แห่เข้าเป๋าตังจนแอพล่มคนชวดโอดขอเพิ่มสิทธิ
‘คนละครึ่งเฟส 5’เต็มแล้ว คนแห่ลงทะเบียนจน ‘เป๋าตัง’ ล่ม คลังเผยรายใหม่ 2.3 แสนสิทธิเต็มตั้งแต่ 11.51 น. ส่วนผู้มีสิทธิเดิมเข้ามายืนยันสิทธิแล้ว 7.3 ล้านจาก 26.27 ล้านสิทธิ ขณะคนชวด เพราะแอพฯ ล่ม โอดขอให้รัฐบาลเพิ่มสิทธิ
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. วันแรกที่กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 5 เป็นวันแรก รวม 26.5 ล้านสิทธิ แบ่งเป็นการยืนยันสิทธิรายเดิม 26.27 ล้านสิทธิ และรายใหม่ 2.3 แสนสิทธิ โดยปรากฏว่าตั้งแต่ช่วงเช้าแอพพลิเคชั่นเป๋าตังล่ม ไม่สามารถใช้งานได้ โดยมีทั้งเข้าระบบไม่ได้ หน้าจอหมุนค้าง และมีข้อความแจ้งว่า “ขออภัยค่ะ ไม่สามารถทำรายการได้ขณะนี้ กรุณาลองใหม่อีกครั้ง” ขณะที่ผู้ลงทะเบียนใหม่ 2.3 แสนสิทธิ ครบเต็มจำนวนในช่วงสายวันเดียวกัน
นายพรชัย ฐีระเวช ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่าแอพพลิเคชั่นเป๋าตังขัดข้องชั่วคราวในช่วงเช้า เนื่องจากได้ยกระดับระบบความปลอดภัยทำให้ระบบต้องใช้เวลาประมวลผลนานขึ้น อีกทั้งประชาชนให้ความสนใจยืนยันสิทธิและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ดี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เร่งดำเนินการแก้ไขให้ระบบสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว โดยสามารถใช้การได้ปกติในช่วงประมาณ 11.00 น.
นายพรชัยกล่าวด้วยว่า สำหรับการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ในเวลา 15.00 น. ของวันแรก กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมเฟส 5 รวม 7.3 ล้านราย จาก 26.27 ล้านสิทธิ ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการวันนี้ลงทะเบียนเข้าร่วมครบจำนวน 2.3 แสนสิทธิแล้วในเวลา 11.51 น. ทั้งนี้ ประชาชนที่เคยใช้สิทธิโครงการระยะที่ 4 สามารถทยอยกดยืนยันสิทธิผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันที่ 14 ก.ย. มิฉะนั้นสิทธิจะถูกตัด
นายจักรกฤษณ์ กลิ่นสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เพื่อให้การลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 5 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารได้เพิ่มช่องทางการตรวจสอบการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง .com ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. และยืนยันสิทธิผ่านแอพฯ เป๋าตังได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ธนาคารได้ปิดปรับปรุงระบบแอพฯ เป๋าตังตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. เวลา 20.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 20 ส.ค. เพื่อให้ใช้งานแอพฯ เป๋าตังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการลงทะเบียนของผู้ประกอบการร้านค้า ซึ่งเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. ข้อมูลในเวลา 22.00 น. วันที่ 18 ส.ค. พบว่ามีผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมโครงการระยะที่ 5 ทั้งสิ้น 217,261 ร้านค้า แบ่งเป็นรายเดิม 215,735 ร้านค้า และ รายใหม่ 1,526 ร้านค้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขอบคุณประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า รวมทั้งผู้ประกอบการแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมในโครงการที่รัฐบาลตั้งใจดำเนินการช่วยเหลือประชาชนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ ลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งนายกฯ พร้อมช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของทุกคนในชาติ
ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ประชาชนที่เคยใช้สิทธิและไม่เคยใช้ สิทธิคนละครึ่งเฟส 4 ต่างให้ความสนใจลงทะเบียนกันอย่างคึกคัก โดยนายกิติพงษ์ ดวงมุกพะเนา ชาวโคราช อายุ 40 ปี กล่าวว่า ใช้สิทธิคนละครึ่งมาโดยตลอด วันนี้ก็รีบกดยืนยันทันที ซึ่งก็ได้สิทธิแล้ว
ขณะที่นายธนกฤต ตาลพุดซา ชาวโคราช อายุ 22 ปี ชาวอ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า ไม่เคยใช้สิทธิคนละครึ่งเลย วันนี้ก็พยายามลงทะเบียนแต่เช้า แต่เข้าแอพพลิเคชั่น ‘เป๋าตัง’ ไม่ได้ จนกระทั่งมาเข้าได้ตอนเที่ยง พบว่าสิทธิเต็มหมดแล้ว จึงน่าเสียดายมาก อยากให้รัฐบาลเพิ่มจำนวนสิทธิผู้ใช้ใหม่มากกว่านี้ รวมทั้งเพิ่มจำนวนเงินด้วยก็จะดีมากๆ
น.ส.เพ็ญนภา เนตรสาย ชาวโคราช อายุ 23 ปี กล่าวว่า พยายามลงทะเบียนผู้ใช้สิทธิรายใหม่ตั้งแต่เช้า แต่พบว่าระบบลงทะเบียนคนละครึ่งล่มตลอด ไม่สามารถเข้าได้ จนกระทั่งถึงเวลา 12.00 น.ก็มาลงทะเบียนอีกครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะระบบแจ้งว่ามีผู้ลงทะเบียนเต็มแล้ว รู้สึกเสียดายมาก จึงอยากให้รัฐบาลเพิ่มจำนวนสิทธิผู้ใช้ใหม่มากกว่านี้อีก
ที่จ.ขอนแก่น นางบังอร กองโฉม ชาวขอนแก่นกล่าวว่า เริ่มกดยืนยันสิทธิตั้งแต่ 08.00 น. แต่ไม่สามารถเข้าระบบได้เช่นกัน ได้พยายามจะกดยืนยันสิทธิให้ได้เพราะกลัวว่าหากกดยืนยันช้าจะเสียสิทธิไป ทุกวันนี้ราคาค่าอาหารแพงขึ้น พอได้เงินจากโครงการนี้มาช่วยครึ่งหนึ่งก็สามารถแบ่งเบาภาระตนเองได้ไปอีกหลายเดือน
ที่จ.บุรีรัมย์ นายบันลือ คะงาม และนายไพรวัลย์ เฉลิมรัมย์ ชาวบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้ลองเข้าแอพฯ เป๋าตังเพื่อยืนยันสิทธิแต่ไม่สามารถเข้าได้ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะคนเข้าไปใช้บริการเยอะเนื่องจากเป็นวันแรก จึงอยากให้เร่งแก้ไขระบบให้สามารถเข้าไปยืนยันสิทธิไว้ โครงการนี้ดี สามารถช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนได้ แต่รอบนี้ถือว่าวงเงินน้อยกว่าทุกรอบที่ผ่านมา จึงอยากให้รัฐพิจารณาเพิ่มวงเงินอีกเป็น 1,000-1,500 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับข้าวของที่ราคาแพงขึ้น ถึงจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนได้