ตำรวจไซเบอร์แถลงจับแล้ว 4 ผู้ต้องหาแก๊งตุ๋นลงทุนฟาร์มเห็ดลวงเหยื่อกว่า 2 พันคน มูลค่าความเสียหาย 1.2 พันล้านบาท เร่งติดตามตัวอีก 4 พบยังอยู่ในประเทศ 1 ราย อีก 3 เผ่นประเทศอังกฤษแล้ว ประสานตำรวจสากลออกหมายแดง ล่าข้ามโลก เผยแก๊งนี้เป็นผู้หญิงล้วน หัวโจกมีประวัติแสบฉ้อโกงมาหลายคดีและเปลี่ยนชื่อ นามสกุลหลายครั้ง รวมทั้งตำหนิรูปพรรณ ตัวเองด้วย ส่วนคนที่มีชื่อเสียงอีก 4 รายที่ร่วมโปรโมตนั้นจะเชิญมาสอบด้วย หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะจะดำเนินคดีด้วยเช่นกัน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รองผบช.สอท., พล.ต.ต.รณชัย จินดามุช ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก.สอท.3 และพ.ต.อ.คมกฤช สุขไทย รอง ผบก.สอท.1 ร่วมแถลงข่าวผลการจับผู้ต้องหาเครือข่าย “Turtle farm” หลอกลงทุนฟาร์มเห็ด โดยมีผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย มูลความเสียหายรวม 1,200 ล้านบาท
พล.ต.ท.กรไชยเปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2564 กลุ่ม ผู้ต้องหาได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท ไมน์นิ่ง มายน์ เอ็กซ์ จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด สถานีหลักสี่ โดยได้สร้างโรงเพาะเห็ดขึ้นหลายโรงในพื้นที่ อ.เมือง จ.สกลนคร และหลอกชักชวน ประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ให้มาร่วมลงทุนรูปแบบต่างๆ ในโครงการ Turtle farm เช่น ปลูกเห็ดเยื่อไผ่ ปลูกกัญชา พืชกระท่อม และเลี้ยงผึ้ง อ้างว่าจะได้ผลตอบแทนเป็นจำนวนมาก แต่มีเงื่อนระยะเวลาในการลงทุน เช่น หากลงทุน 132,000 บาท จะได้รับผลตอบแทนหลังจากลงทุนไปแล้ว 4 เดือน ในอัตรา เดือนละ 53,200 บาท ทุกเดือน เป็นระยะเวลา 7 ปี
จากนั้นทำสัญญาระหว่างผู้ร่วมลงทุนกับ ผู้ต้องหา มีการใช้บุคคลสำคัญ หรือบุคคล ที่มีชื่อเสียงมาร่วมโฆษณาชักชวน สร้างภาพว่า ฟาร์มดังกล่าวได้รับรางวัล เพื่อสร้างความ น่าเชื่อถือ ทำให้ผู้เสียหายรายหลายหลงเชื่อ นำเงินมาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก บางรายใช้เงินเก็บก้อนสุดท้าย หรือนำทรัพย์สิน ไปจำนองเพื่อให้ได้เงินมาลงทุน ก่อนที่กลุ่ม ผู้ต้องหาจะอ้างว่าเหตุขัดข้อง ไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนให้ผู้เสียหายได้ รวมถึงไม่สามารถ ติดต่อได้ในเวลาต่อมา ผู้เสียหายเชื่อว่า ถูกหลอกลวง จึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาไว้ในสถานีตำรวจท้องที่ต่างๆ เป็นจำนวนกว่า 2,000 ราย
พล.ต.ท.กรไชยเปิดเผยอีกว่า ต่อมาวันที่ 2 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ได้รวบรวม พยานหลักฐานขอศาลจังหวัดสกลนคร ขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย ประกอบด้วย น.ส.ฐานวัฒน์ ชูเกียรติสกุลไกร อายุ 26 ปี, น.ส.พลอยฐิตา นิรมิตบุญวัฒน์ อายุ 31 ปี, น.ส.นันทวดี นันทศิริ อายุ 29 ปี, น.ส.ฐิตารีย์ ชัชวาลธนวินทร์ อายุ 29 ปี, น.ส.ประภากร สังกฤษ อายุ 25 ปี, น.ส.จัณฑิกา ทองพรหม อายุ 29 ปี, น.ส.อนัญญา เคนประคอง อายุ 23 ปี และ น.ส.ศิลป์สุภา หนูทอง อายุ 23 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสกลนคร ที่ จ.93-100/2565 ลงวันที่ 2 ส.ค.2565 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย แก่พี่น้องประชาชน”
ผบช.สทอ. กล่าวต่อว่าระหว่างวันที่ 3-4 ส.ค. หลังจากศาลอนุมัติหมายจับแล้ว ตำรวจสอท.สามารถติดตามจับกุมตัว น.ส.ประภากร, น.ส.ศิลป์สุภา และน.ส.อนัญญา ได้ในในพื้นที่ อ.เมือง จ.สกลนคร พร้อมของกลางกว่า 200 รายการ นอกจากนี้ ในวันเดียวกันนี้ น.ส.นันทวดี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบ เจ้าหน้าที่ จึงจับกุมตามหมายจับ สำหรับน.ส.ฐานวัฒน์นั้น เคยก่อเหตุคดีฉ้อโกงหลายคดี มีการเปลี่ยนแปลง ชื่อและนามสกุลหลายครั้ง รวมทั้งเปลี่ยนแปลง ตำหนิรูปพรรณตนเองเพื่อสะดวกในกระทำความผิด หรือเพื่อการหลบหนี

คดีตุ๋นฟาร์มเห็ด – พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. แถลงความคืบหน้า คดีขบวนการตุ๋นลงทุนฟาร์มเห็ดมีผู้เสียหายจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านบาท โดยจับกุมได้แล้ว 4 คน กำลังตามตัวอีก 4 คน โดยประสานตำรวจสากลล่า 3 คนที่หนีไป ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.
พล.ต.ท.กรไชยกล่าวอีกว่า บริษัทดังกล่าว มีผู้ถือหุ้นรายสำคัญทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ฐานวัฒน์ ถือหุ้นร้อยละ 40, น.ส.พลอยฐิตา ถือหุ้นร้อยละ 40 และน.ส.ฐิตารีย์ ถือหุ้นร้อยละ 20 ส่วนทรัพย์สินที่สามารถตรวจยึดนั้น ได้ประสานไปยัง สำนักงานป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อตรวจสอบ ส่วนผู้มีชื่อเสียงจำนวน 4 คน ที่โปรโมต ให้ร่วมลงทุน จากนี้ไปจะเชิญตัวมาสอบปากคำ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชนว่าไม่มีการลงทุนรูปแบบใดที่ให้ผลตอบแทนสูงภายในระยะเวลา อันสั้น โดยขณะนี้พบว่ามีมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 1,290 ล้านบาท และอาจมีมากขึ้น เพราะผู้เสียหายบางรายยังไม่เข้าแจ้งความ จึงขอเรียนให้ประชาชนผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่เว็บไซต์ thaipoliceonline.com ตำรวจไซเบอร์ จะดูแลประชาชนเต็มความสามารถ
พล.ต.ต.ชูฉัตรกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 4 คนที่ยังหลบหนีอยู่ ประกอบด้วย อยู่ในประเทศ 1 คน คือ น.ส.ฐิตารีย์ และหลบหนีไปยังประเทศอังกฤษรวม 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.ฐานวัฒน์, น.ส.พลอยฐิตา และ น.ส.จัณฑิกา ซึ่งทั้ง 3 ราย ที่หลบหนีออกนอกราชอาณาจักรไปจากนี้จะมีหนังสือแจ้งไปยังกองการ ต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อที่จะประสานกับองค์การตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ประกาศหมายตำรวจสากลสีแดง ให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมระบุที่หมายแจ้งไปยังประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากล ทั้ง 194 ประเทศร่วมกันล่าตัว