ปิดตำนาน85ปีคนบันเทิงอาลัย
วงการบันเทิงอาลัย สูญเสีย ‘สมบัติ เมทะนี’ ตำนานพระเอกตลอดกาล นอนหลับเสียชีวิตอย่างสงบด้วยอายุ 85 ปี ที่บ้านพักลาดพร้าว 71 ปิดตำนานพระเอก 617 เรื่อง ที่กินเนสส์บุ๊ก บันทึกไว้ ภรรยาเผยขึ้นนอนตอนสามทุ่ม พอ 6 โมงเช้าพบว่าหลับไม่ตื่นแล้ว ปีติได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ตั้งสวดพระอภิธรรม 18-24 ส.ค. เก็บร่างไว้ 100 วัน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ทำเรื่องขอพระราชทานเพลิง ยกย่องเป็นอัญมณีล้ำค่า สร้างยุคทองภาพยนตร์ไทย คนบันเทิงร่วมงานสวดคืนแรกแน่นศาลา ยกย่อง เป็นสุภาพบุรุษคนบันเทิง สร้างความสุขให้กับทุกคน เก่งทุกด้าน เป็นต้นแบบให้ดารารุ่นหลัง สมกับที่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. วงการบันเทิงได้สูญเสียพระเอกตลอดกาลชื่อดัง “สมบัติ เมทะนี” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ด้วยวัย 85 ปี ที่บ้านพักซอยลาดพร้าว 71 กรุงเทพฯ ท่ามกลางความเศร้าโศกของนางกาญจนา เมทะนี หรือตุ๊ ภรรยา และครอบครัว โดยพบร่างของสามีนอนเสียชีวิตอย่างสงบในช่วงเวลา 06.00 น.
นางกาญจนาเผยว่า ตอนนี้จิตใจไม่ไหว ขอโทษจริงๆ แต่เขาไม่ได้มีอาการป่วยอะไรผิดปกติ มีโรคเรื่องหูและการฟัง และ การหลงๆ ลืมๆ ตามอายุเท่านั้น ไม่ได้มี โรคร้ายแรงอะไร ซึ่งทางครอบครัวไม่ได้ติดใจการเสียชีวิต เมื่อเช้าคุยกับคุณหมอแล้วก็หลับไป และเมื่อวานเขายังไปทำงานอยู่เลย ถ่ายแบบเกี่ยวกับอุปกรณ์การฟังปกติและกลับมาบ้าน ก่อนเสียชีวิต เขาได้นอนกรนดังๆ พอเรียกก็หลับไปจนมาพบว่าเสียชีวิต

สิ้นพระเอก – อรัญญา นามวงศ์ อดีตนางเอกชื่อดัง รดน้ำศพอาลัย สมบัติ เมทะนี พระเอกคู่ขวัญ ตำนานวงการภาพยนตร์ไทย นอนหลับเสียชีวิตในวัย 85 ปี ท่ามกลางความเศร้าสลด ที่ศาลา 3 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน เมื่อวันที่ 18 ส.ค.
ต่อมาเวลา 12.30 โบ๊ท วิบูลย์นันท์ ดารา-พิธีกร และสมาชิกมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางมาพร้อมรถตู้ของมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อรับศพ แอ๊ด-สมบัติ เมทะนี ที่บ้านพัก มี บิณฑ์และเอกพัน บรรลือฤทธิ์ มาร่วมรับร่างด้วย โดย “อั๋น” สิรคุปต์ เมทะนี ลูกชาย ทำพิธีขออนุญาตนำร่างและดวงวิญญาณของคุณพ่อไปประกอบพิธีที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน กรุงเทพฯ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 1 รูปทำพิธี
จากนั้นที่ศาลา 3 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน มีคนในแวดวงบันเทิงเดินทางมาร่วมงานสวดอภิธรรมกันอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น รอง เค้ามูลคดี, กรุง ศรีวิไล, อรัญญา นามวงศ์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และวิยะดา อุมารินทร์
รอง เค้ามูลคดี นักแสดงอาวุโสกล่าวว่า “ช็อกเลย จริงๆ เป็นการเสียใจครั้งยิ่งใหญ่ เพราะว่าสนิทกับพี่แอ๊ดมาก แล้วบ้านก็อยู่ติดกันด้วย ก่อนหน้านี้พี่แอ๊ดไม่มีท่าทีว่าจะไปเลย แข็งแรงกว่าเราอีก ช่วงหลังพอตนย้ายบ้านก็ได้เจอกันบ้าง แต่แกยังแข็งแรง มีแต่เรื่องตาเท่านั้นที่แกมองไม่ชัด แล้วหูก็อื้อ ส่วนผลงานเป็นตำนาน เล่นหนัง 500-600 เรื่อง ได้รางวัลตุ๊กตาทองจากบางระจัน เขาเป็นพระเอกอันดับหนึ่งของประเทศไทย ได้เล่นกับนางเอกระดับท็อป สมัยนั้นคือ เพชรา เชาวราษฎร์ นางเอกอันดับหนึ่งของประเทศไทย และอรัญญา นามวงศ์ ด้วยผลงานการแสดงที่ดีเด่น เลยได้เป็นศิลปินแห่งชาติ
จิ๊ก-เนาวรัตน์ และอูม-วิยะดา ที่เคยร่วมงานด้วยหลายเรื่อง กล่าวยกย่องว่า อาแอ๊ดเป็นพระเอกตัวจริง เป็นสุภาพบุรุษ ไม่เคยวอกแวกเรื่องผู้หญิง แม้จะเป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย และเป็นคนที่สร้างอารมณ์ขันให้กับเพื่อนพี่น้องในกองถ่ายทุกคนอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่กรุง ศรีวิไล เผยว่า ตนประทับใจมาก ตอนนั้นเป็นพระเอกใหม่ ได้ร่วมงานกับอาแอ๊ดที่เป็นพระเอกดังอยู่ก่อนแล้ว ก็ได้รับคำสั่งสอนในเรื่องการทำงาน ทั้งการตรงต่อเวลา การตั้งใจในการแสดง
ด้านนางเอกคู่ขวัญ เพชรา เชาวราษฎร์ เผยว่า “ไม่คิดว่าพี่แอ๊ดจะไปเร็วขนาดนี้ น่าจะอายุยืนมากกว่านี้ เพราะเพิ่งไปเยี่ยมกันมาเมื่อช่วงปลายเดือนก.ค. ยังแข็งแรง ยังจับมือคุยกันสนุกสนาน ส่วนใหญ่พูดคุยกันเรื่องสมัยก่อนที่เคยเล่นหนังด้วยกันมาถึง 90 กว่าเรื่อง ขาดอีก 3-4 เรื่องก็ครบร้อย ได้พูดคุย กันว่า สรพงศ์ ชาตรี และเศรษฐา ศิระฉายา ไม่น่าแซงคิวจากไปก่อนเลย เวลาคุยกันก็สนุกสนานมาก ไม่มีลางบอกเหตุ ตอนนี้ รุ่นเดียวกันที่เหลืออยู่ก็มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นเช่น พิศมัย วิไลศักดิ์ และอมรา อัศวนนท์ ช่วงที่เล่นหนังด้วยกันนั้นพี่แอ๊ดเป็นคนที่ชอบแกล้งตนประจำ เช่น แกล้งผลักให้ตกน้ำ หรือพอช่วงเล่นบทเศร้าๆ ก็จะมาทำหน้าทะเล้นใส่ ถือเป็นพระเอกที่มีประวัติดี ซึ่งจะเดินทางไปฟังสวดด้วยในวันที่ 19 ส.ค.
ส่วนอีกนางเอกคู่ขวัญ อรัญญา นามวงศ์ เผยว่า ตนกับทางพี่แอ๊ดมีความผูกพันกันมาก มีอะไรก็ปรึกษากัน เคยบอกว่าทำงานกับตนมา 200 กว่าเรื่อง แม้ช่วงหลังไม่ได้ร่วมงานกันก็ยังได้ติดต่อกันอยู่ ทุกอย่างของพี่แอ๊ดพิเศษอยู่แล้ว เป็นคนสนุกสนาน ไม่มีพิษมีภัย เป็นตัวอย่างที่ดี ทุ่มเทให้กับงาน เล่นหนังก็จะไม่ใช้สแตนด์อิน ทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ
นายสรนันทน์ ร.เอกวัฒน์ นักแสดง รุ่นน้องคนสนิท เปิดเผยว่า “พี่แอ๊ดก็หลับปกติ พี่ตุ๊ ภรรยาพี่แอ๊ดบอกว่าพาขึ้นไปนอนตั้งแต่สักประมาณ 3 ทุ่มแล้วก็หลับไปเลย ตนว่าเขามีบุญนะ ไม่ได้ทุกข์ทรมาน พี่แอ๊ดทำคุณงามความดีไว้ให้กับทุกสังคม โดยเฉพาะสังคมด้านการแสดง เป็นตัวอย่างให้กับศิลปิน ทุกคน เป็นคนมีสัมมาคารวะ มีระเบียบวินัยในการทำงาน มีทุกๆ อย่างของคำว่าศิลปินแห่งชาติ มีครบ และเรียนจบด๊อกเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์น
ด้านนายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากทายาทว่าจะมีกำหนดการพระราชทาน น้ำหลวงอาบศพ เวลา 17.00 น. วันเดียวกัน และกำหนดสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 18-24 ส.ค. ที่ศาลา 3 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กรุงเทพฯ จากนั้นเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100 วัน โดย สวธ.จะดำเนินการเรื่องขอพระราชทานเพลิงให้ต่อไป
“นับได้ว่า อาแอ๊ด สมบัติ เมทะนี เป็นอัญมณีล้ำค่า “พระเอกตลอดกาล” ของวงการบันเทิงไทย มีส่วนในการสร้างยุคทองของภาพยนตร์ไทยให้ปรากฏในสังคมอย่างสง่าผ่าเผย และยังคงความโดดเด่นของความเป็นพระเอกในหัวใจของมหาชนมาโดยตลอด ดำรงชีวิตนักแสดงที่มีคุณภาพตลอดระยะเวลายาวนานเกือบหกทศวรรษ จึงได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) ประจำปี 2559 โดยเป็นนักแสดง และผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังระดับตำนาน ระดับที่ “กินเนสส์บุ๊ก” ได้บันทึกไว้ว่าเป็นนักแสดงที่รับบทเป็นพระเอกมากที่สุดในโลก โดยแสดงเป็นพระเอกมากถึง 617 เรื่อง และ เคยรับการแสดงพร้อมกันมากถึง 28 เรื่อง” นายชายกล่าว
นายชายกล่าวต่อว่า สวธ.ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ ตามระเบียบสวัสดิการของศิลปินแห่งชาติ ได้มอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท
สำหรับประวัติส่วนตัว สมบัติ เมทะนี เป็นบุตรของนายเสนอ เมทะนี กับนางบุญมี เมทะนี เกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2480 ที่จ.อุบลราชธานี หลังจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ จากนั้นเข้าทำงานที่บริษัทเอส ซี จี เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแทน ก่อนจะลาออก และเข้าศึกษา ต่อระดับอนุปริญญาที่โรงเรียนช่างก่อสร้าง อุเทนถวาย พอพ้นเกณฑ์ในเดือนก.ย.2502 จึงออกหางานทำ โดยตั้งใจว่าจะรับราชการ และต่อมาก็เรียนจบสาขาก่อสร้าง จากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ จบปริญญาตรี โปรแกรมวิชาบริหารธุรกิจ จากสถาบันราชภัฏเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ในพระบรม ราชูปถัมภ์ฯ และระดับปริญญาโท-เอก สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
ด้านชีวิตครอบครัวได้สมรสกับ ตุ๊-กาญจนา เมทะนี เมื่อปี 2502 มีบุตร-ธิดาด้วยกันทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 คนคือ อั๋น-สิรคุปต์ เมทะนี, อั้ม-เกียรติศักดิ์ เมทะนี, เอ้-ศตวรรษ เมทะนี, อุ้ม-พรรษวุฒิ เมทะนี และผู้หญิง 1 คนคือ เอ๋ย-สุดหทัย เมทะนี
จากการที่นิยมเล่นเพาะกายมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เนื่องจากมีพ่อเป็นนักกีฬา ชอบเล่นกีฬาหลายประเภททั้ง รักบี้, ฟุตบอล และมวย ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ จึงเข้าตาแมวมองแถวโรงภาพยนตร์คิงส์-ควีนส์ ย่านวังบูรพา และได้เป็นพระเอกละครเรื่องหัวใจปรารถนา ทางช่อง 7 ยุคทีวีขาวดำ ซึ่งคือช่อง 5 ในปัจจุบัน คู่กับวิไลวรรณ วัฒนพานิช ซึ่งเป็นนางเอกภาพยนตร์ชื่อดังก่อนแล้ว โดยหลังจากแสดงละครไป 4 เรื่อง ก็ได้ไปแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก รุ้งเพชร คู่กับรัตนาภรณ์ อินทรกำแหง
มีผลงานแสดงภาพยนตร์ตั้งแต่ยุค 16 ม.ม. ถึงยุคภาพยนตร์สโคป 35 ม.ม. เสียงพากย์ในฟิล์มและซาวด์ออนฟิล์ม ผ่านการร่วมงานกับนักแสดงชั้นนำและผู้สร้าง-ผู้กำกับฯ ของวงการบันเทิงไทยมามากมาย
ผลงานภาพยนตร์เด่น อาทิ 4 สิงห์อิสาน เกาะสวาทหาดสวรรค์ ดินน้ำลมไฟ เสือภูพาน พ่อปลาไหล อย่าลืมฉัน พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู สิงห์สั่งป่า แม่นาคพระโขนง แม่แตงร่มใบ พันท้ายนรสิงห์ ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมีผลงานการสร้างและกำกับภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น สลักจิตร ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ หนักแผ่นดิน นักเลงเทวดา นักเลงตาทิพย์ แม่แตงร่มใบ ฯลฯ งานแสดงละครโทรทัศน์ อาทิ โอ้ลูกรัก เชลยศักดิ์ ทายาทอสูร ละอองดาว มัจจุราชสีน้ำผึ้ง น้ำเซาะทราย กระเช้าสีดา ขุนศึก แม่นากพระโขนง เทวดาเดินดิน แสนแสบ บัลลังก์เมฆ ชื่นชีวานาวี สงครามเก้าทัพ ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ และสะใภ้ไกลปืนเที่ยง
ตลอดช่วงเวลาของการเป็นนักแสดง ประสบความสำเร็จได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย อาทิ รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ในฐานะผู้แสดงนำฝ่ายชายจากเรื่องบางระจัน (2508) มือขวาอาถรรพ์ (2534) รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ในฐานะดาราประกอบชาย จากเรื่องฟ้าทะลายโจร (2543) รางวัลคนดีเพชรสยาม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม (2545) รางวัลเกียรติคุณแห่งชีวิต กินรีทองคำ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมการท่องเที่ยวแห่งโลก ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ พ.ศ.2549 ส่วนการได้รับการยอมรับในระดับโลก “กินเนสส์บุ๊ก” ได้บันทึกไว้ว่า เป็นนักแสดงที่รับบทเป็นพระเอกมากที่สุดในโลก โดยแสดงเป็นพระเอกมากถึง 617 เรื่อง
นอกจากงานในวงการบันเทิงแล้ว แอ๊ด-สมบัติ เคยลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา กทม. เมื่อปี 2549 ได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับ 6 จากที่ต้องการ 18 คนด้วยคะแนน 53,526 เสียง แต่ก่อนที่จะได้เข้าตำแหน่งก็มีการทำรัฐประหารก่อน ต่อมาคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ แต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในปี 2549 โดยเป็นตัวแทนฝ่ายสื่อสารมวลชน นักเขียน ศิลปิน
จากนั้นเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาราช เป็นรองหัวหน้าพรรค ต่อมาปี 2550 ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่มที่ 6 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อ ในปี 2554 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง