ชัชชาติยัน ระดับน้ำในกทม. ยังควบคุมได้กรมธรณีเตือน 16 จว. ฝนหนัก-ดินถล่ม ‘มู่หลาน’ อ่อนกำลังแล้ว แต่ยังส่งผลกระทบไทย ขณะที่ภาคเหนือ ทั้งเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ ฝนหนักทำน้ำท่วมหลายหมู่บ้าน น่านระทึก น้ำพัดลอยทั้งคน-โป๊ะ อุบลฯ จับตาน้ำมูนขึ้นสูงต่อเนื่อง พิมายปักธงเตือนหลัง น้ำไหลลงเขื่อนพิมายมากขึ้น อ่างลำเชียงไกรโคราชน้ำเกินความจุแล้ว ตราดน้ำล้น 6 อ่างเก็บ ปราจีนฯ อ่วม น้ำป่าเขาใหญ่ถล่มกลางดึก จมหลายหมู่บ้าน นายกฯ สั่งช่วยเหลือประชาชน

‘มู่หลาน’อ่อนกำลังแล้ว
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ‘พายุดีเปรสชัน มู่หลาน’ ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 12 สิงหาคม 2565 ว่าเมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (12 ส.ค. 65) พายุดีเปรสชัน ‘มู่หลาน’ บริเวณมณฑลยูนนานตอนใต้ ประเทศจีน ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้วและเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศจีนตอนใต้ ประเทศเมียนมาตอนบน และประเทศลาวตอนบน ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก และพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย และอุดรธานี สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเล อันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้

กรมธรณีเตือน 16 จว.ดินถล่ม
กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งเตือนดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัย และประชาชนทั่วไปพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตาก พะเยา แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี เลย จันทบุรี และตราด เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในระหว่าง วันที่ 12-13 ส.ค.

โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มอ.เมือง ปาย ขุนยวม แม่สะเรียง ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน อ.เมือง หางดง แม่อาย เชียงดาว กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ อ.เมือง ขุนตาล แม่สรวย แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย จ.เชียงราย อ.บ่อเกลือ เฉลิมพระเกียรติ ท่าวังผา ปัว ทุ่งช้าง เชียงกลาง จ.น่าน อ.แม่สอด ท่าสองยาง แม่ระมาด จ.ตาก อ.เมือง เด่นชัย ลอง วังชิ้น ร้องกวาง จ.แพร่ อ.งาว ห้างฉัตร เสริมงาม เมืองปาน จ.ลำปาง อ.น้ำปาด ท่าปลา ลับแล จ.อุตรดิตถ์ อ.ชาติตระการ วังทอง จ.พิษณุโลก อ.หล่มสัก หล่มเก่า ชนแดน เมือง จ.เพชรบูรณ์ อ.ทองผาภูมิ สังขละบุรี ไทรโยค จ.กาญจนบุรี อ.ภูกระดึง ด่านซ้าย นาแห้ว วังสะพุง จ.เลย อ.ขลุง มะขาม เขาคิชฌกูฏ โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และอ.เกาะช้าง บ่อไร่ เขาสมิง จ.ตราด เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและวัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 150 มิลลิเมตร ต่อวัน ประกอบกับบางพื้นที่เริ่มมีน้ำป่าไหลหลากและการเลื่อนไถลของดินและหินแล้ว อาจส่งผลให้เกิดดินถล่มได้

ทั้งนี้ ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัย และวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังที่ได้มีการอบรมไว้แล้ว

นายกฯ สั่งช่วยเหลือประชาชน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับหน่วยงานในพื้นที่เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นหลัก หากสถานการณ์คลี่คลายแล้วขอให้เร่งฟื้นฟูช่วยเหลือให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายขอให้เร่งซ่อมแซม พร้อมลงพื้นที่สำรวจเพื่อเร่งเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามระเบียบราชการต่อไป

ชัชชาติยันกทม.ยังคุมได้
ที่ท้องสนามหลวง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการรับมือพายุมู่หลาน ที่จะส่งผลกระทบมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ รวมถึงกทม.ว่าสถานการณ์น้ำในขณะนี้ยังอยู่ในระดับดีและควบคุมได้อยู่ ขณะที่ฝนยังไม่มีเข้ามาเพิ่ม แต่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำเหนือที่อยู่ในเขื่อนต่อไป โดยย้ำว่ายังสามารถรับมือได้

น้ำป่าถล่มเชียงราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากอิทธิพลของพายุ มู่หลานทำให้เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่จ.เชียงราย ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้า ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงลำน้ำขนาดเล็กพื้นที่ ต.นาง ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จนเอ่อล้นเข้าท่วมผิวการจราจร ถนนพหลโยธิน ทั้งขาขึ้น เส้นทาง ไปยัง อ.แม่จัน แม่สาย และขาล่อง เข้าตัวเมืองเชียงราย ตั้งแต่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ต.บ้านดู่ จนถึงทางเข้าบ้านป่าห้า ต.นางแล ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 10-40 เซนติเมตร รถที่สัญจร ไปมาสามารถใช้เส้นทางได้ช่องทางเดียว ระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างมาก เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรเป็นช่วงๆ

นอกจากนี้ น้ำที่ปริมาณมากยังไหลเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือนในพื้นที่ ต.บ้านดู่ ต.นางแล รวมทั้งนาข้าวของชาวบ้านก็มีน้ำท่วมปริมาณมากเช่นกัน โดยปริมาณน้ำเริ่มลดลงเพราะไม่มีปริมาณน้ำป่าเติมเข้ามาอีกในจุดดังกล่าว คาดว่าช่วงบ่ายของวันนี้ปริมาณน้ำจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงรายยังมีฝนตกลงมา แต่มีปริมาณลดน้อยลง

ขณะที่ในพื้นที่ อ.ขุนตาล น้ำป่าจากดอยยาวไหลข้ามถนนไปท่วมหลายหมู่บ้าน ความเสียหายยังอยู่ในระหว่างการสำรวจที่แน่ชัด แต่เบื้องต้นพื้นที่ใกล้ลำห้วยของทั้ง 3 ตำบลของ อ.ขุนตาล ได้แก่ ต.ต้า ต.ป่าตาล และ ต.ยางฮอม จะโดนผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ทั้งหมด ที่อ.แม่จัน แม่น้ำคำ ล้นตลิ่งเข้าท่วมตลาดสดแม่จันและไหลเข้าย่านการค้า ทำให้ชาวบ้านต้องขนย้ายข้าวของหนีขึ้นที่สูง

ทั้งนี้ ทางนายภาสกร บุญยลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ออกประกาศ เตือนภัยน้ำป่า ดินโคลนถล่ม ให้ทุกอำเภอ เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ช.ม.ช่วงวันที่ 10-13 ส.ค.นี้ด้วย

เชียงใหม่จมหลายหมู่บ้าน
ส่วนที่จ.เชียงใหม่ เกิดเหตุน้ำหลากท่วมในหลายพื้นที่ อาทิ อ.สะเมิง น้ำห้วยแม่ตาดมีระดับเพิ่มสูงขึ้น ล้นท่วมถนนพื้นที่การเกษตร หลายจุด ส่วนที่ อ.แม่อาย เกิดเหตุน้ำหลาก น้ำท่วมขัง และดินสไลด์ ในพื้นที่ ต.มะลิกา หมู่ที่ 1 ที่ หมู่ที่ 8 หมู่ที่ 9 น้ำกัดเซาะถนนและน้ำหลากเข้าบ้านเรือน ทั้งนี้เทศบาลแม่อาย และอบต.ดอยลาง อยู่ระหว่างการสำรวจและตรวจสอบความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือและประกาศเขตพื้นที่สาธารณภัยต่อไป

ส่วนที่ ต.แม่สาว น้ำกัดเซาะสะพานขาด บริเวณสะพานฝายน้ำสาว ดินสไลด์ขวางทางสัญจรบริเวณบ้านป่าโหล ต.บ้านหลวง หมู่ที่ 10 น้ำกัดเซาะสะพานขาด บริเวณบ้านสันติสุข

ด้านอ.ฝาง เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ตั้งแต่คืนวันที่ 11 สิงหาคม 2565 มีสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ต.เวียง หมู่ที่ 18 หมู่ที่ 19 ต.ม่อนปิ่น หมู่ที่ 1 และ ต.โป่งน้ำร้อน หมู่ที่ 6 หมู่14 ต.แม่สูน น้ำเข้าบ้านเรือนชาวบ้าน

พิษมู่หลาน – อิทธิพลพายุดีเปรสชัน ‘มู่หลาน’ ทำให้ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในพื้นที่ภาคเหนือ ล่าสุดน้ำป่าทะลักท่วมในหลายพื้นที่ เขต อ.ภูซาง จ.พะเยา ช่วงกลางดึก จนชาวบ้านตั้งหลักไม่ทัน หลายจุดน้ำสูงแทบมิดหลังคารถ เมื่อวันที่ 12 ส.ค.

พะเยาน้ำมากลางดึก
นางศศิธร อัศราช กำนันตำบลป่าสัก อ.ภูซาง จ.พะเยา พร้อมสารวัตรกำนัน ผู้ช่วย รุดเยี่ยมราษฎรและเข้าช่วยเหลือบ้านที่ได้รับความเสียหาย โดยมวลน้ำที่ไหลเอ่อท่วมตั้งแต่เวลา 02.00 น.จนถึงเช้ามืดที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านที่ไม่ทันเก็บสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านไว้ที่สูง เมื่อน้ำท่วมไหลเข้าบ้านยามวิกาล ทำให้บ้าน รถและเครื่องใช้ภายในบ้านได้รับความเสียหาย ส่วนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลายหมู่บ้าน ต.ป่าสัก น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รวม 10 หมู่บ้าน ทั้ง บ้านม่วงชุม บ้านม่วงใหม่สมบูรณ์ บ้านแก 1 บ้านแก 2 บ้านเวียงแก บ้านต้นผึ้ง บ้านป่าสัก 1 บ้านป่าสัก 2 บ้านข่วงแก้ว บ้านแกใหม่ทำให้บ้านรถและเครื่องใช้ภายในบ้านได้รับความเสียหายหนัก

แพร่ท่วมจนตู้เย็นลอย
เมื่อ 03.00 น. เกิดเหตุน้ำล้นทางระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยผาคำ ต.ป่าแมต อ.เมือง จ.แพร่ ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านมณีวรรณ ต.ป่าแมต นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผวจ.แพร่ สั่งการให้นายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ นอภ.เมืองแพร่ นำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ เพื่อสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ทุกแห่ง หากมีน้ำมากให้พร่องน้ำ เพื่อรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมา โดยไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ ด้านล่างของอ่าง

นายวีรชัย กุยคำ กำนันตำบลป่าแมต กล่าวว่า หมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมหนักคือบ้านมณีวรรณ หมู่ 4 ที่โดนหนักไม่ต่ำกว่า 40 หลัง บางหลังถึงครึ่งตัว ทำเอาตู้เย็นลอยน้ำได้ ทางนายอำเภอ เมืองแพร่ นายกทต.ป่าแมต รองผวจ.แพร่ ได้รุดมาดูสถานการณ์ อบจ.แพร่ส่งเครื่องจักรกล เข้ามาตั้งแต่เกิดเหตุแล้ว

อุบลฯน้ำมูนขึ้นสูงต่อเนื่อง
นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.อุบลราชธานี พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 7 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เทศบาลนครอุบลราชธานี เข้าตรวจ ดูสภาพความเป็นอยู่ของชาวชุมชนวังแดง ถนนชลประทานท่าบ่อ ภายในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี หลังมีพายุฝนตกลงในพื้นที่ติดต่อกันหลายวัน รวมทั้งเขื่อนด้านเหนือ ของจังหวัดระบายน้ำลงสู่ปลายน้ำ ทำให้ช่วงสัปดาห์นี้ ระดับน้ำในแม่น้ำมูนสูงขึ้นต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงมีการแจ้งเตือนให้ชาวชุมชนวังแดง ที่ตั้งอยู่ในที่ต่ำสุดของแม่น้ำมูน ยกสิ่งของขึ้นไว้ที่สูง และพร้อมอพยพ หากแม่น้ำมูน มีระดับสูงขึ้นไปพักอาศัยที่สวนสาธารณะห่วงม่วง ที่ทางการได้เตรียมพื้นที่ไว้ให้แล้ว

สำหรับระดับแม่น้ำมูนที่สถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี มีระดับน้ำสูง 5.11 เมตร ยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร อัตราการไหลความเร็ว 1,319 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งหากระดับน้ำสูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตร จะเริ่มส่งผลกระทบกับ ชาวชุมชนวังแดงที่มีอยู่ราว 40 ครอบครัว

พิมายปักธงเตือนระดับน้ำ
ด้านปริมาณน้ำภายในเขื่อนพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมวลน้ำจาก อ.เฉลิมพระเกียรติ และอ.โชคชัย ไหลลงสู่ลำน้ำมูนในพื้นที่ อ.พิมาย แล้วเข้ามาสะสมอยู่ภายในเขื่อนพิมาย ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น ทางโครงการศูนย์ส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ได้นำรถแบ๊กโฮ ลงกำจัดผักตบชวา บริเวณสะพานท่าสงกรานต์ ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย และกำจัดผักตบชวา บริเวณสนาม แข่งเรือยาว ลำน้ำจักราช ต.ในเมือง อ.พิมาย หลังพบว่าลอยมากีดขวางทางน้ำ ขณะที่เขื่อนพิมายยังคงเร่งระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือนของประชาชนในเขตเทศบาล และแหล่งโบราณสถานในพื้นที่

พันจ่าทวี พิมพ์อุบล นอภ.พิมาย สั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน เตรียมพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เรือท้องแบน และประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกับลำน้ำมูน เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังคงมีมวลน้ำจาก อ.ปักธงชัยได้ไหลเข้ามาในพื้นที่ เสี่ยงที่จะทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนได้ และเตรียมพร้อมรับมือพายุ ลูกใหม่ โดยทางเทศบาลตำบลพิมายยังได้ให้ ทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลพิมายได้ปักธงเหลืองแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำในพื้นที่แล้ว

น้ำล้นอ่างลำเชียงไกร
โครงการชลประทานนคราชสีมา ออกประกาศด่วนที่สุด แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ ในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนบน อ.ด่านขุดทด จ.นครราชสีมา ว่าหลายพื้นที่ใน จ.นครราชสีมา เช่นที่ อ.ด่านขุนทด และ อ.เทพารักษ์ มีฝนตกหนัก ล่าสุด พบว่า บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน อ.ด่านขุนทด ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำฝน มีฝนตกที่สถานีหัวงานอ่างเก็บน้ำลำเซียงไกร ตอนบน วัดได้ 42.0 มิลลิเมตร มีปริมาณน้ำท่าไหลลงอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนบน อย่างต่อเนื่อง และไหลล้นผ่านฝายน้ำล้น หรือทางระบายน้ำฉุกเฉิน ในอัตรา 22.5 – ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มไหลลงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันอ่างเก็บน้ำ ลำเชียงไกรตอนบน มีระดับน้ำอยู่ที่ 9.36 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 111.43 % เกินความจุ กักเก็บ ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการระบายผ่านทางประตูระบายน้ำ (Radial Gate spillway) มากขึ้น ทางโครงการชลประทานนครราชสีมา จะแจ้งให้ทราบโดยเร็ว แต่ต้องขอแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายอ่างเก็บน้ำฯ ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรเอาไว้ด้วย

ยันอ่างเก็บน้ำยังรับไหว
นายธีระศักดิ์ ประหยัด ผอ.ส่วนบริการจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทาน ที่ 8 จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ในพื้นที่ดูแลของสำนักงานชลประทานที่ 8 ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ จะบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำมูน เป็นหลัก ซึ่งมวลน้ำที่ไหลลงลำน้ำมูนจะเป็นน้ำฝนสะสมมาจากต้นน้ำลำตะคอง บนอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ และน้ำฝน-น้ำท่าที่ไหลลงลำตะคอง ลำน้ำสาขาของลำน้ำมูน นอกจากนี้ จะมีมวลน้ำจากต้นน้ำลำมูน มาจากเหนือเขื่อนมูนบน และเขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี ไหลลงมาสมทบด้วย ซึ่งสภาพน้ำในลำน้ำมูนที่ไหลผ่าน 4 จังหวัด มีระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร ปัจจุบันมีระดับอยู่ในเกณฑ์ 60-70 % และตั้งแต่ต้นปี 2565 มีมวลน้ำฝนตกสะสมในพื้นที่ดูแล 4 จังหวัดประมาณ 900 มิลลิเมตร หรือคิดเป็น 70% ของฝนเฉลี่ยทั้งปี ซึ่งอิทธิพลของพายุ “มู่หลาน” ไม่ได้ส่งผล กระทบกับ 4 จังหวัดที่ดูแล แต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุม ทำให้บางจุดจะมีน้ำมูนเอ่อล้นบ้างตามลักษณะสภาพภูมิประเทศของลำน้ำ ที่เป็นที่ลุ่มต่ำและเป็นคอขวด ทำให้น้ำระบายไม่ทัน แต่ได้เตรียมพร้อมติดตั้งเครื่องจักร-เครื่องมือ อย่างเช่น เครื่องผลักดันน้ำเอาไว้เพื่อช่วยผลักดันเร่งความเร็วน้ำให้ไหลผ่านได้สะดวกมากขึ้น

ซึ่งจากการตรวจสอบในพื้นที่นครราชสีมา มีจุดอ่อนไหวที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำ ได้แก่ เขื่อนพิมาย อ.พิมาย ชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำไว้ 20 เครื่อง เพื่อเร่งผันน้ำลงลำน้ำมูนอย่างรวดเร็ว และอีกจุดคือพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ลักษณะเป็นที่ลุ่มต่ำ จึงมีน้ำฝน-น้ำท่าไหลลงลำตะคองจำนวนมาก ซึ่งมวลน้ำในลำตะคอง ก้อนนี้ จะไหลเข้าสู่ตัวเมืองนครราชสีมา ก่อนจะไหลลงลำน้ำมูน หากฝนตกหนักต่อเนื่อง จึงเสี่ยงมีมวลน้ำสะสมก้อนใหญ่ทะลักเข้าสู่เขตเศรษฐกิจของจังหวัดได้ จำเป็นต้องบริการจัดการอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำ ลำตะคองเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน ส่วนสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 77 แห่ง ในเขตดูแลของสำนักงานชลประทานที่ 8 ปัจจุบันมีน้ำจุกักเก็บประมาณ 60 % ยังสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุอ่างฯ ทั้งหมด ประมาณ 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตร

ตราดล้นแล้ว 6 อ่างเก็บน้ำ
สำนักงานโครงการชลประทานตราด รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ 7 แห่งของจังหวัดตราด พบมีปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์แล้ว 6 อ่าง เกินความจุอ่าง คือ อ่างเก็บน้ำด่านชุม อ่างเก็บน้ำคลองโสน อ่างเก็บน้ำวังปลาหมอ อ่างเก็บน้ำสะพานหิน อ่างเก็บน้ำคลองมะนาว และอ่างเก็บน้ำเขาระกำ ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง ยังไม่ล้นสปิลเวย์ ขณะที่ระดับในแม่น้ำและคลองสายต่างๆ ในจังหวัดตราด มีปริมาณน้ำต่ำกว่าตลิ่งแล้วทุกสาย

น้ำเขาใหญ่ถล่มปราจีน
ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานว่า เวลา 02.30 น.หน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู จ.ปราจีนบุรี ได้รับการประสานจากนายสามารถ โพธิ์ทอง กำนัน ต.บุฝาย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ว่า น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากน้ำตก ตะคล้อ,น้ำตกสลักได,น้ำตกฟองสบู่ ที่อยู่ทางด้านเหนือติดกับพื้นที่ หมู่บ้านตะคล้อใต้ หมู่ 7 ต.บุฝ้าย ระบายลงคลองประจันตคามไม่ทัน เจ้าหน้าที่ชลประทานที่ดูแลฝายกั้นคลอง จึงเปิดบานประตูระบายน้ำเหนือฝาย ส่งผลให้น้ำป่าหลากเข้าท่วมในพื้นที่ หมู่บ้านตะคล้อใต้หมู่ 7 ที่อยู่ด้านล่างติดกันทันทีทั้งหมู่บ้าน ระดับน้ำเร็วและแรง ระดับน้ำสูงกว่า 60-80 ซ.ม.ท่วมทั้งหมู่บ้านประชาชนติดในบ้าน ขณะต่างกำลังหลับสนิท ทางเข้า-ออกหมู่บ้านไม่สามารถใช้รถยนต์ขนาดเล็กเข้าไปได้ต้องใช้รถยกสูง หรือทางเรือเท่านั้น โดยมีคนเฒ่าคนแก่ ผู้ป่วยติดเตียง และขนข้าวของหนีน้ำไม่ทันเนื่องจากน้ำหลากท่วมมากะทันหัน โดยได้ประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยทั้งร่วมกตัญญู และหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญ ธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี,หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปราจีนบุรี (ปภ.)ไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โดยอาศัยรถยกสูง ไปกับหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูที่เดินทางมา ช่วยเหลือชาวบ้าน พบระดับน้ำไหลแรงและเชี่ยวระดับน้ำที่ท่วมสูงระหว่าง60-80 ซ.ม.เศษ ในที่ต่ำท่วมสูงกว่า 1-2 เมตร โดยชาวบ้านบอกว่าไม่เคยท่วมมากแบบนี้มากว่า 30 ปี

น่านระทึกน้ำพัดทั้งคน-โป๊ะ
สถานการณ์น้ำท่วมโดยรวมของจังหวัดน่าน ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง และเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรแล้ว ที่อำเภอปัว และอำเภอเชียงกลางรวมมากกว่า 100 หลังคา ล่าสุดน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมเป็นบริเวณกว้างของ อ.ท่าวังผา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ และอยู่ติดริมแม่น้ำ ถนนเส้นทางหลัก ระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตรแล้ว และมีทีท่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก โดยมีคลิปวิดีโอมีผู้ชายติดอยู่ ไหลมากับแม่น้ำน่านที่ขุ่นแดงและเชี่ยวกราก ก่อนเกี่ยวเข้ากับสายไฟที่ระโยงระยางระผิวน้ำ และพลิกคว่ำลงต่อหน้าชาวบ้านที่พากันมาเฝ้าดู ระดับน้ำ โดยผู้ชายที่อยู่บนโป๊ะนั้นได้จมหายไปกับน้ำบนสะพานบ้านท่าค้ำ อ.ท่าวังผา และได้ยึดขอนไม้ปีนขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวบ้าน

ที่อ.บ่อเกลือ มีรายงานเกิดดินสไลด์ ทับรถยนต์ของนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว พักแรมในหมู่บ้าน สะปัน อ.บ่อเกลือ จ.น่าน จำนวน 2 คัน ที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน และทางขึ้นไปสะปันซีวิว และมีเสาไฟฟ้าหักโค่นทับเส้นทางถนนหลายช่วง รวมทั้งร้านค้าที่ปลูกสร้างริมข้างทาง ทำให้ไม่สามารถสัญจร ไปมาได้ นักท่องเที่ยวจำนวนมากติดค้างอยู่ใน หมู่บ้านสะปัน แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่โครงการชลประทานน่าน เร่งสรุปรายงานปริมาณน้ำฝน น้ำท่า น้ำในอ่างเก็บน้ำทุกขนาด ทั้งหมด 82 แห่งในจังหวัดน่าน หลังมีฝนตกในพื้นที่ทั่วทั้ง 15 อำเภอ โดยปริมาณน้ำฝนสูงสุด ที่ อ.ทุ่งช้าง 175.2 มิลลิเมตร และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 6 อำเภอตอนบน อยู่ที่ระดับ 113.9 ม.ม.

ด้านนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เร่งนำกำลังเจ้าหน้าที่งานติดตั้งเครื่องสูบน้ำ บริเวณใต้ต้นโพธิ์ หน้าโรงเรียนสตรีศรีน่าน พร้อมทั้งตรวจสอบความพร้อมของประตูระบายน้ำ และเครื่องสูบน้ำเตรียมพร้อม รับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองน่าน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน