ยึดปืนหลักฐานแล้ว2กระบอก
ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษเมืองอุบลระดมกำลังนับ 100 นาย บุกเข้าตรวจค้น เป้าหมาย 9 จุด บ้านพักของสมาชิกแก๊งวัยรุ่น “หาดวัดใต้-บ้านขาม” หลังก่อเหตุกราดยิงสนั่นลั่นลานประลองกลางเมือง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ผลการตรวจค้นยังไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม ด้านพนักงานสอบสวน ก็ขออนุมัติศาลและตามจับได้เพิ่มอีก 2 หัวโจก หลังมีพยานหลักฐานชัดว่าร่วมก่อเหตุด้วย ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ทำให้มีการจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 3 ราย พร้อมตามยึดปืนมาได้อีก 2 กระบอก นำส่งพฐ.ตรวจพิสูจน์หาเกลียวลำกล้อง เทียบเคียงหัวกระสุน เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี
กรณีแก๊งวัยรุ่นซึ่งเป็นการ์ดของร้านอาหารดัง “พญายอ-เอกมัย 487” ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน เปิดฉากดวลปืนกันสนั่นกลางลานจอดรถตลาดนิกรธานี บริเวณลานบันเทิง แหล่งรวมร้านขายเหล้า-อาหาร ถนนชยางกูร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ที่มักจะมีกลุ่มวัยรุ่นก่อเรื่องทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง จนชาวบ้านมักเรียกกันว่า “ลานประลอง” โดยเหตุครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องสั่งการให้พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ลงมากำกับดูแลการติดตามคดีด้วยตนเอง หลังเกิดเหตุมีนายภิวัฒน์ หรือโชค (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี หัวหน้าการ์ดของร้านเอกมัย 487 คู่กรณีกับนายโชคทวัตร พันธุกว้าง หรือ เป็ด บ้านขาม การ์ดของร้านพญายอที่ถูกยิงเสียชีวิต ได้ติดต่อเข้ามอบตัว โดยพล.ต.อ.สุวัฒน์เป็นผู้เข้าซักถามผู้ต้องหาด้วยตนเอง ก่อนนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมสอบปากคำขยายผลไปยังกลุ่มเพื่อน และผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 6 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของสภ.เมืองอุบลราชธานี ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และชุดปฏิบัติการพิเศษ บก.ภ.จว.อุบลราชธานี (หน่วยสวาท) ระดมกำลังเกือบ 100 นาย ปูพรมบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว เพื่อค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ในการกราดยิงกัน จำนวน 9 จุดด้วยกัน

ค้นของกลาง – ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ บช.ภ.3 และชุดปฏิบัติการพิเศษ บก.จว.อุบลราชธานี (หน่วยสวาท) เกือบ 100 นาย ปูพรมค้นบ้านผู้ต้องสงสัยคดีดวลปืนในลานบันเทิงตลาดนิกรธานี เมื่อคืนวันที่ 3 ส.ค. ก่อนจับผู้ก่อเหตุได้อีก 2 ราย เมื่อวันที่ 6 ส.ค.
โดยเจ้าหน้าที่แบ่งการตรวจค้นเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายแรกเข้าตรวจค้นบ้านพักของคนในแก๊งหาดวัดใต้ จุดแรกเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายตะวัน ธรรมใจ หรือคิง หาดวัดใต้ ที่เสียชีวิตไปแล้ว พบแม็กกาซีนปืนบีบีกัน จึงนำเก็บไปตรวจสอบ จุดที่สองเข้าตรวจค้นบ้านพักนายสมเกียรติ จันทาไส แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จุดที่สามเข้าตรวจค้นบ้านพ่อของนายภิวัฒน์ หรือโชค หัวหน้าการ์ดร้านเอกมัย 487 ปรากฏว่าบ้านปิดเงียบ สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ไม่มีคนอยู่อาศัยมาเป็นเดือนแล้ว ส่วนการเข้าตรวจค้นฝั่งแก๊งบ้านขามใหญ่ มีการเข้าตรวจค้นบ้านของนายโชคทวัตร หรือเป็ด บ้านขาม การ์ดของร้านพญายอที่ถูกยิงเสียชีวิต และสมาชิกแก๊งคนอื่นๆ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะมีการแถลงผลตรวจค้นกันอีกครั้ง
วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบล ได้เดินทางไปขออนุมัติศาลจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 ราย คือนายอพลรัตน์ พันธุกว้าง อายุ 35 ปี หรือ “แห บ้านขาม” และนายสมชาย ศรีหิน อายุ 54 ปี หรือ “ชาย หาดวัดใต้” ตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่จ351/2565 และ จ352/2565 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.อาวุธปืน หลังจากมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ต้องหาทั้งสองได้ร่วมก่อเหตุยิงถล่มกันดังกล่าวด้วย ขณะนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองก็อยู่ในการควบคุมตัวของทางเจ้าหน้าที่แล้ว ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุมีผู้ถูกจับกุมในคดีนี้ไปแล้ว 3 ราย
ส่วนผลการตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ทางตำรวจได้ยึดได้ปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 2 กระบอก ทราบว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนทั้ง 2 กระบอก จึงนำส่งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นำไปตรวจเกลียวลำกล้องปืน เพื่อเปรียบเทียบกับหัวกระสุนและปลอกกระสุนที่เก็บได้จากในที่เกิดเหตุ เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุต่อไป
ด้าน พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ร่วมในเหตุการณ์รับสารภาพ แต่ก็มีความขัดแย้งของพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ และบางคนก็ไม่ยอมพูดว่าเห็นเหตุการณ์ ทั้งที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการออกหมายจับตัวผู้ร่วมก่อเหตุแล้ว 3 คน โดยแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืน รวมทั้งจะมีการแจ้งหาข้อเพิ่มเติมตามมาตรา 294 เรื่องของการร่วมกันชุลมุนตั้งแต่สามคนขึ้นไป ซึ่งการสอบสวนคืบหน้าไปมากคาดว่าสัปดาห์หน้าอาจมีการขอหมายจับผู้ร่วมกันก่อเหตุเพิ่มได้ราว 2-3 คนด้วย
ขณะนี้ตำรวจตรวจสอบการครอบครองอาวุธปืนของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ไม่พบมีปืนที่ได้รับอนุญาตอยู่ในความครอบครอง แต่ทั้งนี้ ก็ยังตรวจสอบได้ไม่ครบ เพราะการตรวจสอบไม่ใช่ตรวจจากผู้ต้องสงสัยหรือที่เกี่ยวข้องเหตุการณ์ บางทีเป็นชื่อของคนอื่น หรือเครือญาติเป็นผู้ครอบครองแล้วนำปืนมาใช้ แต่จากตรวจสอบผู้ต้องสงสัยทั้ง 11 คนไม่พบมีปืนได้รับอนุญาต
ซึ่งการตรวจสอบก็ตรวจจากการนำอาวุธมาใช้จริง อีกส่วนมาจากการโพสต์โชว์อาวุธปืน นำมาตรวจสอบขยายผลเพิ่ม และยืนยันว่าในที่เกิดเหตุยิงกันพบปลอกกระสุนปืนของปืน AK 47 หรือปืนอาก้า และปืนชนิดอื่นด้วย
ด้าน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า สำหรับที่มีการโพสต์ภาพโชว์อาวุธปืนรูปทรงอาวุธสงคราม ได้เรียกกลุ่มวัยรุ่นชุดนี้มาตรวจสอบ ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ และปืนที่เอามาโชว์เป็นปืนบีบีกัน 2 กระบอก อีก 1 กระบอกเป็นปืน .22 มีทะเบียนถูกต้อง จึงยึดเอาปืน .22 มาตรวจสอบไว้ก่อน