อพยพวุ่นชาวบ้านริมแม่มูนขอนแก่นกู้มิตรภาพได้แล้วเตือน44จว.-ท่วมฉับพลัน

อุตุฯ เตือนฝนถล่มอีกระลอก20-22 ส.ค. ปภ.สั่ง 44 จว.รับมือนน้ำป่า-ท่วมขัง ฝนเทจม ‘มัญจาคีรี’ ส่วนถนนมิตรภาพช่วงบ้านไผ่คลี่คลายแล้วอุบลฯ โดนพายุถล่มต่อเนื่อง 4 ช.ม. ปริมาณน้ำฝนมากสุดในรอบ 10 ปี ท่วมหนักทั้งเมือง รถในลานจอดใต้ดินคอนโดฯ หรูจมมิดคัน อพยพด่วนชาวบ้านริมแม่น้ำมูน โคราชเร่งระบาย 5 อ่างเก็บน้ำทะลักเกินความจุ

จมอุบลฯ – ฝนตกถล่มเมืองอุบลราชธานีกลางดึกหลายชั่วโมง รุ่งเช้าน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ รถยนต์หลายคันจมเกือบถึงหลังคาเสียหายหนัก ขณะที่แม่น้ำมูนสูงขึ้น ชาวบ้านริมฝั่งต้องอพยพไปอาศัยศูนย์พักพิงชั่วคราว เมื่อวันที่ 18 ส.ค.

อุตุฯเตือนฝนถล่มอีกระลอก
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 18 ส.ค. น.ส. ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุฯ เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 1 ว่า ในช่วงวันที่ 20-22 ส.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนจะเคลื่อนเข้าสู่แนวร่องมรสุม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น

ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

17 จว.อ่วมท่วม
วันเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และ อ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก บางแห่ง และการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา

ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ในระหว่างวันที่ 15-17 ส.ค. เกิดสถานการณ์ในพื้นที่ 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ลำพูน ตาก นครสวรรค์ มหาสารคาม ขอนแก่น ศรีสะเกษ ชัยภูมิ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง รวม 32 อำเภอ 73 ตำบล 201 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,263 ครัวเรือน

เตือน 44 จว.รับมือน้ำป่า-ท่วมขัง
นอกจากนี้ กอปภ.ก. ยังแจ้งเตือนพื้นที่ เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย ระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค.ดังนี้

พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน (อ.เมือง ปาย ปางมะผ้า แม่สะเรียง) เชียงใหม่ (อ.ฝาง แม่อาย เชียงดาว เวียงแหง สะเมิง) เชียงราย (อ.เมือง แม่จัน แม่สาย เวียงป่าเป้า แม่ฟ้าหลวง พญาเม็งราย ขุนตาล เวียงแก่น เทิง เชียงของ เชียงแสน ดอยหลวง) ลำพูน (อ.ลี้ ทุ่งหัวช้าง) ลำปาง (อ.เมือง เถิน เสริมงาม วังเหนือ แจ้ห่ม เมืองปาน แม่พริก สบปราบ เกาะคา งาว ห้างฉัตร) พะเยา (อ.เมือง แม่ใจ เชียงคำ ปง จุน ภูซาง ดอกคำใต้)

แพร่ (อ.เมืองฯ วังชิ้น ร้องกวาง ลอง สอง เด่นชัย) น่าน (อ.เมือง เชียงกลาง สองแคว ปัว เฉลิมพระเกียรติ บ่อเกลือ ทุ่งช้าง ท่าวังผา ภูเพียง เวียงสา) ตาก (อ.ท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด) สุโขทัย (อ.เมือง ทุ่งเสลี่ยม บ้านด่านลานหอย ศรีสัชนาลัย คีรีมาศ) อุตรดิตถ์ (อ.ท่าปลา น้ำปาด) พิษณุโลก (อ.วังทอง นครไทย เนินมะปราง ชาติตระการ วัดโบสถ์) พิจิตร (อ.ทับคล้อ ดงเจริญ) เพชรบูรณ์ (อ.เมือง วังโป่ง ชนแดน หล่มสัก หล่มเก่า เขาค้อ หนองไผ่) และนครสวรรค์ (อ.ไพศาลี ท่าตะโก)

ถ้วนหน้าทุกภูมิภาค
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย (อ.เมืองฯ ด่านซ้าย ท่าลี่ นาแห้ว) หนองคาย (อ.สังคม โพธิ์ตาก) บึงกาฬ (อ.เมือง บุ่งคล้า) หนองบัวลำภู (อ.สุวรรณคูหา) อุดรธานี (อ.กุดจับ นายูง น้ำโสม) สกลนคร (อ.เมืองฯ ภูพาน สว่างแดนดิน) นครพนม (อ.เมืองฯ) มุกดาหาร (อ.เมือง ดงหลวง หว้านใหญ่ หนองสูง) ชัยภูมิ (อ.เมือง หนองบัวระเหว แก้งคล้อ บ้านแท่น ภูเขียว คอนสวรรค์) ขอนแก่น (อ.เมือง ชุมแพ ภูเวียง ภูผาม่าน มัญจาคีรี ชนบท บ้านแฮด)

มหาสารคาม (อ.โกสุมพิสัย) กาฬสินธุ์ (อ.เมืองฯ ยางตลาด) ร้อยเอ็ด (อ.เสลภูมิ) ยโสธร (อ.มหาชนะชัย คำเขื่อนแก้ว เลิงนกทา) อำนาจเจริญ (อ.เมืองฯ ชานุมาน) นครราชสีมา (อ.ด่านขุนทด โนนไทย วังน้ำเขียว ปักธงชัย พิมาย จักราช ลำทะเมนชัย ชุมพวง ปากช่อง สีคิ้ว) บุรีรัมย์ (อ.เฉลิมพระเกียรติ ประโคนชัย โนนดินแดง นางรอง สตึก คูเมือง) สุรินทร์ (อ.ปราสาท พนมดงรัก) ศรีสะเกษ (อ.ขุนหาญ กันทรลักษ์) และอุบลราชธานี (อ.เมือง บุณฑริก น้ำยืน นาจะหลวย น้ำขุ่น วารินชำราบ เดชอุดม นาเยีย)

ภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี (อ.เมืองฯ ประจันตคาม กบินทร์บุรี นาดี) สระแก้ว (อ.เมือง วังน้ำเย็น ตาพระยา) ระยอง (อ.เมือง เขาชะเมา แกลง บ้านค่าย) จันทบุรี (อ.เมือง นายายอาม เขาคิชฌกูฏ สอยดาว โป่งน้ำร้อน มะขาม ขลุง) และตราด (อ.บ่อไร่ เขาสมิง คลองใหญ่ เกาะช้าง เกาะกูด แหลมงอบ)

ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี (อ.ทองผาภูมิ สังขละบุรี) ราชบุรี (อ.สวนผึ้ง บ้านคา) สมุทรปราการ (อ.เมือง บางพลี บางเสาธง) นครนายก (อ.เมือง ปากพลี) รวมถึง กรุงเทพฯ

ท่วมมัญจาฯ – น้ำป่าเขาภูเม็งไหลหลากท่วมเทศบาลตำบลมัญจาคีรี อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร น้ำท่วมหน้าศูนย์ราชการ ที่ว่าการอำเภอ โรงพัก โรงเรียน และบ้านเรือนประชาชน เมื่อวันที่ 18 ส.ค.

‘มัญจาคีรี’จมแล้ว
ที่ จ.ขอนแก่น พายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.มัญจาคีรี ระดับน้ำท่วมสูงเข้าบ้านเรือนประชาชนหลายหลัง โดยเฉพาะถนนช่วงมัญจาคีรี-บ้านไผ่ เขตเทศบาล ต.มัญจาคีรี หน้าโชว์รูมรถโตโยต้า ซึ่งเป็นจุดท่วมซ้ำซากเนื่องจากเป็นเส้นทางน้ำไหลผ่านไปลงยังบึงกุดเค้าเพื่อระบายลงสู่แม่น้ำชี ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องนำป้ายเตือนน้ำท่วมมาติดตั้ง และปิดเส้นทางห้ามรถทุกชนิดสัญจรผ่านเด็ดขาด เนื่องจากระดับน้ำที่สูงแล้วยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมถนนสองฝั่ง เจ้าหน้าที่จะปิดการจราจรบนถนนสายมัญจาคีรี-บ้านไผ่จุดนี้ ระยะทางประมาณ 1 ก.ม. ห้ามรถทุกชนิดสัญจรผ่านไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ระดับน้ำท่วมในเขตศูนย์ราชการของอำเภอมัญจาคีรี พบว่าน้ำจากบึงกุดเค้าที่ตั้งอยู่ใกล้กัน มีปริมาณเต็มจนล้นออกมาท่วมถนนในเขตศูนย์ราชการอำเภอมัญจาคีรี ทั้งหน้าโรงเรียน หน้าอบต.กุดเค้า หน้าสถานีตำรวจ หน้าที่ว่าการอำเภอ และหน้าบ้านเรือนประชาชนในชุมชนเขตเทศบาลเมืองมัญจาคีรีด้วย

ส่วนถนนมิตรภาพช่วงหลักกิโลเมตร 302+650 หน้าบริษัทไทยไปท์อีสาน บ้านหนองกุง หมู่ 10 ตำบลบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ หลังจากที่เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนบริเวณแห่งนี้ เนื่องจากมีน้ำท่วมขังผิวการจราจรพร้อมเปิดช่องทางพิเศษให้รถวิ่งสวนทางกัน เพื่อเป็นการระบายรถไม่ให้ติดขัด ต่อมาเจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำลงแก่งละว้า ทำให้เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงขอนแก่นเปิดการจราจรให้รถสัญจรได้ตามปกติอีกครั้ง ประชาชนสามารถสัญจรผ่านโดยไม่มีน้ำท่วมผิวการจราจรแต่อย่างใด

น้ำโขงเริ่มทรงตัว
ระดับน้ำโขงช่วงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย วัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วัดได้ 9.43 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานตอนเช้า 30 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 2.77 เมตร แม้ว่าตัวเลขระดับน้ำโขงจะยังเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณน้ำที่ อ.เชียงคาน จ.เลย เริ่มลดลงแล้ว โดยวัดได้ 11.52 เมตร ลดลง 44 เซนติเมตร และต่ำกว่าตลิ่ง 4.48 เมตร หากไม่มีฝนตกลงมาอย่างหนักสมทบอีก ปริมาณน้ำโขงก็จะเริ่มทรงตัวและค่อยๆ ลดลง เฉลี่ยชั่วโมงละ 1-3 เซนติเมตร ในช่วงปลายสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำโขงที่สูงขึ้นส่งผล กระทบกับวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำ รวมถึงหากน้ำโขงเริ่มลดลง จะทำให้เกิดปัญหาตลิ่งทรุดตัวจากการลดลงของน้ำอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่อาศัยอยู่บ้านริมแม่น้ำโขง หรือมีที่ดินทำการเกษตรติดแม่น้ำโขงต้องเฝ้าระวัง ไม่ควรอยู่ในพื้นที่เสี่ยงในช่วงที่น้ำโขงลดปริมาณลง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากตลิ่งทรุด ดินพังทลาย เหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง แม้ว่าจะมีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังหลายแห่ง แต่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชน

5 อ่างโคราชทะลักล้น
ขณะเดียวกัน ที่ จ.นครราชสีมา มวลน้ำฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องมา 2 วัน ในพื้นที่ ต.ด่านช้าง อ.บัวใหญ่ ไหลหลากไปรวมกันที่บ้านหนองเม็ก ม.9 ทะลักเข้าท่วมนาข้าวหลายร้อยไร่ของเกษตรกร ส่วนใหญ่เพิ่งเริ่ม เพาะปลูกได้ไม่นาน ส่งผลให้ต้นกล้าที่เพิ่งงอกขึ้นมาจมอยู่ใต้น้ำเสียหาย ในขณะที่ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องเกือบทุกวัน เกษตรกรต่างหวั่นใจว่า หากฝนยังตกต่อเนื่องแบบนี้ อาจจะทำให้ต้นกล้าได้รับความเสียหายทั้งหมด อยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นการเร่งด่วนด้วย

ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ล่าสุดปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง อย่างน้อย 5 แห่ง น้ำเกินความจุอ่างแล้ว ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำฉมวก อ.ห้วยแถลง มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 24.2 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 103 ของความจุทั้งหมด, อ่างเก็บน้ำห้วยสะกาด อ.พิมาย มีปริมาณน้ำล่าสุด 3.65 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 102, อ่างเก็บน้ำห้วยยางพะไล อ.แก้งสนามนาง มีปริมาณน้ำ 14.3 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 108, อ่างเก็บน้ำห้วยยาง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำ 5.63 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 102 และอ่างเก็บน้ำห้วยเค็ม อ.บัวใหญ่ มีปริมาณน้ำ 670,000 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 100% ของความจุอ่างทั้งหมด

สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ให้แต่ละอ่างฯ เร่งพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำ เตรียมรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาเพิ่มอีกในช่วงนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ท้ายอ่างฯ

ฝนถล่มจมเมืองอุบล
ที่ จ.อุบลราชธานี เกิดพายุฝนตกกระหน่ำอย่างรุนแรงภายในเขตเทศบาลนครอุบลราช ธานี นานติดต่อกันราว 3-4 ชั่วโมง ทำให้น้ำฝนไหลมารวมกันตามถนนที่เป็นจุดต่ำสุดบริเวณถนนชยางกูร ตั้งแต่หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีถึงบริเวณคอนโดบิ๊กซี ซึ่งมีลำรางระบายน้ำจากถนนชยางกูรไปลงลำห้วยม่วงเอ่อล้นไหลเข้าท่วมลานจอดรถของคอนโดฯ ทำให้รถของประชาชนที่อาศัยอยู่ที่คอนโดฯ ถูกน้ำท่วมจมมิดหลังคาหลายคัน รวมทั้งตามถนนชยางกูร ถนนแจ้งสนิท ถนนอุปลีสาน ถนนบูรพานอก และถนนอุปราช มีน้ำท่วมสูง มีรถของประชาชนถูกน้ำท่วมสูงจอดเสียตาม ริมถนน

เจ้าหน้าที่เทศบาล ปภ.และเจ้าของรถที่จอดอยู่ชั้นใต้ดินแกรนด์คอนโดมิเนียม กลางเมืองอุบลราชธานี สำรวจรถที่น้ำท่วมเสียหาย สาเหตุเพราะชั้นจอดรถอยู่ต่ำกว่าถนนเกือบ 2 เมตร ทำให้รถผู้พักอาศัยเสียหายประมาณ 20 คัน หลังน้ำลดเจ้าหน้าที่เทศบาลและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นำเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบน้ำที่ยังเหลือตกค้างอยู่ชั้นใต้ดิน เพื่อให้เจ้าของรถและ เจ้าหน้าที่ประกันภัยเข้าสำรวจความเสียหาย แล้วนำรถไปซ่อม ส่วนการแก้ไขระยะยาว จะมีการสำรวจจุดลำรางที่ตื้นเขิน เพื่อลอกคลอง และให้คอนโดฯ เพิ่มจำนวนเครื่องสูบน้ำจากเดิม 4 เครื่องให้มากขึ้น เมื่อเกิดฝนตกหนักจะได้ระบายน้ำออกจากชั้นใต้ดิน ได้ทัน

อพยพชาวบ้านริมมูน
สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูน ปรับตัวสูงขึ้นจากเมื่อวาน 12 เซนติเมตร ทำให้มีระดับน้ำสูง 5.50 เมตร ห่างจากตลิ่ง 1.50 เมตร จากฝนที่ตกหนักติดต่อกันกลางดึกมีปริมาณฝนมากถึง 115.4 มิลิเมตร นับว่ามากในรอบสิบปี ทำให้มีน้ำท่วมตามย่านเศรษฐกิจสำคัญในตัวเมือง เพราะน้ำระบายไม่ทันหลายจุด แต่หลังฝนหยุดตกสถานการณ์ก็กลับมา ปกติ

แต่สำหรับชาวชุมชนวังแดง เทศบาลนครอุบลราชธานี อยู่ในจุดต่ำสุดถูกน้ำไหลท่วมสูง 20-40 เซนติเมตร จำนวน 5 ครอบครัว 21 คน ต้องอพยพขึ้นมาพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวริมสวนสาธารณะห่วงม่วง ถนนชลประทานท่าบ่อ เทศบาลนครอุบลราชธานี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน