ตั้งข้อหา13คน ผญบ.เจอหนัก
บุกค้น 19 จุด 2 โรงน้ำแข็ง อหังการเปิดศึกยิงถล่มกันกลางเมือง ดำเนินคดี 13 ราย ก่อเหตุชุลมุนต่อสู้จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย มี 7 คน โดนข้อหาพกพาอาวุธปืน ในนั้นมี 2 คนถูกข้อหาหนักพยายามฆ่าหนึ่งในนั้นเป็นผู้ใหญ่บ้านด้วย ตำรวจกรุงเก่าจ่อเรียก 2 โรงน้ำแข็งเจรจาปรับความเข้าใจ ด้านผู้ดูแลโรงน้ำแข็งอโยธยา ยืนยันเหตุที่เกิดเป็นเรื่องขัดแย้งกันเองของพนักงานไม่เกี่ยวกับต้นสังกัด ด้วยความที่มีคนเป็นจำนวนมากทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง
ความคืบหน้าล่าสุด กรณีกลุ่มโรงน้ำแข็ง 2 โรง ระหว่างโรงน้ำแข็งอโยธยา และโรงน้ำแข็งพันล้าน พระนครศรีอยุธยา ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันเรื่องของการส่งน้ำแข็งทับเส้นทางกัน มีการใช้อาวุธปืนไล่ยิงถล่มกันกลางเมือง ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ผู้ต้องหาได้ทั้งหมดรวม 13 คน ชุลมุนต่อสู้เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส พยายามฆ่า ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน ตามพฤติกรรม และพยานหลักฐานของแต่ละคน พร้อมกับตรวจยึดยานพาหนะ 4 คัน ตรวจยึดอาวุธปืน 7 กระบอก ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 9 ส.ค. ที่สภ.พระนครศรีอยุธยา รถยนต์ทั้ง 4 คัน ที่ใช้ในการก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดเอาไว้ ส่วนผู้ต้องหา ทั้ง 13 คน ยื่นหลักทรัพย์ ขอประกันตัวและปล่อยตัวชั่วคราวไปแล้วทั้งหมด 9 ราย เหลืออีก 4 ราย คือทางฝ่ายโรงน้ำแข็งพันล้าน พระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ในรถกระบะโตโยต้าสีดำ ตรวจพบอาวุธปืนจำนวน 4 กระบอกยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
พ.ต.อ.ประเวศ ศรีนาค ผกก.สภ.พระนคร ศรีอยุธยา กล่าวว่า จากกรณีเรื่องกระทบกระทั่งกัน เกิดจากปัญหาเรื่องของผลประโยชน์การวิ่งส่งน้ำแข็ง จะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจากันเพื่อยุติปัญหาไม่ให้มีการทะเลาะวิวาทกันอีก
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 13 ราย ที่ถูกดำเนินคดี ประกอบด้วย กลุ่มโรงน้ำแข็งพันล้าน พระนครศรีอยุธยา 8 คน คือ 1.นายปรัชญา ดิษฐี อายุ 38 ปี คนขับรถยนต์ฮัมเมอร์ 2.นายสหชาติ หรือ อาร์ม มานะเปรม คนเจ็บนั่งมาด้านข้าง 3.นายนพรัตน์ หรือ โอ มีสุขเจริญชัย 4.นายผดุง หรือ โต้ง ศักดิลาภ 5.นายเกียรติยศ แจ้งพันธุ์ ผู้ขับขี่รถยนต์ ป้ายแดง ก 9037 นครราชสีมา 6.นายเดชณรงค์ ขันธนิล 7.นายศักดิ์ชัย ศรีมงคล 8.นายสรศักดิ์ สุขสังวรณ์ นั่งมาในรถ
กลุ่มโรงน้ำแข็งอโยธยา 2 คน คือนายสหภาพ จันทร์สีดา คนขับ และนายวินัย สนธิสุวรรณ ส่วนกลุ่มของกำนันผู้ใหญ่บ้าน คือนายไชยณรงค์ จันทร์สีดา นายพิษณุ แก้วกระจ่าง นายธีระ จันทร์โอ โดยทั้ง 13 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ชุลมุนต่อสู้จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
ส่วนข้อกล่าวหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง 1.นายสหชาติ มานะเปรม 2.นายนพรัตน์ มีสุขเจริญชัย 3.นายไชยณรงค์ จันทรสีดา 4.นายพิษณุ แก้วกระจ่าง 5.นายธีระ จันทร์โอ 6.นายเกียรติยศ แจ้งพันธุ์และ 7.นายเดชณรงค์ ขันธนิล ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในข้อหา “พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต”
และข้อกล่าวหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” ที่มีนายสหชาติ มานะเปรม กลุ่มโรงน้ำแข็ง พันล้าน ยิงปืนไปถูกนายวินัย สนธิสุวรรณ ได้รับบาดเจ็บ และนายพิษณุ แก้วกระจ่าง ผู้ใหญ่บ้านที่ยอมรับว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงถูกนายสหชาติ มานะเปรม ได้รับบาดเจ็บ

ตรวจโรงน้ำแข็ง – ตำรวจพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดและพาณิชย์จังหวัด เข้าตรวจสอบโรงน้ำแข็งอโยธยากับโรงน้ำแข็งพันล้าน หลังก่อเหตุยกพวกยิงถล่มกันสนั่นเมือง เมื่อวันที่ 9 ส.ค.
วันเดียวกัน พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ประเวศ ศรีนาค ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบภายในโรงน้ำแข็งอโยธยา ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตสถานประกอบการทั้งในส่วนของสาธารณสุขจังหวัด
พ.ต.อ.เอกราชเผยว่า ร่วมกับฝ่ายปกครอง สาธารณสุขจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ตรวจสอบโรงน้ำแข็งอโยธยา และโรงน้ำแข็งพันล้านพระนครศรีอยุธยา โดยพบว่าทั้ง 2 แห่งมีการประกอบการถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังประสานตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบโรงน้ำแข็งพันล้านที่จังหวัดสิงห์บุรีด้วยเช่นกัน พร้อมกับมีการเข้าตรวจตรวจคนตามจุดต่างๆ ในพื้นที่พระนครศรีอยุธยาและสิงห์บุรีรวม 19 จุด ในส่วนของคดีขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 13 คนไปหมดแล้ว และมีการยื่นขอประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์ไปครบทุกคนแล้วทั้ง 13 ราย หลังจากนี้ทางจังหวัดพระนครศรี อยุธยาโดยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจะเป็นผู้ตั้งโต๊ะเจรจาข้อตกลงของโรงน้ำแข็งทั้ง 2 แห่งเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งซึ่งกันและกัน
ด้านผู้ดูแลโรงน้ำแข็งอโยธยา เปิดเผยว่า โดยปกติทางโรงผลิตน้ำแข็ง มียอดการ ผลิตยอดการจำหน่าย ผลิตไม่ทันอยู่แล้ว ผล กระทบจากการที่มีโรงงานผลิตน้ำแข็งมาส่งน้ำแข็งแข่งขันในพื้นที่ถือว่ามีผลกระทบน้อยมาก สิ่งที่จะมีผลกระทบกับทางโรงน้ำแข็งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของสภาพอากาศที่การบริโภคน้ำแข็งของประชาชนบริโภคน้ำแข็งลดลงทำให้ยอดการขายลดลงมากกว่า
ส่วนเรื่องของการขัดแย้ง ทะเลาะวิวาทกันเป็นเรื่องส่วนบุคคลเป็นเรื่องของพนักงาน คนขับรถและเด็กติดรถที่ไปส่งน้ำแข็ง พนักงานส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายมีประมาณ 50 คน แล้วจะเป็นวัยรุ่นเสียส่วนใหญ่ การออกไปทำงานบางครั้งอาจกระทบกระทั่งเรื่องต่างๆ กับทางโรงน้ำแข็งอีกฝ่ายหนึ่ง บางครั้งไม่สามารถที่จะไปควบคุมดูแลได้ทั้งหมด แต่หากพบว่ามีการกระทำความผิดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางโรงงานจะดำเนินการกับทางพนักงาน ในส่วนของความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับทางกำนันตำบลเกาะเรียนทางโรงงานขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน