‘วิชญ์’ปัดตั้งพรรคอะไหล่ มติ 3วิปเร่งกม.ลูกเลือกตั้ง

‘วิษณุ’ ยันรัฐบาลไม่กังวล วาระนายกฯ 8 ปีของ ‘บิ๊กตู่’ ท้ายื่นศาลรธน.ชี้ขาด พปชร.อัดกลุ่ม 99 พลเมืองจี้นายกฯ ลาออกก่อน 24 ส.ค. แค่หวังดิสเครดิต ‘บิ๊กน้อย’ ขึ้นแท่นหัวหน้า ‘รวมแผ่นดิน’ ยันไม่ใช่พรรคอะไหล่ ไม่ใช่นั่งร้านให้ ‘2 ป.’ หวังกวาด 25 ส.ส. ได้ตั้งรัฐบาล แทงกั๊กเสนอชื่อ ‘บิ๊กตู่’ เป็นนายกฯ ‘วิษณุ’ ชี้ไม่ควรหวนใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว วิป 3 ฝ่ายเห็นพ้อง ประชุมร่วมรัฐสภา 2-3 ส.ค.ตามวาระ กฎหมายลูกต่อคิวพ.ร.บ.อีก 2 ฉบับ ประธานวิปรัฐบาลซัดเพื่อไทยจ่อร้องป.ป.ช.สอบส.ส.-ส.ว. โหวตรับสูตรปาร์ตี้ลิสต์ หาร 500 ยันเป็นเอกสิทธิ์ อย่ามาขู่ มติส.ว.ไม่เห็นชอบ ‘อารยะ ปรีชาเมตตา’ วืดนั่งกรรมการป.ป.ช.

‘วิษณุ’ลั่นรบ.ไม่กังวล8ปี‘บิ๊กตู่’
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีข้อถกเถียงว่าจะครบ 8 ปี ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ ว่า ถ้าใครอยากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องนี้ก็ทำได้ และเห็นว่าฝ่ายค้านจะยื่นในวันที่ 7 ส.ค. ส่วนรัฐบาลเป็นฝ่ายตั้งรับ ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลกังวลเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เคยมีใครบอกว่ากังวล ไม่ได้เกี่ยวกับความเชื่อมั่น และรู้สึกเฉยๆ ถ้าใครเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ไม่ถูกต้อง เนื่องจากคิดว่าต้องนับวาระตั้งแต่ปี 2557 ก็ให้เป็นไปตามนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลมีแผนตั้งรับเรื่องนี้อย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้ตั้งรับอะไร รอแค่ศาลรัฐธรรมนูญส่งหนังสือ มาบอกว่ามีคนมายื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ถ้าส่งมาถามความเห็น รัฐบาลก็จะตอบกลับไป แต่ถ้าศาลไม่ได้ถามอะไร รัฐบาลก็ไม่ต้องตอบ เรื่องดังกล่าวอาจถือเป็นปัญหาเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ที่ศาลสามารถพิจารณาเองได้ ไม่ต้องให้ใครมาสอน

ต่อข้อถามว่าหากมีการยื่นศาลตีความจะ ยึดรัฐธรรมนูญฉบับใด เนื่องจากการดำรงตำแหน่งของนายกฯ เกิดต่อเนื่องระหว่างรัฐธรรมนูญสองฉบับคือปี 2557 กับปี 2560 นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้ คนยื่นต้องคิดออกเองว่าควรใช้ฉบับไหน จะไปสอนเขาทำไม เมื่อถามย้ำว่าศาลควรต้องยึดหลักธรรมนูญฉบับใดในการพิจารณา นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่ายังมั่นใจเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของนายกฯ หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เคยตอบว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจ และนายกฯ ไม่เคยหารือเรื่องนี้กับตน และไม่เคยตั้งทีมงานมาศึกษาเรื่องนี้ ถ้ามีคือสภา เมื่อถามว่าระหว่างที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ มีเสียงเรียกร้องจากหลายกลุ่มรวมทั้งกลุ่ม 99 พลเมืองให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่งก่อน 24 ส.ค.2565 นายวิษณุกล่าวว่า รับทราบ

เด็กพปชร.สับกลุ่ม 99 พลเมือง
นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่ม 99 พลเมืองแถลงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกก่อนวันที่ 24 ส.ค.2565 เนื่องจากครบกำหนด 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ 2560 และขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศว่า คนกลุ่มนี้เคลื่อนไหวเพราะ ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล และนายกฯ เพราะเขาไม่เอานายกฯ มาตั้งแต่ต้น ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่สามารถทำอะไรนายกฯ ได้ จึงออกมาเรียกร้องภายนอก เคลื่อนไหวแบบเดิม แต่ครั้งนี้เปลี่ยนหน้าจากกลุ่มเด็ก มาเป็นผู้ใหญ่หน้าเดิม จึงอยากถามกลับคนกลุ่มนี้ว่า หากนายกฯ ดำรงตำแหน่งต่อ จะเป็นจะตายหรืออย่างไร ก็เห็นแล้วว่า นายกฯ สามารถตอบคำถามและชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ประชาชนเข้าใจได้

เรื่องการดำรงตำแหน่งของนายกฯ ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ไม่ใช่คนกลุ่มนี้ และให้ใจเย็นๆ รอฟัง เพราะฝ่ายค้านเตรียมไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอยู่แล้ว ที่สำคัญกฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง การเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ ในช่วงเวลาที่ยังไม่มีรัฐธรรมนูญบังคับใช้ จนมาถึงเวลานี้ที่มีรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่นายกฯ เข้ามาบริหารในปี 2562 หากนับถึงปีนี้ นายกฯ ดำรงตำแหน่งมา 3 ปีครึ่ง ยังอยู่ได้อีกสมัย รวม 8 ปี ถ้าตีความตามที่กลุ่มดังกล่าวระบุ ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเทศบาล ที่มีวาระ 8 ปี ซึ่งกฎหมายระบุว่าผู้บริหารสามารถอยู่ในวาระได้ไม่เกิน 8 ปี คงต้องพ้นหน้าที่ไปทั้งประเทศ

“การดำรงตำแหน่งของนายกฯ คนตีความคือ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่กลุ่ม 99 พลเรือน ขอให้ใจเย็นๆ รอฟัง เพราะเรื่องนี้ฝ่ายค้าน เตรียมจะไปยื่นแล้ว ที่เคลื่อนไหว เพราะกลัวจะเงียบ จึงต้องสร้างชื่อออกมาเคลื่อนไหวเพราะกลัวคนจะลืมหรือไม่” นายสายัณห์กล่าว

หน.พรรค – พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน ที่เปลี่ยนชื่อจากพรรคพลังชาติไทย หลังจาก เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.

‘วิชญ์’หน.รวมแผ่นดิน-‘จำลอง’เลขา
เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ พรรคพลังชาติไทย จัดประชุมวิสามัญครั้งที่ 1/2565 และถือฤกษ์มงคลเปลี่ยนชื่อพรรค เป็น “พรรครวมแผ่นดิน”

สำหรับพรรคพลังชาติไทย เดิมเป็นพรรคของ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสียชีวิตลง จึงเลื่อนลำดับนางบุญญาพร นาตะธนภัทร รองหัวหน้าพรรคขึ้นเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อแทน

ภายในงาน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ นำแจกันดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดี ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล โดยนพ.ระวีกล่าวยืนยันว่าจะไม่ยุบพรรคพลังธรรมใหม่ ไปอยู่ร่วมกับพรรครวมแผ่นดินแน่นอน เพราะเป็นคนละน้ำกัน

จากนั้น พรรครวมแผ่นดินเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ทั้งหมด 14 คน ประกอบด้วย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นหัวหน้าพรรค นางบุญญาพร นาตะธนภัทร พล.อ.สุรวัช บุตรวงษ์ อดีต ผอ.ททบ. และอดีต ผบ.หน่วยข่าวกรองทหาร และพล.ต.พิชิต บุตรวงศ์ เป็นรองหัวหน้าพรรค

นายจำลอง ครุฑขุนทด เป็นเลขาธิการพรรค นายณัฐพล ทองคำ เหรัญญิกพรรค นายมนตรี พรมวัน นายทะเบียนสมาชิกพรรค นายคมสันต์ พันธุ์วิชาติกุล โฆษกพรรค ส่วนนายชิงชัย ก่อประภากิจ นายมาโนช อุณหกาญจน์กิจ นายเฉลิมพล ระดาพัฒน์ นายสุริยา ยีลูมา น.ส.กานดา ถาวรประพาฬ และพันเอก ธีรเดช เบญจาธิกุล เป็นกก.บห. ทั้งนี้ ยังมีบุคคลในแวดวงทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้วมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย อาทิ พล.อ.ชัชชัย ภัทรนาวิก อดีตผู้บัญชาการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ศตก.) กองบัญชาการกองทัพไทย

‘บิ๊กน้อย’เปิดใจเหตุตั้งพรรคใหม่
พล.อ.วิชญ์ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า ตนทำการเมืองได้มา ระยะหนึ่ง ไปเจอกับสิ่งที่เราได้เห็น และยังมีสิ่งที่เราไม่ได้ทำ คิดว่าหากปล่อยทิ้งไปก็จะไม่ดี อีกทั้งยังมีคนที่เราพาเข้ามาในการเมือง และตอนนี้เขาไม่มีที่พึ่ง จึงต้องกลับมา หาบ้านให้เขาอยู่ให้เรียบร้อย นี่คือเหตุผล ส่วนคนที่จะมาร่วมงานด้วยนั้น ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคเดิมที่ตามมาด้วย ซึ่งมีหลายคนที่อยากเล่นการเมือง จึงมาอยู่รวมกันในพรรคนี้ และต้องการหาพรรคใหม่ที่ให้ตนเป็นผู้นำ จึงขอกลับมาอีกครั้ง เพราะเราไม่ได้ทำอะไรในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยและกลุ่มพรรคเล็ก โดยเฉพาะกลุ่ม 16 เข้ามาร่วมงานด้วยหรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ตนไม่เคยคุยกับใครทั้งสิ้น แต่พรรคพลังชาติไทย มีส.ส.คนเดียว คือ นางบุญญาพร ได้คุยกันอยู่แค่นั้น ยังไม่เคยคุยกับคนอื่น ยืนยันว่าไม่มีการดีลกับพรรคเล็กตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่วนที่สื่อนำเสนอนั้น ไม่ทราบว่ามาจากใคร แต่ยืนยันว่า ไม่เคยคุยกับใครแน่นอน

ปัดเป็นอะไหล่-‘พี่ป้อม’ไม่เกี่ยว
ต่อข้อถามว่าพรรครวมแผ่นดินจะเป็นพรรคอะไหล่ พรรคแตกแบงก์พันหรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ไม่จริง เพราะตนมาทำทุกอย่างเพื่อสมาชิกพรรคเดิมที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และสุดท้ายเขาไม่มีที่ไป เมื่อไม่มีที่ไปก็ต้องหาบ้านให้เขาอยู่ และไหนๆ มาแล้วก็ต้องทำเพื่อบ้านเมืองและประชาชนต่อ

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก่อนมาตั้งพรรคหรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรไม่เกี่ยว ที่ตนทำตรงนี้ เพื่อสมาชิกพรรคเก่าที่เดินตามตนมา เมื่อถึงเวลาจะทิ้งเขาไม่ได้ มันดูไม่ดี จึงต้องกลับมาดูแลเขาต่อ แต่ได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร ทุกวัน ตนบอกท่านว่าจะตั้งพรรค พล.อ.ประวิตรบอกว่าก็เอาดิ ลองไปทำดู ซึ่งส่วนตัวถ้ามีอะไรจะเข้าไปปรึกษา พล.อ.ประวิตร ตลอด ตนเคารพเหมือนพ่อ ท่านดูแลกันมาตั้งแต่เป็นทหารอยู่ที่สระแก้ว

ต่อข้อถามว่าการตั้งพรรคการเมืองใหม่ครั้งนี้จะซ้ำรอยเหมือนตอนที่เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ขณะนั้นร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค หรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ไม่มี และจริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไร การที่เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะไปคนละทางเท่านั้นเอง ส่วนที่มาใหม่วันนี้ ทุกคนเข้าใจกันหมด ยืนยันว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในลักษณะนั้นอีกแล้ว

กั๊กหนุน‘บิ๊กตู่’เป็นนายกฯต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นคนควบคุมพรรคแบบเบ็ดเสร็จใช่หรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนควบคุม แต่มีคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ควบคุมพรรค เราใช้มติพรรคอย่างเดียว ตนคนเดียวไม่มีอำนาจทำอะไรได้ ทุกพรรคต้องเป็นแบบนี้ เพราะมีข้อบังคับพรรค

ต่อข้อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโจทย์ยาก เพราะพรรคยังไม่มีบิ๊กเนม พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนใหม่อย่างเรา แต่ตอนนี้เริ่มชินแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำงานให้ประชาชน เราควรต้องทำให้มากที่สุด และช่วงเวลานี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนหลายเรื่อง หากเราไม่ช่วยกัน อยู่ที่ประชาชนว่าจะเห็นชอบกับเราหรือไม่

เมื่อถามว่าพร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯหรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ตนและพล.อ.ประยุทธ์ เป็นรุ่นพี่ที่เคยทำงานร่วมกันมาตลอด ซึ่งการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต่อไปในอนาคตอาจมีคนที่ดีกว่าท่าน เราสนับสนุนคนที่ดี เพื่อให้ประเทศอยู่รอดและไปได้ ซึ่งยังไม่มีการทาบทามใครทั้งสิ้น เป็นเพียงเริ่มต้นพรรคซึ่งเราจะทำให้ประชาชนศรัทธาและทำให้ดีที่สุด

หวังยึด 25 ส.ส.-ไม่เป็นนั่งร้าน‘2ป.’
ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.อ.วิชญ์แถลงหลังประชุมใหญ่วิสามัญว่า เป้าหมายของพรรคมีอย่างเดียว คือเป็นพรรคขนาดกลาง เป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหวังส.ส.ไว้ 25 ที่นั่งขึ้นไป ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคเหนือ เพื่อจะได้ร่วมรัฐบาล เพราะถ้าไม่มีดี ตนคงไม่มาตั้งพรรค ส่วนการส่งผู้สมัครจะส่งเพียงบางเขตที่คิดว่ามีสิทธิ์ เน้นในพื้นที่ภาคกลาง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากอยู่พรรคพลังประชารัฐและพรรคเศรษฐกิจไทยมาก่อนจะนำสิ่งที่ผิดพลาดมาปรับใช้กับพรรคนี้บ้าง พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นคนใหม่ในการเมือง อาจมีข้อผิดพลาดบางอย่าง แต่กลับมาใหม่คราวนี้ไม่มีอะไรมาก เพราะเราคิดถึงสมาชิกที่ดึงจากพรรคพลังประชารัฐไปพรรคเศรษฐกิจไทย จากนั้นเราก็ทิ้งเขาไป ซึ่งตนคิดว่าตนทำไม่ถูก รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ จึงหันกลับมาใหม่ แต่ตนไม่คิดจะดึงส.ส.จากพรรคเศรษฐกิจไทยมา และตนไม่เคยทำ ถ้าคนจะมาอยู่ร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องไปดึง ตนขอคนที่สมัครใจอยากมาอยู่ด้วย เพื่อทำงานให้กับบ้านเมือง

“ขอย้ำว่า ผมไม่เคยเป็นนั่งร้านให้พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร และไม่เคยสร้างนั่งร้านที่บ้านตนเองด้วย ไม่เคยมี ทุกคนเข้าใจว่าผมใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร ทำงานตั้งแต่สมัยเป็นทหารด้วยกัน ยืนยันว่าผมยังไม่คิดถึงว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ต้องให้ กก.บห.และสมาชิกพรรคพิจารณา ส่วนการลงสมัครส.ส.นั้น ผมจะไม่ลง ไม่ถนัดงานสภา ปล่อยให้คนอื่นทำดีกว่า อย่าไปรวบรวมเองทุกอย่าง” พล.อ.วิชญ์กล่าว

‘พีระพันธุ์’จ่อหัวหน้ารทสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า เมื่อเวลา 10.09 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง มายังที่ทำการพรรค ที่ซอยอารีย์ 5 กรุงเทพฯ เพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการแบบตลอดชีพ โดยจ่ายค่าสมัครรายละ 2,000 บาท

ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2565 ที่สโมสรราชพฤษ์ กรุงเทพฯ มีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค ตราสัญลักษณ์ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพรรค และการเลือกตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ โดยใช้เวลา 20 นาที คาดว่ามารายงานความคืบหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการประชุมใหญ่วิสามัญ

มีรายงานว่า นายพีระพันธุ์ จะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ส่วนเลขาธิการพรรค คือ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตแกนนำและโฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นอกจากนี้ จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต ซึ่งทางพรรค ตั้งความหวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นพรรคตัวจริง ไม่ใช่พรรคสำรอง มี ส.ส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ

ปชป.โต้กลุ่มกปปส.ไขก๊อก
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวส.ส.กลุ่ม กปปส. ของพรรรค เตรียมย้ายพรรคว่า ส.ส.พรรคโดยเฉพาะภาคใต้ ยืนยันจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรค และยังทำกิจกรรมในพื้นที่ ยืนยันว่าเป็นเพียงข่าว แต่ข้อเท็จจริงทุกคนยังอยู่ครบ ตนก็เป็นอดีตกปปส. ยังยืนยันทำงานอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ซึ่งเป็นอดีต กปปส.ด้วย ไม่มีใครยื่นลาออก ทุกคนยังยืนยันอยู่กับพรรค

“เราเป็นพรรคที่มีสมาชิกมากที่สุด และอย่าคิดว่าพรรคจะมีเลือดไหลออกอย่างเดียว เลือดไหลเข้าก็มีเยอะ เดี๋ยวจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ ปีใหม่นี้ แต่ยังไม่บอกว่ามาเป็นหมู่คณะหรือมาอย่างไร แต่มีแน่นอน หลังจากนี้พรรครอให้สภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2566 ในวาระ 2 และ 3 เสร็จก่อน จะจัดกิจกรรมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ อาจเป็นพื้นที่นครศรีธรรมราช สงขลา หรือสุราษฎร์ธานี ที่จะเป็นจังหวัดแรก โดยจะนำส.ส.ปัจจุบันและว่าที่ผู้สมัคร พร้อมด้วยรัฐมนตรีลงพื้นที่ในจังหวัดนั้น เพื่อรับฟังปัญหาประชาชน และทำกิจกรรมร่วมกัน” นายชัยชนะกล่าว

เบิร์ธเดย์ – น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แกนนำพรรคและส.ส. เข้าอวยพรในวันคล้ายวันเกิด อายุครบ 73 ปีของนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค ที่บ้านทรงไทย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

จับตา 2 ส.ส.ชัยนาทรีเทิร์นชทพ.
ที่บ้านทรงไทย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมด้วยแกนนำพรรคและส.ส. เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด อายุครบ 73 ปีของนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค นอกจากนี้ ยังมี ส.ส.จากพรรคอื่นมาร่วมอวยพรด้วยคือ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.เขต 2 ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ และนางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ชัยนาท) พรรคประชาภิวัฒน์โดยทั้ง 2 คน เคยเป็น ส.ส.พรรคชาติไทย

ช่วงหนึ่ง ระหว่างน.ส.กัญจนาอวยพรนายประภัตร ซึ่งมีส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนาที่มาร่วมงานครบทุกคน รวมทั้งนายมณเฑียร และนางนันทนา ที่อยู่ยืนบนเวทีด้วยนั้น น.ส.กัญจนาได้ผายมือไปที่นายมณเฑียรและนางนันทนา พร้อมกล่าวว่า “เป็นทั้งเป็นอดีตและอนาคตของพรรค”

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค กล่าวว่า นายประภัตร เป็นเสาหลักของพรรคชาติไทยพัฒนาในจ.สุพรรณบุรี เป็นคนที่ห่วงใยสมาชิกพรรคทุกคน ทำงานการเมืองเคียงบ่าเคียงไหล่กับนายบรรหาร ศิลปอาชา มา 48 ปี ดังนั้น ใกล้เวลาแล้วที่ความรักและความผูกพันระหว่างชาวสุพรรณบุรีกับพรรคชาติไทยพัฒนาจะต้องถูกทดสอบขึ้นอีกครั้งหนึ่งในเร็วๆ นี้ ถึงวันนั้นเราจะได้คำตอบว่าคนสุพรรณบุรียังรักนายประภัตรและพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่

ครอบครัวพท.บุกเชียงราย 7 ส.ค.
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 ส.ค. ครอบครัวเพื่อไทยจะตั้งเวทีพบปะชาว จ.เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียงในภาคเหนือตามโครงการครอบครัวเพื่อไทยสัญจร “ระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด” เริ่มต้นเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย รวมทั้งแกนนำพรรคชุดใหญ่ ทั้งส.ส. ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชี รายชื่อของ จ.เชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงร่วมคณะ เพื่อพบปะประชาชนด้วย

นอกจากเพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์แล้ว ต้องมาให้เหนือกลเกมกติกาที่พยายามเอารัดเอาเปรียบจากฝ่ายที่ผู้มีอำนาจ ภายใต้หลักการและจุดยืนเคารพอำนาจประชาชน เพื่อร่วมนำพาประเทศ พ้นจากอำนาจไม่ชอบธรรมและการบริหารไร้ศักยภาพและอนาคตที่ดีกว่าในการเลือกตั้ง

‘วิษณุ’ชี้ไม่ควรหวนใช้บัตรเดียว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อถกเถียงเรื่องบัตรเลือกตั้ง ที่บางฝ่ายพยายามให้กลับไปใช้บัตรใบเดียวว่า ไม่เคยได้ยิน แต่เห็นจากข่าวและไม่รู้ว่าจะกลับไปใช้บัตรใบเดียวได้อย่างไร เพราะเดิมมีการใช้บัตรใบเดียว ต่อมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ หากจะกลับไปใช้บัตรใบเดียวอีก ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง และไม่รู้ว่าจะทำอย่างนั้นทำไม ผู้สื่อข่าวถามว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เคยพูดถึงเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เคยพูดถึง ไม่เคยมีการถามทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และไม่เคยมีใครมาคุยกับตนเรื่องนี้เช่นกัน ต่อข้อถามว่าแสดงว่าแนวทางที่จะกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวไม่ควรเกิดขึ้นใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) จะหารด้วย 500 หรือ 100 นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เห็นเถียงกันนานหลายเดือนแล้ว ต่อข้อถามว่าในที่ประชุมครม.ได้หารือเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่เคยพูดถึง และคงเข้าใจกันว่ารัฐสภาคงจะพิจารณาแก้ไขเสร็จทันตามกรอบเวลา ในส่วนของรัฐบาลไม่มีใครพูดถึงเรื่องความกังวล แม้แต่วิปรัฐบาลก็ไม่เคยรายงานอะไร

เมื่อถามว่ารัฐบาลมีแผนสำรองอย่างไรบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นแผนสำรอง แต่ถ้าพิจารณาร่างกฎหมายลูกไม่เสร็จจริงๆ ถือเป็นความบกพร่องของรัฐสภา และย้ำว่าต้องกลับไปใช้ร่างเดิมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทุกมาตรา ไม่ใช่แค่เรื่องสูตรคำนวณ แต่ครอบคลุมไปถึงมาตราอื่นที่รัฐสภาแก้ไขมาแล้วอย่างดี

‘สุวัจน์’วอนตั้งกฎเลือกตั้งแฟร์
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เปิดเผยว่า กรณีการปรับแก้เนื้อหาในมาตราต่างๆ ให้สอดคล้องกับ วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยใช้สูตร 500 เป็นตัวหาร แทนการหารด้วย 100 เบื้องต้นมองว่าการคำนวณไม่ว่าจะใช้สูตรใดหาร กติกาของการเลือกตั้งไม่ควรสร้างขึ้นเพื่อให้ใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบระหว่างกัน ควรสร้างกติกาให้เกิดความยุติธรรม (แฟร์) เพราะเมื่อมีความแฟร์เกิดขึ้นแล้ว คนจะได้รู้สึกอยากเลือกตั้ง และยอมรับผลของการเลือกตั้ง เนื่องจากหากรู้สึกว่า การเลือกตั้งเริ่มต้นด้วยความไม่แฟร์ การเมืองจะเข้าสู่เดดล็อก หรือภาวะชะงักงันทางการเมืองได้

“ภาวะในปัจจุบันเราต้องสร้างบรรยากาศให้ทุกคนเห็นว่า การเลือกตั้งคือทางออก มีความแฟร์ เพื่อให้เลือกตั้งจบ หมายความว่า เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว จะต้องเกิดการยอมรับผลการเลือกตั้ง เพราะหากทุกคนรู้สึกว่าไม่มีความแฟร์ตั้งแต่เริ่มต้น ก็ไม่อยากจะพูดว่าอาจเกิดอะไรอีก” นายสุวัจน์กล่าว

ยื่นปธ.ฎีกา – เครือข่ายประชาชน นักกิจกรรมนำ 13,839 รายชื่อ จากแคมเปญรณรงค์ Change.org/FreeOurFriends2022 ยื่นต่อประธานศาลฎีกา เรียกร้องให้ปล่อยตัว “บุ้ง-ใบปอ” ที่อดอาหาร 2 เดือนจนสุขภาพทรุด รวมทั้งนักโทษทางการเมืองคนอื่นๆด้วย เมื่อวันที่ 1 ส.ค.

‘วิป 3 ฝ่ายไม่เลื่อนถกกฎหมายลูก
เวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการ (วิป) 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม โดยตัวแทนทั้ง 3 ฝ่าย เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ร่วมกันหารือถึงการเลื่อนวาระร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. …หรือกฎหมายลูก มาพิจารณาก่อนกฎหมายที่อยู่ก่อนหน้า โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมหารือกันแล้วเห็นว่าการประชุมรัฐสภาวันที่ 2-3 ส.ค.ควรพิจารณาต่อเนื่องตามวาระคือ ร่าง พ.ร.บ.ปรับเป็นพินัย และร่าง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม จากนั้นจะเป็นร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. แต่ขอให้สมาชิกกระชับเวลาในการอภิปรายกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ เพื่อให้กฎหมายลูกขึ้นมาพิจารณาเร็ว เพราะคิดว่ากฎหมายทุกฉบับมีความสำคัญเหมือนกัน แต่ถ้ากฎหมายลูกไม่เสร็จ ก็สามารถพิจารณาต่อวันที่ 9-10 ส.ค. ยืนยันว่า กฎหมายลูกส.ส. แม้จะเพิ่มเข้ามาใหม่ 2 มาตรา ก็สามารถเสร็จทันสมัยประชุมนี้แน่นอน

ทราบว่าการประชุมร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2-3 วันที่ 17-19 ส.ค. ดังนั้นเดือนส.ค.นี้จะต้องทำงานให้เต็มที่ เพราะสภาจะปิดสมัยประชุมใน วันที่ 16 ก.ย. ซึ่งเวลาเราเหลือน้อย จึงต้องร่วมมือกัน ดังนั้นวันนี้ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และส.ว. จึงเห็นพ้องด้วยดี

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธาน วิปรัฐบาล กล่าวว่า หากเลื่อนกฎหมายลูกขึ้นมาพิจารณาก่อน อาจถูกกล่าวหาจากประชาชนว่า นำเรื่องการเมืองมาพูดกันมากเกินไป

‘นิโรธ’อัดพท.ขู่ร้องสอบส.ส.-ส.ว.
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคเพื่อไทย เตรียมให้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้พิจารณากรณีสมาชิกรัฐสภาที่สนับสนุนและลงมติโหวตให้ใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชี รายชื่อ หาร 500 ว่า เป็นเอกสิทธิ์ ตอนนี้มาถึงจุดนี้แล้ว พรรคเพื่อไทยมีชุดความคิด แบบนี้ได้อย่างไร ถึงกับข่มขู่สมาชิกรัฐสภา ตนว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นร้องต่อป.ป.ช.มีกฎหมายคุ้มครอง ส.ส.-ส.ว. หรือไม่ เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ระบุ จงใจฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และมีพฤติกรรมที่ฝ่ายบริหารแทรกแซงการทำงาน นายนิโรธกล่าวว่า ถามว่าคนที่แถลงข่าวเป็นศาลรัฐธรรมนูญหรือเปล่า เรื่องทั้งหมดต้องจบจากสภาก่อน ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นศาลรัฐธรรมนูญอย่าข่มขู่ ตนว่าอย่าทำตัวเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายที่มาเที่ยวข่มขู่

‘ส.ว.เตือนระวังโดนสอยกลับ
ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.และเลขานุการวิปวุฒิสภา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีสิทธิที่จะยื่นป.ป.ช.ได้ แต่เชื่อว่า ป.ป.ช.คง ไม่รับ เพราะการลงมติของสมาชิกรัฐสภาเป็นเอกสิทธิ์ และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง ที่ส่อถึงการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ และขอให้มองมุมกลับด้วยว่า หากไม่เห็นด้วยกับสูตร 500 หาร แล้วไปยื่น แต่หากสูตร 100 หารชนะบ้าง เขาอาจไปยื่นให้องค์กรตรวจสอบด้วยก็ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็น 100 หรือ 500 หาร ล้วนมีผู้ที่ได้และเสียประโยชน์

ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบล ราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อลงมติร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ผ่านวาระ 3 ไปแล้วไม่เกิน 1 สัปดาห์ พรรคเพื่อไทยจะยื่นป.ป.ช.กรณีที่สมาชิกรัฐสภาที่ลงมติให้ใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 ข้อหาจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ร่างคำร้องเสร็จแล้วเหลือเพียงให้ส.ส.มาเซ็น และจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วย โดยใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 148 เพื่อให้วินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ยืนยันว่าหลังจากผ่านวาระ 3 ไม่เกิน 1 อาทิตย์ จะยื่นเรื่องเพราะร่างคำร้องเสร็จแล้วเหลือเพียง ให้ส.ส.มาเซ็น

‘เพื่อไทยลุยฟันอีอีซี-ถุงมือยาง
นายสมคิดกล่าวด้วยว่า กรณีที่พรรค ฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อป.ป.ช.เอาผิดรัฐมนตรี ภายหลังจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ในส่วนของพรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม จะยื่นเรื่องการประมูลโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (ท่อส่งน้ำสายหลักอีอีซี) ซึ่งได้ยื่นเรื่องไปแล้ว ส่วนนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา จะยื่นเรื่องการทุจริตเส้นทางการเงินในเรื่องถุงมือยาง มีที่การโอน ยักย้ายถ่ายเท ส่วนเรื่องอื่นๆ กำลังดำเนินการ อาทิ เรื่องการประปาส่วนภูมิภาค และตอนนี้กำลังจะยื่นเพิ่มอีก 4-5 ท่าน ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ก็เป็นสิทธิของพรรค เพราะไม่ต้องรวมกันยื่น

ขุนคลังชิ่งปมท่อน้ำอีอีซี ยันไม่รู้นัดเซ็นสัญญา 3 ส.ค.
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า เรื่องท่อส่งน้ำอีอีซีอยู่ในอำนาจของกรมธนารักษ์ ซึ่งคณะกรรมการที่ราชพัสดุต้องไปพิจารณาในรายละเอียด ในฐานะ รมว.คลัง ได้สั่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว และมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงนามกับบริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง จำกัด ส่งไปให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และกรมธนารักษ์พิจารณาแล้ว ส่วนจะดำเนินการอย่างไรเป็นอำนาจของกรมธนารักษ์ ตัดสินใจ

ส่วนที่กรมธนารักษ์จะลงนามกับบริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง จำกัด ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ ต้องไปถามกรมธนารักษ์ ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้

‘พี่ศรี’ร้องกกต.สอบกินกล้วย
ที่สำนักงานกกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อกกต. ขอให้ไต่สวนสอบสวนเอาผิด ส.ส.ที่มีหลักฐานยืนยันว่ารับเงินหรือทรัพย์สินจากบุคคลอื่น โดยการโอนบัญชีธนาคารผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงกิ้งของธนาคารนับแสนบาทต่อเดือน

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า จากกรณีไลน์หลุด มีเนื้อหาและภาพที่ระบุให้เห็นว่ามีรายชื่อ ส.ส.พรรคเล็ก เซ็นชื่อรับเงินกันหลายคนจากบุคคลซึ่งไม่ปรากฏชื่อ และมีภาพหลักฐานสลิปการโอนเงินไปยังบุคคลปลายทาง ซึ่งเป็นชื่อของหัวหน้าพรรคเล็กๆ รวมทั้งหัวหน้ากลุ่มการเมืองด้วย โดยจ่ายกันเป็นรายเดือน เดือนละ 100,000 บาท เป็นเงินที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

นอกจากนั้น ยังมีข้อพิรุธว่า ส.ส.บางคนอ้างว่าเงินที่ได้รับโอนมาดังกล่าวนำไปใช้ลงพื้นที่ดูแลชาวบ้านนั้น จะถือเป็นรายได้หรือรายรับของพรรคการเมืองตาม มาตรา 62 (5) และหรือ (7) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2561 หรือไม่ และได้มีการประกาศให้ประชาชนทราบตามมาตรา 65 และหรือได้มีการปฏิบัติตามมาตรา 67 ครบถ้วนแล้วหรือไม่ และหรือมีการจัดทำและลงรายการทางบัญชีรายรับ-รายจ่ายของพรรคการเมืองตามมาตรา 59 หรือไม่ แต่หากไม่ใช่ ก็อาจถือได้ว่าเป็นเงินที่ได้มาโดย ไม่ชอบด้วยกฎหมายทันที ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 72 ประกอบ มาตรา 126 ของกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเท่าใดก็ได้ขึ้นอยู่กับศาลกำหนด

ที่สำคัญการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 28 ประกอบ มาตรา 92 (3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2561 ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรคดังกล่าวได้อีกด้วย ที่บัญญัติห้ามมิให้พรรค ยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำหรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคลักษณะที่ทำให้พรรคหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมนั่นเอง

ส.ว.ไม่เห็นชอบ‘อารยะ’นั่งปปช.
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามที่กรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคลล ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. โดยประชุมและลงคะแนนลับ

ผลการลงคะแนนลับให้บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งฯ คือนายอารยะ ปรีชาเมตตา โดยผลการออกเสียงปรากฏว่า ที่ประชุมห็นชอบด้วยคะแนน 38 คะแนน ไม่เห็นชอบ 146 คะแนน และไม่ออกเสียง 14 คะแนน จึงถือว่า นายอารยะ ไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากได้รับคะแนนเสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของส.ว.ที่มีอยู่

ทั้งนี้ นายอารยะ เป็นอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และยังเป็น นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ปี 2562

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน