‘มู่หลาน’ ทิ้งทวน จมเมืองแม่สาย หลังฝนกระหน่ำ ลำน้ำแม่สายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลาดชายแดนไทยพม่าอพยพวุ่น เชียงรายตายแล้ว 1 ไฟชอร์ตจากเครื่องสูบน้ำ เชียงแสนดินสไลด์ทับร้านค้าพังเสียหาย 3 แห่ง ฝางท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี ต้องตัดไฟฟ้า ทำให้น้ำประปาไม่ไหล ถนนสายพร้าว-เวียงป่าเป้าดินถล่ม ทับเส้นทาง ต้องเร่งเคลียร์ช่องทางสัญจร แม่ฮ่องสอนก็ท่วมพื้นที่เกษตร เสียหาย ขณะที่ปภ.เผยพายุมู่หลานลดกำลังลงเหลือเป็นดีเปรสชัน แต่ยังส่งผลกระทบภาคเหนือ-อีสาน ถึง 11 จังหวัด ล่าสุดเหลือ 6 จังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบ
พิษมู่หลาน-ภาคเหนืออ่วม
วันที่ 13 ส.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์พายุโซนร้อน “มู่หลาน” อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันบริเวณเมืองลางซอน สาธารณรัฐสังคมนิคมเวียดนาม และอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวตอนบน ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค.ส่งผลให้มีพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากน้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังรวม 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ พิษณุโลก นครพนม เลย และปราจีนบุรี 30 อำเภอ 77 ตำบล 410 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 2,312 ครัวเรือน ไม่มี ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จมเชียงราย – แม่น้ำกกยังคงเอ่อล้นอย่างต่อเนื่องท่วมพื้นที่หลายตำบล อ.เมือง จ.เชียงราย ขณะที่ลำน้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา ทะลักท่วมชุมชนและตลาดริมฝั่งน้ำในเขตเทศบาลตำบลแม่สาย อ.แม่สาย เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายระดมช่วยเหลือ ชาวบ้านที่ประสบภัย เมื่อวันที่ 13 ส.ค.
ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา น่าน และพิษณุโลก รวม 25 อำเภอ 70 ตำบล 391 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,885 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำลดลงทุกพื้นที่ ดังนี้ 1.เชียงราย เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.ขุนตาล อ.เวียงแก่น อ.เมืองเชียงราย อ.เชียงแสน อ.เชียงของ อ.แม่จัน อ.เทิง และ อ.แม่สาย รวม 27 ตำบล 206 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,081 ครัวเรือน 2.แม่ฮ่องสอน เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ปาย และ อ.ปางมะผ้า รวม 4 ตำบล 6 หมู่บ้าน อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย 3.เชียงใหม่ เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.เชียงดาว อ.เวียงแหง และอ.สะเมิง รวม 18 ตำบล 77 หมู่บ้าน อยู่ระหว่างการสำรวจความ เสียหาย 4.พะเยา เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่ใจ อ.ภูซาง และ อ.เชียงคำ รวม 7 ตำบล 68 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับ 750 ครัวเรือน
5.น่าน เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เชียงกลาง อ.บ่อเกลือ อ.ปัว อ.ทุ่งช้าง อ.เมืองน่านและ อ.ท่าวังผา รวม 13 ตำบล 33 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 54 ครัวเรือน 6.พิษณุโลก เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ตำบลนครชุม อำเภอนครไทย อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย สำหรับการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งพื้นที่ที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว จะได้เร่งสำรวจประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป
นายกฯสั่งกองทัพเร่งช่วย
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ที่แอพพลิเคชั่น “THAI DISASTER ALERT”
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์พายุมู่หลานอย่างใกล้ชิด โดยสั่งการหน่วยงานในพื้นที่ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและผลกระทบต่อประชาชน และกำชับให้จัดเวรยามเฝ้าดูสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง และมอบหมายให้กองทัพ นำกำลังพลลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน อำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางโดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ให้จัดเรือท้องแบน รวมถึงรถยกสูงมาอำนวยความสะดวก พร้อมปรุงอาหารแจกจ่ายประชาชนทึ่ได้รับผล กระทบ ส่วนท้องถิ่นและฝ่ายปกครอง ให้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและสอบถามประชาชนเพื่อให้ความช่วยเหลือ พร้อมกับให้ระมัดระวังกระแสไฟฟ้าโดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมขัง ทั้งนี้ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และบริเวณใกล้แม่น้ำสายหลัก เนื่องจากสภาพอากาศ ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ระมัดระวังการเดินทางสัญจรในช่วงระยะนี้เป็นพิเศษ

จมแม่สาย – ลำน้ำสายชายแดนไทย- เมียนมา เอ่อล้นทะลักท่วมชุมชน และตลาดริมฝั่งน้ำ ในเขตเทศบาลตำบลแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายระดมช่วยเหลือประชาชนติดค้าง อยู่ตามบ้าน ไปพักอยู่ในสถานที่ปลอดภัย เมื่อวันที่ 13 ส.ค.
แม่สายจม-น้ำทะลักท่วม
ที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย ภายหลังจากแนวกระสอบทรายกั้นน้ำตามชุมชนริมลำน้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา ถูกน้ำสายเอ่อล้นจนน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและตลาดริมฝั่งพื้นที่เทศบาล ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างหนัก ล่าสุดช่วงสายระดับน้ำยังไม่ลดลงอย่างรวดเร็วเหมือนทุกปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดมกำลังกันออกช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ในบ้านเรือนและอยู่ในที่ลุ่มบริเวณชุมชนชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชุมชนสายลมจอยและชุมชนเกาะทรายมีบ้านเรือนและร้านค้าหนาแน่นพบว่ามีประชาชนติดค้างอยู่ภายในประมาณ 100 คน นอกจากนี้น้ำยังไหลบ่าเข้าท่วมชุมชนชั้นใน เช่น ชุมชนเหมืองแดง ฯลฯ อีกด้วย
โดยช่วงเช้าปริมาณน้ำยังคงมีมากขึ้นและมีระดับความลึกใต้สะพานมากกว่า 6 เมตร และทะลักล้นแนวกั้นตามจุดต่างๆ ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมทั่วตลาดสายลมจอยซึ่งเป็นตลาดชายแดน
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้รถยนต์ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำ เรือท้องแบน เข้าไปแจกจ่ายน้ำและอาหารรวมทั้งขนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงอายุและเด็กที่อาศัยอยู่ที่ต่ำและเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม ให้ออกมายังที่ปลอดภัยได้หลายราย นอกจากนี้พบว่ามีสุนัขและสัตว์อื่นๆ จำนวนมากที่ติดอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในชุมชนทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ช่วยเหลือนำขึ้นเรือท้องแบนหรืออุ้มออกมาไว้ตามพื้นที่สูง สร้างความสงสารให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
ขณะที่ฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา พบว่าน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชั้นแรกของศูนย์การค้าร้านปลอดภาษีหรือดิวตี้ฟรีจนสินค้าเสียหายหลายรายการ ทางร้านต้องปิดกระแสไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยเช่นเดียวกันร้านค้าในตลาดท่าล้อซึ่งเป็นตลาดชายแดนในประเทศเมียนมาก็ถูกน้ำท่วมทั่วบริเวณระดับน้ำลึกตั้งแต่50-1.50 เมตร
ที่อ.เชียงแสน บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เกิดดินสไลด์ลงมาทับร้านค้า ทำให้ห้องแถวที่เป็นร้านค้าได้รับความเสียหาย 3 ร้าน เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายเนื่องจากห้องดังกล่าวเป็นห้องว่างที่ไม่มีผู้นำสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งร้านค้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างพากันเก็บของออกจากพื้นที่แล้วเพื่อความปลอดภัย
เชียงใหม่กระทบ 7 อำเภอ
ด้านแม่น้ำกกที่ไหลผ่าน อ.เมืองเชียงราย ก็เอ่อล้นฝั่งเข้าท่วมในบางชุมชนของเขตเทศบาลนครเชียงราย โดยเฉพาะชุมชนร่องเสือเต้นที่อยู่ติดลำน้ำทำให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครเชียงราย ร่วมกับทหารจากมณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช ระดมกำลังกันออกช่วยเหลือชาวบ้านในการขนย้ายทรัพย์สินไปไว้บนพื้นที่สูง รวมทั้งมีการแจ้งเตือนชุมชนป่างิ้ว ชุมชนบ้านใหม่ ชุมชนน้ำลัด ชุมชนเกาะลอย ชุมชนเทิดพระเกียรติ ชุมชนกองยาว ชุมชนรั้วเหล็กเหนือ ชุมชนรั้วเหล็กใต้ ชุมชนกกโท้ง ชุมชนริมน้ำกก ชุมชนฝั่งหมิ่น ชุมชนแควหวายและชุมชนป่าแดงที่อยู่ติดแม่น้ำกกให้เตรียมความพร้อมยกของขึ้นไว้ในที่สูงแล้ว
ทั้งนี้สถานการณ์น้ำกก บริเวณโครงการฝายเชียงราย ทราบว่า ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน มีมากถึง 806.549 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่ยังถือว่าไม่เกินความสามารถที่รับได้
ขณะที่ปภ.เชียงราย รายงานล่าสุดผล กระทบมาจากพายุโซนร้อน “มู่หลาน” ตั้งแต่คืนวันที่ 11-12 ส.ค. พื้นที่ จ.เชียงราย ได้รับผลกระทบ 8 อำเภอ 26 ตำบล 185 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 1,081 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร พืชไร่ 550 ไร่ พืชสวน 200 ไร่ นาข้าว 700 ไร่ ฝาย 3 แห่ง มีชาวบ้านถูกไฟดูดเสียชีวิต 1 รายในเขต ตำบลจขัวแคร่ สาเหตุมาจากต่อเครื่องสูบน้ำแล้วไฟรั่ว
ที่จ.เชียงใหม่ ปภ.จังหวัดเชียงใหม่ สรุปสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “มู่หลาน” ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ รวม 7 อำเภอ 25 ตำบล 98 หมู่บ้าน
ที่อ.ฝาง มีน้ำล้นตลิ่งเข้าบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ 7 ตำบล ได้แก่ 1.ต.เวียง ม.1-20, 2.ต.ม่อนปิ่น ม.1, 3.ต.โป่งน้ำร้อน ม.1-7, 4.ต.แม่สูน ม.1, 5.ต.แม่งอน ม.14, 6.ต.แม่ข่า ม.4, 6, 10, 11 และ7.ต.สันทราย ม.1-3, 5, 6, 10, 16
เบื้องต้นฝ่ายปกครอง และอปท.ในพื้นที่เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยนำกระสอบทรายวางกั้นไม่ให้เข้าบ้านเรือนประชาชนบริเวณนั้น ขณะนี้ฝนหยุดตก ปัจจุบันน้ำค่อยๆ ลดระดับลงแล้ว มีประชาชนประสบอุทกภัยประมาณ 2 พันคน
อ.แม่อาย เกิดเหตุน้ำหลาก น้ำท่วมขัง และดินสไลด์ ในพื้นที่ 6 ตำบล ดังนี้ 1.ต.สันต้นหมื้อ ม.2-5, 7, 11, 12, 2.ต.แม่สาว ม.3, 6, 8, 10, 13-15, 3.ต.แม่อาย ม.5-8, 4.ต.แม่นาวาง ม.2, 15, 5.ต.บ้านหลวง ม.10 และ6.ต.มะลิกา ม.8
อ.เชียงดาว เกิดน้ำป่าไหลหลากเอ่อล้นถนน และพื้นที่ทำการเกษตร และบ้านเรือนของราษฎรได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างในพื้นที่ 5 ตำบล ดังนี้ 1.ต.เมืองนะ ม.2, 5, 6, 12, 2.ต.ทุ่งข้าวพวง ม.2, 3, 4, 7, 3.ต.เมืองงาย ม.5, 4.ต.เชียงดาว ม.2, 9 และ5.ต.เมืองคอง
‘ฝาง’หนักสุดรอบ 50 ปี
อ.เวียงแหง น้ำป่าไหลหลากเอ่อล้นถนน และพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรได้รับผล กระทบเป็นวงกว้าง 3 ตำบล ดังนี้ 1.ต.เปียง หลวง ม.2,4,5, 2.ต.แสนไห ม.1-5, 3.ต.เมืองแหง ม.1-12 อ.สะเมิง พื้นที่การเกษตร(นาข้าว) ถูกน้ำหลากเข้าท่วมขังบางจุด ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านกิ่วเสือ ต.ยังเมิน
อ.ไชยปราการ น้ำท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชน เนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ในบริเวณบ้านป่ารวก ม.5 ต.ปงตำ อ.พร้าว ดินสไลด์ทับถนนในพื้นที่ 2 ตำบล ดังนี้ 1.ต.แม่แวน (ถนนสายพร้าว-เวียงป่าเป้า) และ 2 ต.แม่ปั๋ง
ทั้งนี้ หมวดทางหลวงพร้าว และ ทต.แม่ปั๋ง เคลียร์เส้นทางแล้ว สามารถสัญจรได้ 1ช่องทาง
อ.ฝาง ท่วมหนักเป็นประวัติการณ์ในรอบ 50 ปี โดยช่วงเช้าน้ำเริ่มลดลง รถยนต์สามารถสัญจรไปมาได้แล้วแต่ยังมีบางพื้นที่ไม่สามารถเปิดสัญจรได้ ถนนหน้าโรงพยาบาลฝาง ถึงไปรษณีย์ฝางสัญจรได้ 1 ช่องทาง ทางด้านทิศตะวันตก โค้งสะพานแม่มาวสัญจรได้ปกติ ถนนโค้งบ้านโบราณ ยังต้องขับด้วยความระมัดระวัง สภาพน้ำลดลงเรื่อยๆ แต่ชาวบ้านยังไม่มั่นใจว่าจะยกของลงจากที่สูงเพราะยังมีเมฆหนาคาดว่าฝนจะตกลงมาอีกซ้ำสอง ถนนหนทางทุกเส้นทางต้องทำความสะอาด เพราะมีแต่โคลนตมหลงเหลือไว้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรวมถึงฝ่ายปกครองยังให้ประชาชนเฝ้าระวัง และควรจะหาซื้ออาหารมาตุนไว้เพราะยังไม่มั่นใจว่าจะท่วมอีกรอบ ขณะที่น้ำประปาหยุดไหล สาเหตุเพราะตู้จ่ายไฟฟ้าผลิตน้ำถูกน้ำท่วม จึงตัดไฟฟ้าทั้งหมดเพราะจะเกิดอันตรายได้
แม่น้ำปายก็ล้นท่วมบ้าน-ไร่นา
ที่จ.แม่ฮ่องสอน นายสมบัติ สุขรัตนา เจ้าหน้าที่สถานีวัดระดับน้ำ SW.A5 แม่น้ำปาย สถานีอุทกวิทยาภาคเหนือตอนบน บ้านท่าโป่งแดง หมู่ 5 ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำปาย คือ อ.ปาย และแม่น้ำสาขา ในพื้นที่ อ.ปางมะผ้า กับ อ.เมือง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปายที่สถานีวัดระดับน้ำฯ สูงสุดเมื่อเช้าวันนี้วัดได้ 3.84 เมตร จากเดิมเมื่อวานวัดได้ 2.50 เมตร โดยปริมาณน้ำในแม่น้ำปาย สูงปริ่มขอบฝั่งพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปายตาม พระราชดำริโป่งแดง หากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีกเพียง 0.50 เมตร ก็จะเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ที่กล่าวมาข้างต้นทันที แต่ปัจจุบันปริมาณน้ำยังทรงตัวและค่อยๆ ลดลงบ้างแล้ว หากมีฝนตกลงมาอีกก็อาจจะทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเช่นเดิม
นายบุญยิ่ง คีรีสัตยานนท์ ผญบ.บ้านท่าโป่งแดง หมู่ 5 ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน 20 ราย และมีพื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วม 50 ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกถั่วลิสง ข้าวโพด งา ถั่วเหลือง ถั่วฝักยาว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ซึ่งต้องรอให้น้ำลดลงก่อน
นอกจากที่บ้านท่าโป่งแดง ต.ผาบ่อง แล้ว ที่บ้านสบสอย ต.ปางหมู และบ้านทุ่งกองมู ต.ปางหมู อ.เมือง ก็เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน เนื่องจากราษฎรอาศัยอยู่ติดกับแม่น้ำปาย โดยที่บ้านทุ่งกองมู นายโซแหระ ไม่มีชื่อสกุล บ้านเรือนที่ปลูกติดแม่น้ำปาย พื้นที่ที่ได้ทำการปลูกพืชผักสวนครัว ได้ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมดและระดับน้ำได้ท่วมถึงชานประตูทางเข้าบ้าน โดยได้ระบุว่าหากปริมาณน้ำเพิ่มสูงมากกว่านี้ก็จะพาครอบครัวย้ายไปอาศัยกับญาติทันที
สำหรับสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากพายุโซนร้อน มู่หลาน ทำให้แม่น้ำสายต่างๆ เพิ่มปริมาณอย่างต่อเนื่องและเกิดน้ำป่าไหลหลาก ในหลายพื้นที่ รวมไปถึงน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร และถนนเส้นทางหลายเส้นที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านกับทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งเป็นถนนลำลองไม่ได้มีการลาดยาง หรือเทคอนกรีต จะมีน้ำท่วมขัง ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก