เตือน26จุดเสี่ยงท่วมถนนกทม.-ปริมณฑล
เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำเพิ่ม รับมือน้ำเหนือไหลหลากลงมา เตือน 3 จังหวัด ภาคกลาง สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา น้ำล้นเอ่อท่วม กรมอุตุฯย้ำฝนตกหนักถึงหนักมาก 20-22 ส.ค.นี้ ทั่วทุกภาคของประเทศ ส่วนกรมทางหลวงประกาศเตือน 26 จุดเสี่ยง ถนนกทม.-ปริมณฑลถูกน้ำท่วมขัง ด้านอุบลฯ สถานการณ์ทุเลา ขณะที่ขอนแก่นระดมสูบน้ำชี วางกระสอบทรายเสริมริมตลิ่ง ส่วนมัญจาคีรีเดือดร้อน 100 หลังคาเรือน
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากว่า ในช่วงวันที่ 20-22 ส.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนจะเคลื่อนเข้าสู่แนวร่องมรสุม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
สำหรับจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง วันที่ 20 ส.ค. ภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง ลพบุรี สระบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด และภาคใต้ ระนอง พังงา และภูเก็ต
ส่วนวันที่ 21 ส.ค. ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต
และวันที่ 22 ส.ค. ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์, ภาคกลาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาค ตะวันออก ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา
ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานสถานการณ์ ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเมียนมาและประเทศลาว ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และ อ่าวไทย ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมาก บางแห่ง และการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อาจส่ง ผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง

เปิดทางน้ำ – จนท.ชลประทานนครสวรรค์ใช้รถแบ๊กโฮขุดทลายคันดินหน้าฝายบางปองบึงบอระเพ็ด เปิดทางระบายน้ำ ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาเร็วขึ้น หลังระดับน้ำในบึงบอระเพ็ดเพิ่มสูงจากฝนตกสะสม เมื่อวันที่ 19 ส.ค.
โดยตั้งแต่วันที่ 15-18 ส.ค. เกิดสถานการณ์อุทกภัย 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ลำพูน ตาก นครสวรรค์ มหาสารคาม ขอนแก่น ศรีสะเกษ ชัยภูมิ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง รวม 39 อำเภอ 96 ตำบล 303 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,338 ครัวเรือน
ปภ.รายงานอีกว่ายังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 6 จังหวัด ดังนี้ 1.ปราจีนบุรี น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ชุมชนตลาดเก่าเทศบาลต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ประชาชนได้รับผลกระทบ 8 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง 2.ลำปาง น้ำท่วม ต.สบปราบ อ.สบปราบ ระดับน้ำทรงตัว 3.ขอนแก่น น้ำท่วมขังผิวการจราจร ต.มัญจาคีรี อ.มัญจาคีรี บริเวณทางหลวงหมายเลข 229 ดอนบ้านไผ่-มัญจาคีรี ระดับน้ำทรงตัว 4.สระแก้ว เกิดอุทกภัยใน พื้นที่ต.สระขวัญ อ.วังน้ำเย็น ประชาชนได้ รับผลกระทบ 6 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
5.อุบลราชธานี น้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.วารินชำราบ อ.เดชอุดม อ.นาจะหลวย อ.น้ำยืน และอ.ทุ่งศรีอุดม อพยพประชาชน 7 ครัวเรือน 24 คน ระดับน้ำลดลง 6.พระนครศรีอยุธยา น้ำล้นตลิ่งจากการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล และอ.บางไทร รวม 32 ตำบล 125 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,398 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ นั้น จ.อุบลราชธานี สำนักงานชลประทานที่ 7 ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 10 ตัว ที่สะพานข้ามแม่น้ำมูน อ.สิรินธร เป็นสะพานแห่งสุดท้ายก่อนที่แม่น้ำมูนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อเร่งระบายลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม ให้เร็วที่สุด เพื่อลดระดับแม่น้ำมูน ป้องกันน้ำท่วมเนื่องจากน้ำมูนล้นตลิ่งในเขต อ.เมือง และอ.วารินชำราบ ขณะเดียวกันทางจังหวัดตั้งจุดอพยพ 3 แห่งเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เนื่องจากชุมนุมริมแม่น้ำมูนถูกน้ำท่วม ล่าสุดอพยพแล้ว 14 ครอบครัว จำนวน 49 คน จัดที่พักและอาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วน จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ริมแม่น้ำชี บ้านผือ หมู่ 19 ต.พระลับ อ.เมือง พร้อมวางกระสอบทรายเสริมแนวคันดินริมตลิ่งรับมือกับมวลน้ำหนุนในแม่น้ำชี ที่ขณะนี้เริ่มสูงขึ้น เพื่อป้องกัน น้ำทะลักท่วมเขตเมืองชั้นใน โดยเฉพาะ ย่านธุรกิจใจกลางเมือง ส่วนสถานการน้ำท่วมที่ อ.มัญจาคีรี ระดับน้ำทรงตัว ทางชลประทาน ขอนแก่นยกประตูระบายน้ำเขื่อนชนบท ทั้ง 6 บาน เพื่อให้น้ำชีจากจ.ชัยภูมิไหลผ่านสะดวกยิ่งขึ้น และน้ำยังท่วมพื้นที่ ต.กุดเค้า และต.สวนหม่อม พื้นที่การเกษตรเสียหาย ประชาชนเกือบ 100 หลังคาเรือนเดือดร้อน
ด้าน จ.ปราจีนบุรี หลังฝนตกต่อเนื่องส่งผลให้น้ำท่วมชุมชนตลาดเก่า เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและติดแม่น้ำปราจีนบุรี น้ำเอ่อท่วมบ้าน 10 หลังคาเรือน น้ำสูง 15-20 ซ.ม. ประชาชนเก็บข้าวของขึ้นชั้นบน และอีกจุดที่บริเวณท้ายตลาด หรือท่าเรือเก่า น้ำเอ่อท่วมบ้าน 5 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูง 25-30 ซ.ม โดยเป็นผลมาจากมวลน้ำที่ไหลมาจาก จ.สระแก้ว และน้ำจากแควหนุมานที่ไหลมาบรรจบกัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีเพิ่มระดับสูงขึ้น
ที่จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่นำรถแบ๊กโฮ ขุดทลายคันดินบริเวณหน้าฝายบางปรอง บึงบอระเพ็ด เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลได้เพิ่มมากขึ้น หลังระดับน้ำในบึงบอระเพ็ดยังสูงจากฝนตกสะสม ขณะเดียวกันแม่น้ำสายหลักจากทางภาคเหนือ ทั้งแม่น้ำปิง ยม และ น่าน ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการ คาดการณ์จากกรมอุตุฯ จะมีฝนเพิ่มขึ้น จึงต้องเร่งระบายน้ำออกจากบึงบอระเพ็ด
ส่วน จ.ชัยนาท เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา ไหลลงเขื่อนเพิ่มมากขึ้น กรมชลประทานจึงต้องเพิ่มการระบายน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนมีระดับสูงขึ้น จะส่งผลให้พื้นที่ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปถึง จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง, คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก 30-40 ซ.ม.ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า
ที่จ.อ่างทอง แม่น้ำน้อยเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 30 หลัง ที่หมู่ 9 ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ เป็นผลมาจาก เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อน เพื่อรองรับน้ำเหนือไหลหลาก ทั้งนี้ น.ส. เอกรัตน์ นาคาคง รองผวจ.อ่างทอง กล่าวว่าแจ้งเตือนชาวบ้านยกของขึ้นที่สูงให้พ้นน้ำ ทางจังหวัดจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ไว้พร้อมช่วยเหลือแล้ว จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่าสั่งเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 20-22 ส.ค. ตามที่กรมอุตุฯ ประกาศเตือนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในส่วนพื้นที่กทม.และปริมาณ มี 26 จุดเฝ้าระวัง 1.ถนนวิภาวดีรังสิต หน้ากองพันทหารราบที่ 1 2.ถนนวิภาวดีรังสิต หน้าการบินไทย 3.ถนนวิภาวดีรังสิต หน้าโรงเรียนหอวัง 4.ถนนวิภาวดีรังสิต แยกหลักสี่ 5.ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 10 6.ถนนแจ้งวัฒนะ วงเวียนบางเขน 7.ถนนสุวินทวงศ์ แยกพรสุดา 8.ถนนสุวินทวงศ์ แยกนิมิตรใหม่ 9.ถนนลำลูกกา ช่วงปากทางลำลูกกา 10.ถนนกาญจนาภิเษก หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต
11.ถนนงามวงศ์วาน ใต้ทางด่วน 12.ถนนติวานนท์ อุโมงค์ปากเกร็ด 13.ถนนแจ้งวัฒนะ หน้าห้างไทวัสดุ 14.ถนนพหลโยธิน หน้าตลาดสี่มุมเมือง 15.ถนนพหลโยธิน หน้าห้างเทสโก้โลตัส รังสิต 16.ถนนพหลโยธิน หน้าไทวัสดุถึงพลัมคอนโดฯ 17.ถนนพหลโยธิน หน้า ม.กรุงเทพ 18.ถนนพหลโยธิน หน้าศูนย์มิตซูบิชิ 19.ถนนสุขุมวิท ซอยลาซาล- ซอยแบริ่ง 20.ถนนสุขุมวิท แยกปู่เจ้าสมิงพราย 21.ถนนศรีนครินทร์ หน้าวัดศรีเอี่ยม 22.ถนศรีนครินทร์ ซอยแบริ่ง-ซอยลาซาล 23.ถนนเทพรัตน ช่วงต่างระดับวัดสลุด 24.ถนนเทพรัตน ช่วงซอยรัตนโกสินทร์ 200 ปี 25.ถนนบายพาสบางบ่อ และ 26.ถนนปานวิถี ช่วงหมู่บ้านเสรี