จากกรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระพบช้างป่าเพศผู้อายุ 2-3 ปี เดินอยู่ภายในสวนยางพาราของชาวบ้าน ม.1 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยช้างป่าบาดเจ็บเป็นแผลเน่าเปื่อยขนาดใหญ่ที่โคนหาง หลังจากนายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รับรายงาน จึงมอบหมายให้นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.3 นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พร้อมด้วยสพ.ญ.ลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สบอ.3 (บ้านโป่ง) รวมทั้งทีมสัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี เข้ารักษาช้างป่าตัวดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา

สวดให้ช้าง – จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี นิมนต์พระทำพิธีสวดให้ช้างป่าเพศผู้ ที่ตายหลังบาดเจ็บเป็นแผลเน่าที่โคนหางนานเกือบสัปดาห์ สัตวแพทย์พยายามรักษา สุดท้ายยื้อไม่ไหว ที่สวนยางชาวบ้าน ม.1 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ เมื่อ 21 ส.ค.
นายอนันต์รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ได้รักษาโดยการยิงยาลดปวด ลดอักเสบ ยาฆ่าเชื้อเพิ่มเติม ร่วมกับยากินรักษา และล้างแผลและพ่นยารักษาแผลภายนอก ให้ยากินรักษา ได้แก่ ยาลดปวด ลดอักเสบ วิตามิน โปรตีนรวม วิตามินซี น้ำผึ้ง เกลือแร่ ช้างป่า กินกล้วยสุกได้แต่น้อยกว่าปกติ และยังไม่กินหญ้า กินน้ำได้ ขับถ่ายได้แต่มีลักษณะนิ่ม เยื่อเมือกในช่องปากมีสีค่อนข้างซีด สำหรับขาหลังซ้ายยังคงบวมมาก ยังยกขาเดินได้ จากการประเมินอาการในภาพรวมของทีมสัตวแพทย์ พบว่าช้างป่ายังอยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างมากทั้งในเรื่องของสภาพแผล สภาวะการติดเชื้อ สภาวะเลือดจาง และขาหลังซ้ายที่บวมอักเสบ
ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ส.ค. นายไพฑูรย์กล่าวว่า ช่วงเช้ามืด ช้างป่าตัวดังกล่าวได้ตายแล้ว คณะสัตวแพทย์จะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและส่วนที่สำคัญของช้างไปพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่นิมนต์พระสงฆ์มาสวดบังสุกุลตามความเชื่อ ก่อนที่จะทำลายซากด้วยวิธีฝัง