เมียแค้นเดือด ควงปืนกระหน่ำยิงผัว เจ้าของร้านขายพลาสติก ตลาดสี่มุมเมือง ขณะใส่บาตร ตายสยองต่อหน้าพระ ลูกจ้างเผยนาทีชีวิต ร้องห้ามก็ไม่ฟัง หลังก่อเหตุลงไปกอดร่างผัวจะยิงตัวตายตาม แต่พลเมืองดีแย่งปืนล็อกจับเอาไว้ได้ ตร.สอบสารภาพ อยู่กินกันมา 4 ปี ไม่ได้จดทะเบียน ไม่มีลูก สาเหตุเพราะความเครียดสะสมที่ถูกผู้ตายด่าว่า-ทำร้ายสารพัด
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ส.ค. ร.ต.อ.เอกอมร สีสัน ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณอาคารแห่งหนึ่งภายในตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเปิดเป็นกิจการจำหน่ายพลาสติก ชื่อร้านเจ้ณีพลาสติก หมู่ 15 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.มนัสเวท ทองอิ่ม ผกก.สภ.คูคต เจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวน แพทย์โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้นครึ่ง บริเวณหน้าร้านพบศพ นายสุพรชัย แซ่อึ้ง อายุ 40 ปี ชาว ต.บางซ้าย อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม สภาพมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หน้าท้อง 2 นัด ชายโครงขวา 1 นัด อกซ้าย 1 นัด นอนหงายเสียชีวิต ข้างกันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ น.ส.ธรินทร์ญา เกียรตินิรุจ์ อายุ 40 ปี ชาว ต.บ้างน้ำเชี่ยว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตาย ถูกพลเมืองดีช่วยกันจับกุมได้ในที่เกิดเหตุ พร้อมปืนขนาด 9 ม.ม. ยี่ห้อ ซีแซด 1 กระบอก และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่งในแม็กกาซีน

นาทียิง – วงจรปิดจับภาพนาทีนายสุพรชัย แซ่อึ้ง ถูก น.ส.ธรินทร์ญา เกียรตินิรุจ์ เมียลั่นไกฆ่าต่อหน้าพระขณะใส่บาตรล้มคว่ำตายคาที่ หน้าร้านเจ้ณีพลาสติก อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สาเหตุแค้นถูกดุด่าไล่ออกจากบ้าน เมื่อวันที่ 8 ส.ค.
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นภาพผู้ตายกำลังใส่บาตรแล้วนั่งลงรับพร จังหวะนั้นผู้ตายหันมาเห็นหญิงสาวผู้ก่อเหตุ แต่ก็นั่งมองอยู่เฉยแต่จู่ๆ หญิงสาวก็ชักปืนออกมายิงใส่ทันทีต่อหน้าพระสงฆ์ที่กำลังให้พร จนผู้ตายล้มลงแต่หญิงสาวยังลั่นไกต่อหลายนัดจนนอนหายใจรวยริน จากนั้นหญิงสาวก็พุ่งไปกอดร่างของผู้ตายเอาไว้ กระทั่งต่อมามีผู้ชายในร้านวิ่งออกมาแย่งปืนและล็อกตัวหญิงสาวเอาไว้ และพยายามจะนำตัวผู้ตายส่งโรงพยาบาลแต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว
ส่วนน.ส.น้อย อายุ 27 ปี สัญชาติลาว พยานซึ่งเป็นลูกจ้างร้านให้การว่าผู้ตายเป็นเจ้าของร้าน ส่วนผู้ก่อเหตุไม่ทราบว่าเป็นอะไรกัน แต่เห็นมาที่ร้านบ่อยครั้งและไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ตนเป็นเพียงลูกจ้างทำงาน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังใส่บาตรพระ ขณะที่นั่งลงไหว้รับพรจากพระ ผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาก่อนจ่อยิงทันที รอบแรกคนก่อเหตุยิงก่อน 1 ครั้ง ตนจึงเข้าไปห้ามว่าอย่ายิง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยิงครั้งที่ 2 ตนร้องบอกว่า อย่ายิงๆ แต่คนก่อเหตุก็ไม่ฟังยิงอีกเป็นครั้งที่ 3 ตนจึงวิ่งหนี
ด้าน น.ส.ธรินทร์ญา ผู้ก่อเหตุให้การว่า ตนกับผู้ตายเป็นแฟนกัน อยู่ด้วยกันมานาน 4 ปี แต่ไม่มีลูกด้วยกัน และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกันมาหลายครั้ง ผู้ตายเคยทำร้ายร่างกาย เคยกระชากบีบคอหลายครั้งเป็นเรื่องทั่วไป ตนก็ช่วยเหลือเรื่องงานมาโดยตลอด ผู้ตายด่าว่าสารพัดจนเกิดความเครียดสะสม เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็มีปากเสียงกันและหนักสุดจนฝ่ายชายไล่ตน ตนจึงออกไปอยู่ห้องพักอีกที่หนึ่งและโทรศัพท์ด่าทอกันอย่างรุนแรง ฝ่ายชายท้าทายว่า “แน่จริงก็มา” เช้านี้ตนจึงมาพร้อมด้วยอาวุธปืน ซึ่งซื้อมาจากอินเตอร์เน็ต พอมาถึงก็ยิงใส่แฟนหนุ่มจนเสียชีวิต ส่วนยิงไปกี่นัดตนจำไม่ได้ ตอนแรกตั้งใจจะมาฆ่าแฟนและฆ่าตัวเองตายด้วย แต่หลังจากยิงแฟนแล้ว ลูกน้องของแฟนมาแย่งปืนไว้ได้ ตนจึงไม่ทันได้ลั่นไก
ขณะที่ ร.ต.อ.เอกอมรได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ กั้นพื้นที่ไว้เพื่อรอการตรวจสอบจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 ประสานฝ่ายสืบสวนตรวจสอบวงจรปิดสอบปากคำพยาน และนำตัวผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนร่างผู้เสียชีวิตให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป