ยวหนึ่งร้อย เวลานี้ขอให้คิดเรื่องปากท้องประชาชน หากหวังจะเข้าสภาก็ต้องสู้กันด้วยการแก้ปัญหาประชาชน

รัฐบาลออกมาประกาศตัวภูมิใจควบคุมราคาสินค้าในประเทศไม่ให้ขึ้นราคาได้ ยกเว้นยอมให้ปุ๋ยขึ้นราคา ท่านช่วยเหลือใครกันแน่ นี่คือความเหลื่อมล้ำจากกลไกการจัดการของรัฐบาล เลือกที่จะไม่ใส่ใจ กดให้จนแล้วบดขยี้ บีบให้ชาวสวนลำไยภาคเหนือสิ้นอาชีพใช่หรือไม่” นายวิสุทธิ์กล่าว

ด้านนายนพดล ปัทมะ สมาชิกพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า กระแสข่าวอาจมีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ กลับไปใช้บัตรใบเดียวน่าจะเป็นการโยนหินถามทาง หรือความคิดที่โยนในวงสนทนา แต่ถ้าผลักดันจริง คงสำเร็จยาก ยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา ฟังเสียงนักการเมืองหลายพรรคไม่เห็นด้วย ตนก็ไม่เห็นด้วย เป็นความคิดที่ล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์ประเทศ ละเลยความต้องการของประชาชน ละเลงปัญหาการเมืองเพิ่ม ดังนั้นควรลด ละ เลิกแนวคิดที่จะเอาเปรียบทางการเมืองได้แล้ว ประเทศนี้มีเรื่องที่เป็นสาระต้องทำอีกมาก” นายนพดลกล่าว

ก.ก.เชื่อกม.ลูกเสร็จก่อน 15 ส.ค.
ขณะที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่ …) พ.ศ. … รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงคัดค้านจากพรรคประชาธิปัตย์และบางส่วนของพรรคพลังประชารัฐต่อการกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว อาจทำให้เกิดการเตะถ่วงจนพ้นกรอบ 180 วัน หรือครบกำหนดวันที่ 15 ส.ค. และต้องกลับไปใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 ฉบับของครม.ว่า ขณะนี้การแก้ไขกฎหมายลูกยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการ

โดยการประชุมรัฐสภาวันที่ 2 ส.ค.นี้ จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. … ที่ค้างการพิจารณาอยู่ เชื่อว่าจะพิจารณาเสร็จสิ้นในวันเดียวกัน และตามวาระการประชุม จะต่อด้วยร่าง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. … ซึ่งคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ทั้ง 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และส.ว. ได้หารือกันว่า จะเลื่อนกฎหมายลูกมาพิจารณาต่อ ในวันที่ 3 ส.ค.และคิดว่าจะแล้วเสร็จในวันเดียวกัน แต่หากเกิดอุบัติเหตุ จนไม่เสร็จในวันที่ 3 ส.ค. รัฐสภายังมีทางออก โดยการนัดประชุมเพิ่มเติมในวันที่ 9-10 ส.ค. จึงเสร็จทันก่อนวันที่ 15 ส.ค.อย่างแน่นอน หากผ่านวาระ 3 ก่อนวันที่ 15 ส.ค.จะเป็นไปตามกระบวนการปกติ ที่ต้องส่งร่างให้องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องพิจารณา และส่งความเห็นกลับมา

หากว่ากันตามเจตจำนงของการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 91 มีความเป็นไปได้ที่องค์กรอิสระอาจจะชี้กลับมาว่า การหารด้วย 500 ไม่ตอบสนองต่อเจตนารมณ์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และต้องกลับไปใช้การหาร 100 หากเป็นเช่นนั้นจริง รัฐสภาอาจจะต้องพิจารณาว่า จะเห็นด้วยกับความเห็นขององค์กรอิสระหรือไม่ ดังนั้นการหาร 500 อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากมากขึ้น ในการแก้ปัญหาของรัฐสภา

แนะถ้าแก้รธน.ต้องคืนอำนาจปชช.
ส่วนที่จะกลับไปใช้บัตรใบเดียวได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเป็นการแก้ใน 2 เงื่อนไข คือ การแก้มาเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งคิดคำนวณคะแนนที่สัมพันธ์โดยตรงกับคะแนนที่ได้รับจากบัญชีรายชื่อ ฉะนั้นตามเจตจำนงจึง ไม่สามารถกลับไปแก้ไขเป็นบัตรเลือกตั้ง ใบเดียวได้แน่ แต่ท้ายที่สุดจะมีกระบวนการกลับไปใช้บัตรใบเดียวหรือไม่ คงต้องเป็นเรื่องหลังจากนี้ หากเป็นเช่นนั้น รัฐสภาจะถูกตั้งคำถามว่า ตกลงการแก้กติกาเลือกตั้งกลับไปกลับมา เป็นการแก้เพื่อประชาชน หรือ เพื่อกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง หรือคนใดคนหนึ่งหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกฎหมายลูกไปต่อ ไม่ได้ และมีบางฝ่ายอยากกลับไปใช้บัตรใบเดียว ต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ใช่ แต่เชื่อว่า ยังมีกระบวนการที่ไปต่อได้ คนยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรใบเดียว ต้องตอบสังคมให้ได้ว่า แก้ไขเพื่ออะไร เพราะกระบวนการรัฐสภา ยังไปต่อได้ และมีทางออก

เมื่อถามถึงระยะเวลาในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรใบเดียว หรือกติกาเลือกตั้งแบบปี 2562 นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เรื่องระยะเวลาของกระบวนการทั้งหมดได้ถูกระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญแล้วว่าจะทำอย่างไร เนื่องด้วยสภาชุดนี้เหลือเวลา 8 เดือน ถือว่าเพียงพอที่จะสามารถทำตามกระบวนการทั้งหมดให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวได้ แต่จะตอบสังคมไม่ได้ และอาจจะเกิดกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จนนำสังคมไปสู่ทางตัน ดังนั้น หากจะแก้ไข รัฐธรรมนูญจริงๆ ต้องคืนอำนาจให้ประชาชน โดยการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งฉบับ แบบนี้จึงจะเป็นคำตอบสุดท้ายและเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

โรยเกลือซักฟอก-ตี‘ศักดิ์สยาม’
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณียื่นเรื่องดำเนินการต่อภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า เบื้องต้นพรรคก้าวไกลได้มีการคุยกันถึงเรื่องดังกล่าว แต่อาจจะไม่ยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทุกคน เนื่องจากแต่ละเรื่องจะมีเนื้อหาแตกต่างกัน โดยต้องเลือกว่าเนื้อหาเหล่านั้นยื่นกับหน่วยงานใด อาทิ สำนักงาน กกต. หรือศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลจะยื่นเรื่องใดบ้าง นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า เรื่องที่ตนได้อภิปรายไปคือการยื่นทรัพย์สินเท็จของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่จะยื่นต่อป.ป.ช. แน่นอน รวมถึงเรื่องการทุจริตโครงการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 ของกองทัพ ที่มีผู้อภิปรายคือนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะยื่นวันไหน เพราะต้องให้ฝ่ายกฎหมายและทีมงานไปศึกษาว่าเรื่องที่จะดำเนินการยื่นต่อหน่วยงานไหน ถึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด

‘บิ๊กน้อย’ดีลกลุ่ม 16 ล่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มพรรคเล็ก หลังจากพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เชิญชวนประชาชนมาร่วมงานพรรคพลังชาติไทย จัดประชุมใหญ่ พร้อมถือฤกษ์เปลี่ยนชื่อพรรคใหม่ชื่อว่า ‘พรรครวมแผ่นดิน’ ในวันที่ 1 ส.ค.นี้

พล.อ.วิชญ์ ได้ให้นางบุญญาพร นาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย ทำหน้าที่ประสานเชิญชวนส.ส.พรรคเล็กทั้งหมด รวมถึงส.ส.กลุ่ม 16 ด้วย และมีการโน้มน้าวมาตลอดก่อนจะเปิดตัวพรรคในวันที่ 1 ส.ค. แต่ล่าสุดส.ส.กลุ่มพรรคเล็กไม่มีใครแสดงเจตจำนงจะไปอยู่ด้วย ขออยู่พรรคเดิม เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องการย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ เพื่อลงส.ส.เขต ในการเลือกตั้งรอบหน้า

กลุ่ม 16 มีการพูดคุยกันเบื้องต้นว่าจะย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐแต่ต้องขอประเมินก่อนว่า จะใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 หรือหาร 100 หรือใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว หรือสองใบ ภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีมติให้กมธ. วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ถอนร่างออกไปทบทวนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 รวมถึงความชัดเจนการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อประกอบในการตัดสินใจอีกครั้งว่าจะเดินไปในทิศทางใดต่อไป

ส.ส.ชทพ.ทวงเงินชาวนา
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส. สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ประธานกมธ.แก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม กล่าวถึงเงินช่วยเหลือชาวนา ปี 2564/2565 ที่จะถูกยกเลิกในงบประมาณปี 2566 เนื่องจาก กรมการข้าว เสนอโครงการใหม่เพื่อช่วยเหลือชาวนา แต่ซ้ำซ้อนกับโครงการเดิม จึงต้องยกเลิกว่า เงินช่วยเหลือชาวนา ปี 2564/2565 คือโครงการบริหารจัดการพัฒนาคุณภาพข้าวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยมีหลักเกณฑ์เป็นการจ่ายขาดให้เกษตรกร อัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ รวมได้รับเงิน 20,000 บาทต่อครัวเรือน

โครงการใหม่ที่กรมการข้าวจัดทำขึ้นนั้น ตนเห็นด้วยในหลักการ ที่ต้องการลดต้นทุนการผลิต เพราะโครงการเดิมใช้จำนวนเงิน ต่อปีสูงมาก เป็นภาระต่องบประมาณ แต่อยากให้ร่วมกันพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนว่า 1.โครงการใหม่จะลดต้นทุนได้จริงหรือไม่ 2.ชาวนาได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงหรือไม่ และใครเป็นผู้ดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรการเกษตรที่จัดซื้อ 3.เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะต้องได้รับเงินเต็มตามจำนวน ไม่รั่วไหล อยากฝากไปยังกรมการข้าว คำนึงถึงต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ย น้ำมัน ยาฆ่าแมลง ค่าครองชีพ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าเดิมมากหลายเท่าด้วย และให้มองยาวไปถึงการประกันราคาข้าวให้เกษตรกรที่จะเหมาะสมกับสภาวการณ์ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ ยังโพสต์ เฟซบุ๊ก ระบุถึงการยกเลิกเงินช่วยเหลือชาวนาว่า “เพลง ตื่นเถิดชาวนา ตื่นเถิดชาวนา อย่าหลับใหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรงก็เพราะ เราทั้งหลาย ถ้ามัวหลับมัวหลง เราก็คงไม่ได้ ซื้อเครื่องบิน F35 ราคา 13,800 ล้าน คืนไป ซื้อโดรน 4,000 ล้าน คืนไป เรือดำน้ำกว่า 20,000 ล้าน คืนไป เอาเงินชาวนากลับคืนมา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน