ตู่ยิ้มมุมปาก-อุบยุบสภา พปชร.โต้บิ๊กป้อมสั่งล่ม พีระพันธุ์ท้าไพบูลย์ฟ้อง มาดามเดียร์ลาออกรูด ธนกรถึงฝัน-ขยับนั่งสส.
51 อจ.นิติศาสตร์ 15 มหาวิทยาลัย ออกจดหมายเปิดผนึกถึงตุลาการศาล รธน. แจกแจงข้อกฎหมายละเอียดทุกแง่มุม ยันพล.อ.ประยุทธ์ ต้องสิ้นสุดวาระนายกฯ 8 ปีวันที่ 24 ส.ค.นี้ นายกฯ ไม่ตอบปม 8 ปี ยิ้มมุมปากถูกถามประเด็นยุบสภา ฝ่ายค้านได้ฤกษ์ยื่นตีความวันนี้ สภาส่งร่างกฎหมายเลือกตั้งส.ส. ให้ กกต.แล้ว เตรียมถกสัปดาห์หน้า พปชร.โต้ใบสั่งบิ๊กป้อม ต้นเหตุทำสภาล่ม นายกฯ สวนสื่อ ถามปม ‘พีระพันธุ์’ งัด ‘ไพบูลย์’ มาดามเดียร์กราบลา ‘หัวหน้าป้อม’ ทิ้งเก้าส.ส. ลาออกพปชร. อ้างรับผิดชอบเหตุการณ์สภาล่ม 15 ส.ค. ‘ธนกร’ เตรียมลาโฆษกรัฐบาล ขยับเสียบ เก้าอี้ส.ส.บัญชีรายชื่อ พท.เปิดตัว 93 ว่าที่ ผู้สมัครผู้แทนภาคอีสาน
ตู่หงุดหงิด-ปัดตอบการเมือง
เวลา 08.30 น. วันที่ 16 ส.ค. ที่หน้าตึก สันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนประชุมครม. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) และคณะผู้บริหาร เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์อาหารไทย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุม ครม.วันนี้จะเสนอชื่อใครเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แทนนายธนกร วังบุญคงชนะ ที่ได้เลื่อนเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ หลังน.ส.วทันยา บุนนาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ลาออก ว่า “ไม่เกี่ยวกับข้าวซอย ฉันไม่ตอบ อะไรไม่เป็นประโยชน์อย่าเพิ่งถาม”
เมื่อถามถึงกรณีการตอบโต้กันระหว่างนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กับนายไพบูลย นิติตะวัน รองหัวหน้า พปชร. จำเป็นต้องเคลียร์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “ถามอย่างอื่นไม่เป็นหรืออย่างไร”
ไม่ตอบ 8 ปี-ยิ้มมุมปากยุบสภา
เวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ถึงเรื่องสภาล่มเพื่อกลับมาใช้สูตรหาร 100 นายกฯกล่าวว่า “การเมืองผมไม่มีคำตอบอะไรทั้งสิ้น เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องในสภา ก็เป็นเรื่องของประธานสภาและรัฐสภา ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ก็ตอบไปแล้ว ส่วนเรื่องโฆษกประจำสำนัก นายกฯ ก็เป็นเรื่องของผม ตอนนี้ก็ทำงานได้อยู่ไม่มีปัญหาอะไร”
เมื่อถามกรณีวาระ 8 ปี และกรณี น.ส. วทันยา ลาออก พล.อ.ประยุทธ์ เดินออกจากโพเดียมให้สัมภาษณ์ทันที เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ แต่ยิ้มมุมปาก ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

รูดซิป – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินเกาะไหล่เจ้าหน้าที่เข้าประชุมคณะรัฐมนตรี และปฏิเสธตอบทุกคำถามของสื่อมวลชน โดยเฉพาะกรณีน.ส.วทันยา บุนนาค ลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิกพรรค พลังประชารัฐ เหตุสภาไม่เป็นที่พึ่งของประชาชน เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
ป้อมรูดซิปมาดามเดียร์ลาออก
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. เดินทางเข้าประชุมครม. ที่ตึกสันติไมตรี โดยปฏิเสธจะตอบทุกคำถามของสื่อมวลชน ทั้งข่าวว่านายไพบูลย์เตรียมจะฟ้องนายพีระพันธุ์ ที่โพสต์ถ้อยคำลักษณะใส่ความกล่าวหาว่า พรรคและส.ส.พปชร.มีการกระทำผิดกฎหมาย ในการประชุมร่วมรัฐสภา
รวมถึงกรณี น.ส.วทันยา บุนนาค ลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิก พปชร. โดยพล.อ.ประวิตร เดินเข้าห้องรับรอง ในตึกสันติไมตรี ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.วทันยาได้เข้ากราบลาพล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้เรียบร้อยแล้วซึ่งพล.อ.ประวิตรเข้าใจและเป็นการจากลาออกจากพรรคด้วยดี โดยลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ คิวถัดไปที่จะมาแทน ได้แก่นายธนกร
เจ้าตัวโพสต์แจงทิ้งสส.-ลาพปชร.
ทั้งนี้ น.ส.วทันยา บุนนาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. โพสต์เฟซบุ๊กระบุ เมื่อสภาที่ควรเป็นที่พึ่งให้ประชาชน กลับเล่นเกมการเมือง ทำลายศรัทธาประชาชน ไม่ตอบสนองเจตนารมณ์ประชาชน ตนในฐานะ ส.ส.ขอพิจารณาตัวเอง ลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่และการเป็นสมาชิกพปชร.
สิ่งที่น่าเศร้าใจคือเหตุการณ์การประชุมร่วมของรัฐสภา 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เห็นชัดการทำหน้าที่ ส.ส.ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ประชาชนได้เหมือนเดิม ตนเคารพสิทธิ์การตัดสินใจของ ส.ส. ไม่ว่าจะหาร 100 หรือ 500 การเห็นต่างเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย เหตุการณ์ 15 ส.ค.ทำให้ประชาชนเกิดข้อกังขาว่ารัฐสภายังเป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้อยู่หรือไม่ ในฐานะ ส.ส.ไม่อาจปฏิเสธข้อกังขาศรัทธาต่อรัฐสภา ตนตัดสินใจขอลาออกจาก ส.ส.และสมาชิกพปชร.
พีระพันธุ์ท้าไพบูลย์-ก็มาสิครับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความขัดแย้งระหว่างนายพีระพันธุ์ กับนายไพบูลย์ สืบเนื่องจากนายพีระพันธุ์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นเรื่องสภาล่มว่าเป็นฝีมือนักเล่นเกม ให้ลูกทีมไปลงชื่อแล้วไม่ต้องลงสนาม แม้ภายหลังให้สัมภาษณ์ไม่ได้ หมายถึง พล.อ.ประวิตร แต่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพปชร.ก็ประกาศจะฟ้องเอาผิดจนถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายพีระพันธุ์ โพสต์ เฟซบุ๊กด้วยข้อความ “ก็มาสิครับ” ขณะที่แกนนำ รทสช. อาทิ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายชื่นชอบ คงอุดม กก.บห.พรรค โพสต์เฟซบุ๊กและแชร์ข้อความที่นาย พีระพันธุ์ โดยแกนนำแต่ละคนเขียนข้อความต่างๆ พร้อมติดแฮชแท็ก #ทีมพีระพันธุ์ โดย นายเอกนัฎ โพสต์ระบุ “มาแล้วจะรู้เอง” #ทีมพีระพันธุ์, นายชื่นชอบ โพสต์ “ลุยครับพี่(หัวหน้า)…ไม่รู้จักเดี๋ยวรู้จัก ส่วน นายสามารถ มะลูลีม โพสต์ เดี๋ยวก็รู้ว่า หมู่ หรือ จ่า #ทีมพีระพันธุ์ ขณะที่ผู้ใช้โซเชี่ยลพากันแชร์ข้อความดังกล่าว และมีผู้มาแสดงให้กำลังใจกับนายพีระพันธุ์จำนวนมาก
เจ้าตัวน้ำตารื้นลาโฆษกรบ.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายธนกร เป็นส.ส.ควบคู่ตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯได้หรือไม่ ว่า ส.ส.จะเป็นข้าราชการการเมืองไม่ได้ ยกเว้นรัฐมนตรี นายธนกร ต้องตัดสินใจการเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ อาจไม่รับก็ได้ ก็ต้องเลือกคนถัดไปขึ้นแทน แล้วนายธนกรก็เป็นโฆษกต่อ ทั้งนี้ ต้องตัดสินใจนั้นต้องรอให้สภาแจ้งมา
ด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดเวลาที่ทำงานในฐานะโฆษกฯ มีความสุขทุกวันที่ได้ทำงานกับนายกฯ ขอบคุณนายกฯและครม. ทุกคน ถ้าลำดับรายชื่อมาถึงตนก็พร้อมทำงานในกลไกสภา เป็นส.ส.ทำงานให้ประชาชน คิดเรื่องนี้ล่วงหน้า ปรึกษาผู้ใหญ่หลายคน และหารือกับนายกฯโดยบอกว่ายินดีที่จะทำงานให้พล.อ.ประยุทธ์ เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน นายกฯแสดงความยินดี อวยพรให้โชคดี จึงยืนยันกับนายกฯว่าในชีวิตจะทำงานให้ นายกฯและรับใช้ประชาชน ใจจริงตนอยากทำงานให้นายกฯอยู่ตรงนี้ แต่การเป็นส.ส. ถือเป็นเส้นทางทางการเมืองที่ใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก
เมื่อถามว่าเหตุใดระหว่างการให้สัมภาษณ์จึงมีน้ำตาคลอ นายธนกร ยิ้มพร้อมกล่าวว่า เพราะซึ้งใจในการทำงานที่นายกฯเมตตาตน และไว้วางใจ ที่ผ่านมาก็ผูกพันกับนายกฯมาก ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่รักและเคารพตลอดไป
พปชร.ปัดใบสั่งล่มสภา
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์ พปชร. กล่าวถึงเหตุสภาล่ม 15 ส.ค. พปชร.ได้หารือเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับใคร ก่อนหน้านี้ตนเคยพูดแล้วเรื่องหาร 100 หรือ 500 ถือว่าเป็นเรื่องเด็กๆ และไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักการคณิตศาสตร์ ยืนยันไม่ได้มีใครสั่ง หากคนพยายามลงลึกในรายละเอียด คิด ก็จะจบเรื่องนี้เพราะเป็นอย่างอื่นไม่ได้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการกลับไป ใช้สูตรหารด้วย 100 เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประวิตรขึ้นเป็นนายกฯ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันได้ แต่ความจริงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นคนละเรื่องกัน ทุกพรรคก็ต้องหาเสียง กลอนพาไปบ้างที่จะผลักดันหัวหน้าพรรคของเขา เป็นเรื่องการเมืองช่วงหาเสียงเลือกตั้งก็ พูดกันไป แต่ข้อเท็จจริงจะควรหรือไม่ทุกคน ก็ทราบดี
พปชร.โต้สภาล่ม-ใบสั่งบิ๊กป้อม
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส รองหัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า เหตุสภาล่มในการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. จนส่งผลให้ต้องกลับไปใช้ร่างเดิมที่รัฐบาลเสนอนั้นไม่ได้มีการสั่งการให้ ส.ส.ไม่เข้าร่วมการประชุม การทำหน้าที่ ส.ส. ส.ว.ในสภาถือเป็นเอกสิทธิ์ในการตัดสินใจลงมติ หรือไม่เข้าร่วมการประชุมได้ ยืนยัน พปชร.ไม่มีคำสั่งเรื่อง ดังกล่าว โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพปชร. ก็ไม่ได้สั่งการ
แต่ยอมรับว่า ส.ส.และ ส.ว.มีการพูดคุยเรื่องดังกล่าว บางคนไม่เห็นด้วยกับการหาร 500 ขณะที่บางคนเกรงว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ เมื่อถึงวาระ 3 อาจงดออกเสียงหรือโหวตให้ตกไป เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีปัญหาเพราะต้องเสนอกฎหมายเลือกตั้งใหม่ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน และไม่ทันสมัยประชุมนี้ หรืออาจไม่ทันในปีนี้ด้วย
เมื่อถามว่าจากเรื่องดังกล่าวมีเอฟเฟ็กต์ทำให้ น.ส.วทันยา ลาออกจาก ส.ส.และสมาชิก พปชร. นายชัยวุฒิกล่าวว่า เชื่อว่า น.ส.วทันยาคงไม่ได้ลาออกเพราะเรื่องดังกล่าว อาจเป็นเรื่องส่วนตัวและขณะนี้มีการตั้งหลายพรรค อาจไปอยู่พรรคใหม่ก็ได้ ใครจะไปรู้
สว.เมินร่วมหมอระวีตีความ
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของส.ว. ต่อการร่วมเข้าชื่อกับนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า ส.ว.ส่วนใหญ่ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และเป็นสภาถ่วงดุล มีความเป็นกลาง ดังนั้น ประเด็นดังกล่าวจะไม่มีส.ว.เข้าร่วม และส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องของส.ส.ที่มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ที่ต้องดำเนินการ ขณะที่ส.ว.ไม่ควรร่วมลงชื่อ ส่วนตัวจะไม่ร่วมเข้าชื่อกับนพ.ระวี แต่ยังขอสิทธิส่วนตัวที่จะแสดงความเห็น
มติปชป.ไม่ร่วมลงชื่อ
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เผยว่า พรรคมีมติว่า ส.ส.ของพรรคจะไม่ร่วมลงชื่อยื่นตีความร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. เพราะถือว่ากระบวนการทางนิติบัญญัติได้จบไปแล้ว และร่างกฎหมายได้ตกไปแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตามมาตรา 132 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วยการส่งร่างไปให้กกต. ให้ความเห็นภายใน 10 วัน ปชป.พร้อมสู้ทุกกติกา ไม่ว่าจะหารด้วย 100 หรือ หารด้วย 500
51 อจ.ยื่นจม.ถึงศาลรธน.
วันเดียวกัน อาจารย์นิติศาสตร์ 51 คน จาก 15 มหาวิทยาลัย ร่วมกันเขียนจดหมาย เปิดผนึกส่งถึงประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการนับเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ และข้อกฎหมายการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปีของนายกฯ ระบุ ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ บัญญัติ “นายกฯจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดํารงตําแหน่งติดต่อกันหรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯมาตั้งแต่ 24 ส.ค.2557 จะเป็นนายกฯครบ 8 ปีในวันที่ 24 ส.ค.2565 จึงเกิดประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายว่า จะดำรงตำแหน่งนายกฯหลัง 24 ส.ค.นี้ ได้หรือไม่ มีความเห็นทางกฎหมายที่ขอเสนอ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา
รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ บัญญัติให้ นายกฯ ดำรงตำแหน่งรวมกันเกิน 8 ปีมิได้ ซึ่งเป็นเรื่องการควบคุมนายกฯ ไม่ให้อยู่ในอำนาจนานเกินไป “จนเกิดการผูกขาดอำนาจในทางการเมือง” เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ตามมาตรา 158 วรรคสี่ โดยที่รัฐธรรมนูญ 2560 มิได้ยกเว้นให้นายกฯ ที่ดำรงตำแหน่งมาก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งนายกฯมาตั้งแต่ 24 ส.ค. 2557 จึงดำรงตำแหน่งนายกฯได้ถึง 24 ส.ค. 2565 เท่านั้น และหากยังดำรงตำแหน่งจนถึง 24 ส.ค. 2565 ก็ต้องพ้นตำแหน่งทันทีในวันถัดไป ทั้งนี้ ตามมาตรา 170 วรรคสอง
25สค.ยังไม่ตัดสินตู่ต้องยุติหน้าที่
หาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯจนเกิน 24 ส.ค.2565 โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญยังวินิจฉัยไม่แล้วเสร็จ ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรา 82 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า “หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า ผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัย” นั่นคือหากถึง 25 ส.ค. 2565 แล้ว ศาลยังไม่มีคำวินิจฉัยก็ต้องพิจารณามีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
การเสนอความเห็นทางกฎหมายเรื่องนี้ ด้วยความตั้งใจเพียงประการเดียวคือ ให้ประเทศไทยยึดถือหลักการปกครองโดยกฎหมายให้มากยิ่งกว่าที่ผ่านมา เพราะการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความเห็นต่างทางการเมืองนั้น ไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจตีความกฎหมายตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ ต้องวินิจฉัยตัดสินปัญหาโดยยึดถือตัวบทกฎหมาย และใช้กฎหมายกับทุกฝ่ายอย่างเสมอกัน
ที่สำคัญที่สุดต้องเป็นอิสระจากผู้มีอำนาจ ที่ฝ่ายตุลาการต้องใช้อำนาจตุลาการในการควบคุม ซึ่งกรณีนี้คือ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ เพราะความอิสระของตุลาการ และการใช้กฎหมายในการตัดสินต่อทุกคนอย่างเสมอกัน คือสิ่งที่เรียกว่า “ความยุติธรรม”ที่จะทำให้สังคมเชื่อมั่นในหลักการปกครองโดยกฎหมาย ที่ทุกฝ่ายจะเสมอกันภายใต้รัฐธรรมนูญและภายใต้กฎหมาย และความขัดแย้งหรือเห็นต่างของผู้คนในสังคม ไม่ว่าจะมีมากเพียงใดก็สามารถแก้ไขและคลี่คลายโดยสันติได้
ผู้ตรวจจ่อสรุปปม 8 ปีสัปดาห์นี้
พ.ต.ท.กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสถานะการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า เบื้องต้นผู้ตรวจมีมติรับคำร้องและนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมแล้ว โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าควรออกคำวินิจฉัยให้ได้ก่อน 23 ส.ค. ประเด็นนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมาย เป็นการตีความตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง นายกฯเมื่อใด การแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเป็นเรื่องการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องไปขอข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่น ดังนั้น ภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีคำตอบที่ชัดเจนและน่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาได้
วันชัยจับตาข่าวยุบสภา 22 สค.
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องการยุบสภากับนายก 8 ปี ว่า “รู้กันอยู่แล้วว่าสามารถวินิจฉัยออกมาได้ 3 แนวทาง ถ้าผมเป็นนายกฯในสถานการณ์อย่างนี้ และรู้ได้ด้วยญาณวิถีใดว่าตุลาการจะวินิจฉัยว่าอยู่ได้ถึงปี 68 หรือ 70 ผมก็จะอยู่ แล้วก็บอกว่าเป็นเรื่องของศาล แสดงท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร แต่ถ้าประเมินแล้วไม่รอด จับยามสามตาศาลตัดสินคอขาดกระเด็นหลุดจากอำนาจ ให้เลยตามเลยไม่ได้ มันเสี่ยงเกินไป ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม รีบยุบสภาก่อนศาลตัดสิน
มาด้วยกันก็ไปด้วยกันทั้งหมด แต่ตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัย ยังเป็นนายกฯรักษาการ อยู่ประคองอำนาจไปได้อีก 5-6 เดือนดีกว่าปล่อยให้หลุดลอยไปแบบปัจจุบันทันด่วน ดังนั้น ข่าวเรื่องยุบสภาก่อน 22 ส.ค.จะจริงหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยเสียทีเดียว มันเป็นสิ่งที่อาจเป็นไปได้” นายวันชัย ระบุ
ฝ่ายค้านยันยื่นตีความ 17 สค.
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการยื่นตีความวาระนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 17 ส.ค.เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เราทำคำร้องพร้อมหมดแล้ว เพียงแต่ 17 ส.ค.นี้ จะตรวจสอบรายชื่อเป็นครั้งสุดท้าย เราทำในนามพรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านเซ็นลงชื่อเพิ่มเติมก่อนเวลา 11.00 น. ก่อนยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ในเวลา 13.00 น. ที่อาคารรัฐสภา
ขั้นตอนการวินิจฉัยนั้น เรายื่นผ่านประธานสภา จะมีเวลาไม่เกิน 7 วันในการตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นต้องพิจารณาว่าศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ ในคำร้องยื่นให้วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง และให้ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ขณะที่รอฟังคำวินิจฉัย เชื่อว่าศาลจะเร่งพิจารณาเพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญ มีผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน เรามั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ต้องพ้นจากตำแหน่ง 24 ส.ค.
จับตายุบสภาหลังเอเปก
เมื่อถามถึงแนวโน้มที่พล.อ.ประยุทธ์ จะประกาศยุบสภา นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การยุบสภาของนายกฯ ไม่ว่าคนไหนต้องได้ประโยชน์ ถ้าไม่ได้ประโยชน์คงไม่ประกาศยุบสภา หากต้องยุบสภาเพื่อเป็นนายกฯรักษาการก็อาจเป็นไปได้ เพราะยังไม่มีกฎหมายเลือกตั้งเพื่อให้อยู่ยาวต่อไปได้ แต่คงไม่กล้าตัดสินใจด้วยวิกฤตเกรงว่ากระแสต้านจะเยอะขึ้น ทั้งนี้ หากกฎหมายลูกยังไม่ได้ประกาศใช้ เชื่อว่าจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง แม้ยุบสภาก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาแล้ว
“มีคนวิเคราะห์ว่าหลังจากเอเปกเขาจะยุบสภา เพราะเขาได้ประโยชน์มากในการกวาดต้อน ส.ส.ที่ย้ายพรรคได้ เพราะช่วงนั้นส.ส.ย้ายพรรคได้ทันทีโดยไม่ต้องเลือกตั้งซ่อม สามารถสังกัดพรรคใหม่ภายใน 30 วัน” นพ.ชลน่าน กล่าว
กกต.ส่งกม.พรรคคืนสภา
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ ลต 0015/11325 ส่งถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เรื่องร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่..) พ.ศ… ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว มีใจความสำคัญว่า ตามหนังสือที่อ้างอิงได้แจ้งจัดส่งร่างพ.ร.ป.ดังกล่าว ต่อ กกต. เพื่อให้ความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 นั้น กกต.โดยเสียงข้างมากไม่มีข้อทักท้วง อนึ่ง กกต.เสียงข้างน้อย มีข้อทักท้วงว่า มาตรา 8, 9 และ 10 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 45, 90 และ 258 (ก) (2) สมาชิกพรรคไม่ได้มีส่วนร่วมพิจารณาด้วยอย่างแท้จริง
นายนิกร จำนง อดีตเลขานุการ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.ป.ลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ… รัฐสภา กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปประธานรัฐสภาต้องส่งให้นายกฯ ภายใน 3 วันเพื่อเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งนายกฯ ต้องพักร่างพ.ร.ป. พรรคการเมืองไว้ 5 วัน ตามรัฐธรรมนูญหากมีสมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ สำหรับร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งประธานรัฐสภาส่งให้ กกต.แล้ว เชื่อว่า กกต.จะตอบกลับมาลักษณะเดียวกัน คือ ไม่ทักท้วงทุกมาตรา เชื่อว่าการตอบกลับจะไม่มีเสียงข้างน้อยด้วยซ้ำ เพราะร่างมาจากกกต.ทุกถ้อยคำทุกมาตรา
ร่างเลือกตั้งสส.ถึงกกต.แล้ว
วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.ได้รับหนังสือพร้อมร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. จากประธานรัฐสภาที่ส่งถึงประธานกกต.แล้ว โดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาไม่แล้วเสร็จตามกำหนด 180 วัน ซึ่งครบวันที่ 15 ส.ค.65 นับแต่วันที่ประธานรัฐสภาอนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม 17 ส.ค.65 จึงส่งร่างฉบับที่ครม.เป็นผู้เสนอ ซึ่งเป็นร่างที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบเป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระที่สองมายัง กกต. เพื่อให้ความเห็นตาม มาตรา 132 (2) ของรัฐธรรมนูญ
หลังสำนักงาน กกต.รับหนังสือแล้ว จะศึกษาและคาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กกต.เพื่อลงมติได้ช่วง 22-23 ส.ค. ที่จะมีการประชุม กกต. ซึ่งการพิจารณาของ กกต.ยัง มีเวลา

ม่วนซื่น – ‘อุ๊งอิ๊ง’ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมฟ้อนรำเปิดตัว 93 ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ภาคอีสาน ท่ามกลางบรรยากาศม่วนซื่น ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
พท.เปิดผู้สมัครอีสาน93คน17จว.
เวลา 11.00 น. หน้าที่ทำการ พท. แกนนำพรรค อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ พรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน 17 จังหวัด รวม 93 คน ภายใต้ชื่องาน “ม่วนซื่นโฮแซว เพื่อไทยตุ้มโฮม” ซึ่งมีทั้งที่เป็น ส.ส.เดิมและหน้าใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทุกคนร่วมเซิ้งกันอย่างสนุกสนาน
แลนด์สไลด์เพื่อตั้งรัฐบาล
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า พท.ตั้งใจจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องดีขึ้นกว่าเดิม ดีกว่า 8 ปีที่ผ่านมา ที่มีหนี้มากมายในกระเป๋า พท.พร้อมแล้วจะดูแลพี่น้องประชาชน ตนขอส่งกำลังใจให้ผู้สมัครทุกคนมีแรงและกำลังใจในการทำงาน ขอให้เราได้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด
นายประเสริฐ กล่าวว่า พี่น้องคนอีสานผูกพันกับ พท.อย่างยิ่ง สังเกตเห็นได้ชัดจากการเลือกตั้งนายกฯ อบจ.กาฬสินธุ์ พี่คนของพท.ชนะถล่มทลาย เราจะสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ชนะทั่วประเทศอีกครั้ง เพื่อเป็นความหวังในการจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนในอนาคต
ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สำคัญสุดคือการทวงคืนประชาธิปไตย ทวงคืนอนาคตให้พวกเรา ซึ่งต้องอาศัยพลังตุ้มโฮมของพี่น้องชาวอีสาน ขอให้มาช่วยกันลงคะแนนอย่างถล่มทลายแลนด์สไลด์ทั้งอีสาน แลนด์สไล์ทั้งแผ่นดิน
มั่นใจกวาดอีสานมากกว่าเดิม
นพ.ชลน่าน ให้สัมภาษณ์ว่า เรามั่นใจมากในภาคอีสานเหมือนครั้งแรกที่เป็นแชมป์ ครั้งที่แล้ว 116 เขต ได้มา 84 ครั้งนี้อีสานเพิ่มเป็น 132 เขต ยิ่งมั่นใจ ของเดิมอีสานได้เกิน 100 เท่าที่ประกาศวันนี้ 93 รายชื่อ ส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยเลือกตั้งอยู่แล้ว คนใหม่ที่เข้ามาแทนคนที่ถูกดูดไปแล้วก็มั่นใจ สำหรับการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จะเปิดหลังจากมีประกาศเลือกตั้ง เรายังยึดว่าจะเปิด 3 ชื่อ ฉะนั้นต้องรอสักนิด มั่นใจมากว่าจะสามารถนำ พท.ชนะการเลือกตั้ง จากการตอบสนองและการทำงานร่วมกันของประชาชน ตัว ส.ส.และทีมงานทั้งหมด รวมถึงโพลที่สะท้อนออกมา เมื่อถามว่าแสดงว่า น.ส.แพทองธารจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดต นพ.ชลน่าน กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนและวันที่เราจะประกาศ
นายประเสริฐ กล่าวถึงความคาดหวังใน 132 เก้าอี้ จะได้กี่เก้าอี้ว่า เดิมเราเคยได้ถึง 100 กว่า คราวนี้คาดหวังจะได้มากกว่าเดิม ภาพรวมของประเทศหวังไว้ว่าต้อง 250 บวกขึ้น
ด้านน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ทุกๆ พื้นที่หากว่าที่ผู้สมัครจัดสรรเวลาให้พรรคได้อย่างไร เราจะพยายามลงช่วยให้ได้มากที่สุด โดยจะกระจายการลงพื้นที่ เพื่อลงพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

สมาชิกใหม่ – น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค เปิดตัวนายศุภโชค ศรีสุขจร หรือส.จ.ฟิล์ม สมัครเข้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครปฐม ที่พรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
ชทพ.เปิดตัวผู้สมัครนครปฐม
เวลา 13.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) นายอนุชา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรค นำนายศุภโชค ศรีสุขจร หรือ ส.จ.ฟิล์ม มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม โดยมี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบาย และยุทธศาสตร์พรรค นายธีระ วงศ์สมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผอ.พรรค ร่วมต้อนรับโดยเมื่อยื่น ใบสมัครเสร็จแล้วได้มีการสวมแจ็กเกตพรรคชาติไทยพัฒนาให้นายศุภโชคเป็นที่ระลึก
น.ส.กัญจนา กล่าวว่า การที่นายศุภโชคเข้ามา ตอกย้ำ ชทพ.เป็นการรวมของคนหลากหลายรุ่น ตัวเลขเป้า ส.ส. 25 คน เป็นขั้นต่ำที่พรรคสามารถเสนอกฎหมายต่อสภาได้ แต่ตั้งใจให้ได้มากที่สุด
ตั้งปลัดพณ.-สลับ7อธิบดีทส.
วันที่ 16 ส.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม. ว่า มีมติอนุมัติตามกระทรวงต่างๆ เสนอแต่งตั้ง ดังนี้ มหาดไทย แต่งตั้ง นาย สรายุทธ แก้วกุลปรีชา รองผวจ.สุโขทัย เป็นที่ปรึกษาด้านการปกครอง สำนักงานปลัดกระทรวง นายชัยณรงค์ วาสนะสมสิทธิ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวง ต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ต่ออีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2565 ถึง 30 ก.ย. 2566
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เสนอแต่งตั้ง นายปวัตร์ นวะมะรัตน รองเลขาธิการ เป็น เลขาธิการ
กระทรวงแรงงานแต่งตั้ง นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่งตั้งข้าราชการบริหารระดับสูงทดแทนผู้เกษียณและสับเปลี่ยนหมุนเวียน 1.นายธัญญา เนติธรรมกุล รองปลัด เป็น อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 2.นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองปลัด เป็น อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ 3.นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 4.นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัด เป็น อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี 5.นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ผู้ตรวจ เป็น อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 6.นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ผู้ตรวจ เป็น รองปลัด 7.นายกุศล โชติรัตน์ ผู้ตรวจ เป็นรองปลัด
กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้ง นายกีรติ รัชโน รองปลัด เป็น ปลัดกระทรวง
ครม.ควัก12ล้านเยียวยาศิลปิน
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบเยียวยาศิลปิน อายุเกิน 65 ปี ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และเป็นแรงงานนอกระบบ ไม่เข้าข่ายผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคม ที่ตกค้าง จำนวน 2,459 คน คนละ 5,000 บาท
ด้านน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.อนุมัติโครงการเยียวยาศิลปินที่มีอายุเกิน 65 ปี ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวน 2,459 คน กรอบวงเงินรวม 12.29 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 และมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ และดำเนินการจัดทำแผนความต้องการใช้จ่ายเป็นรายเดือน เพื่อให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สามารถจัดหาเงินกู้เพื่อใช้จ่ายในโครงการตามแผนการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า สำหรับกลุ่มศิลปินที่ได้รับการเยียวยาในครั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกระทรวงแรงงาน เปิดให้ลงทะเบียนศิลปินผู้มีอายุเกิน 65 ปี ที่เป็นแรงงานนอกระบบและไม่เข้าข่ายเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ตามพ.ร.บ.ประกันสังคมในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา จากเครือข่ายอุตสาหกรรมบันเทิงและสมาคมศิลปินพื้นบ้าน 29 สมาคม มีผู้ผ่านคุณสมบัติและได้รับการเยียวยารวม 2,459 คน แยกเป็น 1.ศิลปินที่เกี่ยวกับสถานบันเทิงในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 23 จังหวัด 1,140 คน วงเงิน 5.7 ล้านบาท และ 2.ศิลปินที่เกี่ยวกับสถานบันเทิงที่อยู่นอกพื้นที่ควบคุมสูงสุด 1,319 คน วงเงิน 6.59 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 เดือน ระหว่าง ส.ค.- ต.ค.2565