พท.-สว.บางส่วนไม่ร่วมด้วย อดีตกุนซือกรธ.แนะตู่ชิงออก ก่อนศาลรธน.ตัดสินนายก8ปี โพลระบุ‘ภท.-กก.’คะแนนพุ่ง

ประชุมร่วมรัฐสภาวันนี้ ส่อล่มอีกแล้ว เผยผู้ใหญ่ในพปชร.โทร.แจ้งส.ส.แต่ละคน สั่งห้ามเข้าร่วมถกกม.เลือกตั้งสูตรหาร 500 เพื่อไทย-ส.ว.บางส่วน ก็ย้ำจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรม ตรากม.ขัดรธน. ยืนยัน 17 ส.ค.ยื่นตีความนายกฯ 8 ปี มั่นใจ ‘บิ๊กตู่’ หลุดเก้าอี้ อดีตกุนซือ กรธ. แนะ นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่-เสียสละลาออกก่อน 23 ส.ค. หวั่นยื้อ อาจเกิดวิกฤตการเมือง นักวิชาการวอนศาลรธน.รับเรื่อง เร่งวินิจฉัยเร็วที่สุด ปชป.ขนทัพใหญ่เปิดตัว 30 เลือดใหม่ ทวงภาคใต้คืน ‘เฉลิมชัย’ เดิมพันได้ส.ส.ต่ำกว่า 52 ที่นั่ง วางมือตลอดชีวิต ‘อู๊ดด้า’ น้ำตาคลอ เชื่อประชาชนยังให้โอกาส ซูเปอร์โพลชี้ ‘ภท.-ปชป.-ก้าวไกล’ คะแนนนิยมพุ่ง ‘เพื่อไทย-พปชร.’ เริ่มแผ่ว

ปชป.คึก-เปิด 30 เลือดใหม่
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ พร้อมด้วยคณะจุรินทร์ ออนทัวร์ ร่วมงาน “รวมพลัง 30 เลือดใหม่ ทวงปักษ์ใต้คืน” ที่สำนักงานส.ส.เดชอิศม์ อ.รัตภูมิ โดยมีส.ส.พรรคเข้าร่วมจำนวนมาก และมีประชาชนชาวสงขลาเกือบ 10,000 คน เข้าร่วมฟังการปราศรัยและเปิดตัวผู้สมัครเลือดใหม่ของพรรค รวมถึงอดีตส.ส. ลงสมัครในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวผู้สมัครครั้งนี้ ปรากฏว่าไม่มีชื่อนายอันวาร์ สาและ ส.ส.เขต 1 ปัตตานี ซึ่งประกาศจะย้ายไปลงสมัครพรรคอื่น โดยมีนายสนิท นาแว อดีตนายก อบต.ราตาปันนัง เป็นผู้สมัครส.ส.เขต 1 ปัตตานี

เลือดใหม่ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว 30 ผู้สมัครสายเลือดใหม่ ที่จะทวงคืนเก้าอี้ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ ที่โรงแรมเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 14 ส.ค.

เสี่ยต่อลั่นพร้อมสู้ทุกเขต
นายเฉลิมชัยกล่าวปราศรัย ตอนหนึ่งว่า ยืนยันว่าพื้นที่ภาคใต้ 58 ที่นั่ง พร้อมสู้ทุกเขต และจะได้ ส.ส.มากกว่า 35-40 ที่นั่ง เพราะครั้งนี้ ผู้สมัครในพื้นที่ภาคใต้มีความเข้มแข็ง และพรรคมีความเป็นเอกภาพขอยืนยันให้พี่น้องภาคใต้ได้รับทราบว่า ประชาธิปัตย์ยังยึดมั่นในหลักการ และอุดมการณ์เหมือนเดิม แต่วิธีทำงานเราต้องเปลี่ยน หมดยุคเสาไฟฟ้าลงก็ได้แล้ว วันนี้คนประชาธิปัตย์จะต้องเดินเข้าหาประชาชน ต้องเอาประชาชนเป็นหลัก พรรคจะเดินหน้าสร้างความเป็นเอกภาพ ทำผลงานให้ประชาชน ขอให้จำคำพูดและถ้ามี ผู้สมัครพรรคไม่ลงพื้นที่ ให้มาบอก หากมี วันนั้น เลขาธิการพรรค ต้องไม่ใช่ชื่อเฉลิมชัย

เดิมพันต่ำกว่า 52 วางมือ
“หลายท่านคงได้ยินข่าวเรื่องเลือดไหล หัวหน้าก็บอกแล้วบางทีมันไม่ใช่เลือดมันเป็นหนอง ประชาธิปัตย์เป็นบ้านหลังหนึ่ง แต่วันหนึ่งเมื่อเขาคิดว่าเขาไม่สบายใจ เมื่อเขาคิดว่ามีบ้านอื่นที่ดีกว่า หรูหรากว่า เขาก็เดินออกจากบ้าน ทุกครั้งที่สมาชิกออกจากพรรค ผมเป็นแม่บ้านพรรค ผมเสียใจมากทุกครั้ง ขอย้ำว่า ประชาธิปัตย์ในภาคใต้คือบ้านเรา ดังนั้น ต้องเอาบ้านหลังนี้กลับมา” นายเฉลิมชัยกล่าว

เลขาธิการพรรค ปชป. กล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในอีก 6-8 เดือนข้างหน้า ตนไม่เชื่อว่าความจริงใจที่มี จะสู้เงินไม่ได้ แต่อยากจะบอกกับประชาชนว่า ความจริงใจอย่างเดียวคงไม่พอ เงินตนก็พอมีบ้าง ทั้งนี้มั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะได้ ส.ส.ทั่วประเทศมากกว่า 52 ที่นั่ง เพราะตนเคยประกาศไว้แล้วว่า หากได้ ส.ส.น้อยกว่า 52 ที่นั่ง จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต

อู๊ดด้าน้ำตาคลอ-อ้อนคนใต้
จากนั้นนายจุรินทร์ขึ้นเวที ท่ามกลางเสียงตะโกน “หัวหน้าสู้ๆ” ดังกระหึ่มตลอดเวลา โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์ คือวันที่ยกทัพใหญ่มาประกาศทวงพื้นที่ปักษ์ใต้คืน เรามีหัวหน้าพรรคมาแล้ว 8 คน เป็นคนปักษ์ใต้ 3 คน ทำให้พรรคผูกพันกับชาวใต้ มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะชาวปักษ์ใต้อุ้มชู ที่ผ่านมาพรรคได้สร้างผลงานให้กับประชาชนมายาวนานถึง 76 ปี แม้ในยามที่พรรคตกต่ำไปเป็นฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และ ในบางยุคบางสมัยชาวใต้อาจจะลงโทษพรรคบ้าง แต่พรรคก็ไม่เคยท้อถอย หรือคิดทิ้งประชาชนเพราะท้ายที่สุดที่พึ่งของประชา ธิปัตย์ก็คือประชาชน

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ นายจุรินทร์เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และน้ำตาคลอเบ้า อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนายจุรินทร์บอกว่า เป็นความรู้สึกที่ตื้นตันที่ชาวปักษ์ใต้ ซึ่งเป็นหัวใจของประชาธิปัตย์ยังคงให้การสนับสนุนพรรค แม้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคจะได้ที่นั่งในพื้นที่ภาคใต้แค่ 22 ที่นั่ง

ฟันธงทวงคืน 35-40 ที่นั่ง
“แต่การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้งได้ถึง 35-40 ที่นั่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และวันนี้พรรคได้ประกาศ 30 เลือดใหม่ ที่จะเป็นกำลังสำคัญที่ทวงคืนปักษ์ใต้ มั่นใจว่าชาวปักษ์ใต้ จะไม่ทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ วัดผลได้จากการเลือกตั้งซ่อมทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา พรรคยังคงได้รับชัยชนะ”

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า วันนี้ขอถือโอกาสประกาศชื่อเลือดใหม่ที่ไหลเข้าประชาธิปัตย์ และคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรคทั้งหมด 30 คน เพราะเที่ยวหน้าผู้แทนปักษ์ใต้มี 58 เขต เป็น ส.ส.ปัจจุบันอยู่แล้ว 21 คน เป็นอดีต ส.ส.ที่ยืนหยัดอยู่กับพรรคอีก 7 คน และมีเลือดใหม่อีก 30 คนที่พร้อมรวมพลังร่วมอุดมการณ์กับประชาธิปัตย์

เมินตอบโต้ภท.พาดพิง
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พาดพิงระหว่างลงพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.พังงาว่า ไม่ขอตอบโต้ เจ้าของพื้นที่เป็นสุนัข ไม่เข้าใจราชสีห์ ตนไม่ขอยุ่งกับเรื่องนั้น เพราะพรรคเน้นทำการเมืองสร้างสรรค์ จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน ทั้งตัวผู้สมัคร และนโยบายทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคยึดมั่น แต่หากมีการพาดพิงทำให้เกิดความเข้าใจผิด ก็ต้องชี้แจง แต่ไปเที่ยวแขวะคนอื่นก่อน พรรคไม่ทำ ส่วนใครจะไปพื้นที่ไหนก็เป็นสิทธิ์ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อมั่นว่า จะรักษาพื้นที่เดิมพังงาได้ทั้ง 2 เขต

นายจุรินทร์ย้ำว่า พรรคจะไม่มีปัญหาขัดแย้งกับพรรค ภท. ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพราะมีจุดยืน และแนวทางที่ชัดเจน พรรคนิ่งมากในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยยึดหลักการทำให้กับรัฐบาล และมีผลงานชัดเจน เป็นสิ่งที่ได้พิสูจน์ ส่วนการแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อใกล้เลือกตั้ง ต้องแข่งกันทุกพรรค ซึ่งพรรคยึดมั่นแนวทางสร้างสรรค์มาตลอด ยกเว้นจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงในสิ่งที่ถูกพาดพิงให้เข้าใจผิด เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อยู่ๆ จะไปเที่ยวแขวะคนนั้นคนนี้ก่อน พรรคไม่ทำ

ประกาศสู้ทั้ง 58 เขตภาคใต้
ด้านนายเฉลิมชัย กล่าวถึงความพร้อมของผู้สมัครในภาคใต้ว่า ยืนยันว่าเราพร้อมแล้ว แต่รอดูจังหวะเวลาเปิดตัวที่เหมาะสม และ วันนี้ผู้สมัครของเรามีความเข้มแข็งในพื้นที่ด้วย สิ่งที่เราทำในพื้นที่ภาคใต้คือ เรื่องความมีเอกภาพ ความเป็นหนึ่งเดียวของประชา ธิปัตย์ ครั้งนี้เราสู้แบบที่บอกเลยว่า ประชา ธิปัตย์ในภาคใต้คือบ้านเรา วันนี้ประชาธิปัตย์ต้องเอาบ้านหลังนี้กลับคืนมา

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ หากโค้งสุดท้าย ผู้สมัครของพรรคอาจถูกพรรคอื่นฉกตัวไป เลขาธิการพรรค ปชป. กล่าวว่า ไม่กังวล สุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจ การไปมาของคนในพรรคไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ทุกสมัยก็จะเป็นอย่างนี้ ส่วนที่ตั้งเป้า 30-40 เขต มีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า วันนี้มี 58 เขต ก็สู้ทั้ง 58 เขตเลย ได้กี่เขตไปว่ากันอีกที สุดท้ายอยู่ที่ประชาชน อยู่ที่ตัวผู้สมัครกับผลงานของพรรค ที่เราดำเนินการมา 3 ปีกว่าจะเป็นตัวตัดสิน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสพรรคในภาคใต้ดีขึ้นจากการเลือกตั้งปี 62 หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนเคยประกาศไปแล้ว วันที่พรรคมีปัญหาว่า ถ้าได้ ส.ส.ต่ำกว่า 52 จะเลิกเล่นการเมืองทั้งชีวิต ประกาศวันนั้นก็ติดตัวผมไปอยู่แล้ว นี่คือคำมั่นสัญญา อยู่ที่พี่น้องประชาธิปัตย์ เชื่อว่าถ้าประชาธิปัตย์มีเอกภาพ เราสู้ได้ทุกพรรค สู้เพื่อชนะใจประชาชน ไม่ใช่สู้แบบไประรานใคร

ปชป.เชื่อ 15 ส.ค.สภาล่มอีก
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์สภาล่มว่า เป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาอย่างมาก ผู้ที่ไม่อยู่เป็นองค์ประชุม จนทำให้สภาล่ม ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า ไม่อยู่เพราะอะไร

ส่วนที่ฟันธงว่าการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 15 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. สภาล่มแน่นอนนั้น นายองอาจกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่สภาจะล่มอีก เพราะมี ส.ว. และ ส.ส.จากบางพรรค บอกว่าจะทำให้องค์ประชุมไม่ครบเพื่อให้สภาล่ม เพราะต้องการให้ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งเป็นไปอย่างที่ตนเองต้องการ ทั้งที่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ดังนั้น ควรทำให้สภาเดินหน้าประชุมไปได้ตามกระบวนการปกติ จะเกิดผลดีต่อภาพลักษณ์สภา และเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมมากกว่า

นิโรธย้ำป้อมสั่งห้ามโดดประชุม
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. วันที่ 15 ส.ค.นี้ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้สั่งการให้ส.ส.พรรค เข้าร่วมประชุมตั้งแต่วันที่ส.ส.ไปอวยพรวันเกิด และขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ส่วนจะมีการยื้อเวลาหรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ แต่พรรคไม่มีอะไร และคิดว่าจะพิจารณาทันตามกรอบ เพราะเหลือไม่กี่มาตรา ยืนยันว่าไม่มีดีลลับกับพรรคเพื่อไทย เพื่อสนับสนุนสูตรหาร 100 เพราะพรรคเพื่อไทย เป็นฝ่ายค้าน เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะไปดีลอะไรไม่ได้

“ยืนยันว่าในวันที่ 15 ส.ค.จะไม่มี เหตุการณ์ส.ส.โดดสภาหรือยุทธการล่มสภา แน่นอน เพราะหัวหน้าพรรคสั่งให้ไปเข้าร่วมประชุม” นายนิโรธกล่าว

โคแก้จน – นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ พร้อมนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต นำร่อง 1 พันตัว สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ที่ จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 14 ส.ค.

บิ๊กพปชร.โทร.จี้ไม่ให้เข้าร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พปชร.ว่า การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ถือเป็นวันสุดท้ายตามกรอบเวลาก่อนครบ 180 วัน โดยช่วงค่ำวันที่ 14 ส.ค. พล.อ.ประวิตรได้ส่งสัญญาณถึงแกนนำให้ประสานส.ส.พรรคทุกคน ไม่ให้เข้าร่วมประชุม โดยให้เจ้าหน้าที่ของพรรคโทรศัพท์ไปแจ้งส.ส.แต่ละคน ไม่ให้เข้าร่วมในวันที่ 15 ส.ค.นี้ เนื่องจากกังวลว่าหากลงชื่อเข้าประชุม สถานการณ์จะยืดเยื้อ เพราะฝั่งส.ว.บางส่วนยังแสดงเจตจำนงเป็นองค์ประชุม อาจกระทบกับสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบหาร 100 ตามที่พรรคต้องการ อย่างไรก็ตาม ยังมี ส.ส.บางส่วนจะเดินทางไปที่สภา เพื่อสังเกตการณ์ และมีแนวโน้มจะเข้าร่วมเป็นองค์ประชุมด้วย แต่อาจจะไม่ลงมติโหวตรายมาตรา เพราะมีความกังวลว่าจะทำผิดกฎหมาย ขณะที่ส.ส.บางคนระบุจะไม่เข้าร่วมเนื่องจากมีอาการป่วย

ส.ว.วันชัยยันไม่ร่วมสังฆกรรม
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “แล้วจะรู้สึก เมื่อเกิดสุญญากาศทางกฎหมายเลือกตั้ง” ว่า ที่ประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 15 ส.ค. ต้องโหวตว่าจะเอากฎหมายฉบับ 500 นี้หรือไม่ ถ้าโหวตไม่ผ่าน กฎหมายนี้ก็ตกไป เริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งกระบวนการ ใช้เงินใช้เวลาอย่างที่เป็นมา ถ้าโหวตผ่าน ประมาณการได้ว่าไปตกในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรู้อยู่ว่ามันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในที่สุดต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่อีก ทั้ง 2 แนวทางนี้นำไปสู่สุญญากาศทางกฎหมายเลือกตั้ง ถ้ามีการเลือกตั้งระหว่างนั้นขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไร จะเข้าทางใครหรือไม่ หรือใครได้เปรียบใคร คิดดูเอาเอง ถึงตอนนั้นจะรู้สึก

“ผมเห็นว่าการคำนวณส.ส.โดยเอา 500 หาร มันผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ เดินไปก็ล้มหัวฟาดพื้นแน่นอน ผมจึงไม่เดินไปด้วย มันฝืนกฎหมาย ฝืนจริยธรรม สมัยผมเรียนกฎหมาย มีคำพิพากษาฎีกาว่าคนที่เข้าร่วมประชุมวางแผนปล้นทรัพย์ แม้ไม่ได้ไปปล้นด้วย ก็ถือว่ามีความผิดเป็นตัวการร่วม เรื่องโหวตร่างพ.ร.ป. มันน่าจะมีนัยยะแบบเดียวกัน ผมจึงปฏิเสธต่อการกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมยึดหลักนี้ตัดสินใจ จึงไม่เข้าร่วมสังฆกรรม ไม่ใช่เข้าข้างฝ่ายใด ทั้งไม่เป็นพวกของพรรคใด มาจากความรู้สึกตั้งแต่ต้นว่า ถูกคือถูกผิดคือผิด เดินตามแนวทางที่เราตัดสินใจไปให้สุด เคารพตนเอง เคารพกฎหมาย นั่นคือจริยธรรมในการทำหน้าที่ ผมจึงยืนอยู่ที่พวก 100 มาตั้งแต่ต้นจนจบ” นายวันชัย ระบุ

พท.ย้ำจุดยืนไม่ร่วมโหวตด้วย
ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรคได้หารือกันแล้ว มีผลสรุปว่าในการประชุมวันที่ 15 ส.ค. สมาชิกพรรคจะไม่เข้าร่วมเป็นองค์ประชุมด้วย เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการคำนวณสูตรส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 เพราะเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญเป็นกระบวนการตรากฎหมายที่ไม่ชอบ และเรายังเรียกร้องต่อไปเพื่อให้เพื่อนสมาชิก เห็นพ้องต้องกันกับการคิดสูตรหาร 100 แต่หากเกิดกรณีเปิดประชุมร่วมรัฐสภาได้ ตัวแทนส.ส.ของพรรคจะเข้าร่วมประชุม โดยจะอภิปรายคัดค้านสูตรหาร 500 ให้ถึงที่สุด หากจบการอภิปรายแล้ว พท.จะไม่เป็นองค์ประชุมและจะไม่ร่วมลงมติต่อ อย่างไรก็ตาม รู้สึกเห็นใจประธานรัฐสภา ที่อาจถูกแรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ให้ทำงานในวันสุดท้ายของการพิจารณา

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า พรรคยืนยันไม่ร่วมสังฆกรรมในการตรากฎหมายที่สุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่ง ที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญการยับยั้งไม่ให้กฎหมายที่บิดเบี้ยวผ่านสภา คือหน้าที่ของตัวแทนประชาชนที่เราได้รับมอบหมายมา เราไม่ได้โดดงาน ส.ส.ทำงานทุกวัน วันที่ 15 ส.ค.เรายังจับตาติดตามว่า ส.ส. และ ส.ว.จะทำอะไร หวังว่าความตั้งใจของเราจะประสบความสำเร็จ

ชวนประชาชนจับตาส.ส.-ส.ว.
“อยากให้ประชาชนสบายใจว่า ส.ส.ของพท. ทำประโยชน์เพื่อประชาชน ไม่ใช่เฉพาะวันนี้ แต่หมายถึงอนาคตที่เราจะเดินไปด้วยกัน อยากให้ประชาชนช่วยกันจับตาการทำงานของสมาชิกรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ด้วย” น.ส.ธีรรัตน์กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีพรรคอื่นมาร่วมแสดงเจตนารมณ์เช่นเดียวกับพรรค พท.หรือไม่ น.ส.ธีรรัตน์กล่าววา เราไม่ได้เชิญชวนพรรคฝ่ายค้านอื่น แต่หวังว่าพรรคที่ไม่ได้แสดงตนในครั้งที่แล้วจะยังยึดมั่นในหลักการเดิม ไม่หันให้สนับสนุนสูตรหาร 500 ส่วนที่มีข่าวพรรค พท. ดีลกับพรรครัฐบาลนั้น เราชัดเจนมาตลอดว่าต้องการสูตรหารด้วย 100 ตามเจตนารมณ์ของพรรคและของประชาชนที่ต้องการสร้างเสถียรภาพให้กับการเมืองไทย งดการต่อรอง ลดการกินกล้วย งดการขายตัวเป็นงูเห่า ยืนยันเราไม่เคยไปคุยกับพรรครัฐบาลถึงการดีลกันแต่อย่างใด

มั่นใจ‘บิ๊กตู่’หลุดเก้าอี้นายกฯ
โฆษกพรรค พท. กล่าวถึงพรรคเพื่อไทย จะทำหนังสือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตีความกรณีนายกฯ 8 ปี ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีการตั้งคณะทำงานด้านกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างคำร้องที่จะยื่นต่อประธานรัฐสภา เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของทุกพรรค เราจะมีการลงชื่อร่วมกันของส.ส. เพื่อยื่นในวันที่ 17 ส.ค. ส่วนจะสามารถเอาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมลงจากตำแหน่งได้หรือไม่นั้น เรามั่นใจว่า ถ้ามีการตีความตามตัวบทกฎหมายจริง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องหลุดจากตำแหน่ง นายกฯ ก่อนวันที่ 24 ส.ค.นี้อย่างแน่นอน แต่ผลจะเป็นอย่างไรให้ประชาชนได้ร่วมกันจับตามอง อาจจะได้เห็นความพิลึกพิลั่นของการตีความ หรืออาจจะได้ดีใจที่ประเทศไทยยังมีความยุติธรรมอยู่ในวันที่ความจริงได้ปรากฏ

ชี้‘ป้อม’ไม่ได้เป็นหนึ่งในแคนดิเดต
“8 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถอยหลังมาตลอด ถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ควรออกไปตั้งแต่วันนี้เลยหรือไม่ ถ้าประชาชนเลือกได้ คงบอกว่าน่าจะออกไปตั้งแต่วันนี้เลย หรืออาจบอกว่าอยากจะให้ออกไปนานแล้วก็ได้” น.ส.ธีรรัตน์กล่าว

เมื่อถามว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ หลุด นายกฯ ก็ยังมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาเป็นนายกฯ แทนนั้น น.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า ต้องเข้าใจกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าพล.อ. ประยุทธ์ หลุดจากตำแหน่ง รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ที่มีรายชื่อเป็นนายกฯ จากพรรคการเมืองคือใครบ้าง พล.อ.ประวิตรไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น พรรคเพื่อไทยมีนาย ชัยเกษม นิติสิริ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคภูมิใจไทยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคประชา ธิปัตย์มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะเป็นนายกฯ ต่อไป ฉะนั้น พล.อ.ประวิตรไม่ได้อยู่ในสมการนี้

ดักคอพปชร.ไร้ข้ออ้างโดดประชุม
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวถึงการนัดประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 15 ส.ค. ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนครบ 180 วัน ว่า มีประเด็นต้องจับตาว่า จะประชุมได้หรือไม่ หรือจะล่มเหมือนทุกครั้ง และหากดำเนินการได้ การลงมติในวาระ 3 จะเป็นเช่นไร ซึ่งยอมรับว่าส.ส.พรรคเพื่อไทย คงยืนยันในวิธีการไม่แสดงตนร่วมเป็นองค์ประชุม ขณะที่พรรคอื่น โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันจะร่วมประชุมเต็มที่ ดังนั้น คงเหลือเพียงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เท่านั้นว่าจะมีจุดยืนอย่างไร

“ผมฟังจากการสัมภาษณ์ของพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. ที่พูดกับลูกพรรคให้ร่วมประชุม แปลความหมายได้ว่า ให้ส.ส.เข้าร่วมประชุม ซึ่งวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ส.ส.พลังประชารัฐไม่ร่วมประชุม อ้างสาเหตุไปร่วมงานกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ต่างจังหวัด ไม่ใช่เพราะเงื่อนไขทางกฎหมาย ดังนั้น การประชุมรอบนี้ไม่มีสาเหตุที่อ้างไม่ว่าไม่เข้าประชุมอีก ผมจึงมั่นใจว่า หากส.ส.พลังประชารัฐเข้าประชุม องค์ประชุมต้องครบและเดินหน้าได้ แต่หากยังมีปัญหาอีก แสดงว่าคำพูดของพล.อ.ประวิตร ไม่มีความหมาย ไม่สมควรเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป ขณะที่ส.ว. หากพบว่าขาดประชุมต้องรับผิดชอบพอสมควร” นายสมชัยกล่าว

เชื่อกกต.ปฏิบัติหน้าที่ได้ทุกสูตร
นายสมชัยกล่าวด้วยว่า ส่วนที่สภาล่ม ตนไม่คิดว่าเป็นเพราะสมาชิกรัฐสภาไม่เอาสูตรหาร 500 แต่เป็นอุบัติเหตุจากการไม่เฉลียวของคนทำหน้าที่ประธานที่ประชุมขานชื่อเสร็จให้โหวตต่อทันที ทำให้เป็นปัญหา ทั้งที่ควรแจ้งล่วงหน้าว่าเมื่อขานชื่อแล้วจะให้ลงมติ ขอให้เตรียมความพร้อม

นายสมชัยกล่าวด้วยว่า สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ว่าจะใช้สูตรหารด้วย 100 หรือ 500 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญทั้ง 2 แบบ ดังนั้น เข้าใจว่าจะไม่เป็นปัญหาในชั้นกกต. แต่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ อาจมีประเด็นที่ชี้ได้ว่า ทั้ง 2 กรณีนั้นขัดรัฐธรรมนูญ เพราะมีถ้อยคำของส.ส.พึงมีบัญญัติไว้

หมดเวลา‘ตู่’ – นักวิชาการและนักกฎหมายร่วมเสวนาวาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรธน.ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และสภาที่ 3 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 ส.ค.

นักวิชาการฉะตู่อยากได้ตั๋ว 12 ปี
เมื่อเวลา 13.30 น.ที่สมาคมนักข่าวฯ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และสภาที่ 3 จัดเสวนา “วาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่ง นายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ” โดยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า ตนอยากตั้งคำถามให้ประชาชนช่วยกันคิด คือ 1.การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะวางกรอบบรรทัดฐานทางการเมือง ซึ่งในต่างประเทศไม่ตีความแบบเรียงความ แต่จะดูเจตนารมณ์และโครงสร้างของกฎหมาย ระยะเวลา 8 ปีสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม 2.การดำรงตำแหน่ง 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นการผูกขาดอำนาจรัฐนานเกินไป

3.เรื่องนี้เป็นประเพณีทางการเมืองไทยหรือไม่ และ 4.การที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าจะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ หวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตีความว่าการนับวาระ 8 ปี จะเริ่มที่ปี 2560 เพื่อหวังจะนั่งในตำแหน่งนายกฯไปอีก 4 ปี หรือต้องการตั๋ว 12 ปี จึงขอตั้งคำถามว่า นายกฯ ต้องการเป็นจักรพรรดิหรือ หากเป็นอย่างนี้ เกรงว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่วิกฤตทางการเมืองขึ้นได้

ทวงถามสปิริต-บี้นายกฯลาออก
ด้านนายวันวิชิต บุญโปร่ง กล่าวว่า เวลานี้ประชาชน และนักวิชาการ ต่างมีคำถามว่าวาระ 8 ปี นับตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะนายกฯ ไม่เคยประกาศเจตจำนงว่าจะวางอนาคตทางการเมือง โดยบอกว่าอยู่ที่ศาล สะท้อนว่าจะไปต่อ แต่ไม่อยู่ในวิสัยทัศน์ที่จะพูดได้เท่านั้น วันนี้ต้องทำเป็นบรรทัดฐานว่าจะเป็นรัฐบุรุษหรือไม่ เพราะในอดีตทหารรุ่นพี่ มีการระบุเวลาที่จะบริหาร รู้จักพอ และมียางอาย มีสปิริต มีความรู้สึกรับผิดชอบ เช่น สมัยพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ระบุจะอยู่ 15 เดือน เพราะเห็นว่าการเมืองต้องอยู่ในกลไกสภา

นายวันวิชิตกล่าวว่า จึงถามนายกฯ ว่า สปิริตตรงนี้เหลืออยู่หรือไม่ และต่อมจริยธรรมทางการเมือง ยังมีเหลืออยู่หรือไม่ วันนี้ทุกภาคส่วนที่สนับสนุนมูฟออนไปแล้ว ไม่เหลือพื้นที่ความไว้วางใจ การบริหารประเทศลดทอนประสิทธิภาพความเชื่อมั่นของประชาชนลงไปเรื่อยๆ วันนี้คนไทยบางส่วนกำลังถูกสะกดจิตหมู่ว่าต้องให้โอกาส พล.อ.ประยุทธ์ หรือหากไม่มี พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ใครจะเป็นต่อ แล้วจะดีกว่าหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าบ้านเมืองอยู่ได้ แม้ไม่มี พล.อ. ประยุทธ์ ดังนั้น ประชาชนจึงควรเรียกร้องไปยังผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าควรจะสนับสนุนต่อไปหรือไม่

แนะทำหนังสือขอหยุดทำหน้าที่
ขณะที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีต ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 158 เขียนไว้ชัดเจนมากว่า นายกฯ ต้องดำรงตำแหน่งรวมกันไม่เกิน 8 ปี และมาตรา 264 กำหนดชัดว่า ครม.ก่อนหน้ารัฐธรรมนูญ 2560 ให้ถือเป็น ครม. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย ทั้งนี้ เห็นว่าบ้านเมืองเราจะสียหายมาก หากผู้หมดวาระไปดำเนินการเกี่ยวกับการเงินการคลังของแผ่นดิน อาจสร้างความเสียหายเกิดขึ้นได้ และห่วงว่าวันที่ 24 ส.ค.เป็นต้นไป ท่านอาจไม่สามารถเบิกจ่ายเงินเดือนหรือเงินอื่นๆ ในตำแหน่งนายกฯ ซึ่งเรื่องนี้ คนเป็นนายกฯ ควรคิดได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่จะมาตีความเพื่อยืดเวลาดำรงตำแหน่ง

ทั้งนี้ก่อนหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกว่าเสียสละเข้ามา เหมือนเป็นอัศวินขี่ม้าขาว

“ผมไม่ได้มาไล่นายกฯ แต่มาแสดงความเป็นห่วง ในแง่การตรวจสอบว่าหลังวันที่ 24 ส.ค.นี้ นายกฯไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะดูแลเงินแผ่นดิน ดังนั้น อย่าถลำลึก จนไม่สามารถรับผิดชอบได้ และทางที่ดี นายกฯ ควรใช้สามัญสำนักในเรื่องนี้ว่าจะเสียสละอย่างไร โดยให้ทำหนังสือถึงประธานสภา ว่าจะขอหยุดปฏิบัติหน้าที่ แล้วให้สรรหานายกฯ คนใหม่มาแทน โดยเป็นไปกลไกของสภาในการแก้ไขปัญหา” นายพิศิษฐ์กล่าว

จี้ศาลต้องวินิจฉัยเร็วที่สุด
นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) กล่าวว่า เมื่อมีการยื่นเรื่องเข้าไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้เร็วที่สุด และควรให้ทันก่อนวันที่ 24 ส.ค. หรือหากไม่ทัน ก็ควรสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะขอพักการปฏิบัติหน้าที่ก่อน หรือจะลาออกแล้วเป็น นายกฯ รักษาการ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ครบวาระ 8 ปีแล้ว ก็อาจจะไม่สามารถเป็น นายกฯ รักษาการได้ ซึ่งต้องใช้กลไกปลัดกระทรวงรักษาการแทน ดังนั้น ฝ่ายการเมืองอาจต้องคิดแก้ปัญหาเรื่องนี้ก่อนวันที่ 23 ส.ค.

อดีตกรธ.ชี้นับวาระตั้งแต่ปี 57
ด้านนายเจษฎ์ โทณวณิก นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า การตีความกฎหมาย วันนี้เราต้องตีความว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะครบวาระ 8 ปีเมื่อไหร่ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดว่าดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปีรวมกัน ซึ่งครม.ที่เป็นก่อนประกาศรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ให้ถือเป็น ครม.ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ด้วย

วิธีคำนวณวาระ 8 ปี หากตีความตรงไปตรงมาคือ ครบวาระวันที่ 24 ส.ค.2565 หากตีความอีกแบบคือ เรื่องมาตรา 158 จะบังคับใช้ย้อนหลังไม่ได้ หากนับเช่นนี้ จะต้องเริ่มนับเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2560 แต่การคิดแบบนี้จะเป็นเรื่องอันตราย เพราะเท่ากับว่า การดำรงตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่ปี 2557-2560 จะถือเป็นการใช้อำนาจอะไร

แม้หลายคนจะใช้เรื่องอำนาจรัฏฐาธิปัตย์มาอธิบาย แต่จริงๆ ถือว่าความเป็นรัฏฐาธิปัตย์สิ้นสุดหลังมีการโปรดเกล้าฯ เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติแล้ว

ดังนั้น หากอ้างความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ช่วงเวลาหลังจากนั้นจะถือว่าเป็นกบฏ และการตีความอีกแบบคือ เอาแค่มาตรา 158 แต่ไม่เอามาตรา 264 โดยอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย เป็นเพียงความต่อเนื่องในการบริหาร ซึ่งการใช้กฎหมายแบบนี้ไม่สามารถนำมาซึ่งระบบนิติธรรมได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ในทัศนะของตนหากไม่นับวาระตั้งแต่ปี 2557 จะเป็นเรื่องที่แปลก

จี้เสียสละช่วยลดความขัดแย้ง
หากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องแล้วดำเนินการไม่เสร็จภายในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 23 ส.ค. แม้วันที่ 24 ส.ค.จะยังดำรงตำแหน่งได้ตามนิตินัย แต่ในทางพฤตินัยแล้วจะทำได้หรือไม่ เพราะในวันที่ 26 ส.ค. จะมีการประชุมกำหนดตัวผู้บัญชาการเหล่าทัพ หากท่านไปนั่งเป็นประธานการประชุมแล้ว แต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ จะทำได้หรือไม่

ทั้งนี้ หาก พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่และคืนเงินเดือนในช่วงหลังจากวันที่ 24 ส.ค. จะลดความขัดแย้งในบ้านเมืองได้ จะช่วยพล.อ.ประยุทธ์ ป้องกันปัญหาและช่วยลดแรงกดดันต่อศาลรัฐธรรมนูญ และตนเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญคงจะไม่ยื้อเวลาการพิจารณาออกไปนานอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ ยุติปฏิบัติหน้าที่ ต้องย้ายออกจากบ้านพักทหารหรือไม่ และสถานะครม.เป็นอย่างไร

หากยุติปฏิบัติหน้าที่ นายกฯ จะไปวิ่งเล่น เที่ยว หรือไลฟ์มาบอกว่าไม่ได้ทำงานแล้วก็ได้ แต่ในแง่ของครม.จะมีปัญหา 2 ลักษณะ แม้รัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อ แต่เมื่อรัฐมนตรีเชื่อมกับนายกฯ เมื่อนายกฯพ้นสภาพ รัฐมนตรีต้องพ้นสภาพไปด้วย อาจเกิดปัญหา นำมาซึ่งคำถามรัฐมนตรียังนั่งอยู่ในตำแหน่งได้ หรือ

ขณะที่นายกฯ มารักษาการ ก็เป็นประเด็นอีกจะเลือกใคร และรักษาการไปถึงเมื่อไหร่ ในเมื่อมีกลไกการได้มาซึ่งนายกฯ คนมีรายชื่ออยู่ จะยอมรักษาการยาวเลยหรือ โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถ้ามีการลงมติในสภา เป็นนายกฯ ได้เลย แล้วจะรักษาการไปทำไม

เตือนศาลอย่ารอให้เกิดเหตุ
เรื่องนี้ สมมติฝ่ายค้านยื่นประธานสภา ในวันที่ 17 ส.ค. ท่านคงไม่รอช้า คงจะส่งศาลรัฐธรรมนูญเลย เวลานี้ ตำบลกระสุนตกอยู่ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ ครม. และสภา โดยสภาหากไม่ทำอะไรเลย จะมีคนนำไปยื่น ป.ป.ช. ทำให้พ้นตำแหน่งไปได้ เงื่อนงำนี้ ให้จบไปก่อนได้หรือไม่เมื่อฝ่ายค้านยื่น ก็มีเวลาให้วินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ถามว่าศาลจะรับเรื่อง เมื่อเกิดเหตุแล้วเท่านั้นหรือไม่

นายเจษฎ์กล่าวว่า มองได้ 2 รูปแบบ หากพิจารณาโดยรูปธรรมคือ รอเมื่อเกิดเหตุก่อน แล้วไปยื่น แต่มีอีกแบบ พิจารณาเชิงนามธรรม คือมีโอกาสเกิดเหตุเป็นรูปธรรม ที่เมื่อเกิดแล้วจะเกิดความเสียหาย เยียวยาไม่ได้ ก่อนหน้าศาลเคยรับเรื่องที่ยังไม่เคยเกิดมาแล้วในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีคนแก้กฎหมายจะเอาส.ว.สรรหาทั้งหมด ตรงนี้จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล

ส่วนใหญ่ไม่เชื่อพท.ดีลพปชร.
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง “ข้อตกลงทางการเมืองพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย” สำรวจวันที่ 10-11 ส.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 1,312 หน่วยตัวอย่าง โดยถามถึงความเชื่อต่อข้อตกลงทางการเมืองระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยในการเปลี่ยนสูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จากหาร 500 เป็นหาร 100 พบว่า ร้อยละ 40.32 ระบุว่าไม่เชื่อเลย ร้อยละ 21.80 ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 17.91 ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 9.38 เชื่อมาก และร้อยละ 10.59 ไม่สนใจ

ส่วนข้อตกลงระหว่าง พปชร.กับพท. ในการสนับสนุนพล.อ.ประวิตร เป็น นายกฯ ต่อจากพล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 59.76 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 17.45 ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 13.87 ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 7.47 เชื่อมาก และร้อยละ 1.45 ไม่ทราบ

เรียกขวัญ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ร่วมงาน ผูกข้อมือเรียกขวัญเดือนเก้า (ลาขุ) เสริมสิริมงคลประจำเผ่าของชาวกะเหรี่ยง หนุนร่างพ.ร.บ.สภาชนเผ่าพื้นเมืองฯ ได้รับสิทธิเท่าเทียม ที่โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา กทม. เมื่อวันที่ 14 ส.ค.

เปิดจุดแข็ง-จุดอ่อน6แคนดิเดต
นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจ เรื่อง จุดแข็ง จุดอ่อน คนจะเป็นนายกรัฐมนตรี กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 2,025 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 9-13 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีจุดแข็ง ดังนี้ จงรักภักดี 45.1% อดทนแบกภาระวิกฤตประเทศ 34.8% มีผลงานเปิดประเทศ 34.0% ขณะที่จุดอ่อน ไม่คุมอารมณ์ โมโหง่าย 55.0% อยู่นานมา 8 ปี 51.5% และไม่เก่งเรื่องแก้ปัญหาปากท้อง 48.4%

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรค พท. มีจุดแข็ง ดังนี้ เป็นลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ 46.3% คนรุ่นใหม่ 43.7% จงรักภักดี 20.1% ขณะที่จุดอ่อน ขาดประสบการณ์การเมือง 42.8% ยังไม่มีผลงาน 40.0% และน่าห่วงเรื่องการตัดสินใจในภาวะกดดันทางการเมือง 32.0%

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. มีจุดแข็ง มีเครือข่ายกว้างขวางทุกวงการ จัดการอิทธิพลได้ 39.2% มีผลงานแก้ค้ามนุษย์ แจกที่ทำกิน จัดการน้ำ แก้ภัยแล้ง 30.9% จงรักภักดี 29.3% จุดอ่อนคือ อายุมาก 62.7% ไม่มีเวลาลงพื้นที่ 36.0% และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ 34.9%

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จุดแข็งดังนี้ คนรุ่นใหม่ 41.4% พูดจาเก่ง 36.1% จงรักภักดี 16.1% จุดอ่อน คือขาดบารมีทางการเมือง 36.4% ยังไม่มีผลงาน 35.9% และยังมีช่องว่างเข้าไม่ถึงชาวบ้าน 35.8%

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรค ภท. จุดแข็ง ดังนี้ แก้วิกฤตโควิดต่างชาติยกย่อง ดูแลผู้ป่วยดีขึ้น 45.9% มีความสามารถทำธุรกิจสำเร็จมั่นคง 40.7% จงรักภักดี 41.3% จุดอ่อนคือ ยังขาดคนช่วยงานที่เข้าถึงพื้นที่ 49.8% ไม่โปรโมตตัวเอง 37.2% และพูดไม่เก่ง 30.8%

บุกโคราช – นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และทีมงาน ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “ก้าวไกล Next อีสาน” พร้อมรับหนังสือจากชาวบ้าน ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย ต.ทับรั้ง และต.สระพระ อ.พระทองคำ ใช้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหากองทุนหมู่บ้าน ที่ อ.เมืองนครราชสีมา

‘ภท.-ปชป.-ก้าวไกล’คะแนนพุ่ง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรค ปชป. จุดแข็งคือ มีประสบการณ์การเมือง 43.9 และนายชวน หลีกภัย สนับสนุน 41.4% จงรักภักดี 34.7% จุดอ่อนคือ แก้ขัดแย้งในพรรคไม่ได้ คนเก่งลาออก 56.8% ไม่โดดเด่น 35.4% และไม่เห็นผลงาน 30.9%

น่าพิจารณาคือ เปรียบเทียบผลสำรวจครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 เรื่องพรรคที่ประชาชนตั้งใจจะเลือกถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบการเปลี่ยนแปลง 5 อันดับแรกของพรรคในใจประชาชนคือ อันดับแรก พรรคเพื่อไทย ครั้งแรกได้ร้อยละ 26.9 แต่ครั้งที่สองลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 25.1 อันดับที่สอง พรรคภูมิใจไทย เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14.2 ในครั้งแรก มาอยู่ที่ร้อยละ 20.0 ในครั้งที่สอง

อันดับสาม ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ ได้ร้อยละ 22.3 ในครั้งแรก แต่ตกลงมาอยู่ที่ร้อยละ 15.0 ในครั้งที่สอง อันดับสี่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร้อยละ 6.8 ในครั้งแรกมาอยู่ที่ร้อยละ 10.8 ในครั้งที่สอง และอันดับห้า พรรคก้าวไกล ได้ร้อยละ 6.9 ในครั้งแรก และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8.8 ในครั้งที่สอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน