ยันอยู่กับพปชร.-ยังไม่ไปไหน ป้อมเผยนายกไม่เครียดปม8ปี สมศักดิ์ยังกั๊กอนาคตสามมิตร
‘บิ๊กตู่’อ้าง‘พีระพันธุ์’เข้าพบ แค่คุยเรื่องงาน ปัดไม่เกี่ยวพรรคตั้งใหม่ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ลั่นยังอยู่กับพปชร. ไม่ไปไหน ‘บิ๊กป้อม’เผย นายกฯ ไม่เครียดปมวาระ 8 ปี เตรียมขนทัพพลังประชารัฐบุกหนองคาย 6 ส.ค. ระบุพรรค‘บิ๊กน้อย’เป็นพันธมิตรกัน ‘สมศักดิ์’ กั๊ก กลุ่มสามมิตรตีจากพปชร.หรือไม่ ปชป.เลือดไหลอีก อดีตส.ส.กทม.หลายสมัยไขก๊อกไปซบ‘รทสช.’ ‘วิษณุ’ชี้หากร่างกม.ลูกเลือกตั้งเสร็จไม่ทัน 180 วัน ต้องเซ็ตซีโร่ใช้ร่างกกต. ‘บัตรสองใบ-หาร 100’ ‘ไพบูลย์’ยื่นแน่ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด สูตรปาร์ตี้ลิสต์หาร 500 เพื่อไทยจี้‘ประยุทธ์’มียางอาย อย่ายื้อวาระ 8 ปี
‘บิ๊กตู่’พูดชัดไม่คิดปรับครม.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทันทีที่พล.อ.ประยุทธ์ลงจากตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อมายังตึกสันติไมตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยได้เดินเข้ามาพูดคุยส่วนตัวกับพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนจะพากันเดินเข้าห้องโถงตึกสันติไมตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือเรื่องปรับครม.หลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รับปากส.ส.กลุ่มปากน้ำว่าจะจัดสรรเก้าอี้ให้ พร้อมเรียกร้องให้พล.อ.ประวิตรมานั่งเก้าอี้รมว.มหาดไทย จนสร้างความไม่สบายใจให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ถึงขนาดงดให้สัมภาษณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม.ถึงความชัดเจนในการปรับครม.ว่า ยังไม่คิด ไม่มีอะไรทั้งนั้น อย่าไปเขียนอะไรเรื่อยเปื่อย คิดเองเขียนเองก็เป็นอย่างนั้น

พร้อม APEC – นายวีระพงศ์ มาลัย ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพประชุมรัฐมนตรีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเอเปก (APEC SME Ministerial Meeting) ครั้งที่ 28 และประชุมคณะทำงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเอเปก (APEC SME Working Group Meeting) ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 5-10 ก.ย.นี้ ที่จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 2 ส.ค.
ปัดเอี่ยวพรรครวมไทยสร้างชาติ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้าพบเมื่อวันที่ 1 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนจะพบกับใครไม่ได้เลยหรือ นายพีระพันธุ์มารายงานตามที่ตนมอบหมายให้รับผิดชอบ ที่ตั้งให้เป็นคณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน มารายงานว่ามีผลที่ไหนอย่างไรในจังหวัดต่างๆ ที่ลงพื้นที่ไปแล้วได้แก้ปัญหาไปกี่ราย
“เรื่องการเมืองไม่ได้คุยกันมากนัก เพราะท่านก็มีพรรคการเมืองและไม่จำเป็นต้องมาปรึกษาผม จะมาปรึกษาเรื่องอะไรจากผม ปรึกษาเรื่องอะไร แต่ละพรรคก็มีนโยบายของตัวเองอยู่แล้ว”
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะประชุมใหญ่วันที่ 3 ส.ค. โดยนายพีระพันธุ์จะเป็นหัวหน้าพรรค และคาดว่าจะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในการเลือกตั้งสมัยหน้า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “อ้าว! ทุกพรรคการเมืองก็เป็นเรื่องของนโยบายแต่ละพรรค ผมจะไปเกี่ยวข้องอะไรกับเขาใช่หรือไม่ วันนี้ถือเป็นพรรคหนึ่งที่เกิดขึ้นใหม่เท่านั้นเอง ผมคาดหวังว่าทุกพรรคจะช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ เรียบร้อย และมีความเจริญก้าวหน้า ผมให้กำลังใจกับทุกพรรคนั่นแหละ”
ลั่นยังอยู่พปชร.-อุบอนาคตนั่งหน.
ต่อข้อถามว่าพรรคดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ได้เริ่มมาตั้งแต่ตั้งชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คำว่ารวมไทยสร้างชาติ ตนพูดในเรื่องของวาระอื่นเท่านั้น จำได้ว่าเราต้องรวมพลังกันสร้างชาติให้เดินไปข้างหน้าต่างๆ ซึ่งตนพูดในฐานะนายกฯ เขาก็มาเอาไปตั้งเป็นชื่อพรรค ตนไม่ได้ไปสั่งให้เขาตั้งชื่อพรรคนี้เสียเมื่อไหร่ และตนไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าตัดสินใจทางการเมืองหรือยังว่าจะไปอยู่กับพรรคใด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “จะให้ตัดสินใจอะไรล่ะ วันนี้ผมอยู่กับพรรคพลังประชารัฐไม่ใช่หรือ แล้วจะไปที่ไหน เขาเป็นผู้สนับสนุนให้ผมเป็นนายกฯ ใช่หรือเปล่า” ต่อข้อถามว่าแสดงว่าการเลือกตั้งสมัยหน้าจะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้ก็ยังยืนยัน เช่นนี้มาตลอด
ส่วนความเป็นไปได้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ยังคิดอยู่ เมื่อถามว่าจะเข้าไปเป็นหัวหน้าพรรคเองหรือไม่ในอนาคต พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า “ยังไม่พูด ทำไมต้องไปนั่น ไปนี่ ต่อไปเรื่อยๆ ถ้าสื่อถามแบบนี้ฉันยังไม่ตอบ อยู่ที่ไหนฉันก็ทำได้”
‘ป้อม’เผยนายกฯไม่เครียดปม8ปี
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.วาระนายกฯ 8 ปีของพล.อ. ประยุทธ์ ว่า ไม่กังวล ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เตรียมแผนสำรองเรื่องนี้ไว้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ไม่ต้องเตรียม ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯรู้สึกเครียดกับเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวเสียงดังว่า “หัวเราะตลอด นายกฯ น่ะ ไม่เครียดหรอก แต่เจอสื่อคงเครียด”
ต่อข้อถามว่าจะมีผู้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เนื่องจากวาระการดำรงตำแหน่งของนายกฯจะครบวันที่ 24 ส.ค.2565 พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถาม เมื่อถามว่าสามพี่น้อง ‘3 ป.’ ยังรักกันกลมเกลียวอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรเดินเข้ามาหาผู้สื่อข่าวพร้อมกล่าวว่า “ถามอย่างนี้”
การันตี ‘บิ๊กน้อย’ เป็นพันธมิตรกัน
พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีที่พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มาเป็นหัวหน้าพรรครวมแผ่นดินว่า เขาก็ตั้งไป แล้วตนจะทำอะไรได้ ก็ให้กำลังใจเขา ให้เขาต่อสู้เล่นการเมืองเพื่อประเทศชาติ ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ให้คำแนะนำอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีคำแนะนำ ต่อข้อถามว่าการที่พล.อ.วิชญ์ ประกาศจะคว้าส.ส. 25 ที่นั่ง จะทับซ้อนกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าเขาจะไปเอาที่ไหนบ้าง ไม่รู้ ไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรครวมแผ่นดิน จะเป็นพรรคพันธมิตรกับพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “รู้จักกัน ก็ต้องเป็นพันธมิตรกันสิ” ต่อข้อถามว่าพรรครวมแผ่นดิน ระบุว่าอาจสนับสนุนให้พล.อ. ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ต้องไปถามเขา มาถามตนไม่ได้ ต่อข้อถามว่าพรรคพลังประชารัฐมั่นใจ แค่ไหน เพราะเริ่มมีพรรคใหม่ๆ ออกมามาก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ต้องมั่นใจ ไม่อย่างนั้น จะมาอยู่พรรคพลังประชารัฐทำไม เพราะพรรคตั้งมา 3-4 ปีแล้ว
ขนทัพพปชร.บุกหนองคาย6ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ เตรียมจัดโรดโชว์ เวที 2 เตรียมพร้อมเลือกตั้ง ภายใต้ชื่อ “พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย” วันที่ 6 ส.ค. เวลา 16.00-19.00 น. ที่ลานตรงข้าม Chic Chic Market จ.หนองคาย โดยพล.อ.ประวิตรมีกำหนดการปราศรัยถึงผลงานการบริหารจัดการน้ำตามนโยบายรัฐบาล
ขณะที่ทีมรัฐมนตรี แกนนำพรรค อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค จะพูดคุยกับประชาชนถึงยุคทองอุตสาหกรรมภาคอีสาน เชื่อมโยง อีอีซี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค จะพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลก้าวทันโลกออนไลน์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการพรรค จะร่วมเวทีปราศรัยด้วย
นอกจากนั้นพรรคจะเปิดตัว นายเอกภาพ พลซื่อ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด นายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย น.ส.ประภาลักษณ์ สิทธิ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หนองบัวลำภู สำหรับแม่งานครั้งนี้คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสานตอนบน
นายสุชาติให้สัมภาษณ์ว่า คิดว่าพรรค พลังประชารัฐมีโอกาสสูงที่จะได้ส.สในพื้นที่ดังกล่าว โดยหนองคายมี 4 เขต น่าจะได้แบ่งส.ส.มาบ้าง ก็โอเค และขณะนี้นายสุริยะดูแลพื้นที่ภาคอีสาน
ส.ส.เพื่อไทยดีใจให้รีบมา
น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่ผลการเลือกตั้งปี 2544 เป็นต้นมา พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนจนมาเป็นพรรคเพื่อไทย หนองคายได้ส.ส.ยกจังหวัด มาโดยตลอด ครองใจพี่น้องหนองคายมามากกว่า 20 ปี เพราะนโยบายพรรคที่ใช้หาเสียงลงมือทำได้จริง แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ตรงตามความต้องการ ทำให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากได้ นอกจากนี้ส.ส.หนองคายของพรรคไม่มีบ้านใหญ่ ไม่มีนายทุน และการเลือกตั้งปี 2562 ก็ได้คะแนนแบบถล่มทลาย
หลังการรัฐประหารและการครองอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านมา ประชาชนมีข้อเปรียบเทียบจากการบริหารประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ที่ชัดเจน ตนรู้สึกดีใจเสียด้วยซ้ำที่ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ มาเยือนหนองคายในวันที่ 6 ส.ค. ท่านจะได้มาตอบคำถามที่พี่น้องประชาชนรอคอยมาตลอด จากนโยบายที่หาเสียงไว้เมื่อปี 2562 ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 12,000 บาท/ตัน ยางพารา 65 บาท/ตัน นโยบายมารดาประชารัฐค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท เบี้ยเลี้ยงชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท/เดือน เมื่อไรจะเกิดขึ้นจริง ยิ่งตอนนี้ต้นทุนการผลิตทางการเกษตร ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ปุ๋ยแพงยันเกลือแพง พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะได้มาตอบคำถาม พี่น้องประชาชน
“การเลือกตั้งครั้งหน้าพี่น้องประชาชนจะได้บัตรเลือกตั้งคนละ 2 ใบ อำนาจอยู่ในมือของพี่น้องประชาชน จ.หนองคาย แล้วว่าจะเลือกใครเป็นตัวแทน จะเลือกพรรคการเมืองไหนมาบริหารประเทศ” น.ส.ชนกกล่าว
‘วิษณุ’ชี้ถ้ากม.ลูกสะดุด-เซ็ตซีโร่
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ในที่ประชุมครม.นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ประสานงาน คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้รายงานผลการประชุมวิป และได้ให้ตนชี้แจงต่อที่ประชุมครม. ว่าจะ ต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่)… พ.ศ. … หรือกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จ เพราะมีกำหนด 180 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ทำให้รัฐสภามีเวลาพิจารณาในวันที่ 2 ส.ค. 3 ส.ค. และ 9 ส.ค. รวมถึงอาจต่อวันที่ 10 ส.ค. แม้จะมีระยะเวลา 4 วัน แต่ยังมีกฎหมายค้างอยู่ 3 ฉบับ อาทิ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. … ร่าง พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. …
แล้วจึงจะมาพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง ถ้าทันมันก็ทันไปเลย แปลว่ายังใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) หาร 500 แต่หากไม่ทันจริงๆ ทุกอย่างต้องกลับไปเซ็ตซีโร่ คือ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หารด้วย 100 แต่จะน่าเสียดายคือมาตราต่างๆ ที่เกี่ยวกับการคำนวณสูตรบัญชีรายชื่อ ที่กรรมาธิการ (กมธ.) และสภาได้แก้กันมา จะใช้ไม่ได้ทั้งหมด ต้องกลับไปใช้ร่างเก่าของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ครม.ไม่ได้ฝากอะไรไปยังวิปรัฐบาล โดยนายกฯ ระบุว่าให้เป็นเรื่องของวิปและสภาไปตกลงกันเอง
‘สาธิต’ภาวนาให้ทัน 15 ส.ค.
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค การเมือง (ฉบับที่..) พ.ศ. … ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างแก้ไขร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.วาระ 2-3 จะพิจารณาทันก่อนครบ 180 วัน คือวันที่ 15 ส.ค.นี้หรือไม่ว่า ภาวนาให้ทัน แต่ขึ้นอยู่กับสมาชิกรัฐสภา ถ้าไม่ทันภายในสัปดาห์นี้ น่าจะทันในสัปดาห์หน้าก่อน 15 ส.ค. ในส่วนของกมธ.พร้อมแก้ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ที่ประชุมใหญ่รัฐสภาได้เปลี่ยนจากหาร 100 มาเป็นหาร 500 แต่ กมธ.เสียงข้างน้อยยังยืนยันว่าถ้าจะให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นหาร 100
กระบวนการมีแนวทาง คือถ้าพิจารณาไม่ทัน 180 วัน คือภายใน 15 ส.ค. ต้องกลับไปใช้ร่างแรก ที่เสนอโดยครม. ซึ่งคือร่างของ กกต. ร่างนี้เป็นเหมือนแม่น้ำสองสายคือ หาร 100 และส.ส.แบบแบ่งเขตมี 400 คน กังวลว่าถ้าเป็นร่างนี้ตนเสียดายสิ่งที่ กมธ.ทำมา เพราะมีการแก้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่ถ้าทำทันก่อน 180 วัน คือหาร 500 ไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเขาเห็นว่าปฏิบัติไม่ได้ต้องส่งไปที่รัฐสภา ซึ่งรัฐสภาต้องมาแก้ไขเนื้อหา ให้กลับไปเป็นเหมือนที่ กมธ.ปรับปรุงเสร็จแล้ว ตรงนี้จะเป็นสิ่งที่กมธ.มีความสุขที่สุด เพราะทำให้เกิดความสมบูรณ์มากที่สุด
ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กล่าวว่า การประชุมรัฐสภาวันที่ 2 ส.ค. ไม่มีการเสนอเลื่อนวาระพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ขึ้นมา จึงพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ให้เสร็จตามวาระก่อน ก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านมีท่าทีจะเล่นเกมให้ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. พิจารณาไม่ทัน 180 วัน แต่ล่าสุดทราบว่าส.ส.หลายคนของพรรคเพื่อไทย (พท.) จะ เดินหน้าตามขั้นตอน จึงเชื่อว่าจะเสร็จตามกรอบเวลา
‘สมชัย’ซัดงานเหลว-เสียเบี้ยประชุม
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย โฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กล่าวถึงข้อกังวลที่ประชุมร่วมรัฐสภาอาจพิจารณาร่างกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ทันกรอบ 180 วัน ว่า ต้องดูรัฐธรรมนูญมาตรา 132 ที่บัญญัติว่า ถ้าพิจารณาไม่เสร็จใน 180 วัน ให้รัฐสภาใช้ร่างกฎหมายที่เสนอมาตามมาตรา 131 เป็นร่างที่ผ่านสภาได้เลย ไม่จำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาอีก หากย้อนดูจะพบว่ามีร่างที่เสนอเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภา 4 ร่าง มีเนื้อหาไม่แตกต่างกันมาก คือการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยการหาร 100 แต่ร่างหลักคือ ร่างของครม. หากไม่ผ่านก็ต้องใช้ร่างหลัก
“การที่กฎหมายถูกเสนอเข้ารัฐสภาแล้ว หากรัฐสภาพิจารณาไม่ทันกรอบเวลา ถือเป็นความบกพร่องและเป็นความเสียหาย คุณได้งานไปทำแล้ว แต่ทำไม่เสร็จ เสียเบี้ยเลี้ยงการประชุมเปล่าๆ” นายสมชัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากใช้ร่างที่ครม.เสนอมา จะต้องส่งร่างกลับไปให้กกต.ที่เป็นเจ้าของร่างพิจารณาอีกครั้งหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ไม่แน่ใจ เพราะร่างดังกล่าวก็มาจากกกต. แต่หากร่างกฎหมายส่งไปนายกฯ แล้ว ตามขั้นตอนต้องพัก 5 วันก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ เชื่อว่าระหว่างนี้ จะมีส.ส.หรือส.ว. 75 คน หรือเสียง 1 ใน 10 ของสองสภายื่นเรื่อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ
จับตายื้อถกกม.ลูกอีกสัปดาห์
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ…. วาระ 2 ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่พิจารณาเรียงมาตรามาถึงมาตรา 8 ต้องปิดประชุมกะทันหันเนื่องจากจำนวนสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม
ร่างกฎหมายนี้มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเป็นกฎหมายกลางในการพิจารณา และกำหนดมาตรการสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง โดยกำหนดให้ผู้กระทำความผิดต้องชำระเงินค่าปรับตามที่กำหนด การปรับนั้นมิใช่เป็นโทษปรับทางอาญา รวมทั้งไม่มีการจำคุกหรือกักขังแทนการปรับ ตลอดจนไม่มีการบันทึกลงในประวัติอาชญากรรม โดยกำหนดให้การนำการปรับเป็นพินัยมาใช้แทนโทษปรับทางปกครอง เพื่อให้ระบบการลงโทษปรับในกฎหมายมีมาตรฐานเดียวกัน การประชุมเริ่มที่มาตรา 9 ตลอดทั้งวันการพิจารณาเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากสมาชิกในห้องประชุมมีอยู่บางตา ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ประธานในที่ประชุมต้องกดสัญญาณเรียกสมาชิกมาลงคะแนนอยู่หลายครั้ง และใช้เวลารอหลายนาที ถึงขั้นเอ่ยปากว่า “ถ้าไม่มีหวัง ผมก็จะไม่อยู่แล้ว” ขณะที่แต่ละมาตรามีเสียงเกินองค์ประชุม (264 เสียง) แค่ 1-2 เสียง แต่สุดท้ายการพิจารณาก็ผ่านไปได้ โดยเมื่อเวลา 19.15 น. ที่ประชุมลงมติผ่านวาระ 3 ด้วยคะแนน 365 ต่อ 0 งดออกเสียง 4 ไม่ลงคะแนน 4 จากนั้นนายชวนสั่งปิดการประชุม
ส่วนการประชุมรัฐสภาวันที่ 3 ส.ค. ตามระเบียบวาระเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการกระบวนการยุติธรรม พ.ศ… จึงเป็นไปได้ว่าร่างพ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ….จะพิจารณาได้ในวันที่ 9-10 ส.ค.
‘ไพบูลย์’จ่อยื่นศาลชี้สูตรหาร500
ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงถึงกระแสข่าวเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า พรรค มีนโยบายชัดเจนคือไม่สนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญกลับไปใช้บัตรใบเดียว เพราะ เราแก้เป็นบัตร 2 ใบแล้ว ขอยืนยันจุดยืนของพรรค ซึ่งเป็นการหารือร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) โดยพล.อ. ประวิตร ก็สนับสนุนเรื่องบัตร 2 ใบ
ส่วนสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 นั้น ตนพร้อมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่สามารถเห็นชอบกับร่างหาร 500 ได้ จะขัดรัฐธรรมนูญไม่ได้อีกแล้ว โดยจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะอดีตประธานกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง รัฐสภา ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรง ซึ่งตนเห็นชัดว่าการแก้มาตรา 91 เพื่อให้เป็นบัตร 2 ใบ และต้องหารด้วย 100 เท่านั้น แต่การไปบิดเบือนเป็นบัตร 2 ใบ โดยเอาบัตรใบที่ 2 เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ และเมื่อลงคะแนนเสร็จ นำมาหารด้วยจำนวนส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คน และส.ส.เขต 400 คน รวมเป็น 500 คน เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 91 อย่างสิ้นเชิง ดังนั้น เรื่องนี้ต้องชัดเจน
“คนทั่วไปดูแล้วคงเข้าใจ ในเมื่อเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยใช้บัตรคะแนนของส.ส.บัญชีรายชื่อที่ประชาชนเลือก ก็ต้องใช้ จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นตัวคำนวณ ไม่เช่นนั้นประชาชนเลือกส.ส.พรรคหนึ่ง ปรากฏว่าเมื่อหารออกมาแล้วกลับไม่มีพรรคที่เลือกเลย ถือเป็นการบิดเบือนเจตจำนงของผู้ออกเสียงผ่านบัตรเลือกตั้งใบที่ 2 ซึ่งเหล่านี้ต้องไปพิสูจน์ที่ศาลรัฐธรรมนูญ” นายไพบูลย์กล่าว
‘สมศักดิ์’ยันบัตรเดียวจบ-กั๊กย้ายบ้าน
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ส่วนตัวยืนยันว่าสูตรหาร 500 ย้อนแย้งกัน ถ้าตามสูตรคณิตศาสตร์ตัวเลขที่ออกมาก็เห็นได้ชัด ไม่ต้องมาถกเถียงกัน เพราะตัวเลขที่ออกมานั้น จะมีผลกระทบมาก ส่วนข่าวจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรใบเดียวนั้น ไม่มีแน่นอน ได้พูดกันหลายฝ่ายในพรรคว่าไม่น่าเป็นไปได้ สถานการณ์ปัจจุบันไม่มีเหตุผลที่จะกลับไปใช้บัตรใบเดียว เพราะเราพูดคุยกันจบและแก้ไขแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์การเมืองมีการย้ายพรรคกันมาก นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนหนึ่งคือ กฎหมายที่เราพูดกันในพรรคทำให้มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่เมื่อกฎหมายจบ คิดว่าเรื่องเหล่านี้จะสงบเพราะเขาจะคิดได้ว่า เหมาะสมกับตรงไหนอย่างไร เมื่อถามว่านายสมศักดิ์และกลุ่มสามมิตร จะย้ายพรรคหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งถาม มันเร็วไปมาก วันนี้ให้เดินไปด้วยความเรียบร้อยและทุกคนจะตัดสินใจว่า พรรคเล็กๆ ที่เกิดขึ้นมานั้น ใครเหมาะกับตรงนั้นหรือไม่ ถ้ารัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้เขาทำพรรค การเมืองที่เหมาะสมได้ คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก
‘ชัยวุฒิ’ปักหลักพลังประชารัฐ
ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นสูตรหาร 100 หรือหาร 500 พรรคเพื่อไทย ก็ชนะการเลือกตั้งอยู่แล้วว่า ก็พูดถูก เพราะกติกาที่ออกมาจะหาร 100 หรือหาร 500 ก็ไม่มีผลต่อจำนวน ส.ส. เป็นแค่วิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อเท่านั้น สุดท้ายจะเป็นไปตามคะแนนนิยม
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลกับคำพูดของฝ่ายค้านหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า เฉยๆ เพราะทุกคนได้เปรียบเสียเปรียบเหมือนกันหมดในกติกานี้ และส่วนตัวไม่คิดที่จะย้ายพรรคไปไหน เพราะเป็นรองหัวหน้าพรรคต้องทำพรรคนี้ต่อ เราไม่ใช่ผู้อยู่อาศัย เราเป็นคนร่วมตั้งพรรค และการเลือกตั้งครั้งหน้า เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะมีความพร้อมทุกจังหวัด
‘เอนก’เดินหน้าพรรครวมพลัง
นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หัวหน้าพรรครวมพลัง (ร.พ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะไปรวมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะประชุมใหญ่พรรค วันที่ 3 ส.ค.ว่า พรรครวมพลังยังเดินหน้าทำกิจกรรม ส่วนจะรวมหรือไม่ เป็นเรื่องอนาคต ซึ่งยังอีกนาน ส่วนอย่างอื่นคงต้องพิจารณาตามสถานการณ์การเมือง ซึ่งคำว่าสถานการณ์การเมืองนั้น นักการเมือง พรรคการเมือง ย่อมรู้ว่ามีความสำคัญ
ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานะของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรค ปัจจุบันมีสถานะอยู่ในพรรคใด นายเอนกกล่าวว่า นายสุเทพยืนยันว่าอยู่กับพรรครวมพลัง ส่วนที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะไปเป็นเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น พ่อลูกบางครั้งก็คิดอะไร ไม่เหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างเดินเวลาจะเป็นเครื่องบอกว่าใครคิดเหมาะสมกับสถานการณ์
เมื่อถามว่าปัจจัยหลักของพรรครวมพลัง ในการตัดสินใจจะอยู่หรือรวมพรรคคืออะไร นายเอนกกล่าวว่า ต้องดูหลายอย่างแต่ที่เห็นชัดๆ ในช่วงนี้ ถ้าใช้ 100 หารจะเกิดความลำบากมากขึ้น ถ้าใช้ 500 หารก็ค่อยยังชั่ว แต่ต้องค่อยๆ ดู ไม่วูบวาบ แต่เรากับพรรครวมไทยสร้างชาติมีมิตรภาพกันอยู่แล้ว เพราะคนส่วนหนึ่งมีพื้นฐานมาจากการร่วมกันทำงาน ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ หรือนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กับนายสุเทพก็เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นถือว่าเป็นมิตรกัน
ปชป.เลือดไหลอีก-‘สามารถ’ไขก๊อก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายสามารถ มะลูลีม อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยส่งใบลาออกแจ้งกับนายทะเบียนพรรค การเมืองโดยตรง และไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อเย็นวันที่ 1 ส.ค. เพื่อทันการเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ส.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ ซึ่งการเข้าร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติครั้งนี้ นายสามารถแจ้งความประสงค์จะเข้าช่วยงานด้านการกีฬา และกิจการโลกมุสลิมของพรรค
สำหรับนายสามารถ เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ด้านการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับชาติมาครบทุกตำแหน่งแล้ว คือ เป็นประธานสมาชิกสภาเขตพระโขนง (ส.ข.) 1 สมัย เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 3 สมัย เป็นสมาชิกวุฒิสภา 1 สมัย และเป็นส.ส.อีก 2 สมัย เป็นนักการเมืองคนแรกในกรุงเทพฯ ที่ผ่านการเมืองมา 4 ระดับ และปัจจุบันยังเป็นประธานมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยด้วย
ก่อนหน้านี้นายสามารถ ได้ประกาศ วางมือทางการเมือง โดยเปิดตัว นายกิตพล เชิดชูกิจกุล อดีตส.ก. เป็นผู้สมัครส.ส. เขตสวนหลวง-ประเวศ พรรคประชาธิปัตย์ และในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมา นายสามารถได้ไปช่วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. หาเสียงด้วย
ขณะที่นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เชื่อผมหรือยัง? เป็นอย่างที่ผมเคยพูดไว้ อีกท่านหนึ่งที่อยู่กับพรรคมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี เป็นมาทุกตำแหน่ง ส.ข. ส.ก. ส.ส. และส.ว. อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มานาน วันนี้ไขก๊อก ลาออกจากพรรค น่าเสียดาย ปชป.เลือดไหลไม่หยุด ถ้าไม่แก้ไข คนนี้คิดว่า คงไม่ใช่คนสุดท้ายแน่นอน”
‘จุติ’โต้ซบรทสช.-‘บี’ยึกยัก
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ปฏิเสธกระแสข่าวมีชื่อจะย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติว่า ไม่มี ใครปล่อยข่าวมาจากไหน ยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันไม่ไปไหน
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวไม่ไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่จะไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย(ภท.) แทน ว่า ไม่เป็นความจริง และยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ แต่ส่วนตัวรู้จักทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รวมถึงนายพีระพันธุ์ สาลี รัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่จะไปเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่จะเป็นเลขาธิการพรรค แต่ยัง ไม่ได้คิดที่จะตัดสินใจอะไรในขณะนี้ เพราะยังมีเวลา
ส่วนข่าวที่ออกมาคาดว่าน่าจะมาจากการวิเคราะห์ ความเคลื่อนไหว ที่ได้มีการติดต่อประสานกลุ่ม กทม. และทีมเครือข่ายผู้สมัคร ส.ก. ส.ข. ในพื้นที่ที่คุ้นเคยกัน มาพูดคุยและรวมกลุ่มกันไว้ เพื่อกำหนดทิศทางทางการเมืองกันอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม
พท.อัด‘3ป.’ทำกติกาป่วน
ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการยุทธศาสตร์และการเมือง พรรค เพื่อไทย กล่าวกรณีจะมีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า บางครั้งในทางการเมือง ข่าวลืออาจเป็นข่าวจริงที่มาก่อนเวลาอันควร 3 ป.ปิดห้องคุยเมื่อไหร่เป็นเรื่องทุกครั้ง การพลิกกลับไปกลับมา กลับลำอยู่หลายตลบ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการสืบทอดอำนาจ ทำภาพลักษณ์สภา เสียหาย ทำแบบนี้ยิ่งกว่าครอบงำ แทรกแซง เพราะสั่งซ้ายหันขวาหันได้ตามใจ 3 ป.เลย
ผลการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องที่จะไปเทียบบัญญัติไตรยางค์ ถ้าบัตร 2 ใบ หาร 500 จะสกัดส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยได้ประมาณ 25-30 คน ถ้าใช้บัตรใบเดียว นอกจากจะสกัดส.ส.บัญชีรายชื่อได้เพิ่มขึ้น ก็จะสกัดส.ส.เขตของพรรคเพื่อไทยได้อีกประมาณ 15 คน เท่ากับบัตรเลือกตั้งใบเดียว พรรคเพื่อไทยจะถูกสกัด 40-50 ส.ส. ความกลัวทำให้เสื่อม ยิ่งพูดยิ่งตีแผ่ประจานตัวเองว่ากลัวมากแค่ไหน การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบหรือใบเดียว จะหาร 500 หรือหาร 100 ถ้าประชาชนไม่เลือกก็จบ รูดม่านปิดฉากระบอบสืบทอดอำนาจ
“8 ปีประยุทธ์ ไม่ได้มีเฉพาะ 99 ปัญญาชนและพลเมืองไทยที่ออกมาไล่ แต่มีเครือข่ายแม่น้ำร้อยสายลุกขึ้นมาไล่ประยุทธ์ทั้งประเทศ ไหนบอกว่าเราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีก ไม่นาน 8 ปีที่ทู่ซี้อยู่ ยังวิกฤตหนักขนาดนี้ ใครจะไปเชื่อว่าเวลา 2 ปีที่ขอเพิ่มจะทำ อะไรได้” นายอนุสรณ์กล่าว
จี้‘ประยุทธ์’มียางอายสืบอำนาจ
นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ประยุทธ์ครองอำนาจที่ยึดมาจากประชาชน และเป็นนายกฯ ต่อเนื่อง ครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ ได้เวลามียางอายคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน”
การครองอำนาจบริหารประเทศจนจะครบ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ มีแต่การทำลายความมั่นคงของประเทศ ทำลายความหวังของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทำลายเศรษฐกิจปากท้อง ทำลายหลักนิติธรรมนิติรัฐ ทำลายโอกาสของประเทศ และอื่นๆ อีกมาก
วันที่ 23 ส.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะครองอำนาจครบ 8 ปี ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันจับตามอง และเฝ้าระวัง การสืบต่ออำนาจของนายกฯ และพวกพ้อง เราจะได้รู้กันว่า มีใครเป็นผู้สนับสนุน เป็นเนติบริกร เป็น ผู้คุ้มครอง สร้างเงื่อนไขและโอกาสให้พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ต่อไป โดยไม่รู้จักอาย และไม่สนใจว่ากำลังย่ำยีหลักการกติกาในรัฐธรรมนูญซ้ำๆ เป็นครั้งที่เท่าไหร่ อย่าลืมว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นของพล.อ.ประยุทธ์และพวก แต่เป็นของประชาชนไทยทุกคน ถึงเวลา “มียางอาย” คืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน
เฉลิม90พรรษาพระพันปี นายกฯชวนแต่งกายผ้าไทย
วันที่ 2 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 11-14 ส.ค. ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ทั้งนี้ ครม.มีมติเห็นชอบให้วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันผ้าไทยแห่งชาติ และ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระราชวิริยอุตสาหะ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อการส่งเสริมผ้าไทย โดยนายกรัฐมนตรีชมผ้าโบราณและผ้าไทยลายอัตลักษณ์ 4 ภาค ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย และการแสดงแบบผ้าไทย
ต่อมา นางเพ็ญพักตร์ สีทอง ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานฝ่ายผลิตและจำหน่ายดอกมะลิ และคณะ เข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจําปี 2565 โดยนายกฯ ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ ด้วย
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์เชิญชวน ครม.และข้าราชการร่วมกันแต่งกายผ้าไทยเพื่อเฉลิมพระเกียรติโดยพร้อมเพรียงกัน
เท1.45หมื่นล.ให้บุคลากรแพทย์
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบกรอบวงเงิน 14,510.3059 ล้านบาท สำหรับชำระค่าตอบแทน ค่าเสี่ยงภัย แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข จากภารกิจที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการปรับกรอบวงเงินของโครงการให้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจนถึงเดือนมิ.ย.2565 และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง จำแนกค่าใช้จ่ายตามประเภทบุคลากรทางการแพทย์ ระยะเวลาที่ค้างจ่ายเป็นรายเดือน ตลอดจนปรับแผนการดำเนินงาน แผนเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับกิจกรรมภายใต้โครงการในกลุ่มดังกล่าว
นายธนกรกล่าวว่า โครงการในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าตอบแทนแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 6 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่กรณีโรคโควิด-19 ของกองสาธารณสุขฉุกเฉิน 2.โครงการค่าตอบแทนบุคลากรนอกเหนือภารกิจปกติ ของสำนักงานปลัดสาธารณสุข 3.โครงการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ของกรมการแพทย์ 4.โครงการจ่ายค่าตอบแทนการเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงานบริการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 5.โครงการจ่ายค่าตอบแทนการเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงานบริการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ของกรมสุขภาพจิต และ 6.โครงการสนับสนุนการจัดบริหารทางการแพทย์และสารธารณสุขรองรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกรมอนามัย
นายธนกรกล่าวด้วยว่า ครม.เห็นชอบโครงการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ค่ารักษาพยาบาลแก่กลุ่มผู้ไร้สิทธิการรักษาพยาบาลโควิด-19 วงเงิน 1,923 ล้านบาท และเห็นชอบโครงการค่าฉีดวัคซีนกลุ่มบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิรวมทั้งผู้ที่ไม่ใช่ประชาชนไทย วงเงิน 98 ล้านบาท ที่ดำเนินการไปแล้วในช่วงเดือนต.ค.2664-มิ.ย.2565 สำหรับโครงการค่าฉีดวัคซีนกลุ่มบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิรวมทั้งผู้ที่ไม่ใช่ประชาชนไทย เพื่อจ่ายค่าบริการการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่บุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ รวมทั้งผู้ที่ไม่ใช่ประชาชนไทยให้กับหน่วยบริการ
คุก‘ป้าเป้า-พวก’1 ปีคดีชุมนุมไล่ตู่
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีม็อบ 11 สิงหา ไล่ล่าทรราช หมายเลขดำ อ.2693/2564 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นางวรวรรณ หรือป้าเป้า แซ่อั้ง อายุ 67 ปี กับพวกรวม 8 คน ประกอบด้วย นายนพดล สินบุญเชิญ นายธนา กำพูล นายเอกณัฏฐ์ สมบัติ ยิ่งวัฒนา นายวีรวัฒน์ คำภีร์ทูล (หนีประกัน) นายกฤษณะ มินา นายปภังกร โพธิ์เจริญ และนายกัณฐกะ พรมโต ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-8 ซึ่งคดีเกิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2564 ที่บริเวณถนนราชวิถี วงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว
วันนี้ นางวรวรรณ และจำเลยรวม 7 คน มาฟังคำพิพากษา พร้อมกับทนายความ ยกเว้น นายวีรวัฒน์ จำเลยที่ 5 ซึ่งหลบหนีประกัน
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรคโควิด-19 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน อีกทั้งประกอบอาชีพและมีภาระต้องเลี้ยงดูแลครอบครัว บางคนกำลังศึกษา จึงอยากให้เอาเป็นบทเรียนและทบทวนตัวเอง โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี และคุมความประพฤติ 2 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด และทำงานบริการสังคมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง