ระทึกอีกถนนพระราม 2 ผู้ใช้รถเสียววาบ แผ่นกั้นขอบทางสะพานต่างระดับเอกชัย-บางบอนชำรุดเสี่ยงหล่นทับยานยนต์ที่วิ่งผ่าน ด้านแขวงทางหลวงฯ ชี้เกิดจากถูกรถสูงชนระทึกอีกแผ่นกั้นขอบสะพาน ส่วนคานสะพานกลับรถพระราม 2 ที่มหาชัย รื้อออกแล้วหลังเกิดอุบัติเหตุหล่นทับ ดับ 2 ศพ พร้อมเปิดใช้ช่องทางด่วนการจราจร อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ถนน ทำให้รถราวิ่งคล่องตัวมากขึ้น ด้านตำรวจเร่งหาหลักฐานสอบพยาน เล็งตั้งข้อกล่าวหากระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับผู้ที่รับผิดชอบ
จากกรณีคานปูนสะพานกลับรถพร้อมกับขอบปูนราวสะพานกันตก (พาราเพ็ต) บนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ตอน สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน-นาโคก ที่ ก.ม.34 (พื้นที่โครงการปรับปรุงสะพานกลับรถหน้าโรงพยาบาลวิภาราม) อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หล่นลงมาทับรถยนต์เก๋ง รถยนต์กระบะ รถบรรทุกน้ำมัน มีคนงานของกรมทางหลวงพลัดตกลงมาด้วยอีก 2 คน ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 2 คน คือ คนนั่ง ข้างคนขับรถยนต์เก๋ง (เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ) กับคนงานกรมทางหลวง (เสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสมุทรสาคร) และบาดเจ็บอีก 2 คน โดยการซ่อมบำรุงสะพานแห่งนี้ เป็นความรับผิดชอบของศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) กรมทางหลวง ตามที่ได้ นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 3 ส.ค. กรมทางหลวง ได้เปิดให้ใช้เส้นทางช่องทางด่วนขาเข้ากรุงเทพฯ ได้ตามปกติแล้ว หลังจากที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมด้วย นายอภิชาติ จันทรทรัพย์ รองอธิบดีฝ่ายดำเนินงาน นายพรพรต สุริยนต์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 13 และนายสมบัติ ประภพรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) ได้ลงพื้นที่มาดูบริเวณจุดที่เกิดเหตุ พร้อมกับติดตามการเตรียมความพร้อมในการรื้อคานสะพานกลับรถ ซึ่งเชื่อมอยู่ในแนวเดียวกันกับตัวที่หลุดลงมาที่เหลืออีก 4 ตัวออก ก่อนคืนผิวการจราจรให้ผู้ใช้ทางสัญจรได้เป็นปกติ เพื่ออำนวยสะดวกด้านการจราจร และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชน
ทั้งนี้นายสราวุธ และคณะก็ได้เฝ้าติดตามการรื้อคานสะพานกลับรถที่เหลืออีก 4 ตัว ตั้งแต่ต้นจนแล้วเสร็จ โดยทางเจ้าหน้าที่หลังจากที่จัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ และรถเครนเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เริ่มเดินเครื่องรื้อคานสะพานลอยกลับรถ โดยเริ่มขึ้นในเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ซึ่งก็เริ่มจากการสกัดและตัดราวสะพาน หลังจากนั้นจะใช้รถเครนใหญ่ 2 คัน เป็นขนาด 250 ตัน 1 คัน กับ 220 ตัน อีก 1 คัน ยกคานลงมาแบบทีละคู่น้ำหนักโดยรวมราวๆ 30 ตัน ความยาว 15 เมตร แล้วขนย้ายออกจากพื้นที่ก่อสร้าง แล้วเสร็จ เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 3 ส.ค. เมื่อนำคานลงมาครบทั้ง 4 ตัวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ กรมทางหลวงได้เร่งทำความสะอาดและเก็บสิ่งกีดขวางออกจากบนถนน เพื่อความปลอดภัย ก่อนคืนผิวการจราจรให้แก่พี่น้องประชาชนได้ใช้งานตามปกติ
ส่วนบนสะพานที่ยกคานออกไปแล้ว รวมถึงกองเศษวัสดุจากการหักหล่นลงมาในวันเกิดเหตุ ก็ได้นำสแลนมาคลุมปิดทับไว้ เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถ ใช้ถนนที่ขับผ่านไปมา ขณะที่บรรยากาศ หลังจากการเปิดใช้ช่องทางด่วนขาเข้ากรุงเทพฯ ได้แล้วนั้น ก็พบว่าถนนพระราม 2 รถสามารถเคลื่อนที่ได้คล่องตัว ไม่มีการจราจรที่ติดขัดอย่างที่ผ่านมา
นายสราวุธกล่าวว่า สำหรับการดำเนินการกับสะพานตัวนี้นั้นจะต้องรอผลการวิเคราะห์การตรวจสอบสภาพสะพานอย่างชัดเจน จากผู้เชี่ยวชาญในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่าโครงสร้างทุกจุดมีความแข็งแรงทนทาน มากน้อยเพียงใดเพื่อที่จะพิจารณาว่าจะต้องซ่อมแซมต่อหรือว่าจะทุบทิ้งแล้วก่อสร้างสะพานใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ ในด้านการตรวจสอบหาสาเหตุการร่วงลงมา จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เนื่องจากการซ่อมครั้งนี้ทำโดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) กรมทางหลวง ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวที่ได้รับผลกระทบนั้น ทางกรมทางหลวงจะเยียวยาทุกกรณี โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ เจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งก็จะได้รับสวัสดิการและค่าชดเชยตามกฎระเบียบของทางราชการ เพราะเป็นการเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ด้านครอบครัวพี่น้องประชาชนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บก็จะได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรมที่สุดเช่นกัน
ส่วนความคืบหน้าทางคดีนั้น พ.ต.ท.ศุภณัฐ พุ่มน้อย รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่าขณะนี้ได้มอบหมายให้ทาง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด แต่ยัง ไม่ได้รับรายงานการสรุปผลกลับมาว่าสาเหตุเกิดจากอะไร อีกทั้งต้องรวบรวมหลักฐาน และข้อมูลจากผู้ชำนาญการในทุกๆ ด้านที่เกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ก็ต้องสอบเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงที่มีส่วนรับผิดชอบงาน และคนงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ โดยขณะนี้ได้มีการสอบปากคำไปทั้งหมดแล้ว 10 กว่าคน ทั้งคนงานและคนบาดเจ็บ รวมทั้งทางตำรวจก็ได้หาพยานหลักฐานอื่น เช่น กล้องวงจรปิดด้วย ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ตามกฎหมาย ก็จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้รับผิดชอบโครงการ เป็นลำดับแรกและจะมีใครร่วมด้วยหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาตามหลักฐานที่ปรากฏ ซึ่งเบื้องต้น ได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ว่า “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” แต่ขณะนี้ ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใครทั้งสิ้น เพราะยัง อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากรวบรวมครบเมื่อไร ก็จะเร่งดำเนินการตามกฎหมายทันที
วันเดียวกันที่ จ.อุบลราชธานี น.ส.เพ็ญ ภูผานา ภรรยาของนายชาญ ชาวทอง อายุ 48 ปี หัวหน้าคนงานก่อสร้างสะพานลอยกลับรถ ที่ตกลงมาเสียชีวิต เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ตนก็ทำงานอยู่กับสามี โดยยืนอยู่บนคานสะพานที่อยู่ติดกัน พอสามีเดินคล้อยหลังไปนิดเดียวคานสะพานอีกตัวก็เกิดถล่ม ทำให้สามี หล่นลงไปถูกคานทับเสียชีวิต
สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้นหลังเกิดเหตุ นายสราวุธได้สั่งให้หัวหน้างานมอบเงินค่า ขนศพกลับบ้านเกิดเพื่อทำพิธี และเมื่อวานช่วงบ่ายกรมทางหลวง ก็ส่งพวงหรีดของหัวหน้าส่วนทุกหน่วยของกรมทางหลวงมาแสดงความอาลัย รวมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่มาจัดดอกไม้ประดับโลงศพ และเมรุ ที่จะใช้ประกอบ พิธีฌาปนกิจในวันที่ 4 ส.ค. พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งไว้ให้ใช้จัดงานศพด้วย ส่วนเงินสวัสดิการที่นายชาญ สามีจะได้รับ ยังไม่มีการพูดคุย เพราะทางญาติขอให้จัดพิธีศพให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แต่เท่าที่ทราบ กรมทางหลวงก็มีหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือคนงานของกรมที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว
หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mongkol Pim ได้โพสต์ภาพแผ่นกั้นขอบทาง (พาราเพ็ต) ของสะพานต่างระดับเอกชัย-บางบอน (ข้ามถนน พระราม 2) ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เลยตลาดมหาชัยเมืองใหม่มาประมาณ 500 เมตร มีลักษณะหมิ่นเหม่คล้ายกำลังจะตกลงมาพร้อมกับระบุข้อความว่า “มันจะตกลงมาทับรถไหม ทางคู่ขนานขาออก ใต้สะพานข้ามถนนพระราม 2 ตรงเลยตลาดมหาชัยเมืองใหม่ เห็นแล้วกลัวครับ ฝากผู้มีหน้าที่ตรวจดูให้ประชาชนด้วย”

เก็บก่อนร่วง – เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงสมุทรสาคร ขึ้นซ่อมแซมแผ่นกั้นขอบทางสะพานต่างระดับเอกชัย-บางบอน จ.สมุทรสาคร หลังมีผู้โพสต์ภาพแผ่นกั้นชำรุดกลัวหลุดร่วงลงมาถูกรถด้านล่างซ้ำรอยสะพานพระราม 2 ถล่ม เมื่อวันที่ 3 ส.ค.
หลังจากที่มีภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไปนั้น เจ้าหน้าที่ของแขวงทางหลวงสมุทรสาคร โดยหมวดทางหลวงเศรษฐกิจก็ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น พบว่าแผ่นกั้นขอบทาง (พาราเพ็ต) หรือที่เรียกว่า Fin สะพานต่างระดับเอกชัย ทางหลวงหมายเลข 3242 ก.ม.7+000 ด้านขวาทางขาเข้าสมุทรสาคร ฉีกออก เนื่องจากรถความสูงเกินกำหนด จนได้รับความเสียหาย ฉีกออกจากแนวประมาณ 50 ซ.ม. คอนกรีตแตกร้าวเล็กน้อย 4 แผ่น แต่มี 1 แผ่นที่ช่วงล่างหลุดออกมาจากตัวยึด
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงสมุทรสาครได้นำกำลังเข้ามาเร่งรื้อถอนชิ้นส่วนพาราเพ็ต หรือ Fin ที่มีขนาดความกว้าง 1.20 เมตร ความยาว 2.50 เมตร น้ำหนักประมาณ 200 กว่ากิโลกรัมออกก่อน โดยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงปิดการจราจรชั่วคราวในช่องทางคู่ขนาน ทางหลวงหมายเลข 35 ก.ม.22+500 เฉพาะส่วนที่เป็นทางเบี่ยงลอดใต้สะพานออกถนนพระราม 2 เพื่อดำเนินการรื้อถอนชิ้นส่วนดังกล่าวออก แล้ว รอการนำชิ้นส่วนใหม่มาติดตั้งแทน เป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน
นายประลองยุทธ์ กสิวงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาครกล่าวว่า สำหรับที่มีกระแสว่ามีความเสียหายตรงบริเวณแผงกันตกสะพาน (พาราเพ็ต) เท่าที่ตรวจสอบ เกิดจากอุบัติเหตุอาจมีรถยนต์ที่มีความสูง เกินกว่าที่กำหนด (5 เมตร) เข้ามาใช้ ทำให้มีการครูดของสะพาน แต่ว่าไม่ใช่เป็นลักษณะที่มีความเสียหายลงลึก และบังเอิญว่า ส่วนปลายเป็นคล้ายแผ่นคอนกรีตที่ปิดเอาไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ไม่ใช่ ในส่วนที่รับกำลังน้ำหนัก เบื้องต้นทางแขวง จะนำแผ่นที่ได้รับความเสียหายเอาลงเพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัย
ส่วนตลอดแนวสะพานมีการชำรุดหรือไม่นั้น ทางแขวงจะตรวจสอบเพื่อไม่ให้มีความเสียหายหรือความไม่สบายใจสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน และขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการชำรุดแน่นอน หลังจากนำแผ่นออกแล้วเราจะหล่อแผ่นใหม่เข้ามาซ่อมทดแทน พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้หมวดทางหลวงเศรษฐกิจดำเนินการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นและหาผู้กระทำผิด เพื่อนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป